ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 50,734 รายการ

       พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม ขอต้อนรับวันวาเลนไทน์นี้ด้วยกิจกรรม “Workshop การทำขนมโบราณ : กระทงทอง แตงโมหน้าปลาแห้ง” ในวันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 ณ พระราชวังจันทรเกษม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตั้งแต่เวลา 17.00 - 21.00 น. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม “Night at The Palace ย้อนเวลา ชมวัง 4 ศตวรรษ พระราชวังจันทรเกษม” เปิดให้เข้าชมพระราชวังจันทรเกษมยามค่ำคืน ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ ตลอดเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เวลา 17.00 – 21.00 น. พิเศษปีนี้ !!! เปิดให้เข้าชมภายในอาคารพลับพลาจตุรมุขด้วย อัตราค่าธรรมเนียมเข้าชม ชาวไทย 20 บาท ชาวต่างชาติ 120 บาท ผู้พิการ และชาวไทยผู้มีอายุมากกว่า 60 ปี เข้าชมฟรี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 3525 1586 Facebook พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม:Chantharakasem National Museum https://www.facebook.com/chantharakasemmuseum    


สรุปผลการดำเนินงานการสำรวจทางโบราณคดีบริเวณอ่าวพนังตักและอ่าวชุมพร ประจำปีงบประมาณ 2568 กองโบราณคดีใต้น้ำได้ดำเนินการสำรวจเชิงรุกในพื้นที่อ่าวพนังตักและอ่าวชุมพร ซึ่งเป็นบริเวณที่มีความสำคัญในประวัติศาสตร์การค้าทางทะเลของไทยมาแต่โบราณ โดยสามารถสืบย้อนไปได้ถึงราวพุทธศตวรรษที่ 5 ทั้งนี้ แหล่งโบราณคดีสำคัญที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ดังกล่าวคือเมืองท่าโบราณเขาสามแก้ว ซึ่งตั้งอยู่บริเวณลำน้ำที่เชื่อมต่อกับปากอ่าวทั้งสอง การสำรวจในครั้งนี้ใช้เทคนิคผสมระหว่างเครื่องมือโซนาร์สแกนด้านข้าง (Side-Scan Sonar) และการดำน้ำตรวจสอบ ครอบคลุมพื้นที่รวมเกือบ 5 ตารางกิโลเมตร หรือคิดเป็นระยะทางการสำรวจทั้งสิ้นเกือบ 100 กิโลเมตร บริเวณปากอ่าวพนังตัก ผลการสำรวจไม่พบโบราณวัตถุหรือร่องรอยทางโบราณคดี เครื่องมือโซนาร์สามารถระบุวัตถุขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ที่มนุษย์สร้างขึ้น เช่น เสาคอนกรีต ลูกกรงโลหะ ยางรถยนต์ และบานประตู อย่างไรก็ตาม วัตถุขนาดเล็กหรือโบราณวัตถุต้องอาศัยนักดำน้ำตรวจสอบเพิ่มเติม เนื่องจากทัศนวิสัยใต้น้ำในพื้นที่มีข้อจำกัด ไม่เกิน 1 เมตร ทำให้การค้นหาวัตถุขนาดเล็กดำเนินไปด้วยความยากลำบาก ทีมสำรวจจึงสรุปว่า ไม่พบหลักฐานทางโบราณคดีในบริเวณดังกล่าว ในทางตรงกันข้าม บริเวณตอนเหนือของอ่าวชุมพร ผลการสำรวจพบหลักฐานสำคัญคือ สมอเรือเหล็ก ปรากฏอยู่บริเวณกองหินชุมพร ที่ระดับความลึกประมาณ 7 เมตร สมอดังกล่าวไม่ใช่แบบที่นิยมใช้ในปัจจุบัน แต่ตรงกับรูปแบบที่นิยมในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 ซึ่งรู้จักกันในชื่อ “Admiralty Pattern Anchor” เป็นสมอที่ราชนาวีอังกฤษนำมาใช้เป็นมาตรฐานตั้งแต่ปี ค.ศ. 1852 สมอชนิดนี้มีลักษณะเฉพาะ ได้แก่ ก้านสมอ (shank) หล่อด้วยเหล็กตัน ปลายด้านหนึ่งเชื่อมกับแขนสมอ (arm) ด้วยวิธีตีขึ้นรูป ปลายอีกด้านเจาะรูสำหรับใส่กะสมอ (stock) และมีห่วง (ring) สำหรับร้อยโซ่ ทั้งหมดนี้ยังคงปรากฏให้เห็นในสภาพดี ยกเว้นเพียงกะสมอที่สูญหายไป แม้จะยังไม่สามารถระบุอายุของสมอได้อย่างแน่ชัด แต่สามารถสันนิษฐานเบื้องต้นได้ว่าสมอเรือนี้มีอายุไม่เก่ากว่าปี ค.ศ. 1852 หรือตรงกับช่วงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) การค้นพบนี้จึงนับเป็นหลักฐานสำคัญที่บ่งชี้ว่า บริเวณดังกล่าวของอ่าวชุมพรเคยใช้เป็นจุดทอดสมอของเรือเดินทะเลในอดีต ซึ่งแสดงถึงบทบาทของพื้นที่ในฐานะจุดพักเรือหรือจุดจอดเรือที่อาจเกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางการค้า การขนส่ง หรือการเดินทางระหว่างประเทศ แม้การสำรวจครั้งนี้จะยังไม่พบโบราณวัตถุร่วมสมัยกับแหล่งโบราณคดีเขาสามแก้วโดยตรง แต่การค้นพบสมอเรือในจุดยุทธศาสตร์ทางทะเลเช่นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความต่อเนื่องของกิจกรรมทางทะเลในอ่าวชุมพร และเป็นหลักฐานสนับสนุนว่า พื้นที่นี้เคยมีความคึกคักด้านการคมนาคมทางน้ำในอดีต ถือเป็นความสำเร็จของการสำรวจเชิงรุก ที่แม้บางครั้งอาจเปรียบได้กับการงมเข็มในมหาสมุทร แต่ก็สามารถค้นพบข้อมูลสำคัญที่ต่อยอดความเข้าใจในประวัติศาสตร์ได้อย่างมีนัยสำคัญ เอกสารอ้างอิง Curryer, Betty Nelson (1999). Anchors: An Illustrated History. Chatham. pp. 114–115. ISBN 978-1-86176-080-7.


กรมศิลปากรประชุมคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยสภาการพิพิธภัณฑ์ระหว่างชาติ (ICOM THAILAND) เดินหน้าพัฒนางานพิพิธภัณฑ์ไทยเชื่อมประชาคมโลก            นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม โดยสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ได้จัดการประชุมคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยสภาการพิพิธภัณฑ์ระหว่างชาติ (Thai National Committee for International Council of Museums: ICOM THAILAND) โดยมีนายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธาน ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 8 อาคารวัฒนธรรมวิศิษฏ์ กระทรวงวัฒนธรรม           นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยสภาการพิพิธภัณฑ์ระหว่างชาติ (ICOM THAILAND) จัดตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรี โดยมีกรมศิลปากรเป็นเลขานุการคณะกรรมการฯ เพื่อเป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการของประเทศไทยในการประสานงานด้านพิพิธภัณฑ์กับสภาการพิพิธภัณฑ์ระหว่างชาติ (International Council of Museums) หรือ ICOM ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการกำหนดแนวทางการดำเนินงานพิพิธภัณฑ์ในระดับสากล ทั้งด้านการจัดกิจกรรม การพัฒนาวิชาชีพพิพิธภัณฑ์ การสนับสนุนกิจการพิพิธภัณฑ์ให้เป็นที่แพร่หลาย ตลอดจนการประสานการสมัครสมาชิกและการเป็นผู้แทนเข้าร่วมประชุมและกิจกรรมต่าง ๆ ของ ICOM สากล ทั้งนี้ เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้านพิพิธภัณฑ์ ส่งเสริมการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม และพัฒนาพิพิธภัณฑ์ไทยให้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้และเชื่อมโยงวัฒนธรรมไทยสู่ประชาคมโลก           อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมได้รับรองขั้นตอนการสมัครสมาชิก ICOM ในประเทศไทย ซึ่งเป็นไปตามธรรมนูญของ ICOM ที่กำหนดให้คณะกรรมการแห่งชาติประจำประเทศเป็นผู้รวบรวมข้อมูลการสมัครสมาชิกภายในประเทศและจัดส่งข้อมูลไปยัง ICOM สากล จึงขอถือโอกาสนี้เชิญชวนผู้ปฏิบัติงานด้านพิพิธภัณฑ์ นักศึกษาในหลักสูตรด้านพิพิธภัณฑ์ สถาบันด้านพิพิธภัณฑ์ และผู้สนับสนุนพิพิธภัณฑ์ตามเกณฑ์ Call Foe Dues ประจำปี สมัครเข้าเป็นสมาชิก ICOM โดยสมาชิกจะได้รับบัตรสมาชิกและรับสิทธิพิเศษต่าง ๆ เช่น การยกเว้นหรือลดหย่อนค่าธรรมเนียมเข้าชมพิพิธภัณฑ์ที่เป็นสมาชิก ICOM ทั่วโลก การเข้าถึงสื่อเผยแพร่งานวิชาการต่าง ๆ ระดับนานาชาติบนเว็บไซต์ ICOM รวมไปถึงสิทธิ์ในการเลือกตั้งและเข้าร่วมการประชุมต่างๆ ที่จัดขึ้นโดย ICOM สากล ผู้สนใจสามารถสมัครเข้าเป็นสมาชิก ICOM ได้ทางเว็บไซต์ icomthailand.finearts.go.th หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร โทรศัพท์ 0 2164 2501 - 2 ต่อ 8045          นอกจากนี้ ในการประชุมได้สรุปภาพรวมการดำเนินกิจกรรมภายใต้กรอบการเฉลิมฉลองวันพิพิธภัณฑ์สากล ประจำปี 2569 ในหัวข้อ “Museums Uniting a Divided World : พิพิธภัณฑ์เชื่อมโลก” โดยนายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ในฐานะประธาน ICOM THAILAND ได้กล่าวคำปราศรัยเนื่องในวันพิพิธภัณฑ์สากล 18 พฤษภาคม 2569 พร้อมทั้งมีการเผยแพร่การบรรยายพิเศษจากผู้เชี่ยวชาญด้านพิพิธภัณฑ์ระดับนานาชาติ ได้แก่ นายเบ คิดง ประธานกิตติมศักดิ์สภาการพิพิธภัณฑ์ระหว่างชาติ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ICOM ASPAC) และนางสาวจูเนีย-เอลลี่ จอร์จี้ ผู้อำนวยการส่วนพัฒนาโครงการต่างประเทศ ประจำโครงการพิเศษของพิพิธภัณฑ์ฝรั่งเศส กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส และกรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งการบรรยายดังกล่าวมุ่งนำเสนอแนวทางที่พิพิธภัณฑ์สามารถทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการเชื่อมโยงผู้คนที่มีความหลากหลาย พร้อมถ่ายทอดประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์ในยุคปัจจุบัน โดยประชาชนสามารถรับชมได้ผ่านช่องทางของสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม





นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานในพิธีพิธีถวายผ้ากฐินพระราชทานกรมศิลปากร ประจำปี ๒๕๕๘ ณ วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันเสาร์ที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๘


รายงานบัญชีงบทดลองและเอกสารประกอบงบทดลอง สำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา (เดือนกันยายน ๒๕๖๒)




เเมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๒ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ตรัง จัดกิจกรรมในโครงการหอสมุดแห่งชาติสู่สถานศึกษาและชุมชน ประจำปี ๒๕๖๒ ครั้งที่ ๔ ณ โรงเรียนบ้านบางสัก ต.บางสัก อ.กันตัง จ. ตรัง มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑-๖ จำนวน ๒๔๗ คน และครู จำนวน ๖ คน รวมเป็น ๒๕๓ คน ประกอบด้วยกิจกรรม การประชาสัมพันธ์หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ฯ ตรัง กิจกรรมประดิษฐ์ที่คั่นหนังสือ ประดิษฐ์สมุดทำมือ เกมบิงโก เกมวงล้อดนตรีมีสาระ และ กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน "อ่านแล้วดี มีบอกต่อ" ทั้งนี้กิจกรรมดังกล่าวจะช่วยส่งเสริมและสนับสนุนให้เด็กมีนิสัยรักการอ่านและสนุกกับการทำกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างจินตนาการและการเรียนรู้ต่อไป    




          เรื่องจดหมายระยะทางไปตรวจราชการแหลมมลายู ร.ศ. 121 นี้ สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ได้ทรงนิพนธ์ขึ้นไว้เป็นบันทึกจดหมายเหตุรายวัน เมื่อคราวเสด็จไปตรวจราชการในมณฑลภูเก็ต มณฑลนครศรีธรรมราช และมณฑลชุมพร ในครั้งนั้นพระองค์ทรงดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงโยธาธิการ พระประสงค์ในการเดินทางไปตรวจราชการครั้งนั้นก็เพื่อจะได้ทรงทราบถึงข้อบกพร่องในการปฏิบัติงาน และเพื่อพัฒนาการไปรษณีย์ให้ก้าวหน้าขึ้น เนื่องจากได้ทอดพระเนตรสภาพความเป็นอยู่ของผู้คนในท้องถิ่น ตลอดจนวิธีการปฏิบัติงานของข้าราชการในแต่ละท้องถิ่นเหล่านั้น ซึ้งเป็นมูลเหตุให้ทรงเข้าพระทัยถึงปัญหาทั้งในด้านบุคคลและงานมณฑลต่าง ๆ ที่กำลังประสบอยู่ ทำให้สามารถจัดการแก้ไขพัฒนาทั้งงานและบุคคลได้ผลดี


สำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา เข้าร่วมกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๑ ประกอบด้วย กิจกรรมทำบุญตักบาตร พิธีวางพวงมาลาและถวายบังคมหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ ถนนจอมสุดาเสด็จ ตำบลในเมือง อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา



black ribbon.