ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 52,496 รายการ


เมืองศรีมโหสถ ตั้งอยู่ที่อำเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี เป็นเมืองโบราณที่มีพัฒนาการตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๑ – ๑๘ หรือราว ๑,๕๐๐ ปีมาแล้ว ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำบางปะกง ติดชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก ศรีมโหสถจึงเป็นทั้งเมืองท่าการค้าที่ติดต่อกับดินแดนโพ้นทะเล ศูนย์กลางการคมนาคมของบ้านเมืองตอนในของแผ่นดิน และเมืองชายฝั่งทะเลใกล้เคียง           เมืองโบราณแห่งนี้จึงมีความหลากหลายในด้านศิลปวัฒนธรรม และความเชื่อทางศาสนา ที่เดินทางมาพร้อมกับผู้คนจากต่างแดน ด้วยพัฒนาการบ้านเมืองที่ยาวนาน จึงปรากฏการสร้างศาสนสถานทับซ้อนกันอยู่หลายสมัย อีกทั้งยังพบพระพุทธรูป รูปเคารพต่างๆ รวมถึงวัตถุและสินค้าจากต่างแดน สะท้อนถึงความมั่งคั่ง และเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมืองในช่วงเวลานั้น ผังเมืองศรีมโหสถ           เมืองศรีมโหสถเป็นเมืองโบราณขนาดใหญ่ มีแผนผังของเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมค่อนข้างรี ขอบมุมทั้ง ๔ โค้งมน มีคูน้ำและคันดินล้อมรอบ ตัวเมืองตั้งอยู่ตามแนวทิศตะวันออกเฉียงเหนือ – ตะวันตกเฉียงใต้ ขนาดของเมืองกว้าง ๗๐๐ เมตร ยาว ๑,๕๕๐ เมตร ตอนกลางของเมืองมีคูน้ำชื่อ “คูลูกศร” คั่นแบ่งตัวเมืองเป็น ๒ ส่วน เพื่อประโยชน์ทางการคมนาคม และการกักเก็บน้ำภายในตัวเมือง พบโบราณสถานทั้งในเมืองและนอกเมืองเป็นจำนวนมาก โบราณวัตถุสำคัญ ของเมืองศรีมโหสถ เช่น • พระคเณศ ศิลปะทวารวดี ต้นพุทธศตวรรษที่ ๑๒ • พระพุทธรูปปางสมาธิ ศิลปะทวารวดี พุทธศตวรรษที่ ๑๓- ๑๔ • พระพุทธรูปปางตรัสรู้ ศิลปะทวารวดี พุทธศตวรรษที่ ๑๔- ๑๕ • จารึกกรอบคันฉ่องและจารึกเชิงเทียน ศิลปะเขมรในประเทศไทย พุทธศตวรรษที่ ๑๘ --------------------------------------------------------------ผู้เรียบเรียง : นางสาววัชรี ชมภู ภัณฑารักษ์ชำนาญการพิเศษ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี --------------------------------------------------------------อ้างอิง : - กรมศิลปากร. “นำชม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี”กรุงเทพฯ, ๒๕๔๒. - กรมศิลปากร. “โบราณคดีเมืองศรีมโหสถ” กรุงเทพฯ, ๒๕๔๘. - กรมศิลปากร. “ประวัติศาสตร์และโบราณคดี เมืองศรีมโหสถ”กรุงเทพฯ, ๒๕๓๕.


          ๕๕ ปี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง          พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร :           พระมหากรุณาธิคุณต่องานด้านพิพิธภัณฑสถาน           พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงสนพระราชหฤทัยในวิทยาการต่างๆ เพื่อพัฒนาประเทศให้เจริญไปอย่างถูกทิศทาง ทรงตระหนักในคุณค่าของโบราณวัตถุ โบราณสถาน อันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญยิ่ง จำเป็นต้องคุ้มครอง ดูแล และอนุรักษ์ไว้เป็นสมบัติของชาติ เพื่อเป็นเกียรติประวัติและเสริมสร้างความสามัคคีกลมเกลียวในหมู่อนุชนรุ่นต่อ ๆ ไป ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สังกัดกรมศิลปากร ทั้งส่วนกลางและภูมิภาคของประเทศไทย จำนวน ๗ แห่ง           โอกาสที่พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระองค์ได้พระราชทานพระราชดำริ และกระแสพระราชดำรัสที่แสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถด้านการพิพิธภัณฑ์ และการอนุรักษ์โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ที่สำคัญ เช่น เมื่อพุทธศักราช ๒๕๐๐ มีเหตุการณ์คนร้ายลักลอบขุดกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และพบโบราณวัตถุเป็นจำนวนมาก พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ไปทอดพระเนตรโบราณวัตถุดังกล่าว ณ กองกำกับการตำรวจภูธร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๐๐ ขณะทอดพระเนตรสิ่งของต่าง ๆ มีรับสั่งถามว่า   “จะไปเก็บไว้ที่ใด...”   พระราชดำรัสดังกล่าวก่อให้เกิดการจัดตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ที่สมบูรณ์แบบขึ้นในส่วนภูมิภาคเป็นแห่งแรก ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และในวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๐๔ ทั้งสองพระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา ทรงมีพระราชดำรัสตอนหนึ่งว่า “...ข้าพเจ้าได้คิดมานานแล้วว่า โบราณวัตถุและศิลปวัตถุของท้องถิ่นใด ก็ควรจะเก็บรักษาและตั้งแสดงไว้ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติของจังหวัดนั้นๆ...” เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง จังหวัดสุโขทัย ทรงมีพระราชดำรัสตอนหนึ่งที่แสดงถึงพระราชหฤทัยเปี่ยมด้วยพระมหากรุณาธิคุณต่อกิจการพิพิธภัณฑสถานในประเทศไทยว่า “...นี่ถ้ากรมศิลปากรไปสร้างพิพิธภัณฑ์ที่ไหนนะ ฉันจะไปเปิดให้...”            พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง กรมศิลปากร ได้รับการจัดตั้งขึ้นในพุทธศักราช ๒๕๐๒ เพื่อรวบรวมโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุที่ได้จากการสำรวจ ขุดแต่งบูรณะ และขุดค้นพบภายในบริเวณเมืองโบราณอู่ทอง และบริเวณใกล้เคียง พุทธศักราช ๒๕๐๘ - ๒๕๐๙ กรมศิลปากรได้จัดสร้างอาคารจัดแสดงพิพิธภัณฑสถานถาวร พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง เมื่อวันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๐๙ นับเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในภูมิภาคแห่งที่ ๓ ที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิด            ด้วยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นอกจากเป็นสถานอนุรักษ์โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ อันทรงคุณค่ายิ่งของชาติ ยังเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับคนในชาติ ดังปรากฏในพระราชดำรัสเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง ตอนหนึ่งว่า “พิพิธภัณฑสถาน นับเป็นสิ่งหนึ่ง ที่แสดงถึงความเจริญของบ้านเมือง และมีประโยชน์เกื้อกูลการศึกษาของประชาชน โดยเฉพาะพิพิธภัณฑ์ทางโบราณคดี ย่อมเป็นอุปกรณ์สำคัญอย่างยิ่ง แก่การศึกษาค้นคว้าประวัติศาสตร์ การที่ทางราชการเร่งรัดดำเนินการด้านสำรวจขุดค้นทางโบราณคดี และด้านการจัดตั้งพิพิธภัณฑสถานเช่นนี้ จึงเป็นที่น่ายินดีโดยทั่วกัน” เป็นเวลา ๕๕ ปีมาแล้ว นับตั้งแต่วันที่เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง กรมศิลปากรได้น้อมนำพระราชดำริ และแนวทางจากพระราชดำรัสมาพัฒนางาน ให้เกิดความเจริญก้าวหน้าทั้งกิจการพิพิธภัณฑ์และการอนุรักษ์โบราณวัตถุ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อม    


ชื่อเรื่อง                         วินยธรสิกฺขปท (สิกขาบท)     สพ.บ.                           390/1 หมวดหมู่                       พุทธศาสนา ภาษา                           บาลี/ไทยอีสาน หัวเรื่อง                        พุทธศาสนา                                  พระวินัยปิฎก ประเภทวัสดุ/มีเดีย            คัมภีร์ใบลาน ลักษณะวัสดุ                   56 หน้า : กว้าง 5.7 ซม. ยาว 54.5 ซม.  บทคัดย่อ เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ ได้รับบริจาคมาจากวัดลานคา ต.โคกคราม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี


ชื่อเรื่อง                                พิมฺพานิพฺพาน (พระพิมพานิพพาน) สพ.บ.                                  233/4ประเภทวัสดุมีเดีย                    คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                               พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                           36 หน้า กว้าง 4.5 ซ.ม. ยาว 58.5 ซ.ม. หัวเรื่อง                                 พุทธศาสนา                                           ชาดก                                           เทศน์มหาชาติ                                           คาถาพัน บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน ภาษาบาลี-ไทยอีสาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ ได้รับบริจาคมาจากวัดทุ่งอุทุมพร ต.บางปลาม้า อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี



ชื่อเรื่อง                                สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (วิภังค์-มหาปัฏฐาน) สพ.บ.                                  377/6คประเภทวัสดุมีเดีย                    คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                               พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                           134 หน้า กว้าง 5 ซม. ยาว 58 ซม.หัวเรื่อง                                 ธรรมเทศนา บทคัดย่อ/บันทึก          เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน ภาษาบาลี-ไทย-ไทยอีสาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ-ล่องชาด ได้รับบริจาคมาจากวัดลานคา ต.โคกคราม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี


องค์ความรู้เรื่อง : โบราณคดีเวียงลอ EP.2          “เมืองโบราณ เวียงลอ” ซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่พื้นที่การปกครองตำบลลอและตำบลหงส์หิน อำเภอจุน จังหวัดพะเยา ชื่อพื้นที่นี้ว่า “พันนาลอ” 1 ใน 36 พันนา ของเมืองพะเยาในครั้งตั้งเมืองพะเยาโดยขุนจอมธรรม ในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 17 มีอาณาเขตครอบคลุม ที่ราบลุ่มแม่น้ำอิง อาณาเขตครอบคลุมถึงเมืองเทิง ถึงพื้นที่บางส่วนในพื้นที่อำเภอเชียงของในปัจจุบัน          เวียงลอ ปรากฏชื่อ ใน ปี พ.ศ. 1663 ในสมัย ขุนเจือง ได้ศึกแกวมาติดเมืองหิรัญนครเงินยาง...




สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สังคิณี-มหาปัฎฐาน)  ชบ.บ.41/1-6  เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)


อฎฺฐงฺคิกมคฺค (พรอฎงฺคิกมคฺค)  ชบ.บ.83/1-2  เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)


มหานิปาตวณฺณนา(เวสฺสนฺตรชาตก) ชาตกฎฺฐกถา ขุทฺทกนิกายฎฺฐกถา (ทสพร-กุมาร)  ชบ.บ.106ก/1-2  เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)


เลขทะเบียน : นพ.บ.332/5ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 52 หน้า ; 4.5 x 54 ซ.ม. : ล่องชาด ; ไม้ประกับธรรมดาชื่อชุด : มัดที่ 132  (343-358) ผูก 5 (2565)หัวเรื่อง : ปาลิวารปาลี (บาลีบริวาร)--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


            พระธิดาในเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ กับหม่อมอิน วรวรรณ ณ อยุธยา (พระนามเดิม : หม่อมเจ้าวรรณวิมล วรวรรณ) ดำรงพระอิสริยยศ “พระวรกัญญาปทาน พระองค์เจ้าวัลลภาเทวี” เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๖๓ เป็นพระองค์เจ้าหลานเธอในรัชกาลที่ ๔ และเป็นที่รู้จักในฐานะอดีตพระคู่หมั้นในรัชกาลที่ ๖ สิ้นพระชนม์วันที่ ๗ มีนาคม ๒๔๙๔ พระชันษา ๕๙ ปี (ดูเพิ่มเติมใน กรมศิลปากร, ราชสกุลวงศ์, พิมพ์ครั้งที่ ๑๔, (กรุงเทพฯ: สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร, ๒๕๕๔), ๑๖๗.)     Cigarette Cards ชุดเจ้านายไทย (๑ สำรับ ประกอบด้วย พระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ พระฉายาสาทิสลักษณ์ และรูปเขียนคล้ายพระรูปพระบรมวงศานุวงศ์บนแผ่นกระดาษ จำนวน ๕๐ รูป) ลำดับที่ ๒๗ โดยบริษัท ยาสูบซำมุ้ย จำกัด (SUMMUYE & CO) ผลิตราวปี พ.ศ. ๒๔๗๗ (หมายเลขทะเบียน ๒/๒๕๑๖/๑) มีประวัติระบุว่า คุณหลวงฉมาชำนิเขต มอบให้เมื่อวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๑๖           (เผยแพร่โดย ศรัญ กลิ่นสุคนธ์ ภัณฑารักษ์ / เทคนิคภาพ อริย์ธัช นกงาม ภัณฑารักษ์ปฏิบัติการ กลุ่มทะเบียน คลังพิพิธภัณฑ์และสารสนเทศ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร)


ชื่อเรื่อง : ประเพณีไทย ระเบียบการใช้ถ้อยคำ และสุขภาพอนามัย สำหรับประชาชน ชื่อผู้แต่ง : ปีย์ มาลากุล, ม.ล.  ปีที่พิมพ์ : 2514 สถานที่พิมพ์ : พระนคร สำนักพิมพ์ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว จำนวนหน้า : 124 หน้า สาระสังเขป : หนังสือเล่มนี้นำเสนอเนื้อหา 3 เรื่อง ได้แก่ 1. เรื่องประเพณีไทย มีเนื้อหาเกี่ยวกับขนบธรรมเนียมประเพณีไทยแต่โบราณ เช่น ประเพณีการทำศพ การแต่งกายของสตรี การเข้าเฝ้าฯในงานสมรส เป็นต้น 2. เรื่องระเบียบการใช้ถ้อยคำ กล่าวถึงหลักการใช้คำที่ถูกต้อง เช่น การใช้คำราชาศัพท์ การใช้คำสุภาพกับผู้อาวุโส การพูดกับพระภิกษุ เป็นต้น 3. เรื่องสุขภาพอนามัย สำหรับประชาชน โดยนายแพทย์เสนอ อินทรสุขศรี อธิบายเรื่องการรักษาสุขภาพและอนามัย แนะนำให้ประชาชนรู้จักโรคต่าง ๆ วิธีสังเกตุโรค อาการที่คาดว่าจะเกิดโรค และแนวทางการป้องกันโรค


black ribbon.