ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 50,369 รายการ

          นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวถึงความก้าวหน้าโครงการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์มรดกวัฒนธรรมและศูนย์การเรียนรู้อัลกุรอาน ในพื้นที่โรงเรียนสมานมิตรวิทยา อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งกรมศิลปากรดำเนินการเพื่อสนับสนุนโครงการวัฒนธรรมเชื่อมใจชายแดนใต้สันติสุข มาตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๗ ขณะนี้ได้ดำเนินการจัดสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์และห้องนิทรรศการถาวรแล้วเสร็จ และอยู่ในขั้นตอนงานจัดสร้างส่วนอำนวยความสะดวกและภูมิทัศน์รอบอาคารพิพิธภัณฑ์ คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี พ.ศ.๒๕๖๗ ก่อนส่งมอบอาคารพิพิธภัณฑ์ให้แก่โรงเรียนสมานมิตรวิทยา เพื่อนำคัมภีร์อัลกุรอาน เอกสารในศาสนาอิสลาม เอกสารบันทึกภูมิปัญญาพื้นถิ่นที่สะสมไว้จากห้องพิพิธภัณฑ์ของโรงเรียนเข้าจัดแสดง และดูแลบริหารงานต่อไป           อธิบดีกรมศิลปากร ยังได้กล่าวถึงการดำเนินงานสนับสนุนความยั่งยืนด้านการอนุรักษ์โบราณวัตถุในระหว่างการจัดสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ ซึ่งได้มอบหมายให้สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติดำเนินงานโครงการอนุรักษ์คัมภีร์อัลกุรอานและศิลปวัตถุด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ควบคู่กันไป ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๗ ต่อเนื่องถึงปัจจุบัน ประกอบด้วยงานบันทึกทะเบียน งานอนุรักษ์ซ่อมแซมคัมภีร์อัลกุรอาน เอกสารทางศาสนา ศิลปวัตถุในห้องพิพิธภัณฑ์โรงเรียนสมานมิตรวิทยา และงานอบรมความรู้ด้านการอนุรักษ์ ดูแลรักษาเอกสารทางศาสนาแก่บุคลากรโรงเรียนสมานมิตรวิทยา ซึ่งจะเป็นผู้ดำเนินงานพิพิธภัณฑ์มรดกวัฒนธรรมและศูนย์การเรียนรู้อัลกุรอานหลังรับมอบอาคารจากกรมศิลปากร และเมื่อวันที่ ๒๔ พฤษภาคมที่ผ่านมา นายพนมบุตรได้เดินทางไปเป็นประธานเปิดกิจกรรมโครงการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์คัมภีร์อัลกุรอานและศิลปวัตถุเพื่อการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน ณ ห้องประชุม อาคารพิพิธภัณฑ์มรดกวัฒนธรรมและศูนย์การเรียนรู้อัลกุรอาน โดยนางสาวนิตยา กนกมงคล ผู้อำนวยการสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ได้รายงานรูปแบบกิจกรรมอันเป็นการดำเนินงานร่วมกันระหว่างกลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ และบุคลากรโรงเรียนสมานมิตรวิทยา ในการถ่ายทอดความรู้ด้านการอนุรักษ์ซ่อมแซมเอกสารทางศาสนาแก่นักวิชาการ ผู้นำและบุคลากรทางศาสนาในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ รวม ๔๖ คน ระหว่างวันที่ ๒๔ - ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๖ กิจกรรมตลอดสามวัน มีทั้งการบรรยายกระบวนการดำเนินงานพิพิธภัณฑ์ การบันทึกทะเบียนวัตถุ การอนุรักษ์ซ่อมแซมเอกสารโบราณ ร่วมกันปฏิบัติการซ่อมสงวนเอกสารทางศาสนา และประเมินผลความรู้ โดยวิทยาการเฉพาะสาขาจากสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สำนักหอสมุดแห่งชาติ สำนักศิลปากรที่ ๑๑ สงขลา และบุคลากรครูโรงเรียนสมานมิตรวิทยา           นายมาหะมะลุตฟี หะยีสาแม ผู้จัดการโรงเรียนสมานมิตรวิทยา ได้กล่าวขอบคุณกรมศิลปากรที่ให้การสนับสนุนการจัดสร้างพิพิธภัณฑ์ พร้อมส่งบุคลากรมาเป็นพี่เลี้ยงในการอนุรักษ์และถ่ายทอดความรู้ในการอนุรักษ์คัมภีร์อัลกุรอานแก่บุคลากรของโรงเรียนมาโดยตลอด และยังร่วมกันจัดกิจกรรมครั้งนี้เพื่อส่งต่อความรู้ไปสู่บุคลากรทางศาสนาอิสลามในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ ในพิธีเปิดงานครั้งนี้ทางโรงเรียนได้นำการแสดงศิลปะการต่อสู้ “สีละ”ของนักเรียนมาแสดงต้อนรับอธิบดีกรมศิลปากรตามธรรมเนียมของชาวมุสลิม เช่นเดียวกับการอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานโดยนางสาวไซนับ อับดุลรอแม เพื่อนำเข้าสู่พิธีการสำคัญ           อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวถึงผลสัมฤทธิ์ที่คาดหวังจากกิจกรรมครั้งนี้ว่า นอกจากเจ้าของวัฒนธรรมจะได้นำความรู้ไปดูแลรักษามรดกวัฒนธรรมในศาสนาแล้ว ยังเป็นโอกาสที่กรมศิลปากรได้ถ่ายทอดความรู้ ทักษะการจัดกิจกรรมบริการศึกษาของพิพิธภัณฑ์แก่บุคลากรโรงเรียนสมานมิตรวิทยา อันเป็นการเตรียมความพร้อมบุคลากรที่จะดำเนินงานพิพิธภัณฑ์มรดกวัฒนธรรมและศูนย์การเรียนรู้อัลกุรอานเมื่อแล้วเสร็จต่อไป


          พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชุมพร ขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมรับฟังการทดสอบแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์บนเส้นทางท่องเที่ยวศุทรา เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวประวัติศาสตร์สู่จักรวาลนฤมิตร (AI-MHT) ในวันพุธที่ 19 กรกฎาคม 2566 เวลา 9.00 - 12.00 น. ณ ห้องประชุม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชุมพร (รับจำนวนจำกัด ไม่มีค่าใช้จ่าย) จัดโดยสมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย ผู้สนใจสามารถกดยืนยันการเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่นี้ https://fb.me/e/WsQc8Let



-- องค์ความรู้จากเอกสารจดหมายเหตุ : ระเบิดหินสร้างทางรถไฟ -- ข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารจดหมายเหตุทำให้เราทราบว่า การสร้างโครงข่ายเส้นทางคมนาคมในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างทางรถไฟนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะการก่อสร้างที่ต้องบุกเบิกขนอุปกรณ์ก่อสร้างเข้าไปในพื้นที่ที่ไม่มีเส้นทางคมนาคมประเภทอื่นที่เหมาะสมนอกจากทางน้ำ ดังตัวอย่างการก่อสร้างทางรถไฟสายเหนือที่บริเวณเมืองพิจิตร ที่ปรากฏในเอกสารจดหมายเหตุชุด กรมราชเลขาธิการ รัชกาลที่ 5 กระทรวงโยธาธิการ ดังนี้. เมื่อเดือนตุลาคม ร.ศ. 122 (พ.ศ. 2446) พระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนนริศรานุวัดติวงษ์ เสนาบดีกระทรวงโยธาธิการ (พระยศและตำแหน่งในขณะนั้น – สะกดตามต้นฉบับ) ทรงมีลายพระหัตถ์กราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ความว่า ทรงได้รับรายงานจากเจ้ากรมรถไฟว่า การก่อสร้างทางรถไฟสายเหนือซึ่งต้องขนส่งเครื่องเหล็กก่อสร้างไปทางเรือนั้นไม่สะดวก เนื่องจากติดแก่งสะพานหิน 2 แห่ง บริเวณใต้เมืองพิจิตรลงมา เจ้ากรมรถไฟเสนอให้ระเบิดศิลาใต้น้ำเป็นช่องเล็กๆ พอให้เรือสามารถแล่นผ่านไปได้ ประมาณการค่าใช้จ่ายทั้งหมดไม่เกิน 1,000 บาท ซึ่งกรมขุนนริศรานุวัดติวงษ์ทรงเห็นว่าการระเบิดศิลานี้จะเป็นประโยชน์ไม่เฉพาะการก่อสร้างทางรถไฟเท่านั้น หากจะเป็นประโยชน์ต่อการสัญจรของประชาชนด้วย ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายนั้น กรมรถไฟจะออกแต่ค่าแรง ส่วนค่าสิ่งของจะขอให้กระทรวงพระคลังมหาสมบัติโอนเงินเหลือจ่ายในกระทรวงโยธาธิการไปจ่าย เนื่องจากการบำรุงรักษาแม่น้ำลำคลองเป็นหน้าที่ของกระทรวงโยธาธิการที่ต้องทำอยู่แล้ว ซึ่งในเวลาต่อมา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชหัตถเลขาตอบกลับว่า ทรงทราบเรื่องแล้ว และทรงเห็นว่าเป็นการดีควรจะระเบิด. หากพูดถึงการระเบิดหินในสมัยเมื่อร้อยกว่าปีก่อน อาจมีข้อสงสัยว่าจะระเบิดกันอย่างไร ใช้ระเบิดประเภทไหน แม้ว่าในเอกสารเรื่องนี้จะไม่ได้กล่าวถึงการดำเนินการระเบิดหินหลังจากที่มีพระราชหัตถเลขาแล้ว แต่ในเอกสารเรื่องเดียวกันนี้ได้ปรากฏหลักฐานการขออนุญาตสั่งเครื่องระเบิดของกรมรถไฟเพื่อใช้ในการสร้างรถไฟสายเหนือเมื่อเดือนสิงหาคม ร.ศ. 122 (ก่อนมีลายพระหัตถ์เรื่องขอระเบิดศิลาราว 2 เดือน) เครื่องระเบิดนี้ประกอบด้วย แก๊บดีโตเนเตอร์ (Blasting cap / Detonator) 25 หีบ หีบละ 10,000 ดอก ดินนาไมต์ (Dynamite) 200 หีบ หีบละ 50 ปอนด์ และฝักแค 50 ถัง ถังละ 250 ขด ซึ่งเป็นที่น่าสนใจว่า การขออนุญาตสั่งเครื่องระเบิดจำนวนมากเช่นนี้ นอกเหนือจากการระเบิดหินเพื่อประโยชน์ในการวางรางรถไฟแล้ว เครื่องระเบิดส่วนหนึ่งอาจจะนำมาใช้ระเบิดหินในแม่น้ำด้วยผู้เขียน: นายธัชพงศ์ พัตรสงวน (นักจดหมายเหตุปฏิบัติการ หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ พะเยา)เอกสารอ้างอิง:สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ. เอกสารชุดกรมราชเลขาธิการ รัชกาลที่ 5 กระทรวงโยธาธิการ ร.5 ยธ. 5.9/17 เรื่อง ระเบิดแก่งสพานหินใต้เมืองพิจิตรเพื่อการรถไฟสายเหนือ [ 5 ส.ค. – 31 ต.ค. 122 ].      #จดหมายเหตุ #องค์ความรู้จากจากจดหมายเหตุ #หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯพะเยา #เอกสารจดหมายเหตุ


          หอสมุดแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรี เฉลิมพระเกียรติ ขอเชิญชวนน้องๆหนูๆ มาทำกิจกรรมประดิษฐ์กระทง จากวัสดุจากธรรมชาติ ณ ห้องเด็กและเยาวชน หอสมุดแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรี เฉลิมพระเกียรติ ในวันเสาร์ ที่ 25 พฤศจิกายน 2566 เวลาตั้งแต่ 13.00-15.00 น. (หรือจนกว่าของจะหมด) สามารถร่วมกิจกรรมได้ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่กล่องข้อความ Inbox : m.me/500070696815966 ทางเฟสบุ๊ก : หอสมุดแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรี เฉลิมพระเกียรติ หรือทางหมายเลขโทรศัพท์ 0 3553 5343 ต่อ 17 (ในวันและเวลาราชการ)



          เศียรรูปบุคคล หรือ พระพุทธรูปสวมเทริดขนนก           แบบศิลปะ : ลพบุรี           ชนิด : ปูนปั้น           อายุสมัย : สมัยพุทธศตวรรษที่ 18           ลักษณะ : เศียรรูปบุคคล (บุรุษ) หรือ พระพุทธรูป สวมเครื่องประดับแบบเทริดขนนก พระนลาฎกว้าง พระพักตร์งามรูปสี่เหลี่ยม พระขนงค่อนข้างตรงปลายโค้งเล็กน้อย พระเนตรเหลือบต่ำ ปลายเนตรชี้ขึ้น พระนาสิกโด่งเป็นสัน พระหนุมน แย้มพระสรวลเล็กน้อย           สภาพ : ค่อนข้างสมบูรณ์           ประวัติ : ย้ายจาก พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง พบที่โบราณสถานเนินทางพระ อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี เป็นศาสนสถานที่สร้างขึ้นเนื่องในพุทธศาสนามหายาน มีอายุร่วมสมัยกับศาสนสถานที่พบในเขตเมืองโกสินารายณ์ จังหวัดราชบุรี ปราสาทกำแพงแลง จังหวัดเพชรบุรีและปราสาทเมืองสิงห์ จังหวัดกาญจนบุรี           สถานที่จัดแสดง : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี   แสดงภาพวัตถุหมุน คลิกที่นี่ http://www.virtualmuseum.finearts.go.th/suphanburi/360/model/c01/   ที่มา: hhttp://www.virtualmuseum.finearts.go.th/suphanburi


แผงพระพิมพ์วัสดุ : ไม้ ลงรัก ปิดทอง ล่องชาด ประดับกระจกแบบศิลปะ/อายุสมัย : ศิลปะล้านนา พื้นเมืองน่าน ราวพุทธศตวรรษที่ ๒๔-๒๕ (๑๐๐-๒๐๐ ปีมาแล้ว)ประวัติ : กรมศิลปากรผาติกรรมจากวัดชนะไพรี อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่านแผงพระพิมพ์ไม้ สลักลาย ส่วนฐานทำเป็นฐานบัวลดหลั่นแบบขั้นบันได ส่วนขอบหรือกรอบทำเป็นรูปนาค ตอนบนทำเป็นลายหางนาคไขว้เกี้ยวกระหวัดกันขึ้นไปด้านบน ทำให้รูปทรงเป็นรูปโค้งกลีบบัว ภายในแบ่งเป็นชั้นๆ มีร่องรอยของพระพิมพ์ที่หลุดหายไป ทั้งนี้ปรากฎช่องหรือรูที่ไว้สำหรับแขวนแผงพระพิมพ์/พระแผงไม้ ใช้เรียกแผงไม้ที่ประดับพระพิมพ์จำนวนมากอย่างเป็นระเบียบ คติของการสร้างพระพิมพ์ คือ ใช้เป็นตัวแทนของอดีตพุทธเจ้า ที่มีจำนวนมาก และปัจจุบันพุทธ คือ พระพุทธเจ้าโคตมะ เพื่อสืบทอดอายุพระพุทธศาสนาครบ ๕,๐๐๐ ปี ถวายไว้เพื่อเป็นพุทธบูชา และหวังอานิสงส์สำหรับผู้สร้าง ผู้ถวาย ทั้งในปัจจุบันชาติและในภายภาคหน้าภายหลังได้เสียชีวิตแล้วเอกสารอ้างอิงศิริศักดิ์ อภิศักดิ์มนตรี. พุทธศิลป์ล้านนา รูปแบบ แนวคิด และการวิเคราะห์. เชียงใหม่ : เชียงใหม่สแกนเนอร์. ๒๕๖๖


กุมภวาปี…เมืองที่ไม่ได้มีดีแค่ทะเลบัวแดงสอบถามหรือแจ้งข้อมูลโบราณสถานโทร. :  043-242129 Line : finearts8kk E-mail : fad9kk@hotmail.comTiktok : สำนักศิลปากรขอนแก่นพื้นที่ในความรับผิดชอบขอนแก่น บึงกาฬ เลย สกลนคร หนองคาย หนองบัวลำภู อุดรธานี#ทะเลบัวแดง #ความรู้ #สำนักศิลปากรที่8ขอนแก่น #กรมศิลปากร #โบราณสถาน #กุมภวาปี #อุดรธานี #วัด #สายบุญ #ไม้เก่า #ท่องเที่ยวอุดร #คนอุดร


            สำนักหอสมุดแห่งชาติ ขอเชิญร่วมโครงการอบรม เรื่อง "การบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับห้องสมุดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA)" ในวันศุกร์ที่ 29 มีนาคม 2567 เวลา 08.30 - 14.30 น. ณ ห้องประชุมใหญ่ สำนักหอสมุดแห่งชาติ ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ แบบ On-site ล่วงหน้าได้ ด้วยการสแกน QR Code หรือลงทะเบียนผ่านลิงก์ https://forms.gle/9mSGJVhTo9bfBtdT7 (*รับจำนวนจำกัด ปิดรับลงทะเบียนวันที่ 20 มีนาคม 2567 หรือหากมีผู้ลงทะเบียนเต็มจำนวนแล้ว) นอกจากนี้ยังสามารถรับชมได้ผ่านทาง Facebook live ของหอสมุดแห่งชาติ : National Library of Thailand ในวันและเวลาดังกล่าว


ชื่อโบราณวัตถุ : ภาชนะดินเผาเขียนสีรูปสัตว์แบบศิลปะ : สมัยก่อนประวัติศาสตร์ชนิด : ดินเผาขนาด : สูง 19.6 เซนติเมตร ปากกว้าง 16.5 เซนติเมตร อายุสมัย : วัฒนธรรมบ้านเชียงสมัยปลาย 2,300 - 1,800 ปีมาแล้วลักษณะ : ภาชนะดินเผาก้นกลม มีเชิง เขียนสีแดงเป็นลายรูปสัตว์ คล้ายสัตว์เลื้อยคลานสภาพ : ...ประวัติ : ...สถานที่จัดแสดง : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง จังหวัดอุดรธานีแสดงภาพวัตถุหมุน คลิกที่นี่  http://www.virtualmuseum.finearts.go.th/banchiang/360/model/07/ ที่มา: http://www.virtualmuseum.finearts.go.th/banchiang


แนะนำฐานข้อมูล GALE PRIMARY SOURCESArchives Unbound เป็นแหล่งข้อมูลปฐมภูมิและเอกสารหายากกว่า 200 คอลเลกชัน  โดยนางสาวณัฐธิดา สถาอุ่น นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพ หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่


         ชิ้นส่วนพุทธบัลลังก์          - ทวารวดี (พุทธศตวรรษที่ ๑๒ – ๑๖)          - หิน          - ขนาด กว้าง ๔๕ ซม. ยาว ๙๙ ซม.          พบที่วัดไทร อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ประติมากรรมรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ปลายด้านขวาหักหายไป ปลายด้านซ้ายจำหลักเป็นรูปมกรกำลังคายรูปสัตว์ผสม หรือวยาลกะ มีเขาคล้ายเขาโคออกจากปาก วยาลกะยกเท้าหน้าทั้งคู่ขึ้นระดับไหล่ เท้าด้านซ้ายก้าวมาข้างหน้า เท้าหลังด้านขวาก้าวตามแผ่นหินที่เป็นส่วนลำตัวของมกร ประติมากรรมชิ้นนี้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงมีพระอธิบายว่า เป็นชิ้นส่วนศิลาทับหลังเรือนแก้วของพระพุทธรูปนั่งห้อยพระบาทศิลาเขียวซึ่งปัจจุบันประดิษฐานอยู่ในวิหารน้อย วัดหน้าพระเมรุ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา   แสดงภาพวัตถุหมุน คลิกที่นี่ https://smartmuseum-v2.finearts.go.th/3d_object/?obj=40187   ที่มา: https://smartmuseum.finearts.go.th


วันที่ 7 ธันวาคม 2566 เวลา 16.30 น. ร้อยเอกบุญยฤทธิ์ ฉายสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 2 สุพรรณบุรี พร้อมหัวหน้าส่วน หอสมุดแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรี เฉลิมพระเกียรติ, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี และ หอจดหมายเหตุแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรี เข้าร่วมพิธีเปิดโครงการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ ประจำปีงบประมาณ 2567 กิจกรรม : ปฏิบัติการสร้างสรรค์ (Workshop) ผลงานศิลปกรรมตามแนวคิด เรื่อง ในหลวงรัชกาลที่ 9 ของปวงชนชาวไทย ณ อาคารศูนย์การเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรม วิทยาลัยช่างศิลป์ โดยมีนายธีรยุทธ์  จันทร์ดิษฐวงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานในพิธีเปิด


นำเสนอสาระความรู้ และแนะนำเรื่องที่น่าสนใจจากหนังสืออนุสรณ์งานศพ พร้อมประวัติของผู้วายชนม์โดยสังเขป วันนี้ #หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี ขอนำเสนอ เรื่อง #ประวัติสุนทรภู่ นิราศเมืองแกลง และประวัติเมืองแกลง หนังสือจัดพิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานฌาปนกิจศพ นางสำลี เกิดลาภผล ณ เมรุวัดมกุฏกษัตริยาราม เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2511 นางสำลี เกิดลาภผล เกิดเมื่อวันอังคาร เดือน 12 ปีเถาะ พ.ศ. 2423 ที่ตำบลทางเกวียน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง เป็นบุตรสาวคนที่สองของขุนแพ่งกับนางมุก นางสำลีได้กำพร้าบิดามารดาตั้งแต่อายุยังน้อย จึงได้อาศัยอยู่กับน้าหญิง ซึ่งเป็นภรรยาของหลวงวิชิตภักดี ผู้พิพากษาประจำเมืองแกลงในขณะนั้น ต่อมาได้สมรสกับนายเห่ง เกิดลาภผล ผู้เป็นบุตรชายของนางเกียกับนายย่องติ้น แซ่หลิม และเป็นหลานของเจ้าสัวเช้า แซ่ตัน กับนางจ้อย แห่งบ้านตลาดบางกะจะ อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี หลังจากสมรส มีบุตรและธิดา จำนวน 6 คน นางสำลีเป็นผู้เลื่อมใสยึดมั่นในพระพุทธศาสนาอย่างยิ่ง ได้บริจาคทรัพย์บำรุงวัด และจัดการอุปสมบทให้แก่ผู้ที่ไร้กำลังทรัพย์อยู่เสมอ นางสำลีได้ป่วยเป็นมะเร็งที่มดลูก และถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2510 รวมอายุได้ 77 ปี #ประวัติสุนทรภู่ นี้ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้ทรงพระนิพนธ์ขึ้นเพื่อให้พิมพ์รวมกับเสภาเรื่องพระราชพงศาวดาร ซึ่งเป็นบทนิพนธ์ของสุนทรภู่ แจกในงานฉลองพระชันษา ครบ 60 เมื่อ พ.ศ. 2465 เป็นครั้งแรก ภายหลังได้มีการเพิ่มเติมเชิงอรรถ โดย นายธนิต อยู่โพธิ์ และชำระเพิ่มเติมโดยกรมศิลปากร หนังสือมีการจัดพิมพ์เผยแพร่อีกหลายครั้งเนื่องจากมีผู้สนใจในเรื่องราวของสุนทรภู่มาก เนื้อหาว่าด้วยเรื่องประวัติของสุนทรภู่ แบ่งออกเป็น 7 ตอน ได้แก่ ตอนก่อนรับราชการ ตอนรับราชการ ตอนออกบวช ตอนตกยาก ตอนสิ้นเคราะห์ หนังสือที่สุนทรภู่แต่ง และเกียรติคุณของสุนทรภู่ #นิราศเมืองแกลง สุนทรภู่แต่งเมื่อราว พ.ศ. 2350 เมื่อครั้งเดินทางไปพบบิดาซึ่งบวชเป็นพระอยู่ที่บ้านกร่ำ เมืองแกลง จังหวัดระยอง เป็นนิราศเรื่องแรกที่สุนทรภู่แต่ง เพื่อบันทึกการเดินทางและแสดงความรู้สึกนึกคิดของตน พิเคราะห์จากเรื่องราวที่ปรากฏในนิราศ ประกอบกับศักราชปีเกิดของสุนทรภู่ ดูเหมือนเมื่อแต่งนิราศเรื่องนี้ อายุน่าจะราวสัก 20 ปี กล่าวในนิราศว่าสุนทรภู่มีศิษย์ติดตามไปด้วย 2 คน คือ นายน้อย และนายพุ่ม และมีนายแสงชาวเมืองระยองขอเดินทางร่วมไปด้วยและช่วยนำทางให้ สุนทรภู่ได้พรรณนาถึงความยากลำบากในการเดินทาง สภาพภูมิประเทศ และชีวิตของชาวบ้านที่ได้พบเห็น ส่วน #ประวัติเมืองแกลง นั้น นางพัฒนี สุทธิสุวรรณ วิทยากรตรี แผนกอักษรศาสตร์และวรรณคดี กรมศิลปากร ได้ค้นคว้าและเรียบเรียงขึ้น โดยกล่าวถึงประวัติและความเป็นมาของเมืองแกลง จังหวัดระยอง โดยสังเขป ผู้ที่สนใจสามารถอ่านเพิ่มเติมได้จาก http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/14923 หรือสแกนจาก QR Code เพื่ออ่านในรูปแบบ E-Book บรรณานุกรม ดำรงราชานุภาพ, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยา. ประวัติสุนทรภู่. พระนคร: โรงพิมพ์ชวนพิมพ์, 2511.


black ribbon.