ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 50,845 รายการ



เลขทะเบียน : นพ.บ.182/4ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ :  60 หน้า ; 4 x 54.5 ซ.ม. : ล่องรัก ; ไม้ประกับธรรมดาชื่อชุด : มัดที่ 104 (101-109) ผูก 4 (2565)หัวเรื่อง : แปดหมื่นสี่พันธ์ขันธ์ --เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


มงฺคลตฺถทีปนี (มงฺคลตฺถทีปนี เผด็จมงคลสูตร)  ชบ.บ.88ก/1-5  เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)


เลขทะเบียน : นพ.บ.339/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 64 หน้า ; 4.5 x 56 ซ.ม. : รักทึบ-ล่องรัก-ลานดิบ ; ไม้ประกับธรรมดาชื่อชุด : มัดที่ 133  (359-369) ผูก 1 (2565)หัวเรื่อง : นิพฺพาน สุตฺต (มูลมหานิพพาน)--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


          มหามกุฏราชสันตติวงศ์ ๒๑ กันยายน ๒๓๑๐ วันพระราชสมภพสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี           สมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี มีพระนามเดิมว่า บุญรอด พระราชสมภพเมื่อวันที่ ๒๑ กันยายน ๒๓๑๐ ณ ตำบลอัมพวา เมืองราชบุรี (ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดสมุทรสงคราม) เป็นพระธิดาในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากรมพระศรีสุดารักษ์ (พระพี่นางพระองค์เล็กในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช) กับเจ้าขรัวเงิน แซ่ตัน            ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงสถาปนาเป็นสมเด็จพระเจ้าหลานเธอ เจ้าฟ้าบุญรอด ในเวลาต่อมาได้มีพระราชปฏิพัทธ์ด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร ซึ่งในเวลาได้เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย           สมเด็จเจ้าฟ้าบุญรอด มีพระประสูติกาลพระราชโอรส สามพระองค์ ๑. สมเด็จเจ้าฟ้าชายสิ้นพระชนม์ในวันประสูติ ๒. สมเด็จเจ้าฟ้ามงกุฎ สมมุติเทวาวงศ์ พงศ์อิศรกษัตริย์ ขัตติยราชกุมาร เป็นพระราชโอรสชั้นเจ้าฟ้าในรัชกาลที่ ๒ ต่อมา เสวยราชเป็นพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฏวิทยมหาราช ๓. สมเด็จเจ้าฟ้าจุธามณี กรมขุนอิศเรศรังสรรค์ ต่อมารับบวราชาภิเษกเป็นพระบาทสมเด็จพระปวเรนทราเมศร มหิศเรศรังสรรค์ฯ พระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว           ในรัชกาลที่ ๒ แม้จะมิได้โปรดเกล้าฯ สถาปนนาขึ้นเป็นพระอัครมเหสี แต่เป็นที่รู้กันในราชสำนักว่าทรงอยู่ในฐานะดังกล่าว จึงขานพระนามว่า สมเด็จพระพันวษา มาแต่ในรัชกาลนั้นจนตลอดพระชนมายุ            สมเด็จเจ้าฟ้าบุญรอด สวรรคตเมื่อวันเมื่อวันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๓๗๙ ด้วยพระโรคชรา สิริพระชนมายุได๖๙ พรรษา ดังปรากฏในพระราชพงศาวดาร รัชกาลที่ ๓ ความว่า "วันที่ ๑๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๓๘๐ เวลาเช้า ๔ โมง สมเด็จพระพันวัสสาประชวรพระโรคชราสวรรคตในวันนั้น" ส่วนในหนังสือ จดหมายเหตุโหร ฉบับพระยาประมูลธนรักษ์ บันทึกไว้ว่า "ปีวอก จ.ศ. ๑๑๙๘ วันอังคาร ขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๑๑ พันวษานิพพาน เพลาเช้า ๒ โมงเศษ พระชนมายุได้ ๖๙ พรรษา"          เมื่อเจ้าฟ้ามงกุฎ พระราชโอรส เสด็จขึ้นสืบราชสันตติวงศ์เป็น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาพระบรมอัฐิพระบรมราชชนนี ขึ้นเป็นกรมสมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์ ในคราวบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๓๙๔ ถึงรัชกาลที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงโปรดให้ออกพระนามเป็น สมเด็จพระศรีสุริเยนทรา บรมราชินี   ภาพ : พระแท่นบรรทมของสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี ในรัชกาลที่ ๒  แท่นเบื้องหน้าพระแท่นบรรทมคือพระแท่นลด จัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร


ชื่อผู้แต่ง              - ชื่อเรื่อง               พระบรมราโชวาท ในรัชการที่ ๕ ครั้งที่พิมพ์           - สถานที่พิมพ์         พระนคร สำนักพิมพ์           โรงพิมพ์รวมมิตรไทย ปีที่พิมพ์              ๒๕๐๕ จำนวนหน้า          ๖๔  หน้า หมายเหตุ            พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ รองอำมาตย์เอกหลวงรักษ์ระเบียบการ (ตาด  ศรีโรจน์)                             พระบรมราโชวาทในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้จัดพิมพ์ในเล่มนี้ เป็นพระบรมราโชวาทซึ่งมีไปพระราชทานพระบรมโอรสาธิราชขณะประทับศึกษาอยู่ ณ ต่างประเทศ และอีกภาคหนึ่งเป็นพระบรมโชวาท ทรงมีพระราชทานพระเจ้าลูกยาเธอเนื่องในโอกาสเสด็จออกไปศึกษาวิชา ณ ต่างประเทศเมื่อพุทธศักราช ๒๔๒๙ เนื้อความล้วนเป็นคติสอนใจที่เป็นผลได้แก่ผู้อ่านทั่วไป โดยเฉพาะกุลบุตร กุลธิดา ที่กำลังอยู่ในวัยเล่าเรียน






         กกุธภัณฑ์หรือเครื่องราชกกุธภัณฑ์ ตามรูปศัพท์แปลว่า เครื่องใช้สำหรับพระมหากษัตริย์ แต่มีความสำคัญยิ่งเพราะเป็นเครื่องหมายแห่ง ความเป็นพระราชาธิบดี จึงเป็นสิ่งที่จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เครื่องราชกกุธภัณฑ์ประกอบด้วย ฉัตรมงกุฎ พระแสงขรรค์ ธารพระกร วาลวิชนีและฉลองพระบาท การถวายเครื่องราชกกุธภัณฑ์ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเป็นประเพณี          สืบเนื่องมาจากลัทธิพราหมณ์ ที่มีพราหมณ์ (พระมหาราชครู) เป็นผู้กล่าว คำถวายตามคติความเชื่อว่าพระมหากษัตริย์เป็นสมมุติเทพ เครื่องราชกกุธภัณฑ์จึงล้วนเป็นสัญลักษณ์แห่งเทพทั้งสิ้น ดังที่กล่าวใว้ใน          ปัญจราชาภิเษกความว่า          - เศวตฉัตร 6 ชั้น หมายถึง สวรรค์ 6 ชั้น - พระมหามงกุฎ หมายถึง ยอดวิมานของพระอินทร์ - พระขรรค์ หมายถึง พระปัญญาอันจะตัดมลทินถ้อยความไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน - เครื่องประดับผ้ารัดกัมพล หมายถึง เขาคันธมาทน์ ประดับเขาพระสุเมรุราช (ต่อมาใช้วาลวิชนีแทน) - เกือกแก้ว (ฉลองพระบาท) หมายถึงแผ่นดินอันเป็นที่รองรับเขาพระสุเมรุ ราชและเป็นที่อาศัยแก่อาณาประชาราษฎร์ทั้งหลายทั่วแว่นแคว้นขอบ ขัณฑสีมา          ไทยรับคติความเชื่อนี้มาจากเขมรซึ่งรับทอดมาจากอินเดียอีกต่อหนึ่ง ประเพณีการถวายเครื่องราชกกุธภัณฑ์ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของไทย มีปรากฏมาตั้งแต่ครั้งสุโขทัย เครื่องราชกกุธภัณฑ์ที่พระมหาราชครูถวายใน พระราชพิธีบรมราชาภิเษกในสมัยรัตนโกสินทร์ ประกอบด้วย พระมหาเศวตฉัตร พระมหาพิชัยมงกุฎ พระแสงขรรค์ชัยศรี ธารพระกร วาลวิชนี และฉลอง พระบาทเชิงงอน ซึ่งมีประวัติความเป็นมาดังนี้          พระมหาเศวตฉัตรหรือพระนพปฏล มหาเศวตฉัตร เป็นฉัตร 9 ชั้น เป็นเครื่องราชกกุธภัณฑ์ ที่สำคัญยิ่งกว่าราชกกุธภัณฑ์อื่นๆ แต่เดิมในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระมหากษัตริย์ของไทยบางรัชกาลมิได้กล่าวรวมพระมหาเศวตฉัตรเป็นเครื่องราชกกุธภัณฑ์ด้วย เพราะฉัตรเป็นของใหญ่โตมีปักอยู่แล้วเหนือ พระที่นั่งภัทรบิฐ จึงถวายธารพระกรแทน จนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว          พระมหาพิชัยมงกุฎ เป็นราชศิราภรณ์ที่สำคัญในบรรดาเครื่องราชกกุธภัณฑ์ พระมหากษัตริย์จะทรงสวมพระมหาพิชัยมงกุฎในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก          พระแสงขรรค์ชัยศรี เป็นพระแสงราชศัสตราประจำพระองค์พระ มหากษัตริย์ พระแสงขรรค์ชัยศรีเป็นพระแสงราชศัสตราที่สำคัญที่สุดใน พระราชพิธีสำคัญหลายพิธี เช่นพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระราชพิธี ถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา          ธารพระกร ของเดิมทำด้วยไม้ชัยพฤกษ์ปิดทอง ครั้นถึงสมัย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสร้างธารพระกรขึ้นใหม่องค์หนึ่งทำด้วยทองคำ ครั้นต่อมาถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กลับเอาธารพระกรไม้ชัยพฤกษ์ออกมาใช้อีก จึงคงใช้ธารพระกรชัยพฤกษ์อยู่ต่อมา          วาลวิชนี (พัดและแส้) พัดวาลวิชนีทำด้วยใบตาลแต่ปิดทองทั้ง 2 ด้าน ด้ามและเครื่องประกอบทำด้วยทองลงยาส่วนพระแส้ทำด้วยขนจามรีด้ามเป็นแก้ว “วาลวิชนี” เป็นภาษาบาลีแปลว่าเครื่องโบก          ฉลองพระบาทเชิงงอน พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเป็นเครื่องราชกกุธภัณฑ์ตามแบบอินเดียโบราณ----------------------------------------------------เรียบเรียงโดย นายเศรษฐเนตร มั่นใจจริง นักวิชาการวัฒนธรรม อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา





เรื่อง พลังนิทานอ่านก่อนนอน ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์. พลังนิทานอ่านก่อนนอน. กรุงเทพฯ: อมรินทร์คิดส์, 2563. ห้องหนังสือทั่วไป 1 เลขเรียกหนังสือ 649.58 ป421พ นิทานสำหรับเด็กจะมีความเหมาะสมแตกต่างกันไปตามช่วงวัย เป็นเรื่องที่จบในตอน มีภาพประกอบ และเนื้อหาไม่ยาวจนเกินไป อีกทั้งหนังสือภาพหรือหนังสือนิทานยังเป็นตัวช่วยในการตอบคำถามที่เด็กๆ สงสัย ซึ่งพ่อแม่ไม่อาจอธิบายอย่างตรงไปตรงมาได้จึงใช้นิทานเป็นสื่อกลางเพื่อให้เด็กๆ เข้าใจง่ายขึ้น เรียกได้ว่านิทานเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยสอนวิชาชีวิตและทักษะต่างๆ ให้กับลูกน้อยก่อนที่พวกเขาจะออกไปเจอกับโลกกว้าง พลังนิทานอ่านก่อนนอน เล่มนี้ ผู้เขียนพาเราไปพบกับวิธีเลี้ยงลูกที่ง่ายที่สุด นั่นคือ การอ่านนิทานก่อนนอน ซึ่งเป็นกิจกรรมที่แสดงออกถึงความรักและความเอาใจใส่ของพ่อแม่ผู้ปกครองโดยใช้เวลาสั้นๆ เพียง 30 นาทีก่อนเข้านอนแต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นมหาศาล เด็กๆ จะรับรู้ถึงความรักและความอบอุ่นจากพ่อแม่ รวมถึงส่งเสริมให้เกิดพัฒนาการในด้านต่างๆ อาทิ สมอง ภาษา ศิลปะ จินตนาการ และเด็กจะได้รับประโยชน์จากการอ่านนิทานก็ต่อเมื่อพวกเขารู้สึกร่วมไปกับตัวละครและเนื้อเรื่อง ทั้งยิ้ม หัวเราะ ร้องไห้ หรือสะเทือนอารมณ์ ในขณะที่อ่านพ่อแม่ควรชี้ชวนให้ดูภาพประกอบและเมื่ออ่านจบ คำว่า “นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า” จะไม่จำเป็นอีกต่อไป เพราะลูกจะฝึกกระบวนการคิดและเรียนรู้ได้จากการสังเกตภาพประกอบตรงหน้า เป็นอีกหนึ่งทักษะสำคัญที่ได้จากการอ่านนิทาน พ่อแม่หลายคนมักกังวลใจที่จะเลือกอ่านนิทานที่มีเนื้อหารุนแรงให้ลูกฟัง โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับการโกหกและลักขโมย จนลืมไปว่าเด็กในวัยนี้จะยังไม่มีความคิดเกี่ยวกับการขโมยและโกหก เพราะพวกเขาเพิ่งจะลืมตาดูโลกได้เพียง 2-3 ปีเท่านั้น ในทางกลับกันถือเป็นโอกาสดีที่จะได้สอนในแง่มุมใหม่ๆ ของชีวิต ที่มีทั้งด้านดีและด้านมืด ภายในเล่มผู้เขียนยังได้แนะนำนิทานที่เหมาะสำหรับอ่านก่อนนอนไว้จำนวนหนึ่งโดยแบ่งหมวดหมู่ตามความสนุกสนาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่มีความพิศวง หักมุมชวนลุ้น เรื่องที่สร้างสายใยผูกพันในครอบครัว บางเรื่องใช้สีสันฉูดฉาดเพื่อกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้และจินตนาการ เนื้อเรื่องที่สร้างแรงบันดาลใจให้อยากเป็นเด็กดี และเรื่องเกี่ยวกับการผจญภัยในสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน ชวนให้รู้สึกตื่นเต้นและเอาใจช่วยไปกับตัวละคร ผู้สนใจสามารถหาอ่านได้ที่หอสมุดแห่งชาติชลบุรี (วันอังคาร – วันเสาร์ เวลา 09.00 - 17.00 น.)


          นายสถาพร เที่ยงธรรม รองอธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ฝนตกหนักทั่วประเทศจึงได้สั่งการให้สำนักศิลปากรทั่วประเทศ เตรียมความพร้อมรับมือผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับโบราณสถาน และรายงานสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยสำนักศิลปากรที่ ๓ พระนครศรีอยุธยา ได้รายงานสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่เมื่อวันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๖๕ ว่าจากอิทธิพลของพายุโนรูทำให้เกิดฝนตกหนัก เขื่อนเจ้าพระยาและเขื่อนป่าสักระบายน้ำในปริมาณสูงขึ้นจนทำให้ในสัปดาห์ที่ผ่านมาระดับน้ำในแม่น้ำบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาสูงขึ้นมากกว่า ๑ เมตร และทางกรมชลประทานยังแจ้งเตือนว่าระดับน้ำในแม่น้ำบริเวณพื้นที่อุทยานฯ จะสูงขึ้นอีกประมาณ ๓๐ - ๖๐ เซนติเมตร จึงเตรียมการรับมือดังนี้           ๑. ในพื้นที่เกาะเมืองขณะนี้ทางเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยาได้ทำคันป้องกันน้ำ ซึ่งจะสามารถ ป้องกันโบราณสถานในเกาะเมืองได้เกือบทั้งหมด จะมีเพียงป้อมเพชรและรหัสวิดน้ำในพระราชวังโบราณเท่านั้นที่ถูกน้ำท่วม           ๒. พื้นที่นอกเกาะเมือง            - วัดไชยวัฒนารามระดับน้ำต่ำกว่าแผงกันน้ำ ๓๕ เซนติเมตร อุทยานฯ จึงได้ทำการต่อแผงกันน้ำและเสริมกระสอบทรายบนกำแพงด้านทิศใต้ของวัดซึ่งจะสามารถป้องกันน้ำได้เพิ่มอีก ๔๐ เซนติเมตร รวมแล้วสามารถป้องกันน้ำได้อีก ๗๕ เซนติเมตร ซึ่งจะสามารถป้องกันน้ำได้มากกว่าระดับน้ำท่วมสูงสุดใน พ.ศ.๒๕๕๔            - วัดธรรมาราม ระดับน้ำต่ำกว่าแผงกันน้ำ ๓๐ เซนติเมตร อุทยานฯ จึงทำการเสริมกระสอบทรายบนแผงกันน้ำซึ่งจะสามารถป้องกันน้ำได้เพิ่มอีก ๓๐ เซนติเมตร รวมแล้วสามารถป้องกันน้ำได้อีก ๖๐ เซนติเมตร ซึ่งจะสามารถป้องกันน้ำได้เท่ากับระดับน้ำท่วมสูงสุดใน พ.ศ. ๒๕๕๔           - โบราณสถานสำคัญอื่นๆ โดยเฉพาะโบราณสถานที่เป็นวัดที่มีพระสงฆ์จำพรรษาและวัดที่อยู่กลาง ชุมชม อุทยานฯ ได้ประสานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการป้องกันน้ำท่วมไว้แล้ว ซึ่งจะมีการเสริมความสูงของแนวป้องกันน้ำตามระดับน้ำที่สูงขึ้น           ๓. ขณะนี้ภายในพื้นที่อุทยานฯ มีโบราณสถานที่ได้ถูกน้ำท่วมแล้วกว่า ๔๐ แห่ง ส่วนใหญ่อยู่นอกเกาะเมืองด้านที่เหนือซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ แต่โบราณสถานเหล่านั้นส่วนใหญ่จะได้รับการบูรณะเสริมความมั่นคงแล้ว ซึ่งจะไม่ได้รับความเสียหายมาก ส่วนโบราณสถานที่ยังไม่ได้มีการบูรณะเสริมความมั่นคง อุทยานฯ ได้มีการตั้งนั่งร้านค้ำยันเสริมความมั่นคงไว้แล้ว            ทั้งนี้ ได้เตรียมความพร้อมสูงสุดในการรับมือ โดยในพื้นที่เกาะเมืองได้ประสานกับทางเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยาทำคันดินป้องกันน้ำเข้าเกาะเมือง ซึ่งจะสามารถป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับโบราณสถานได้เกือบทั้งหมด ส่วนพื้นที่นอกเกาะเมือง ในส่วนของวัดไชยวัฒนารามและวัดธรรมาราม ได้เสริมแนวป้องกันให้สามารถรับน้ำได้มากกว่าระดับน้ำท่วมใน พ.ศ. ๒๕๕๔ ส่วนโบราณสถานอื่นๆ ได้ประสานความร่วมมือกับทางวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการป้องกันโบราณสถานแล้ว


เมื่อวันที่ ๒๓ มิถุนายน หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ สงขลา ได้นำเสนอนิราศท้องถิ่นจังหวัดสงขลา ๒ เรื่อง คือ นิราศเทพาและนิราศทุ่งหวัง ซึ่งประพันธ์โดยคุณกระจ่าง แสงจันทร์ สำหรับวันนี้หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ สงขลา ขอนำเสนอนิราศท้องถิ่นเพิ่มเติมอีก ๑ เรื่อง คือ นิราศเรือนจำหรือนิราศชื่น (ฉบับดั้งเดิม) ซึ่งประพันธ์โดยนายชื่อ เกื้ออสกุล ชาวอำเภอเกาะพะงัน รวบรวมและเรียบเรียงโดย กวี รังสิวรารักษ์ พิมพ์ครั้งที่ ๑ พ.ศ. ๒๕๔๔นิราศเรือนจำ แต่งโดยคุณชื่น เกื้อสกุล ประมาณปี พ.ศ. ๒๔๘๐ บันทึกเรื่องราวของครอบครัวที่มีการทะเลาะวิวาทจนเป็นเหตุให้เกิดการทำร้ายร่างกาย จึงต้องเดินทางจากเกาะพะงันเพื่อไปรับฟังการตัดสินคดีและรับโทษที่เรือนจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี และถูกส่งไปเรือนจำชั่วคราวเขาประสงค์ อำเภอท่าชนะ เพื่อก่อสร้างทางรถไฟในเวลาต่อมาความสำคัญของนิราศเรือนจำคือ เป็นนิราศที่แต่งขึ้นโดยประชาชนทั่วไป ที่ผ่านระบบการศึกษาด้วยการบวชเรียน และศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมด้วยตนเองการประพันธ์มีความไพเราะตามแบบฉบับของกลอนนิราศ ภาษาที่ใช้มีความใกล้เคียงกับปัจจุบันผสมกับภาษาถิ่นภาคใต้ หากอ่านด้วยสำเนียงจัตวาชาวเกาะพะงันหรือสำเนียงใต้ทั่วไปก็สามารถทำได้ ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งฟังการขับกลอนหน้าโรงหนังตะลุง มโนราห์นิราศเรือนจำไม่ได้เพียงบันทึกเรื่องราวการเดินทางจากเกาะพะงันมายังเรือนจำจังหวัดสุราษฎร์ธานีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่อีกนัยหนึ่งนิราศเรือนจำคือบันทึกเรื่องราวการเดินทางของชีวิตคน ๆ หนึ่งที่พลิกผันจากหัวหน้าครอบครัว สู่การเป็นผู้ต้องขังในเรือนจำภายในเวลาเพียงไม่กี่วันหอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ สงขลา ขอยกตัวอย่างบางช่วงบางตอนมานำเสนอให้ท่านลองอ่าน


black ribbon.