ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 49,735 รายการ
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฏฺฐาน)อย.บ. 132/5ประเภทวัสดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 30 หน้า กว้าง 4.3 ซม. ยาว 53.7 ซม.หัวเรื่อง พระอภิธรรมปิฎก พระกถาวัตถุบทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับล่องชาด ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก จ.พระนครศรีอยุธยา
เลขทะเบียน : นพ.บ.656/6ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 82 หน้า ; 5 x 57 ซ.ม. : ลานดิบ- ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 210 (135-141) ผูก 6 (2568)หัวเรื่อง : สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
ชื่อแบบฉบับ : มหานิพฺพานสุตฺต (ผูก 5)
ชื่อเรื่อง : มหานิพพานสูตร (ผูก 5)
เลขทะเบียน : ชม.บ.736/5
ผู้แต่ง : พระมหาขนานจิตตสรปัญญา ผู้สร้าง : สาธุเจ้ามโหสถ ปีที่สร้าง : จ.ศ.1078 (พ.ศ. 2259)
จำนวน : 1 คัมภีร์ 7 ผูก (หอสมุดแห่งชาติฯ เชียงใหม่ มีผูก 1, 5, 7, 9-10, 12, 14)
จำนวนบรรทัด : 5 บรรทัด จำนวนหน้า : 36 หน้า
อักษร : ธรรมล้านนา ภาษา : บาลี-ไทยล้านนา เส้น : จาร
ฉบับ : ล่องชาด ไม้ประกับ : ไม่มี ประเภทเอกสารโบราณ : คัมภีร์ใบลาน
ประวัติ : พระมหาขนานจิตตสรปัญญา, สาธุเจ้ามโหสถ สร้าง จ.ศ.1078 (พ.ศ.2259) ได้มาจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 24 กรกฏาคม 2531
โครงการ : พัฒนาระบบบริการห้องสมุดดิจิทัล หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ ปี พ.ศ. 2568
ชื่อแบบฉบับ : ตำรายา (ผูก 1ง)
ชื่อเรื่อง : ตำรายาแก้เลือด, ลม, ฝี เป็นต้น (ผูก 1ง)
เลขทะเบียน : ชม.บ.3917/1ง
ผู้แต่ง : ไม่ปรากฏ ผู้สร้าง : ไม่ปรากฏ ปีที่สร้าง : ไม่ปรากฏ
จำนวน : 1 คัมภีร์ 10 ผูก (หอสมุดแห่งชาติฯ เชียงใหม่ มีผูก 1, 1ก-1ฌ)
จำนวนบรรทัด : 5 บรรทัด จำนวนหน้า : 76 หน้า
อักษร : ไทย ภาษา : ไทย เส้น : จาร
ฉบับ : ลานดิบ ไม้ประกับ : ไม่มี ประเภทเอกสารโบราณ : คัมภีร์ใบลาน
ประวัติ : ได้มาจากวัดสันผักแค ต.ม่วงคำ อ.พาน จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2531
โครงการ : พัฒนาระบบบริการห้องสมุดดิจิทัล หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ ปี พ.ศ. 2568
ทองทีฆายุ ทองใหญ่, ม.จ. ตำราม้าของเก่ากับตำราลักษณม้า. พระนคร : โรงพิมพ์พระจันทร์, 2475. หนังสือเล่มนี้ บุตรธิดาพิมพ์สนองคุณในการพระราชทานเพลิงศพ พระตำรวจโท พระยาราชมานู (ถั่ว อัศวเสนา) เนื้อหาอธิบายถึงลักษณะม้า ตำราขี่ม้าและวิธีแก้ม้าพยศ วิธีแก้ม้าร้ายดีดขบ การตรวจม้า วิธีวัดม้าว่าด้วยสีม้า เครื่องหมายบนตัวม้า – ขวัญม้า และพรรณม้าต่าง ๆ
ชื่อเรื่อง โบราณคดีหนองราชวัตร 1 : ผลการดำเนินงานทางโบราณคดี ปี 2546ผู้แต่ง สุภมาศ ดวงสกุลประเภทวัสดุ/มีเดีย หนังสือท้องถิ่น / หนังสือกรมศิลปากรISBN/ISSN 978-974-417-053-8หมวดหมู่ ประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์เลขหมู่ 959.373 ส833บสถานที่พิมพ์ สุพรรณบุรีสำนักพิมพ์ สำนักศิลปากรที่ 2 สุพรรณบุรีปีที่พิมพ์ 2552ลักษณะวัสดุ 122 หน้า : ภาพประกอบ, กราฟ, แผนที่ ; 29 ซม.หัวเรื่อง แหล่งโบราณคดีหนองราชวัตร
หม้อสามขา
สุพรรณบุรี -- โบราณสถาน
สุพรรณบุรี -- โบราณวัตถุสถาน
สุพรรณบุรี -- แหล่งโบราณคดี
ภาษา ไทยบทคัดย่อ/บันทึก ผลการดำเนินงานทางโบราณคดี ของแหล่งโบราณคดีหนองราชวัตร จังหวัดสุพรรณบุรี
อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา จัดกิจกรรมสุดพิเศษ "อยุธยานาวา เมืองท่านานาชาติ ร่มพระบารมีสิริยาลัย" พบกับกิจกรรมท่องเที่ยวโบราณสถานยามค่ำคืนที่ปังที่สุดในนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ณ วัดไชยวัฒนาราม วัดพระราม พระราชวังจันทรเกษม และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา กำหนดการจัดกิจกรรมมีดังนี้
ช่วงที่ 1 Soft Opening ตลอดเดือนพฤศจิกายน 2568 (1 - 30 พ.ย. 2568) เปิดเข้าชมโบราณสถานยามค่ำคืนทุกวันศุกร์ - เสาร์ และ อาทิตย์ เวลา 18.30 - 21.00 น. (ชมโบราณสถานได้ถึง 21.30 น.)
ช่วงที่ 2 Grand Opening วันที่ 26 ธันวาคม 2568 ถึง 4 มกราคม 2569 กิจกรรมทางวัฒนธรรมต่อเนื่องตลอด 10 วัน โดยมี Highlight วันที่ 27 ธันวาคม 2568 พิธีเปิด “อยุธยานาวา เมืองท่านานาชาติ” ณ วัดไชยวัฒนาราม และวันที่ 9 มกราคม ถึง 1 กุมภาพันธ์ 2569 กิจกรรมทางวัฒนธรรมทุกค่ำคืนวันศุกร์ - เสาร์ - อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 18.30 - 21.00 น. (ชมโบราณสถานได้ถึง 21.30 น.)
ช่วงที่ 3 Last call ตลอดเดือนกุมภาพันธ์ 2569 (6 - 28 ก.พ. 2569) เปิดเข้าชมโบราณสถานยามค่ำคืนทุกวันศุกร์ - เสาร์ - อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 18.30 - 21.00 น. (ชมโบราณสถานได้ถึง 21.30 น.)
ขอเชิญทุกท่านมารับลมหนาวด้วยกันที่อยุธยา ในงาน "อยุธยานาวา เมืองท่านานาชาติ ร่มพระบารมีสิริยาลัย" สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 3524 2525 Facebook: อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา Ayutthaya Historical Park https://www.facebook.com/AY.HI.PARK
หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า “คนจันท์” หรือ “คนเมืองจันท์” ซึ่งหมายถึงผู้คนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดจันทบุรี แต่เคยสงสัยหรือไม่ว่า คนจันท์มีที่มาอย่างไร และมีรากเหง้าจากกลุ่มชนใดบ้าง รู้หรือไม่ไปกับพี่บรรณนี่สัปดาห์นี้ จึงขอชวนผู้อ่านไปค้นพบเรื่องราวความรู้ที่น่าสนใจเกี่ยวกับ “ชาติพันธุ์ของคนจันทบุรี” เพื่อไปทำความรู้จักคนจันทบุรีที่มีหลากหลากชาติพันธุ์
จังหวัดจันทบุรีเป็นเมืองเก่าแก่ที่มีประวัติยาวนาน ด้วยทำเลที่ตั้งติดทะเล มีภูเขา ป่าไม้ และทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ ทำให้พื้นที่แห่งนี้เป็นทั้งแหล่งตั้งถิ่นฐานและจุดพักของผู้คนหลากหลายเชื้อชาติที่เดินทางเข้ามาค้าขายและตั้งรกราก คนจันท์ในปัจจุบันไม่ได้มีที่มาเพียงเชื้อสายเดียว แต่เกิดจากการผสมผสานของหลายกลุ่มชน ได้แก่
1. ชาวชอง เป็นชนพื้นเมืองเดิมที่อาศัยอยู่ในจังหวัดจันทบุรีและจังหวัดใกล้เคียง มีภาษาพูด และวัฒนธรรมการดำรงชีวิตของตนเอง มีการนับถือผีบรรพบุรุษ ตั้งแต่อดีตชาวชองดำรงชีวิตโดยการพึ่งพิงทรัพยากรจากป่า ทั้งการหาของป่า การปลูกเร่ว กระวาน และเครื่องเทศต่างๆ นับเป็นชาติพันธุ์ที่เก่าแก่และดั้งเดิมที่สุดในจันทบุรี ปัจจุบันชาวจันทบุรีที่มีเชื้อสายชาติพันธุ์ชองส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในเขตอำเภอเขาคิชฌกูฏ อำเภอมะขาม และอำเภอโป่งน้ำร้อน
2. ชาวเขมร เนื่องจากจันทบุรีเคยเป็นชุมชนที่ได้รับอิทธิพลทางศิลปวัฒนธรรมและศาสนาจากเขมร ปัจจุบันมีเขตแดนติดต่อกับประเทศกัมพูชา จึงมีหมู่บ้านชาวเขมรอยู่ตามแนวชายแดนหลายแห่ง เช่น บ้านแหลม บ้านโอลำเจียก และบ้านผักกาดในเขตอำเภอโป่งน้ำร้อน
3. ชาวจีน เมืองต่างๆ ทางแถบชายฝั่งทะเลตะวันออก อยู่ในเส้นทางการค้าทางทะเลระหว่างไทยและจีนมาแต่โบราณ จึงมีชุมชนของชาวจีนในบริเวณนี้เป็นจำนวนมาก เฉพาะที่จันทบุรีมีชุมชนชาวจีนดั้งเดิมอยู่ตามชายฝั่งทะเลหลายแห่งทั้งในเขตอำเภอขลุง แหลมสิงห์ และท่าใหม่ ส่วนใหญ่ทำอาชีพประมงและค้าขายในเขตอำเภอเมืองจันทบุรีมีชุมชนชาวจีนเก่าเป็นชาวจีนฮกเกี้ยน อาศัยอยู่บริเวณริมแม่น้ำจันทบุรี เรียกว่าย่านท่าหลวง ชาวจีนเป็นผู้บุกเบิกกิจการหลายอย่าง เช่น การต่อเรือสำเภา การค้า รวมทั้งเป็นนายอากรเก็บส่วยด้วย
4. ชาวญวน หรือชาวเวียดนามที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในจันทบุรีตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย มีการย้ายที่ตั้งถิ่นฐานหลายครั้ง จนมาตั้งอยู่ในบริเวณปัจจุบัน คือ บริเวณริมแม่น้ำจันทบุรี มีพื้นที่ติดกับย่านท่าหลวงของชุมชนชาวจีน โดยชาวญวนมีโบสถ์คริสต์ (วัดโรมันคาทอลิกในปัจจุบัน) เป็นศูนย์กลางของชุมชนและเป็นศูนย์รวมจิตใจ ส่วนใหญ่ทำอาชีพค้าขาย งานช่างหัตถกรรมและช่างฝีมือ ต่อมาเมื่อชุมชนญวนแถบริมแม่น้ำจันทบุรีไม่สามารถขยายเขตออกไปได้ จึงได้แยกไปตั้งถิ่นฐานอาศัยที่อื่น เช่น อำเภอขลุง อำเภอท่าใหม่ และบ้านท่าแฉลบ
5. ชาวกุหล่า เป็นชนกลุ่มน้อยจากพม่าที่เข้ามาอาศัยอยู่ในจันทบุรีช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 ชาวกุหล่าเรียกตนเองว่า “ไต” แต่คนไทยจะเรียกว่า “ไทยใหญ่” ชาวเขมรจะเรียกชาวต่างชาติที่เข้าไปในเขมรว่า “กาลา” ชื่อกุหล่าก็เรียกตามภาษาเขมร แต่เพี้ยนเสียงเป็น “กุหล่า” ผู้สูงอายุของชาวกุหล่าเล่าให้ฟังว่า พวกเขาอพยพ “มาตามพลอย” โดยเริ่มเข้ามาทำพลอยที่ตำบลบางกะจะ ต่อมาอพยพไปยังบ่อไร่ ข้ามไปถึงบ่อไพลิน บ่อเวฬุ และกลับมาตั้งถิ่นฐานในจันทบุรีช่วงหลัง พ.ศ. 2499
จะเห็นได้ว่า คนจันทบุรีไม่ได้มาจากที่เดียว แต่เกิดจากการหลอมรวมของผู้คนหลายเชื้อชาติ การอยู่ร่วมกันของกลุ่มชนเหล่านี้ ทำให้จันทบุรีมีวัฒนธรรม ภาษา วิถีชีวิตที่หลากหลายและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวผู้อ่านที่สนใจเรื่องชาติพันธุ์จันทบุรี และประวัติศาสตร์ความเป็นมาและการเปลี่ยนแปลงเมืองจันทบุรี สามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากหนังสือ “จันทบุรีศึกษา” เรียบเรียงโดย อรุณ แพทย์โอสถ มีให้บริการที่ห้องจันทบุรี หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี
ข้อมูลอ้างอิงและภาพประกอบ
วัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญาจังหวัดจันทบุรี. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ, 2544.
อรุณ แพทย์โอสถ. จันทบุรีศึกษา (ฉบับเยาวชน) ประวัติศาสตร์ความเป็นมาและการเปลี่ยนแปลงเมืองจันทบุรี. จันทบุรี: สำนักศิลปวัฒนธรรม และพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี, 2562.
บทความจากนิตยสารศิลปากร ปีที่ ๕๔ ฉบับที่ ๒ เดือนมีนาคม - เมษายน ๒๕๕๔ คอลัมน์ถามมา-ตอบไป : ประเภทของการแสดงโขน โดยวันเพ็ญ พรเลิศวดี เนื่องจากมีผู้สนใจทีชอบชมการแสดงโขนของกรมศิลปากร มีข้อสงสัยว่าการแสดงโขนตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีกี่ประเภท อะไรบ้าง ท่านจะได้ทราบคำตอบจากในบทความนี้