ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 51,568 รายการ
เลขทะเบียน : นพ.บ.708/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 22 หน้า ; 5 x 60 ซ.ม. : ชาดทึบ-ลานดิบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 225 (290-302) ผูก 1 (2568)หัวเรื่อง : อาการวัตตสูตร--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
รายงานผลการดำเนินงานโครงการอาสาสมัครท้องถิ่นในการดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรม (อส.มศ.) กิจกรรมอบรมจัดตั้งเป็นสมาชิกอาสาสมัครท้องถิ่นในการดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรม จังหวัดมหาสารคาม โดยสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568
พระคเณศ เป็นเทพในศาสนาฮินดู ที่ได้รับการนับถือกันอย่างกว้างขวางทั้งในประเทศอินเดียและประเทศอื่นๆ ได้ชื่อว่าเป็นเทพผู้นำข้ามพ้นอุปสรรคและบันดาลให้ประสบความสำเร็จในกิจกรรมทั้งปวง เป็นเทพแห่งความอุดมสมบูรณ์ เทพแห่งโชคลาภ และเทพแห่งศิลปวิทยาการ มีลักษณะเด่น คือ มีเศียรเป็นช้าง และมีพระวรกายอวบอ้วน โดยทั่วไปรูปเคารพของพระคเณศมักมีงาเพียงข้างเดียว จึงทำให้พระองค์มีอีกพระนามที่รู้จักในชื่อว่า “เอกทันต์” โดยงาอีกข้างที่หักจะถือไว้ในพระหัตถ์ สำหรับงาข้างที่หักอาจเป็นงาซ้ายหรืองาขวา อย่างไรก็ตามในบางครั้งอาจพบว่ามีงาอยู่ครบทั้ง 2 ข้างก็ได้
รู้หรือไม่ไปกับพี่บรรณนี่สัปดาห์นี้ ขอชวนผู้อ่านไปค้นพบเรื่องราวความรู้ที่น่าสนใจเกี่ยวกับพระคเณศ ว่าด้วยเรื่อง “พระคเณศเสียงา : มูลเหตุของการที่พระองค์มีงาหักหนึ่งข้าง” โดยความหมายของงาที่หักนั้น ถือว่าเป็นสิ่งที่ใช้ในการต่อสู้กับอสูรหรือปีศาจ หรือเพื่อใช้จดจารมหากาพย์มหาภารตะ จึงเป็นเครื่องหมายของการเสียสละอันยิ่งใหญ่เพื่อช่วยเหลือมวลมนุษย์
ตามคัมภีร์ปุราณะได้เล่าถึงมูลเหตุที่พระคเณศทรงมีงาหักหนึ่งข้างไว้หลายมูลเหตุแตกต่างกัน เช่น พระคเณศต่อสู้กับปรศุรามและโดนขวานฟาดฟันใส่งาข้างซ้าย พระคเณศต่อสู้กับอสูรรูปช้างที่รุกรานต่อเทวโลกและโดนอสูรจับตัวและใช้กำลังหักงาข้างขวา พระคเณศทรงใช้งาเขียนคัมภีร์มหาภารตะ พระคเณศทรงใช้งาขว้างใส่พระจันทร์เนื่องจากทรงพิโรธเพราะพระจันทร์หัวเราะขบขันพระองค์ที่พลัดตกจากหลังหนูซึ่งเป็นพาหนะและ ทำให้ท้องที่เต็มไปด้วยขนมโมทกะแตกทะลักออกมา เป็นต้น
ผู้อ่านที่สนใจเรื่องพระคเณศเสียงา และเรื่องน่ารู้ต่างๆ เกี่ยวกับพระคเณศ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากหนังสือ “พระคเณศ-พระวิษณุกรรม สองจอมเทพผู้ปกปักรักษากรมศิลปากร” โดย อรุณศักดิ์ กิ่งมณี อดีตรองอธิบดีกรมศิลปากร มีให้บริการที่ห้องศิลปากรและหนังสือหายาก หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี
ข้อมูลอ้างอิงและภาพประกอบ
อรุณศักดิ์ กิ่งมณี. พระคเณศ-พระวิษณุกรรม สองจอมเทพผู้ปกปักรักษากรมศิลปากร. กรุงเทพฯ: อมรินทร์, 2564.
กลับมาอีกครั้ง!! พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มหาวีรวงศ์ ขอเชิญทุกท่านเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืน ในงาน “พิพิธภัณฑ์รัตติกาล Night at the Museum” สัมผัสเสน่ห์ของพิพิธภัณฑ์ในมุมมองที่แตกต่าง กับบรรยากาศยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยแสง สี และเรื่องราวสุดน่าค้นหา ร่วมเดินชมนิทรรศการยามราตรี เพลิดเพลินกับโบราณวัตถุกว่า 100 ชิ้น ที่จะทำให้ค่ำคืนนี้ของคุณไม่เหมือนเดิม ภายในงานพบกับนิทรรศการยามค่ำคืนสุดพิเศษ ชมโบราณวัตถุในห้องจัดแสดงที่น่าค้นหา มีมุมถ่ายภาพสุดเก๋บรรยากาศสุดโรแมนติก ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม - 3 เมษายน 2569 (ทุกวัน 12 วัน 12 คืน) เวลา 16.30 - 21.00 น. ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มหาวีรวงศ์ จังหวัดนครราชสีมา สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 4424 2958 Facebook พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มหาวีรวงศ์ : Maha Viravong National Museum
"แล้วมาค้นพบเรื่องราวที่มีชีวิตในยามค่ำคืนไปด้วยกัน"
-------------------------------------------------------------
- English scroll down - It’s back again!!
You are warmly invited to experience the magic of the museum at night at “Night at the Museum”
Discover the charm of the museum from a whole new perspective, surrounded by dazzling lights, colors, and fascinating stories waiting to be explored.
Enjoy a nighttime exhibition and explore over 100 remarkable artifacts that will make your evening truly unforgettable.
Highlights within the event:
- Special nighttime exhibitions
- Explore over 100 fascinating artifacts in immersive galleries
- Chic photo spots with a romantic atmosphere
Date: 23 March – 3 April 2026 (12 days and 12 nights)
Time: 4:30 PM – 9:00 PM
Venue: Maha Viravong National Museum
For more informaton: +6644242958
Come and discover stories that come alive at night with us
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กองโบราณคดีใต้น้ำได้เริ่มต้นภารกิจสำรวจแรกของปีงบประมาณ 2569 โดยลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพแหล่งโบราณคดีใต้น้ำในเขตจังหวัดระยอง จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ แหล่งเรือจมเกาะทะลุ แหล่งเรือจมหินบุ๊ช และแหล่งเรือจมเกาะมันนอก (เรือฟรานซิส การ์นิเยร์)
ภารกิจครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อติดตามและประเมินสภาพแหล่งประจำปี โดยตรวจสอบความเปลี่ยนแปลง สภาพความชำรุดเสียหาย และร่องรอยการถูกรบกวน เนื่องจากบางพื้นที่เว้นว่างจากการตรวจสอบมาเป็นเวลานาน และบางแห่งพบปัญหาเรื่องความคลาดเคลื่อนของพิกัด
สรุปผลการสำรวจเบื้องต้น:
- แหล่งเรือจมเกาะทะลุ: ทีมงานได้ค้นหาตามพิกัดเดิมและพื้นที่ใกล้เคียงรวม 10 จุด แต่ยังไม่พบตำแหน่งของแหล่งเรือจม สันนิษฐานว่าเกิดจากความคลาดเคลื่อนของข้อมูลพิกัดเดิม ซึ่งต้องมีการวางแผนค้นหาต่อไป
- แหล่งเรือจมหินบุ๊ช: พบว่าโบราณวัตถุส่วนใหญ่ถูกทรายกลบฝังลึกประมาณ 10 เซนติเมตร และมีการกระจายตัวสอดคล้องกับข้อมูลเดิม ทั้งนี้ ทีมสำรวจได้ทำการกำหนดค่าพิกัดใหม่ที่แม่นยำเพื่อความสะดวกในการเข้าถึงพื้นที่ในอนาคต
- แหล่งเรือจมเกาะมันนอก (เรือฟรานซิส การ์นิเยร์): สภาพแหล่งยังคงมีความสมบูรณ์ดี ไม่พบร่องรอยการถูกรบกวนจากกิจกรรมของมนุษย์มากนัก นอกจากนี้ บริเวณรอบซากเรือยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของฝูงปลาและมีปะการังเจริญเติบโตหนาแน่น ถือเป็นแหล่งที่มีศักยภาพสูงมากในด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและนิเวศวิทยา
องค์ความรู้อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย เรื่อง การสำรวจจัดทำภาพถ่ายทางอากาศเมืองโบราณสุโขทัย โดยอากาศยานไร้คนขับ
ผู้แต่ง : - ปีที่พิมพ์ : 2552 สถานที่พิมพ์ : กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์ : ประชาชน ตามรอยจดหมายเหตุทัพเชียงตุง เป็นเอกสารที่เกี่ยวกับพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงวงษาธิราชสนิท : พระประวัติและพระกรณียกิจใน 5 แผ่นดิน, สงครามคราวตีเชียงตุง ( พ.ศ.2392 – 2397 ), ศึกเชียงตุง : ในวรรณกรรมของพม่า, เชียงใหม่ เชียงตุง เชียงรุ่ง กับพระอาณาจักรสยาม : ความพัวพันกันในประวัติศาสตร์, ศึกเชียงตุง : การเปิดแนวรบเหนือสุดแดนสยามในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, การสงครามครั้งตีเมืองเชียงตุงเมื่อต้นแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พ.ศ.2395 – 2396, พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงวงษาธิราชสนิท กับพระกรณียกิจด้านการสงคราม และคำสั่งกระทรวงรายชื่อคณะกรรมการฝ่ายจัดพิมพ์หนังสือและของที่ระลึก
พิพิธิภัณฑสถานแห่งชาติเสมือนจริง ปราจีนบุรี: http://www.virtualmuseum.finearts.go.th/prachinburi
พ.ศ.2508 กองโบราณคดีได้ทำการสำรวจขุดแต่งโบราณสถาน ในจังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดใกล้เคียงหลายแห่ง พบศิลปะโบราณวัตถุที่สำคัญ เป็นจำนวนมากซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาประวัติศาสตร์ และโบราณคดี กรมศิลปากรจึงได้มีดำริให้จัดสร้างพิพิธภัณฑ์ ขึ้นเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติปราจีนบุรี ประจำภูมิภาคตะวันออก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นที่รวบรวมและจัดแสดงศิลปะโบราณวัตถุต่างๆ ที่ค้นพบ ในภูมิภาคนี้ เริ่มก่อตั้งในปี พ.ศ. 2515 ในที่ดินราชพัสดุติดกับศาลจังหวัดปราจีนบุรี พื้นที่ให้ 5 ไร่ 3 งาน 78 ตารางวางบประมาณการก่อสร้างอาคารและจัดแสดงรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 7,766,568 บาท มีการดำเนินงานตามโครงการออกเป็น 3 ระยะ ดังนี้
- ระยะที่ 1 ระหว่าง พ.ศ. 2518 - 2520 เป็นการถมดินและก่อสร้างอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กสูง 2 ชิ้น ขนาดกว้าง 18 x 18 เมตร ใช้งบประมาณ 2,000,000 บาท
- ระยะที่ 2 ระหว่าง พ.ศ. 2522 - 2525 สร้างอาคารบ้านพักข้าราชการ บ้านพักเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยติดตั้งระบบสาธารณูปโภค ครุภัณฑ์สำหรับการจัดแสดงใช้งบประมาณ 1,543,068 บาท
- ระยะที่ 3 ระหว่าง พ.ศ. 2526 - 2528 ก่อสร้างอาคารเพิ่มเติมมีห้องบรรยายและห้องอเนกประสงค์ ปรับปรุงบริเวณลานจอดรถ ใช้งบประมาณ 4,223,500 บาท
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติปราจีนบุรีได้ทำการเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2528 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในการประกอบพิธีเปิดอาคารพิพิธภัณฑ์