ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 52,590 รายการ
ภาพขุดค้นกำแพงเมืองนครศรีธรรมราช บริเวณมุมป้อมฝั่งทิศตะวันตก (ฐานรากมุมกำแพง) โครงอนุรักษ์กำแพงเมืองนครศรีธรรมราช อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ปีงบประมาณ 2548
สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร นำเสนอข้อมูล เรื่อง รูปหล่อโลหะ ช้างเนียมทรงเครื่องคเชนทราภรณ์ เทคนิคการหล่อโลหะ หล่อแบบสูญขี้ผึ้ง (Loss wax) โดยใช้แบบหล่ออนุรักษ์(หล่อดินไทย) ดำเนินการโดย กลุ่มงานเทคโนโลยีการหล่อ กลุ่มประติมากรรม สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมกระบวนการรูปหล่อโลหะ ช้างเนียมทรงเครื่องคเชนทราภรณ์ ได้ทางลิ้งก์ https://datasipmu.finearts.go.th/portfolio/117 ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่อยู่ในระบบศูนย์ข้อมูลงานศิลปกรรม สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร
“ระบบศูนย์ข้อมูลงานศิลปกรรม สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร” เป็นช่องทางเผยแพร่ข้อมูลองค์ความรู้ด้านศิลปกรรมของสำนักช่างสิบหมู่ ผ่านทางเว็บไซต์ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลความรู้ได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งจะมีองค์ความรู้เกี่ยวกับงานศิลปะไทย ในรูปแบบหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-book) อาทิ งานช่างปิดทองประดับกระจก การสร้างลวดลายในงานโลหะ การจัดสร้างหุ่นหลวง การเขียนภาพจิตรกรรมไทย การตอกกระดาษตอกฉลุหนัง การแกะแม่พิมพ์หินสบู่ การประดับมุกแบบญี่ปุ่น ฯลฯ และชมผลงานของสำนักช่างสิบหมู่ได้อีกมากมาย ผู้สนใจสามารถเข้าถึงข้อมูลองค์ความรู้งานด้านศิลปกรรม ของสำนักช่างสิบหมู่ ผ่านทางเว็บไซต์ https://datasipmu.finearts.go.th
"5 พิกัดแหล่งประวัติศาสตร์และโบราณสถานร่มรื่น เที่ยวคลายร้อน ฟีลเย็นสบาย กลางธรรมชาติ"
ในช่วงอากาศร้อนจัดของภาคใต้ ไม่ได้มีแค่ทะเลให้คลายร้อนเท่านั้น “โบราณสถาน” หลายแห่งก็ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่ร่มเย็น ทั้งถ้ำ น้ำตก และผาหินปูน ที่ให้ทั้งความรู้ทางประวัติศาสตร์และความสดชื่นไปพร้อมกัน
ใกล้ที่ไหน ไปที่นั่น! มาเปลี่ยนบรรยากาศหน้าร้อนให้สดชื่นด้วยกลิ่นอายประวัติศาสตร์กันค่ะ
เรื่อง/ภาพ: นางสาวโสมสินี สุขเกษม นักวิชาการวัฒนธรรม
กลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช
#องค์ความรู้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่ไขรหัสล้านนา : ศิลาจารึกเวียงกุมกาม-----------------------------------------------โดย นายธรรมรักษ์ ดารารัตน์นักศึกษาฝึกประสบการณ์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
กรมศิลปากร พาไปเรียนรู้เรื่องราวของมรดกความทรงจำของโลก การอนุรักษ์เอกสาร และบันทึกทางประวัติศาสตร์ หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นข้อความ ภาพ เสียง บันทึก หรือสื่อสิ่งพิมพ์ สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ และสำนักหอสมุดแห่งชาติ โดยกรมศิลปากรมีกระบวนการทำงานอย่างไร ในการอนุรักษ์มรดกความทรงจำของโลกเหล่านี้ ร่วมรับชมพร้อมกัน กับรายการไขความรู้จากครูกรมศิลป์ ในตอน “เอกสารความทรงจำของโลก” โดยวิทยากร นางสาวบุบผา ชูชาติ ผู้อำนวยการสำนักหอสมุดแห่งชาติ นางพัชรินทร์ ลั้งแท้กุล นักจดหมายเหตุชำนาญการพิเศษ ผู้อำนวยการกลุ่มเอกสารจดหมายเหตุและบริการ สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ นายจุง ดิบประโคน นักภาษาโบราณชำนาญการพิเศษ ผู้อำนวยการกลุ่มหนังสือตัวเขียนและจารึก สำนักหอสมุดแห่งชาติ และดำเนินรายการโดย นายสิทธิพร บุปผา นักวิชาการเผยแพร่ กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ในวันพฤหัสบดีที่ ๑๖ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ เวลา ๑๙.๐๐ – ๑๙.๔๕ น. ผ่านช่องทาง Facebook: กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม https://www.facebook.com/FineArtsDept และ Facebook: กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร https://www.facebook.com/prfinearts
ทั้งนี้ รายการ “ไขความรู้จากครูกรมศิลป์” มีรูปแบบเนื้อหาของรายการเกี่ยวกับประวัติความเป็นไทย เกร็ดประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับวันสำคัญ ประเพณี วัฒนธรรม วีถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน ผ่านการบอกเล่า ถ่ายทอดความรู้ แนวความคิด เนื้อหาวิชาการ จากประสบการณ์ของผู้บริหาร นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญกรมศิลปากร รวมทั้งข้อมูลข่าวสารกิจกรรมที่น่าสนใจของหน่วยงานในสังกัดกรมศิลปากร กำหนดถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ (Facebook Live) ทุกวันพฤหัสบดีที่ ๑ และ ๓ ของเดือน เวลา ๑๙.๐๐ น. - ๑๙.๔๕ น. ระหว่างเดือนมกราคม - กันยายน ๒๕๖๙
ศิริ บำรุงทรัพย์
(2454 – 2514)
นายศิริ บำรุงทรัพย์ เกิดเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2454 ที่ตำบลบ้านแลง อำเภอเมือง จังหวัดระยอง บิดาชื่อ นายเถียม บำรุงทรัพย์ มารดาชื่อ นางหยิ่ม บำรุงทรัพย์ มีพี่น้อง 6 คน ดังนี้
1. นางกิมหยิ่น อรัญนาถ
2. นายเต่ง บำรุงทรัพย์
3. นายศิริ บำรุงทรัพย์
4. นายจินต์ บำรุงทรัพย์
5. นายส่ง ศิริภักดี
6. นางซ่วน ศรีรัตน์
การศึกษา
เริ่มต้นการศึกษาโดยเข้าเรียนหนังสือที่วัดบ้านแลงกับท่านพระครูประทุมธรรมาภิบาล อดีตเจ้าอาวาส จนอายุได้ 10 ปี จึงได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ มาอยู่กับท่านมหาปิ้ด ที่วัดจักรวรรดิราชาวาส ศึกษาทางพระบาลีจนกระทั่งอายุได้ 15 ปี จึงได้บวชเป็นสามเณร ได้หมั่นศึกษาจนสอบได้เปรียญธรรม 4 ประโยค อายุครบจึงได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ เมื่อ พ.ศ. 2474 จนสอบได้เปรียญธรรม 7 ประโยค และได้ลาสิกขาบท เมื่ออายุได้ 26 ปี
การทำงาน
12 พฤษภาคม พ.ศ. 2480 บรรจุเป็นข้าราชการพลเรือนรัฐพาณิชย์ ชั้นจัตวา
ตำแหน่งพนักงานต่อสาย กองช่างโทรเลข
1 ตุลาคม พ.ศ. 2480 ข้าราชการพลเรือนรัฐพาณิชย์ ชั้นจัตวา
ตำแหน่งเสมียน กองคลังออมสิน
1 เมษายน พ.ศ. 2484 ข้าราชการพลเรือนรัฐพาณิชย์ ชั้นจัตวา ตำแหน่งเสมียน แผนกบัญชีสาขา กองคลังออมสิน
1 มกราคม พ.ศ. 2485 ข้าราชการพลเรือนรัฐพาณิชย์ ชั้นจัตวา ตำแหน่งเสมียน สำนักงานออมสิน สาขาสามเสน
1 เมษายน พ.ศ. 2486 ข้าราชการพลเรือนรัฐพาณิชย์ ชั้นจัตวา ตำแหน่งเสมียน สำนักงานออมสิน สาขาบางกระบือ
1 มกราคม พ.ศ. 2488 ข้าราชการพลเรือนรัฐพาณิชย์ ชั้นตรี ตำแหน่งประจำแผนก แผนกบัญชีสาขา
1 เมษายน พ.ศ. 2490 โอนเป็นพนักงานธนาคารออมสิน ตำแหน่งผู้จัดการ
สาขารอง
1 มิถุนายน พ.ศ. 2491 ดำรงตำแหน่งผู้จัดการธนาคารออมสิน
สาขาสมุทรสงคราม
16 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 ดำรงตำแหน่งผู้จัดการธนาคารออมสิน สาขาระยอง
16 เมษายน พ.ศ. 2500 ดำรงตำแหน่งผู้จัดการธนาคารออมสิน
สาขาจันทบุรี
10 พฤษภาคม พ.ศ. 2504 รักษาการในตำแหน่งผู้จัดการสาขา
ฝ่ายการธนาคารสาขาจันทบุรี อีกตำแหน่งหนึ่ง
9 กันยายน พ.ศ. 2506 ดำรงตำแหน่งผู้จัดการธนาคารออมสิน
สาขาฉะเชิงเทรา และรักษาการในตำแหน่งผู้จัดการ การธนาคารสาขาฉะเชิงเทรา
อีกตำแหน่งหนึ่ง
20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2510 ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยหัวหน้ากอง กองการเงิน
ฝ่ายการธนาคาร
1 มกราคม พ.ศ. 2511 ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยหัวหน้ากอง กองการเงิน
ฝ่ายการธนาคาร จนกระทั่งถึงแก่กรรม
เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2514
เกียรติประวัติและรางวัล/เครื่องราชอิสริยาภรณ์
5 ธันวาคม พ.ศ. 2511 เบญจมาภรณ์มงกุฎไทย
ชีวิตครอบครัว
สมรสกับนางสาววรณี โชติสุทิน เมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2490 มีบุตรและธิดาด้วยกัน 4 คน ดังนี้
1. นายธานินทร์ บำรุงทรัพย์
2. นางสาวมานิดา บำรุงทรัพย์
3. นายชินนะพงษ์ บำรุงทัพย์
4. นางสาวอารีรักษ์ บำรุงรักษ์
การถึงแก่กรรม
นายศิริ บำรุงทรัพย์ มีโรคประจำตัวคือโรคเบาหวาน ซึ่งได้ตรวจรักษาอยู่เป็นประจำ สุขภาพโดยทั่วไปแข็งแรงเป็นปกติดี เพราะได้ออกกำลังกายอยู่เสมอ แต่แล้วโดยที่ไม่ได้มีอาการอะไรส่อแสดงว่าเจ็บไข้ได้ป่วยเลยแม้แต่น้อย ได้เข้านอนเป็นปกติในคืนวันศุกร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2514 แล้วก็ไม่ได้ตื่นขึ้นมาอีกเลย ได้ถึงแก่กรรมอย่างสงบด้วยอาการหัวใจวาย เมื่อเช้ามืดของวันเสาร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2514 รวมอายุได้ 59 ปี
ข้อมูลหนังสืออนุสรณ์งานศพ
บรรณานุกรม
ชุมนุมเรื่องน่ารู้. พระนคร: โรงพิมพ์ชวนพิมพ์, 2514.
รายละเอียดเนื้อหา
รวมเรื่องน่ารู้ของสมชาย พุ่มสะอาด ได้แก่ ประเพณีหล่อพระบรมรูปพระเจ้าแผ่นดิน ประวัติศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับมอญ เบ้งเฮ็กในทัศนะจีนและฝรั่ง ร่มผ้ากาสาวพัสตร์ สงครามยุทธหัตถี ปฐมมหาวิทยาลัย สวนขวา สิ่งอนุสรณ์ในรัชกาลที่ 4 ประวัติเพลงสรรเสริญพระบารมี และประเพณีการไว้ทุกข์
เลขเรียกหนังสือ ห 089.95911 ส239ชศ
สถานที่จัดเก็บ ห้องศิลปากรและหนังสือหายาก หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี
วัสดุ สำริด
แบบศิลปะ ศิลปะเขมรในประเทศไทย แบบบายน
อายุสมัย อายุราวพุทธศตวรรษที่ 17-18
สถานที่พบ พบในเขต อำเภอจตุรพักตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด
พระพุทธรูปปางสมาธินาคปรก พระพักตร์เหลี่ยม พระขนงโก่ง พระนาสิกโด่ง พระโอษฐ์หนา สวมกระบังหน้า สวมมงกุฎทรงกรวยแหลม สวมกุณฑล กรองศอ พาหุรัด ประทับนั่งขัดสมาธิราบบนขนดนาค 3 ชั้น ด้านหลังองค์พระมีพญานาค 7 เศียรแผ่พังพาน องค์พญานาคตกแต่งด้วยลายเกล็ดนาค ด้านหลังปรากฏหางนาค ใต้ฐานกลวง
ตึกถาวรวัตถุ ซึ่งปัจจุบันใช้เป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จัดขึ้นเนื่องในโอกาส 100 ปี แห่งการสวรรคตของพระบามสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 23 ตุลาคม พ.ศ. 2553 เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 5 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์
ตึกถาวรวัตถุ ซึ่งตึกนี้สร้างขึ้นตามพระราชประสงค์ระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงใช้เป็นพระที่นั่งทรงธรรมในการพระเมรุของพระองค์เอง ก่อสร้างแล้วเสร็จในสมัยรัชกาลที่ 6 จากนั้น พระราชทานเป็นที่ตั้งของหอสมุด วชิรญาณสำหรับพระนคร เมื่อถึงสมัยรัชกาลที่ 7 คงให้ใช้เป็นที่เก็บหนังสือตัวพิมพ์ข่าว พระราชทานนามใหม่ว่า หอพระสมุดวชิราวุธ ปัจจุบันเป็นอาคารนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
กำเนิดอาคารถาวรวัตถุ อาคารถาวรวัตถุ หรือตึกแดง ตั้งอยู่ฝั่งทิศตะวันตกของสนามหลวง ด้านหน้าวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นด้วยพระราชประสงค์ 2 ประการ
ประการแรก เพื่อให้เป็นที่เล่าเรียนของพระสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย หลังจากที่ได้โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งมหาธาตุวิทยาลัยขึ้น ณ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ เมื่อวันที่ 8 พ.ย. 2432 แต่ยังขาดสถานที่เรียนอันเหมาะสม จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเสนาสนะสำหรับพระสงฆ์ขึ้น ประการที่สอง ประจวบกับสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จสวรรคตเมื่อปี พ.ศ.2437 โดยพระราชประเพณีจะต้องสร้างพระเมรุมาศขนาดใหญ่ ตามพระเกียรติยศขึ้นที่ท้องสนามหลวง พระองค์มีพระราชดำริว่า เป็นการสิ้นเปลืองพระราชทรัพย์ในการสร้างสิ่งที่ไม่ได้เป็นถาวรวัตถุ เพราะสร้างใช้งานชั่วคราว เสร็จงานแล้วก็รื้อทิ้ง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ เป็นผู้อำนวยการสร้างอาคารตึกถาวรวัตถุขึ้น ณ บริเวณกุฏิสงฆ์วัดมหาธาตุด้านทิศตะวันออก ลักษณะอาคารเป็นยอดปรางค์ 3 ยอด เพื่อเป็นที่อัญเชิญพระบรมศพสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร มาประดิษฐานบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุประทาน เมื่อการบำเพ็ญพระราชกุศลนั้นแล้วจะได้ถวายอาคารนี้ให้เป็นสังฆิกเสนาสนะสำหรับมหาธาตุวิทยาลัยต่อไป แต่การก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จในรัชกาลของพระองค์ (เพราะสวรรคตก่อน) พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างต่อจนเสร็จ แล้วพระราชทานให้เป็นที่ตั้งหอพระสมุดสำหรับพระนคร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดเมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2459 สมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ตึกถาวรวัตถุนั้น ทรงให้ใช้เป็นที่เก็บหนังสือตัวพิมพ์ ทรงพระราชทานนามใหม่ว่า หอพระสมุดวชิรญาณ ต่อมาและเป็นอาคารหอสมุดแห่งชาติ จนกระทั่งได้ย้ายหอสมุดแห่งชาติไปตั้งที่แห่งใหม่ที่ท่าวาสุกรี เมื่อ พ.ศ. 2508 ตึกถาวรวัตถุยังเป็นที่ตั้งสำนักงานราชบัณฑิตยสถานต่อ จนกระทั่งสำนักงานย้ายไปอยู่ในพระบรมมหาราชวัง ตึกนี้ไม่มีการใช้งานอื่นใด กรมศิลปากร สมัยนายเกรียงไกร สัมปัชชลิต เป็นอธิบดี ได้ปรับปรุงเพื่อเป็นที่จัดแสดงนิทรรศการพระราชประวัติ และพระราชกรณียกิจในรัชกาลที่ 5 เมื่อปี พ.ศ. 2552 ซึ่งเป็นที่องค์ยูเนสโกประกาศขึ้นทะเบียนเอกสารในการปฏิรูปประเทศของรัชกาลที่ 5 เป็นมรดกโลก
ภาพนิทรรศการ:
มีเนื้อหาแบ่งออกเป็น 3 ตอน ตอนที่ 1 เรื่องพงศาวดาริอันเป็นมูลเหตุแห่งจดหมายหลวงอุดมสมบัติ กล่าวถึงเหตุการณ์เมื่อครั้งเสียกรุงศรีอยุธยาให้แก่พม่าเมื่อ พ.ศ. 2310 และเกิดเหตุจลาจลวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ตอนที่ 2 เป็นจดหมายหลวงอุดมสมบัติเขียนจดหมายกราบเรียนพระยาศรีพิพัฒน์ (ทัด) กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เมืองไทรบุรียกกำลังมาตีเมืองสงขลาในปีะ พ.ศ. 2381 ตอนที่ 3 พงศาวดารเมืองนครศรีธรรมราชของหลวงอนุสรสิทธิกรรม (บัว ณ นคร) กล่าวถึงเหตุการณ์ตั้งแต่หลวงสิทธินายเวรมหาดเล็ก (หนู) พระปลัดเมืองนครผู้รักษาราชการเมือง ตั้งตัวขึ้นเป็นเจ้านคร และได้ยกกำลังไปตีหัวเมืองต่างๆ ตั้งเป็นชุมนุมเจ้านคร ส่วนท้ายเล่มกล่าวถึงประวัติพระยานคร (น้อย) และจดหมายบอกข่าวราชการจากกรุงเทพฯ ถึงเจ้าพระยานคร (น้อย)