ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 51,491 รายการ


ชื่อเรื่อง : ประวัติวัดเทพนิมิต อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา หัวเรื่อง : วัดเทพนิมิตร -- ฉะเชิงเทรา คำค้น : วัดเทพนิมิตร รายละเอียด : พิมพ์เป็นที่ระลึกในงานฉลองครบ 100 ปี 8 เมษายน 2512 ผู้แต่ง : - แหล่งที่มา : หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี สำนักพิมพ์/โรงพิมพ์ : บุญส่งการพิมพ์ ปีที่พิมพ์ : 2512 วันที่เผยแพร่ : 26 มิถุนายน 2568 ผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงาน : - ลิขสิทธิ์ :  - รูปแบบ : PDF. ภาษา : ภาษาไทย ประเภททรัพยากร : หนังสือหายาก ตัวบ่งชี้ : - รายละเอียดเนื้อหา : รวบรวมประวัติวัดเทพนิมิต อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ในคราวฉลองครบ 100 ปีของวัด อีกทั้งยังมีประวัติพระผู้ปกครองวัด รูปที่ 1 จนถึงประวัติเจ้าอาวาส รูปที่ 7 เลขทะเบียน : น. 68 บ. 79224 จบ. (ร) เลขหมู่ :        ห                294.3135                  ป373


อนุมานราชธน, พระยา.  เรื่องพระราชลัญจกรและตราประจำตัวประจำตำแหน่งของ             ศาสตรจารย์พระยาอนุมาน ราชธน.  พิมพ์ครั้งที่ 2.  ธนบุรี: โรงพิมพ์อักษร             เพชรเกษม, 2512. (พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานฌาปนกิจศพ นางสะอาด ภูพณิชย์ ณ             เมรุวัดไตรมิตรวิทยาราม วันที่ 7 กรกฎาคม พุทธศักราช 2512).             พระราชลัญจกร คือตราสำหรับใช้ประทับของพระเจ้าแผ่นดิน ส่วนตราประจำตัวประจำตำแหน่ง เป็นตราเครื่องหมายประจำกระทรวงต่างๆ 


เลขทะเบียน : นพ.บ.655/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 80 หน้า  ; 4 x 50 ซ.ม. : ลานดิบ- ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 210 (135-141) ผูก 1 (2568)หัวเรื่อง : อภิธัมมา--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน : นพ.บ.713/1กห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 24 หน้า ; 5 x 59 ซ.ม. : ชาดทึบ-ลานดิบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 225 (290-302) ผูก 1ก (2568)หัวเรื่อง : สลากชีวิตสูตร--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


ชื่อแบบฉบับ : ตำนานวัดพระแก้วดอนเต้า (ผูก1ค) ชื่อเรื่อง : ตำนานนิทานวัดพระแก้วดอนเต้าเวียงดิน (ผูก 1ค) เลขทะเบียน : ชม.บ.1121/1ค ผู้แต่ง : ไม่ปรากฏ                ผู้สร้าง : นางทิพย์                      ปีที่สร้าง : จ.ศ.1272 (พ.ศ.2453) จำนวน : 1 คัมภีร์  4 ผูก (หอสมุดแห่งชาติฯ เชียงใหม่ มีผูก 1, 1ก-1ค)          จำนวนบรรทัด : 5 บรรทัด     จำนวนหน้า : 22 หน้า อักษร : ธรรมล้านนา             ภาษา : บาลี-ไทยล้านนา               เส้น : จาร ฉบับ : ชาดทึบ-ลานดิบ          ไม้ประกับ : ไม่มี                         ประเภทเอกสารโบราณ : คัมภีร์ใบลาน            ประวัติ : นางทิพย์สร้าง จ.ศ.1272 (พ.ศ.2453) ได้มาจากวัดสันผักแค  ต.ม่วงคำ  อ.พาน จ.เชียงราย  เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2531 โครงการ : พัฒนาระบบบริการห้องสมุดดิจิทัล หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่  ปี พ.ศ. 2568               


         สำนักศิลปากรที่ ๙ อุบลราชธานี จัดสัมมนาทางวิชาการโครงการพัฒนาศักยภาพโบราณสถานภูปราสาท ตำบลสีวิเชียร อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจบริเวณช่องอานม้า เรื่อง “ภูปราสาท มรดก : โบราณคดี ธรรมชาติ และภูมิวัฒนธรรม” ระหว่างวันที่ 20 - 21 สิงหาคม 2568 ณ ห้องประชุม SEC 201 อาคารศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี          การจัดการสัมมนาในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับปราสาท ภูปราสาท หรือโบราณสถานภูปราสาท ตำบลสีวิเชียร อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี แก่นักวิชาการ นักเรียน นักศึกษาและประชาชนผู้สนใจ          ผู้สนใจสามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมฟังการสัมมนาได้ ด้วยการลงทะเบียนออนไลน์ผ่าน URL : https://forms.gle/9yXWF8SkNpWbMMXD8 หรือ QR Code สอบถามเพิ่มเติม โทร. 4531 2845 (ในวันและเวลาราชการ)


เลขทะเบียน  นม.บ.19/5


สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน ไปทรงเปิด “นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร  เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ ครบ ๑๐๐ ปี ๒๐ กันยายน ๒๕๖๘”            วันอังคารที่ ๒๓ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๘ เวลา ๑๔.๓๐ น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ ครบ ๑๐๐ ปี ๒๐ กันยายน ๒๕๖๘ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โดยมีท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร นายฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) นายนิติกร กรัยวิเชียร ผู้อำนวยการโครงการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารและข้าราชการกระทรวงวัฒนธรรม กรมศิลปากร เฝ้าฯ รับเสด็จ          เนื่องในโอกาส ๑๐๐ ปี วันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร วันที่ ๒๐ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๘ มูลนิธิสิริวัฒนภักดี และบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับกรมศิลปากร ได้จัดทำโครงการ “เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ ครบ ๑๐๐ ปี ๒๐ กันยายน ๒๕๖๘” เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ โดยดำเนินการผ่านสื่อ และกิจกรรม ๓ ด้าน ได้แก่ การจัดทำหนังสือ การจัดทำสารคดี และการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ที่ได้รวบรวมพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และพระราชจริยวัตร ตลอด ๒๐ ปีแห่งพระชนม์ชีพ แม้ว่าจะเสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัติตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ทว่าทรงปฏิบัติพระราชภารกิจในฐานะองค์ประมุขของประเทศเพื่อประโยชน์สุขของปวงชนชาวไทย ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านของบริบทสังคมไทยที่เข้าสู่ระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข พระองค์ทรงนำพาประเทศก้าวผ่านความท้าทายและปัญหาที่เกิดขึ้นต่าง ๆ ระหว่างประเทศภายหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ และเหนือสิ่งอื่นใด พระองค์ทรงเป็นศูนย์รวมใจของปวงชนชาวไทยทั้งชาติอย่างแท้จริง           การจัดโครงการดังกล่าว ยังมุ่งเน้นให้เยาวชนรุ่นใหม่ได้ทราบถึงพระเกียรติคุณ พระราชจริยวัตร  และพระราชกรณียกิจสำคัญ ในรัชสมัยของพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นศูนย์รวมใจของปวงชนชาวไทย สมดังพระนาม “อานันทมหิดล” อันมีความหมายว่า “ผู้ทรงเป็นที่รักแห่งแผ่นดิน” โดยกรมศิลปากร ได้เอื้อเฟื้อข้อมูลและพระบรมฉายาลักษณ์ที่หาได้ยาก ตลอดจนอำนวยความสะดวกในการสืบค้นเอกสาร และสื่อสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งจากหอจดหมายเหตุแห่งชาติและหอสมุดแห่งชาติที่ล้วนมีคุณค่าอย่างยิ่งในการทำให้การดำเนินโครงการสมบูรณ์ยิ่งขึ้น           นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ ครบ ๑๐๐ ปี ๒๐ กันยายน ๒๕๖๘ จัดแสดงภาพถ่ายทางประวัติศาสตร์ เอกสารหลักฐานต้นฉบับ สื่อสิ่งพิมพ์ และศิลปวัตถุ ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ในรัชสมัย เพื่อน้อมถวายความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้แด่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ ๘ แห่งราชวงศ์จักรี พระมหากษัตริย์ยุคใหม่ในระบอบประชาธิปไตย ผู้ทรงเป็นดุจแสงสว่างและความหวังของคนไทยทั้งชาติ เสมือนการเดินทางกลับไปสู่ช่วงเวลาสำคัญทางประวัติศาสตร์ เพื่อศึกษาพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และพระราชจริยวัตรของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร ซึ่งแม้จะทรงครองสิริราชสมบัติเป็นเวลาเพียง ๑๒ ปี แต่พระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยนั้น ยังคงปรากฎอยู่บนผืนแผ่นดินไทยตราบจนถึงปัจจุบัน โดยแบ่งการนำเสนอเนื้อหาออกเป็น   ๘ ช่วงระยะเวลา ตลอดพระชนม์ชีพ ได้แก่          ๑. หม่อมเจ้าอานันทมหิดล           ๒. “เจ้านายเล็ก ๆ” ในวังสระปทุม          ๓. สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลง          ๔. ทรงราชย์เพื่อแผ่นดิน          ๕. นิวัตเป็นมิ่งขวัญพระนคร พ.ศ. ๒๔๘๑          ๖. ยุวกษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตย          ๗. ราชาเป็นสง่าแห่งแว่นแคว้น  และ          ๘. ธำรงไว้ในดวงใจแห่งแผ่นดิน         นิทรรศการฯ เปิดให้ประชาชนเข้าชมตั้งแต่วันที่ ๒๔ กันยายน - ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๘ เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. (ปิดวันจันทร์ - วันอังคาร) ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร 



องค์ความรู้: สำนักหอสมุดแห่งชาติ เรื่อง: เรืออากาศตรี สุเทพ วงค์กำแหง ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (เพลงไทยสากล-ขับร้อง) ประจำปีพุทธศักราช 2533 เรียบเรียงข้อมูล นางโสภี เฮงสุดผล บรรณารักษ์ชำนาญการ สำนักหอสมุดแห่งชาติ



#องค์ความรู้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่“พระอดีตพุทธ : หลักฐานจากวัดพระธาตุดอยสุเทพ”พระอดีตพุทธ หมายถึง พระพุทธเจ้าในอดีตที่เสด็จลงมาอุบัติในโลกมนุษย์เพื่อโปรดเวไนยสัตว์ คตินี้เป็นคติที่แพร่หลายอยู่ในศาสนาพุทธนิกายมหายานที่เชื่อว่า โลกนี้มีพระพุทธเจ้าลงมาอุบัติแล้วมากมายประดุจเม็ดทรายในมหาสมุทร โดยมีระยะเวลากำเนิดและสิ้นสุดแตกต่างกัน ต่อมาคติความเชื่อดังกล่าวเข้ามามีอิทธิพลต่อความเชื่อในศาสนาพุทธนิกายหินยาน (เถรวาท) ระบุไว้ในคัมภีร์พุทธวงศ์ โดยเชื่อว่าพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันที่มีนามว่า “พระโคตมพุทธเจ้า” หรือ “พระศากยมุนีพุทธเจ้า” นั้น เป็นพระพุทธเจ้าพระองค์ที่ 4 ในกัปที่ชื่อว่า “ภัทรกัป” หมายถึง กัปที่มีระยะเวลายาวนาน โดยก่อนหน้านั้นมีพระพุทธเจ้าลงมาอุบัติ ตรัสรู้ สั่งสอนเวไนยสัตว์ และปรินิพพานแล้ว 3 พระองค์ ได้แก่ พระกกุสันธพุทธเจ้า พระโกนาคมนพุทธเจ้า และพระกัสสปพุทธเจ้า ตามลำดับ และในอนาคตจะบังเกิดพระพุทธเจ้าพระองค์ที่ 5 ชื่อว่า “พระศรีอาริยเมตไตรยพุทธเจ้า” เป็นองค์สุดท้ายของภัทรกัป จะลงมาอุบัติในโลกต่อเมื่ออายุกาลพระศาสนาของพระโคตมพุทธเจ้าครบ 5,000 ปีและอันตรธานหายไป ซึ่งปัจจุบันพระศรีอาริยเมตไตรยดำรงอยู่ในฐานะพระโพธิสัตว์อยู่บนสวรรค์ชั้นดุสิตคติความเชื่อ “พระอดีตพุทธ” แพร่หลายอยู่ในดินแดนล้านนาและได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ดังปรากฏอยู่ในตำนานพระเจ้าเลียบโลกซึ่งกล่าวถึงการเสด็จมาของพระโคตมพุทธเจ้ายังดินแดนต่าง ๆ จากนั้นทรงประทับรอยพระพุทธบาทไว้บนสถานที่ที่พระอดีตพุทธเคยเสด็จมา และทรงพยากรณ์บ้านเมืองที่จะเกิดในอนาคต โดยปรากฏหลักฐานพระพุทธรูปปางประทับรอยพระพุทธบาท ศิลปะล้านนา ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ที่มีลักษณะการประทับรอยพระพุทธบาทของพระโคตมพุทธเจ้าซ้อนบนรอยพระพุทธบาทของพระอดีตพุทธเจ้า 3 รอย และหลักฐานบนรอยพระพุทธบาทไม้ประดับมุกจากวัดพระสิงห์ฯ ที่จัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ เป็นรอยพระพุทธบาทของพระอดีตพุทธ 3 พระองค์ ดังปรากฏจารึกอักษรธรรมล้านนาอยู่เบื้องล่าง ประกอบด้วย พระบาทพระพุทธเจ้ากกุสันธะ พระบาทพระพุทธเจ้าโกนาคมน์ และพระบาทพระพุทธเจ้ากัสสปะ ตามลำดับ นอกจากนี้ยังปรากฏหลักฐานในวิหารวัดภูมินทร์ จังหวัดน่าน ซึ่งเป็นพระพุทธเจ้าประทับนั่ง 4 พระองค์ หันหน้าไปทั้ง 4 ทิศ และตรงกลางเป็นสถูปหรือซุ้มปราสาทที่แสดงสัญลักษณ์ของพระศรีอริยเมตไตรย บางแห่งมีการสร้างรูปเคารพของพระศรีอาริยเมตไตรยเป็นรูปเทวดาหรือพระโพธิสัตว์ เช่นที่ปรากฏอยู่ในอุโบสถวัดสวนตาล จังหวัดน่าน พระพุทธรูปสำริดลงรักปิดทองที่ประดิษฐานอยู่ภายในระเบียงวัดพระธาตุดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ มีจำนวน 2 องค์ เป็นพระอดีตพุทธเจ้าในภัทรกัปโดยปรากฏจารึกอักษรธรรมล้านนาอยู่บริเวณส่วนฐาน ดร.ฮันส์ เพนธ์ ได้สำรวจและศึกษาเมื่อ พ.ศ.2525 พบว่าพระพุทธรูปส่วนใหญ่ที่ประดิษฐานอยู่ในระเบียงได้ถูกอัญเชิญมาจากบ่อแก้ว อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ถึงกระนั้นแม้ว่าพระอดีตพุทธทั้ง 2 องค์นี้จะถูกเคลื่อนย้ายมาก็ดีหรืออยู่บนดอยสุเทพมาแต่เดิมก็ดี ยังคงเป็นสิ่งสะท้อนความรับรู้และความเข้าใจในคติพระอดีตพุทธเจ้าของดินแดนล้านนาในช่วงพุทธศตวรรษที่ 21 ตามรูปแบบศิลปกรรมที่นิยมเรียกกันในอดีตว่า “ศิลปะแบบเชียงแสนสิงห์สอง” ซึ่งมีลักษณะที่ได้รับอิทธิพลศิลปะสุโขทัยและศิลปะอยุธยา แต่มีการปรับลักษณะบางประการให้อยู่ในรูปแบบศิลปะล้านนา เช่น พระเนตรเบิกกว้าง พระโอษฐ์เป็นแนวตรง สังฆาฏิเป็นแถบขนาดใหญ่ และประทับนั่งบนฐานบัวคว่ำ-บัวหงาย ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับพระเจ้าเก้าตื้อ วัดสวนดอก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ และพระพุทธสิหิงค์บนพระที่นั่งพุทไธศวรรย์ กรุงเทพมหานคร ซึ่งกำหนดอายุอยู่ในช่วงสมัยพระเมืองแก้วเป็นต้นมา“พระกกุสันธพุทธเจ้า” เป็นพระพุทธเจ้าพระองค์แรกในภัทรกัป สำหรับพุทธลักษณะของพระกกุสันธพุทธเจ้าในระเบียงวัดพระธาตุดอยสุเทพ เป็นพระพุทธรูปสำริดลงรักปิดทอง ศิลปะล้านนา พุทธศตวรรษที่ 21 ประทับนั่งขัดสมาธิราบบนฐานบัวคว่ำบัวหงาย แสดงปางมารวิชัย ส่วนด้านล่างของฐานมีจารึกอักษรธรรมล้านนา ระบุว่า “พฺรเจ้าอฺงนีกกฺกุสนฺเธาแล” หมายถึง “พระเจ้าองค์นี้กกุสันโธแล”“พระโกณาคมน์พุทธเจ้า” เป็นพระพุทธเจ้าพระองค์ที่ 2 ในภัทรกัป สำหรับพุทธลักษณะของพระโกนาคมน์พุทธเจ้าในระเบียงวัดพระธาตุดอยสุเทพ เป็นพระพุทธรูปสำริดลงรักปิดทอง ศิลปะล้านนา พุทธศตวรรษที่ 21 ประทับนั่งขัดสมาธิราบบนฐานบัวคว่ำบัวหงาย แสดงปางสมาธิ ส่วนด้านล่างของฐานมีจารึกอักษรธรรมล้านนา ระบุว่า “พฺรเจ้า(อฺงนี)โกณาคมโนแล” หมายถึง “พระเจ้าองค์นี้โกณาคมโนแล”คติอดีตพระพุทธเจ้าได้แพร่หลายอยู่ในดินแดนล้านนาในช่วงพุทธศตวรรษที่ 21 เป็นต้นมา จากความรุ่งเรืองทางพระพุทธศาสนา ทำให้คติดังกล่าวส่งผลต่องานศิลปกรรม สถาปัตยกรรม และตำนาน ดังที่กล่าวมาแล้วในข้างต้น เพื่อแสดงให้เห็นว่าดินแดนล้านนาและดินแดนใกล้เคียงเป็นสถานที่ที่พระโคตมพุทธเจ้า และพระอดีตพุทธเคยเสด็จมาโปรดเวไนยสัตว์ อันเป็นรากฐานให้พระพุทธศาสนายังคงประดิษฐานและรุ่งเรืองอยู่ในดินแดนล้านนาตราบถึงปัจจุบันค้นคว้า/เรียบเรียง  นายนนทวัชร์ ไกรสกุล  ภัณฑารักษ์พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่เอกสารประกอบการเรียบเรียงชลดา โกพัฒตา. “คติความเชื่ออดีตพุทธเจ้าในสังคมไทยพุทธศตวรรษที่ 20-24” วารสารศิลปศาสตร์. 13(1), มกราคม-มิถุนายน 2556, น.77-103.ศักดิ์ชัย สายสิงห์. ศิลปะล้านนา. กรุงเทพฯ: มติชน, 2556.สุรพล ดำริห์กุล. ประวัติศาสตร์และศิลปะล้านนา. นนทบุรี: เมืองโบราณ, 2561.ฮันส์ เพนธ์, พรรณเพ็ญ เครือไทย และศรีเลา เกษพรหม. ประชุมจารึกล้านนา เล่ม 2 จารึกพระเจ้ากาวิละ พ.ศ.2334-2357. เชียงใหม่: สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 2541.ฮันส์ เพนธ์, ศรีเลา เกษพรหม และศราวุธ ศรีทา. ประชุมจารึกล้านนา เล่ม 8 จารึกในจังหวัดเชียงใหม่. เชียงใหม่: สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 2547.


กรมศิลปากรได้เข้าเจรจาและจัดให้มีการประชุมร่วมกันหลายฝ่าย และที่ประชุมฯ ได้มีมติให้วัดกัลยาณมิตรฯ จัดทำแผนแม่บทการอนุรักษ์โบราณสถานภายในวัดฯ   กรมศิลปากรได้มีหนังสือนมัสการแจ้งเจ้าอาวาสให้ระงับการดำเนินการเป็นจำนวนหลายฉบับ พร้อมทั้งได้เข้านมัสการสมเด็จพระมหาธีราจารย์ วัดชนะสงคราม เมื่อ ปี พ.ศ.๒๕๕๑ เพื่อขอให้วัดระงับการกระทำอันละเมิดกฎหมาย แต่มิได้รับความร่วมมือจากทางวัดแต่อย่างใดจนนำไปสู่การแจ้งความดำเนินคดีต่อเจ้าอาวาสวัดกัลยาณมิตรฯ ในครั้งแรกเมื่อปี ๒๕๕๑   การดำเนินคดีทางอาญาต่อวัดกัลยาณมิตรฯ ได้ดำเนินการเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน เป็นจำนวนคดีรวม ๑๖ คดี ๔๕ รายการ แบ่งออกเป็น   - การรื้อถอนโบราณสถาน ๒๒ รายการ - การบูรณะโบราณสถาน ๕ รายการ - การก่อสร้างอาคารในเขตโบราณสถานโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดีกรมศิลปากร ๑๘ รายการ นอกจากนี้ยังมีคดีทางปกครองอีก ๓ คดี และคดีถึงที่สุดแล้วทุกคดี อันเป็นที่มาที่กรมศิลปากรเข้าดำเนินการรื้อถอนศาลารายจำนวน ๒ หลังที่สร้างขึ้นบนโบราณสถานที่วัดฯ ได้รื้อถอนทำลายไป ในวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๕๘ รายละเอียดดังนี้   คดีปกครองกรณีวัดกัลยาณมิตรฯ คดีปกครองในกรณีวัดกัลยาณมิตร มีจำนวน ๓ คดี ได้แก่ คดีปกครองหมายดำที่ ๙๐/๒๕๕๒, คดีปกครองหมายดำที่ ๔๕๗/๒๕๕๒ และคดีปกครองหมายดำที่ ๔๖๑/๒๕๕๕



black ribbon.