ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 51,561 รายการ
ชื่อเรื่อง พระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้แต่ง -ประเภทวัสดุ/มีเดีย หนังสือหายากหมวดหมู่ บุคคลในสาขาสังคมศาสตร์เลขหมู่ 923.1593 จ196พขสถานที่พิมพ์ พระนครสำนักพิมพ์ โรงพิมพ์ไทยเขษมปีที่พิมพ์ 2496ลักษณะวัสดุ 66 หน้า หัวเรื่อง พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว, 2351-2408 ภาษา ไทยบทคัดย่อ/บันทึก เนื้อหาภายในประกอบด้วยพระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว
ท่อน้ำดินเผาโบราณ ขุดพบบริเวณทิศตะวันตกของโบราณสถานเชตุพน แสดงให้ถึงการวางท่อน้ำโบราณหรือระบบประปาที่มีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยได้เป็นอย่างดี
เลขทะเบียน : นพ.บ.120/3ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 50 หน้า ; 4.5 x 55.5 ซ.ม. : ล่องรัก ; ไม้ประกับธรรมดา ชื่อชุด : มัดที่ 68 (220-224) ผูก 3 (2564)หัวเรื่อง : สังฮอมธาตุ--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
ชื่อผู้แต่ง หลวงลิขิตบรรณกร (ลิขด จูทศฤงค์)
ชื่อเรื่อง มงคล ๓๘ ประการ
ครั้งที่พิมพ์ พิมพ์ครั้งที่ ๑
สถานที่พิมพ์ พระนคร
สำนักพิมพ์ โรงพิมพ์มหามกุฎราชวิทยาลัย
ปีที่พิมพ์ ๒๕๐๖
จำนวนหน้า ๕๔ หน้า
หมายเหตุ พิมพ์แจกในงานฌาปนกิจศพหลวงลิขิดบรรณกร (ลิขิด จูทศฤงค์) ณ เมรุวัดภูผาภิมุข
จังหวัดพัทลุง
ผู้นับถือศาสนาพุทธ บางคนมีศรัทธาเมื่อถึงวัน ๘ ค่ำ ๑๕ ค่ำ ได้ไปประชุมกันตามวัด ได้พร้อมใจกันทำบุพพกิจในเบื้องต้น มีดอกไม้ธูปเทียนเป็นเครื่องสักการบูชา มีการสวดมนต์แล้ว สมาทานศีล ๕ ศีล ๘ เป็นการปฏิบัติบูชา แล้วฟังพระธรรมเทศนา เนื่องด้วยพุทธานุญาตินิยมกันว่าเป็นวันธรรมสวนะบ้าง เป็นวันอุโบสถบ้าง ส่วนมงคล ๓๘ นั้น แต่ละข้อมีความหมายแตกต่างกันไป เช่นว่า มงคลข้อที่ ๓๘ เขมัง การเป็นผู้มีใจอันเกษม คือใจอันประเสริฐเป็นมงคลประการ ๑ ข้อนี้เป็นเหตุให้พ้นไปจากทุกข์ภัยทั้งสิ้น ที่ว่าใจประเสริฐนั้นคือใจปราศจากเครื่องเกี่ยวแกะอยู่ในกามภพ รูปภพ อรูปภพ มีพระนฤพานเป็นที่อยู่ เป็นยอดแห่งมงคลทั้งปวง เป็นอานิสงส์
เลขทะเบียน : นพ.บ.129/8ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 52 หน้า ; 4.8 x 50 ซ.ม. : ล่องรัก ; ไม้ประกับธรรมดา ชื่อชุด : มัดที่ 75 (275-287) ผูก 8 (2564)หัวเรื่อง : ธฺมมปทวณฺณนา ธฺมฺมปทฎฺฐกถา ขุทฺกนิกายฎฺฐกถา (ธมฺมบท)--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
อดีต ปัจจุเวขณวิธีแปลและคำอธิษฐานผ้า ชบ.ส. ๑๐
เจ้าอาวาสวัดรังษีสุทธาวาส ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี
มอบให้หอสมุด ๑๙ ก.ค. ๒๕๓๕
เอกสารโบราณ (สมุดไทย)
สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สังคิณี-มหาปัฎฐาน)
เลขที่ ชบ.บ.18/1-6
เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)
ชื่อเรื่อง : ซุยถัง เล่ม 1 ชื่อผู้แต่ง : -ปีที่พิมพ์ : 2509 สถานที่พิมพ์ : กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์ : องค์การค้าของคุรุสภา จำนวนหน้า : 316 หน้า สาระสังเขป : ซุยถัง เป็นพงศาวดารจีนที่ได้รับการแปลเป็นภาษาไทย โดยเรื่องราวเกิดในสมัยกษัตริย์จีนราชวงศ์ซุย และราชวงศ์ถังตอนต้น (พ.ศ. 1132-1161) เรื่องราวบอกเล่าเหตุการณ์ช่วงราชวงศ์ซุยแผ่นดินเกิดการจลาจล เหล่าผู้กล้าต่างรวมตัวต่อต้านราชวงศ์ซุย โดยในเล่มนี้เป็นเรื่องราวซุยถังในตอนที่ 1 ตอนแรก
อาคาร“โรงเรียนสุนทรวิจิตร”ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๐ แต่เดิมชื่อโรงเรียนบำรุงสตรี รับเฉพาะนักเรียนสตรีเท่านั้น ต่อมาเมื่อ พ.ศ.๒๔๗๗ จึงเปลี่ยนเป็นโรงเรียนสหศึกษาและเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น "โรงเรียนบำรุงวิทยา" จนกระทั่ง พ.ศ. ๒๔๘๙ ได้เปลี่ยนชื่อเป็น "โรงเรียนถนนสุนทรวิจิตร (บำรุงวิทยา) " ต่อมาได้ตัดคำว่าถนนออกเหลือเพียง “โรงเรียนสุนทรวิจิตร” จนถึงปัจจุบัน โดยทำการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลจนถึงระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ อาคารโรงเรียนสุนทรวิจิตร เป็นสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียล มีลักษณะเป็นอาคารชั้นเดียวแบบแถวยาวมีมุขทั้งด้านหน้าและด้านหลัง คล้ายเครื่องหมายบวก ระเบียงประดับด้วยซุ้มวงโค้ง บันไดทางขึ้นอยู่ด้านข้างของมุขที่ยื่นออกมา และด้านข้างของปีกทั้งสองข้างของตัวอาคาร พนักระเบียงเจาะเป็นรูปวงรี แบบที่นิยมในฝีมือช่างญวน มีการประดับเส้นคิ้วเหนือช่องหน้าต่าง และการเรียงสันอิฐ ล้วนเป็นรูปแบบที่พบเห็นได้โดยทั่วไปในแถบบริเวณลุ่มแม่น้ำโขง โดยส่วนมากอาคารเรียนที่มีรูปแบบของส่วนกลาง (ส่วนกลางกรุงเทพมหานคร) มักจะมีรูปแบบอาคาร ๒ ชั้นเสมอ ทั้งนี้ ยังรวมถึงอาคารสถานที่ราชการก็ล้วนเป็นอาคาร ๒ ชั้น ดังนั้น สิ่งก่อสร้างอาคารเรียนซึ่งปรากฏเป็นอาคารแบบชั้นเดียวในเขตจังหวัดนครพนม จึงเป็นรูปแบบที่ได้รับมาจากทางประเทศเวียดนามหรือทาง สปป.ลาวมากกว่า อาคารหลังนี้นอกจากจะใช้เป็นสถานศึกษาของนักเรียนแล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่บอกเล่าเรื่องราวของเมืองนครพนมได้เป็นอย่างดีทีเดียว-------------------------------------------------เรียบเรียงข้อมูล : นางสาวเมริกา สงวนวงษ์-------------------------------------------------อ้างอิง : - คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ.๒๕๔๒.วัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญา จังหวัดนครพนม.กรุงเทพฯ:คุรุสภาลาดพร้าว. - ชวลิต อธิปัตยกุล.สิมญวน ในอีสาน.อุดรธานี:เต้า-โล้,๒๕๕๘. - โรงเรียนสุนทรวิจิตร( https://data.bopp-obec.info)