ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 52,547 รายการ


         สำนักการสังคีต กรมศิลปากร ขอเชิญชมการบรรเลง - ขับร้องวงดุริยางค์สากล “ลมหวน ชวนคิดถึง เพลงวันวาน” เนื่องในโครงการแสดงดนตรีสำหรับประชาชน ณ สังคีตศาลา ปีที่ ๖๙ “สังคีตสุนทรีย์ถวายพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2569 เวลา 17.30 น. ณ สังคีตศาลา บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร บรรเลงและขับร้องโดย วงดุริยางค์สากล กรมศิลปากร อำนวยเพลงโดย ธนู รักษาราษฎร์ ผู้อำนวยการกลุ่มดุริยางค์สากล อำนวยการแสดงโดย ศิริพงษ์ ทวีทรัพย์ ผู้อำนวยการสำนักการสังคีต สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม (วันและเวลาราชการ) โทร. 0 2221 6532, 0 2224 1342         ทั้งนี้ รายการดนตรีสำหรับประชาชน ณ สังคีตศาลา เป็นรายการแสดงด้านศิลปวัฒนธรรม ที่สำนักการสังคีต กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อนำเสนอการบรรเลง ขับร้อง และการแสดงที่หลากหลาย ซึ่งล้วนแสดงออกถึงเอกลักษณ์ที่มีคุณค่าอันควรแก่การอนุรักษ์ไว้เป็นมรดกของชาติ สำหรับปีนี้ กำหนดจัดการแสดงทุกวันอาทิตย์ รวม 6 ครั้ง ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ถึงวันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม 2569 เวลา 17.30 น. - 19.30 น. โดยมีรายการแสดงโขน การแสดงละคร การแสดงวิพิธทัศนา การบรรเลงและขับร้องดนตรีไทย การบรรเลงและขับร้องดนตรีสากล สลับสับเปลี่ยนกันไปทุกอาทิตย์          ขอเชิญผู้สนใจชมการแสดงรายการ “สังคีตสุนทรีย์ถวายพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ณ สังคีตศาลา บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ค่าเข้าชมการแสดงคนละ 20 บาท (จำหน่ายบัตรหน้างานก่อนการแสดง 1 ชั่วโมง) นำส่งเป็นเงินรายได้แผ่นดิน เพื่อร่วมกันอนุรักษ์สืบสานศิลปวัฒนธรรมด้านนาฏดุริยางคศิลป์ของชาติ ให้คงอยู่และแพร่หลายอย่างกว้างขวางสืบไป    


องค์ความรู้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง ประจำเดือนมกราคม ๒๕๖๙เรื่อง : พระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะอยุธยาตอนต้น แบบอู่ทองรุ่นที่ ๒ พบจากวัดมหาธาตุ เมืองโบราณสุโขทัย


รายงานการสำรวจทางโบราณคดีแหล่งโบราณคดีโนนตาเถร บ้านลำเชิงไกร ตำบลโคกสูง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมาโดย นายสมเดช ลีลามโนธรรมกลุ่มโบราณคดีสำนักศิลปากรที่ 12 นครราชสีมากรมศิลปากร ปีงบประมาณ 2558


การสรงน้ำพระพุทธรูป ถือเป็นประเพณีอันศักดิ์สิทธิ์ในช่วงเทศกาล "วันสงกรานต์" ซึ่งเปรียบเสมือนวาระแห่งการเริ่มต้นปีใหม่ไทย พุทธศาสนิกชนส่วนใหญ่นิยมเข้าวัดสรงน้ำพระเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว พร้อมทั้งทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษผู้ล่วงลับ และรดน้ำดำหัวขอพรผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ ​ประเพณีนี้ไม่เพียงแต่เป็นการทำนุบำรุงศาสนา แต่ยังเป็นกุศโลบายที่ช่วยสร้างความรัก ความอบอุ่น และความสมัครสมานสามัคคีให้เกิดขึ้นภายในครอบครัว ตลอดจนส่งผลดีต่อสังคมและประเทศชาติให้ร่มเย็นเป็นสุขสืบไป ​ภาพประกอบ: จิตรกรรมฝาผนัง วัดยางทวง อ.บรบือ จ.มหาสารคาม


"ความสำคัญของลูกปัดในอดีต" ทำไมเราต้องรักษาลูกปัดโบราณเอาไว้ ?       ลูกปัดโบราณทุกเม็ดคือ "เอกสารทางประวัติศาสตร์" ที่สูญหายไปแล้วหาคืนไม่ได้ เมื่อลูกปัดเม็ดหนึ่งถูกนำออกจากแหล่งขุดค้นโดยไม่ผ่านการศึกษาอย่างถูกต้อง ข้อมูลทั้งหมดที่ลูกปัดบรรจุไว้ก็หายไปพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นลูกปัดถูกฝังอยู่ใกล้กับอะไร บอกเล่าเรื่องราวของชุมชนอะไร หรือแม้แต่เชื่อมโยงกับเส้นทางการค้าสายใด       แหล่งโบราณคดีเขาสามแก้วและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติชุมพรจึงมีความสำคัญมาก เพราะเป็นสถานที่ที่เก็บรักษาและถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านี้ให้คนรุ่นปัจจุบันและอนาคตได้รับรู้ ลูกปัดที่วางอยู่ในตู้กระจกของพิพิธภัณฑ์นั้นไม่ใช่แค่ "ของเก่า" แต่คือตัวแทนของยุคสมัยที่ชุมพรเคยเป็นส่วนหนึ่งของโลกที่เชื่อมถึงกันจากอินเดียไปจนถึงจีน จากโรมันโบราณจนถึงทะเลจีนใต้ และนั่นคือมรดกอันล้ำค่าที่พวกเราทุกคนควรภาคภูมิใจและช่วยกันดูแลรักษาไว้       นอกจากนี้ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชุมพร ได้จัดนิทรรศการพิเศษ  เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย ปี ๒๕๖๙ เรื่อง “แหล่งโบราณคดีเขาเสก” จัดแสดงโบราณวัตถุที่พบจากแหล่งโบราณคดีเขาเสก อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร โดยเปิดให้เข้าชมตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๙ และสามารถเข้าชมทุกวันพุธ-วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา ๐๙.๐๐-๑๖.๐๐ น. สอบถามโทร ๐๗๗-๖๓๐๗๕๘   จัดทำโดย : นางสาวกานต์รวี พัฒนบุรี นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพ สาขาวิชาเอกประวัติศาสตร์ วิชาโทภาษาไทย  คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ อ้างอิง : จันทิมา อำมโภช. (2556). ลูกปัดโบราณ. เข้าถึงเมื่อ 15 พฤษภาคม 2569. เข้าถึงได้จาก https://janthimablog.wordpress.com/category บัญชา พงษ์พานิช และสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (2562). สุวรรณภูมิ ภูมิอารยธรรมเชื่อมโยงโลก. กรุงเทพ:บริษัท ศิริวัฒนา อินเตอร์พริ้นท์ จำกัด(มหาชน).  พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชุมพร. (2548). ลูกปัด:เครื่องประดับที่ไม่เคยเสื่อมความนิยม. เข้าถึงเมื่อ 14 พฤษภาคม 2569. เข้าถึงได้จาก https://www.gotoknow.org/posts/5718



        พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มหาวีรวงศ์ จังหวัดนครราขสีมา ขอเชิญเข้าร่วมกิจกรรม พิพิธภัณฑ์พาเดิน ครั้งที่ 9 “ศรัทธานำทาง 9 วัด ตามรอยประวัติศาสตร์ ผ่านเส้นทางแห่งศรัทธา”  วิทยากรโดย คุณไพบูลย์ พฤกษ์พนาเวศ เลขานุการนายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา ในวันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 – 11.00 น.ร่วมออกเดินทางย้อนรอยอดีต เรียนรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และความเชื่อ ผ่านเส้นทางวัดสำคัญภายในเมืองนครราชสีมา         เปิดรับสมัครผู้สนใจทุกเพศ ทุกวัย สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม ฟรี! ไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยสแกน QR Code หรือกดลิงก์ https://forms.gle/87kiCyXxMhZRYSig9 รับจำนวนจำกัดเพียง 20 ท่านเท่านั้น มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานโบราณคดีเมืองนครราชสีมากับนักโบราณคดีตัวจริง เสียงจริง บอกเล่าบทสรุปครั้งสำคัญไปด้วยกัน สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 4424 2958


ชื่อเรื่อง                    วัดมหาธาตุ ชน. ส.48ไข้เนื้อสันนิบาต ประเภทวัสดุ/มีเดีย      สมุดไทยขาวหมวดหมู่                  เวชศาสตร์ลักษณะวัสดุ              154; หน้า : ไม่มีภาพประกอบหัวเรื่อง                    เวชศาสตร์                  ภาษา                       ไทยอักษร                       ไทยบทคัดย่อ/บันทึก         ว่าด้วยยาแก้สันนิบาต เช่น ยาต้มแก้สันนิบาต ยาสิบสองสันนิบาต เป็นต้นประวัติ                      ต้นฉบับจัดเก็บที่ วัดมหาธาตุ ตำบลแพรกศรีราชา อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท




องค์ความรู้ด้านการสำรวจสถาปัตยกรรมเพื่อการอนุรักษ์โบราณสถาน (อาคารเรือนทรงไทย) บทที่ 10-12


ภูมิปัญญาไทยภาคกลาง จัดแสดงภูมิปัญญาไทยพื้นถิ่น สิ่งของเครื่องใช้ในครัวเรือน เช่น เตาเชิงกราน หม้อดินเผา กระจ่า กระบวย ฯลฯ  เครื่องมือเครื่องใช้ในการทำนา เช่น ไถ คราด ฯลฯ  เครื่องประกอบอาชีพเสริม เช่น อุปกรณ์ปั้นหม้อดินเผา เครื่องทอผ้า เครื่องหีบอ้อย ฯลฯ  เครื่องมือในการประมง เช่น ชะนาง สุ่ม ตุ้ม ข้อง กระชัง ฯลฯ และพาหนะในการเดินทาง เช่น เกวียน หรือระแทะ เป็นต้น


พิพิธิภัณฑสถานแห่งชาติเสมือนจริง สตูล : http://www.virtualmuseum.finearts.go.th/satun     พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สตูล ตั้งอยู่ ซอย 5 ถนนสตูลธานี ตำบลพิมาน อำเภอเมือง จังหวัดสตูล ซึ่งได้ปรับปรุงขึ้นมาจากคฤหาสน์กูเด็น ที่สร้างขึ้นโดย พระยาภูมินารถภักดีหรือตนกูบาฮารุดดิน บินกูแม้ะ เจ้าเมืองสตูล ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นอาคารลักษณะสถาปัตยกรรมยุโรปแบบโคโรเนียล สร้างขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว คราวเสด็จปักษ์ใต้ แต่มิได้มาประทับแรม ต่อมาจึงใช้เป็นบ้านพักเจ้าเมืองและศาลาว่าการเมืองสตูล จนกระทั่งในสงครามโลกครั้งที่ 2 ราวปี พุทธศักราช 2484 อาคารหลังนี้ใช้เป็นกองบัญชาการทหารญี่ปุ่น ใช้เป็นศาลากลางจังหวัดสตูล ตั้งแต่ปี พุทธศักราช 2490 - 2506 เป็นที่ว่าการอำเภอเมืองสตูล ในปี พุทธศักราช 2508 - 2509 เป็นอาคารเรียนและใช้เป็นอาคารสำนักงานกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ตามลำดับ     ด้วยความสำคัญทางประวัติศาสตร์และรูปแบบทางสถาปัตยกรรมที่มีความโดดเด่นกรมศิลปากรจึงได้ประกาศขึ้นทะเบียนคฤหาสน์กูเด็นเป็นโบราณสถานแห่งชาติเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2532    กรมศิลปากรได้เริ่มดำเนินการปรับปรุงอาคารโบราณสถานคฤหาสน์กูเด็นขึ้นเพื่อใช้เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติประจำเมืองเป็นแหล่งรวบรวมและจัดแสดงประวัติศาสตร์เมืองตลอดจนขนบธรรมเนียมประเพณีและวิถีชีวิตชาวสตูลซึ่งนโยบายการจัดตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติดังกล่าวมีความสอดคล้องกับความต้องการของจังหวัดสตูลที่มีความประสงค์จะมีศูนย์เก็บรวบรวมอนุรักษ์ จัดแสดง และเผยแพร่มรดกทางศิลปวัฒนธรรมของจังหวัดสตูล    ในระหว่างปี พุทธศักราช 2537 - 2538 กรมศิลปากรโดยหน่วยศิลปากรที่ 9 จึงได้ดำเนินการบูรณะอาคารคฤหาสน์กูเด็น ต่อมาในปีงบประมาณ 2540 - 2543 กรมศิลปากรโดยสำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ 10 สงขลา ได้ดำเนินการจ้างเหมาจัดแสดงนิทรรศการถาวรในอาคารและบูรณะซ่อมแซมอาคารพร้อมทั้งปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบอาคาร และติดตั้งระบบสาธารณูปโภค ระบบปรับอากาศ    สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสตูล เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พุทธศักราช 2543 และได้เปิดให้ประชาชนเข้าชมและบริการด้านการศึกษา เป็นต้นมาและในวันที่ 12 ตุลาคม 2544 อาคารคฤหาสน์กูเด็นได้รับการยกย่องเป็นอาคารอนุรักษ์ดีเด่น ประจำปี 2544 โดย สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์    ลักษณะทางกายภาพ : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สตูล (คฤหาสน์กูเด็น) เป็นอาคาร 2 ชั้น หลังคาทรงปั้นหยา ผังอาคารเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส อาคารชั้นล่างแบ่งออกเป็น 4 ส่วน คือ ระเบียง ห้องโถงกลาง ห้องปีก 2 ข้าง และห้องโถงด้านหลัง มีบันไดขึ้นชั้นบนที่ห้องโถงกลางและโถงหลัง ชั้นบนแบ่งออกเป็น 4 ส่วน คือมุขหน้า ห้องโถงกลาง และห้องปีกสองข้าง ห้องด้านหลังและดาดฟ้า    มีพื้นที่ทั้งหมด 1 ไร่ 3 งาน 15 ตารางวา พื้นที่จัดแสดงทั้งหมด 689.363 ตารางเมตร


เมื่อวันศุกร์ที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ เวลา ๐๙.๐๐ น นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการวัฒนธรรมสัญจร สำหรับคณะทูตานุทูต ครั้งที่ ๙ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร พร้อมกันนี้ นางอมรา ศรีสุชาติ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ บรรยายและนำคณะทูตานุทูตที่เข้าร่วมกิจกรรมทั้ง ๒๒ ประเทศ ชมนิทรรศการ "ประวัติศาสตร์ชาติไทย" ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน   กระทรวงวัฒนธรรมได้ดำเนินโครงการวัฒนธรรมสัญจรสำหรับคณะทูตานุทูต เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์แหล่งมรดกวัฒนธรรมและศิลปวัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมถึงเพื่อนำชมแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมและแหล่งที่มีศักยภาพจะเสนอชื่อบัญชีแหล่งมรดกโลกในอนาคตให้เป็นที่รับรู้ในสังคมโลก ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมได้ดำเนินโครงการมาอย่างต่อเนื่องรวม ๘ ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๙ นำคณะทูตานุทูตสัญจร ไปที่จังหวัดสระแก้ว และจ.บันเตียเมียนเจย กัมพูชา ระหว่างวันที่ ๖ - ๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๘



black ribbon.