ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 50,524 รายการ
วันเสาร์ที่ ๗ มกราคม ๒๕๖๖ เวลา ๐๘.๐๐ น. นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหารกรมศิลปากร วางพวงมาลาถวายราชสักการะ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ พระบวรราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว บริเวณโรงละครแห่งชาติ โดยมีข้าราชการ เหล่าทัพ หน่วยงานต่างๆ และประชาชนเข้าร่วมในพิธี
กรมศิลปากร ร่วมกับชมรมกองทุนพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว จัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว (๗ มกราคม) เป็นประจำทุกปี โดยจัดพิธีถวายราชสักการะและพิธีบวงสรวงถวายเครื่องสักการะสังเวย ณ พระบวรราชานุสาวรีย์ฯ โรงละครแห่งชาติ และบำเพ็ญกุศลถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร นอกจากนี้ สำนักการสังคีต กรมศิลปากร ได้จัดการบรรเลงปี่พาทย์เสภา ณ บริเวณลานหน้าพระบวรราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว โรงละครแห่งชาติ เพื่อถวายกตเวทิตาคุณ น้อมรำลึกถึงพระเกียรติคุณและพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระคุณูปการอย่างอเนกอนันต์ต่อบ้านเมืองและศิลปวัฒนธรรมของชาติ
พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ และสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี พระราชสมภพ ณ พระราชวังเดิม เมื่อวันที่ ๔ กันยายน พ.ศ.๒๓๕๑ ทรงเป็นสมเด็จพระอนุชาธิราช ร่วมพระอุทรกับพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ หลังจากพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เฉลิมพระยศบวรราชาภิเษกเป็นสมเด็จกรมพระราชวังบวรสถานมงคล หรือที่ออกพระนามกันว่า "วังหน้า" มีพระเกียรติยศเสมอด้วยพระเจ้าแผ่นดิน พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระปรีชาสามารถในศิลปศาสตร์หลายสาขา ทั้งการช่าง การปกครอง การทหาร และศิลปกรรม โดยทรงดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารเรือเป็นพระองค์แรก นอกจากนี้ ทรงโปรดทางศิลปะ ทั้งดนตรี กวี และนาฏศิลป์ ทรงริเริ่มประดิษฐ์ระนาดทุ้มเหล็กขึ้น โดยมีการจัดเล่นประกอบกับระนาดแบบเดิม รวมเป็นเครื่องดนตรี ๔ ชนิด เรียกว่า "ปี่พาทย์เครื่องใหญ่" เบื้องปลายพระชนม์ชีพ พระองค์ประทับ ณ พระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์ พระราชวังบวรสถานมงคล (ปัจจุบันอยู่ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร) จนกระทั่งเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ ๗ มกราคม พ.ศ.๒๔๐๘
สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฺฐาน) ชบ.บ 137/5 เอกสารโบราณ(คัมภีร์ใบลาน)
สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฺฐาน) ชบ.บ 172/7กเอกสารโบราณ(คัมภีร์ใบลาน)
ชื่อผู้แต่ง สมาคมคหเศรษฐศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์.
ชื่อเรื่อง วารสารคหเศรษฐศาสตร์ (ปีที่ ๙ ฉบับที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๐๘)
ครั้งที่พิมพ์ -สถานที่พิมพ์ พระนครสำนักพิมพ์ โรงพิมพ์ไทยสัมพันธ์
ปีที่พิมพ์ ๒๕๐๘
จำนวนหน้า ๕๘ หน้ารายละเอียด
วารสารคหเศรษฐศาสตร์เป็นวารสารที่มีจุดประสงค์ เพื่อเผยแพร่ ให้ความรู้ทางวิชาการต่างๆ สำหรับแม่บ้าน และเพื่อการศึกษาค้นคว้า ของนักเรียน นักศึกษา ซึ่ง ฉบับที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๐๘ ให้ความรู้เกี่ยวกับการกินเพื่อรักษาทรวดทรง การใช้เงิน ปัญหาเกี่ยวกับการปลูกสร้างบ้าน และสิ่งที่แม่บ้านควรศึกษา
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฏฺฐาน) อย.บ. 57/7ประเภทวัดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 20 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 57 ซม.หัวเรื่อง พุทธศาสนาบทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ ได้รับบริจาคมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฏฺฐาน) อย.บ. 10/6ประเภทวัดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 44 หน้า : กว้าง 4.7 ซม. ยาว 53.9 ซม.หัวเรื่อง พุทธศาสนาบทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ ไม้ประกับธรรมดา ได้รับบริจาคมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา
เลขทะเบียน : นพ.บ.503/5ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 52 หน้า ; 4 x 56 ซ.ม. : ล่องรัก ; ไม้ประกับธรรมดาชื่อชุด : มัดที่ 167 (205-215) ผูก 5 (2566)หัวเรื่อง : รามชาตก--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
องค์ความรู้: สำนักหอสมุดแห่งชาติ เรื่อง: นักเรียนจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ไปเยี่ยมหอพระสมุดวชิรญาณ
วันที่ 14 มิถุนายน 2467
สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนสงขลานครินทร์ ทำหนังสือทูลหม่อมเจ้าพูนศรีเกษม คณบดี คณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ได้พานักเรียนจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยไปเยี่ยมชมหอพระสมุดมีศาสตราจารย์ เซเดส์และเจ้าพนักงานหลายท่านได้แสดงบรรยายเรื่องราวต่าง ๆ อันเป็นประโยชน์
จากหลักฐานที่ปรากฏ มีนักเรียนจุฬาฯ เขียนเล่าการเยี่ยมหอพระสมุดไว้อย่างน่าสนใจ ขอคัดมาเฉพาะบางส่วนที่ทำให้เห็นภาพว่าบรรยากาศภายในหอสมุดปิยมหาราชรฦก (อาคารถาวรวัตถุ) เดิมเป็นอย่างไรในอดีต
วันเสาร์ที่ 14 มิถุนายน เวลา 10.00 น. นักเรียนที่เรียนประวัติศาสตร์ได้ขึ้นรถยนต์จากคณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ณ หอวังประทุมวัน (สันนิษฐานว่าคือวังวินด์เซอร์ หรือวังกลางทุ่งบริเวณสนามกีฬาแห่งชาติในปัจจุบัน) ไปยังหอพระสมุด ซึ่งนักเรียนคณะรัฐประศาสนศาสตร์และนักเรียนฝึกหัดครูมาเข้าร่วมด้วยราว 100 คน เมื่อเข้าไปในประตูหอพระสมุดแล้วขึ้นไปทางซ้ายมือจะเห็นป้ายบอก ชื่อห้องแรก “ห้องสมุห์บัญชี” อักษร จ ห้องนี้หมายถึงห้องข้างในเป็นห้องที่อนุญาตให้เที่ยวชมสิ่งของต่าง ๆ และมีหนังสือของหอพระสมุดขายด้วย
ห้อง ฉ ช ซ ฌ ญ ทั้ง 5 ห้องนี้เป็นที่รวบรวมพระไตรปิฎกต่าง ๆ มีหนังสือวินัยและพระสูตรจารลงในใบลานมัดเป็นผูกไว้อย่างเรียบร้อย รวมทั้งตู้ลายรดน้ำก่อนรัตนโกสินทร์
ห้อง ด ต เป็นห้องที่เก็บรูปต่าง ๆ มีตู้สำหรับเก็บแผนที่สยาม ตู้เก็บรูปภาพต่างประเทศทั้งรูปเขียนและรูปถ่าย ตู้สำหรับเก็บรูปพระสงฆ์ ตู้สำหรับเก็บพระรูปและรูปถ่ายของเจ้านายต่าง ๆ
ห้อง ถ มีลายพระราชหัตถเลขา ร.3-6 และลายมือของพระราชาคณะต่าง ๆ มีตู้เก็บหนังสือไทยและฝรั่ง
ห้อง น เป็นเลขานุการซึ่งหน้าที่สั่งการแก่กรรมการหรือเป็นผู้ดูแลกิจการแทนกรรมการ ในห้องนี้มีตู้ใส่หนังสือที่พิมพ์ออกจากหอพระสมุดสำหรับใช้สอบสวนต่าง ๆ (เข้าใจว่าจะหมายถึงคลังพิสูจน์หรือคลังสิ่งพิมพ์ในเวลาต่อมา)
ห้อง บ เป็นห้องพนักงานจัดการพิมพ์ มีหน้าที่โต้ตอบกิจการต่าง ๆ และมีหน้าที่เก็บหนังสือสำรองการพิมพ์หนังสือต่างๆ
ห้อง ป ผ เรียกว่าห้องแผนกสมุดพิมพ์มีตู้บรรจุ หนังสือเป็นเล่มต่าง ๆ หนังสือในห้องนี้แบ่งออกเป็น 2 แผนกคือแผนกพิมพ์ และแผนกเขียน
ห้อง ฝ พ ฟ เป็นห้องที่รวบรวมหนังสือที่เขียนด้วยสมุดไทย
ห้อง ภ เป็นห้องที่รวบรวมหนังสือที่เขียนใบลานและสมุดไทยวรรณคดีเรื่องต่าง ๆ ตามระเบียงมีหนังสือที่นำมาจากห้องข้างในสำหรับให้มหาชนมองเห็นโดยง่าย มีตำราเขียนเป็นรูปภาพว่าด้วย ช้าง ม้า และฟ้อนรำเป็นต้น มีหีบสำหรับใส่พระธรรมต่าง ๆ มีศิลาจารึกภาษาสันสกฤตและไทยโบราณ
เบื้องขวาทางประตูทางเข้าหอสมุด มีห้องอ่านหนังสือสำหรับประชาชน ห้องบรรณารักษ์ ห้องผู้ช่วยบรรณารักษ์ ห้องอ่านหนังสือพิมพ์รายเดือน รายวันทั้งไทยและเทศ
เมื่อชมสิ่งต่าง ๆ ทั่วถึงแล้ว เวลา 12.45 น. นักเรียนวิชาประวัติศาสตร์ได้อำลาท่านศาสตราจารย์ เซเดส์ขึ้นรถยนต์กลับจุฬาฯ
น่าสังเกตว่าช่วงนั้น ยังไม่มีการใช้คำว่า “นิสิต” “นักศึกษา” สำหรับผู้ที่ศึกษาระดับมหาวิทยาลัย และคณะวิทยาศาสตร์แยกออกมาจาก “คณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์” ภายหลัง
ปีนี้ ปีพุทธศักราช 2566 ครบรอบ 99 ปี การเยือนหอพระสมุดครั้งแรกของมหาวิทยาลัยแห่งแรกของสยาม จากบันทึกดังกล่าวทำให้เห็นประโยชน์ของการเยี่ยมชมหอพระสมุด ไม่ใช่แต่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเท่านั้นที่มาเยี่ยมชมหอสมุดแห่งชาติ หลายสถาบัน โรงเรียนหรือองค์กรต่าง ๆ นั้นมาเยี่ยมชมต่อเนื่องมาถึงทุกวันนี้
*ภาพไม่เกี่ยวกับเนื้อหาของเรื่อง แต่ต้องการให้เห็นบรรยากาศภายในหอพระสมุดในช่วงเวลาดังกล่าว
--------------------------------------------------------
ข้อมูลอ้างอิง :
กัณฐิกา ศรีอุดม. “รัชกาลที่ 6 กับหอพระสมุดสำหรับพระนคร: ศึกษาผ่านงานเขียนของบุคคลร่วมสมัย.” วารสารประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. 43 (สิงหาคม 2561 - กรกฎาคม 2562): 2-17.
หอพระสมุดวชิรญาณสำหรับพระนคร. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, 2543.
ศธ.10/91 นักเรียนมหาวิทยาลัยไปดูหอพระสมุดสำหรับพระนคร
สบ.14.8 /298 บทความเรื่อง “การไปเยี่ยมหอพระสมุดสำหรับพระนคร” คัดจาก”มหาวิทยาลัย” รายเดือน จัดทำโดยคณะนักเรียนในจุฬาฯ เล่ม 2 ตอนที่ 5 พ.ศ.2467 หน้า 388-400
ที่มาภาพ :
หอจดหมายเหตุแห่งชาติ
ภ 002 หวญ 41/4 ห้องอ่านหนังสือ แผนกต่างประเทศของหอพระสมุด
รฟท 31/1 ระเบียงตึกแดง
ผู้เรียบเรียง: นายบารมี สมาธิปัญญา นักวิชาการเผยแพร่ สำนักหอสมุดแห่งชาติ
กราฟิก: นายชลิต ปรีชากุล นายช่างศิลปกรรม สำนักหอสมุดแห่งชาติ
วันพุธที่ ๑๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ เวลา ๑๐.๐๐ น. นางปริญญา สุขใหญ่ หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ และนายนพรัศม์ เมธีวราธนานันท์ ภัณฑารักษ์ปฏิบัติการ ได้รับประสานว่ามีการขุดพบโบราณวัตถุในพื้นที่บริเวณโนนยาง บ้านโนนขวาว ต.น้ำเขียว อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ จึงเดินทางไปตรวจสอบซึ่งเป็นแท่นหินบด และลูกหินบด และตรวจสอบบริเวณที่ขุดพบเป็นพื้นที่ทำนาอยู่ห่างจากหมู่บ้านโนนขวาวประมาณ ๕๐๐ เมตร พร้อมรับมอบโบราณวัตถุดังกล่าวมาเก็บรักษาเพื่อศึกษาต่อไป