ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,702 รายการ


รวมถ้อยคำเหนียตจ่ายซากาตฟิฏรฺและดุอา จัดทำโดย นางสาวฤทัยรัตน์ เส้งสุวรรณ์ เอกปรัชญาและศาสนา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี นักศึกษาฝึกงาน



องค์ความรู้ : อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง เรื่อง : เรื่องราวการอุทิศสิ่งของถวายแด่เทวาลัยพนมรุ้ง ปราสาทพนมรุ้ง สร้างขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๕ - ๑๘ เป็นศาสนสถานบูชาพระศิวะ เทพเจ้าสูงสุดในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย การสร้างปราสาทพนมรุ้งบนยอดภูเขาเป็นการจำลองวิมานที่ประทับของศิวะบนเขาไกรลาส นอกจากการสร้างขึ้นเพื่อถวายแด่พระศิวะแล้ว ปราสาทแห่งนี้ยังถูกใช้สำหรับประกอบพิธีกรรมตามประเพณีของศาสนาฮินดูอีกด้วย เช่น การบูชาเทพเจ้าด้วยการสังเวยเครื่องบัตรพลีต่าง ๆ การสรงน้ำศิวลึงค์ซึ่งเป็นรูปเคารพแทนองค์พระศิวะในห้องครรภคฤหะของปราสาทประธาน เป็นต้น ในการสร้างศาสนสถานถวายแด่เทพเจ้าในวัฒนธรรมเขมรโบราณ ผู้สร้างจะอุทิศทรัพย์สิน และสิ่งของต่าง ๆ เป็นเครื่องบูชาแด่เทวสถานนั้น ๆ ในส่วนของปราสาทพนมรุ้ง “นเรนทราทิตย์” เจ้านายเชื้อสายราชวงศ์มหิธรปุระองค์สำคัญผู้สร้างปราสาทแห่งนี้ ได้ทำนุบำรุงศาสนาฮินดู โดยปฏิบัติตามความเชื่อของลัทธิไศวนิกายแบบปาศุปตะ ท่านได้อุปถัมภ์ พราหมณ์ ดาบส โยคี ถวายทรัพย์สิน ที่ดิน ข้าทาส รวมถึงสิ่งของมีค่าเป็นเครื่องบูชาแด่ปราสาทพนมรุ้งจำนวนมาก เรื่องราวในจารึกพบที่ปราสาทพนมรุ้ง กล่าวถึงสิ่งของที่กลุ่มชนชั้นสูงได้อุทิศถวายแด่เทวาลัยพนมรุ้งเป็นจำนวนมาก สำหรับเลี้ยงข้าพระประจำเทวาลัยซึ่งทำหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยต่าง ๆ เช่น จารึกพนมรุ้ง ๓ กล่าวถึงการถวายน้ำนม จารึกพนมรุ้ง ๔ กล่าวถึงการถวายข้าวสุก จารึกพนมรุ้ง ๘ กล่าวถึงสิ่งของสำหรับบริโภค เช่น กองข้าว ข้าวเปลือก น้ำผึ้ง วัว (ให้น้ำนม) เครื่องเทศ เช่น จันทร์แดง กานพลู ของหอมสำหรับพิธีกรรม เช่น การบูร ไม้จันทร์ จารึกพนมรุ้ง ๙ กล่าวถึงการถวายราชยานขนาดใหญ่แด่เทพเจ้า (พระศิวะ) แห่งภูเขาใหญ่ (พนมรุ้ง หมายถึง ภูเขาใหญ่) นอกจากสิ่งของแล้วยังปรากฏการกัลปนาถวายที่ดินด้วย โดยบริเวณรอบเขาพนมรุ้งพบหลักหินกระจายเป็นจำนวนมากอยู่ทุกทิศ ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นขอบเขตที่ดินที่ถูกถวายแด่ศาสนสถาน ซึ่งที่กล่าวมาเหล่านี้ล้วนถวายแด่ “พระกมรเตงชคตวนัมรุง” หรือ “เทพแห่งปราสาทพนมรุ้ง” นั่นเอง เป็นที่น่าสนใจว่าการถวายสิ่งของแด่ปราสาทพนมรุ้ง สามารถสะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตของชุมชนโบราณรอบเขาพนมรุ้ง ซึ่งมีลักษณะเป็นสังคมเกษตรกรรมเพาะปลูก-เลี้ยงสัตว์ มีระบบการจัดการบริหารคนสำหรับดูแลศาสนสถาน มีหลักเขตบอกอาณาเขตที่ดิน รวมไปถึงมีการแลกเปลี่ยนทรัพยากรกับชุมชนโบราณอื่น ๆ โดยเฉพาะเครื่องหอมสำหรับพิธีกรรม ซึ่งไม่ได้เป็นสิ่งของที่ถูกผลิตขึ้นในท้องถิ่น ดังนั้นจึงอาจสรุปได้ว่าบทบาทของชุมชนโบราณในบริเวณนี้คือการผลิตทรัพยากรเพื่อถวายแด่ปราสาทพนมรุ้ง ซึ่งเป็นหน้าที่และหลักปฏิบัติสำคัญของผู้ปกครองรวมไปถึงประชาชนที่มีความเลื่อมใสศรัทธาต่อ “พระกมรเตงชคตวนัมรุง” เรียบเรียงโดย : นายพงศธร ดาวกระจาย ผู้ช่วยนักโบราณคดี อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง เอกสารอ้างอิง : เทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, สมเด็จพระ. “จารึกพบที่ปราสาทพนมรุ้ง.” วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาจารึกภาษาตะวันออก บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๒๑. พิสิฐ เจริญวงศ์ และคณะ. ปราสาทพนมรุ้ง. พิมพ์ครั้งที่ ๖. บุรีรัมย์: สำนักโบราณคดี กรมศิลปากร, ๒๕๕๑. อนุรักษ์ ดีพิมาย. “การศึกษารูปแบบและหน้าที่ของหลักหินในวัฒนธรรมเขมรที่พบบริเวณรอบเขาพนมรุ้ง.” เอกสารการศึกษาเฉพาะบุคคลปริญญาศิลปศาสตรบัณฑิต (โบราณคดี) คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๕๒.


ชื่อเรื่อง                     โคลงพระราชพิธีทวาทศมาศผู้แต่ง                       สมเด็จพระเจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระยาบำราบปรปักษ์ประเภทวัสดุ/มีเดีย       หนังสือหายากหมวดหมู่                   วรรณคดีเลขหมู่                      895.9113 บ311คนสถานที่พิมพ์               พระนครสำนักพิมพ์                 โรงพิมพ์ตีรณสารปีที่พิมพ์                    2499ลักษณะวัสดุ               194 หน้าหัวเรื่อง                     โคลงภาษา                       ไทยบทคัดย่อ/บันทึกโคลงพระราชพิธีทวาทศมาศของสมเด็จพระเจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระยาบำราบปรปักษ์ ผู้ทรงเป็นต้นสกุลมาลากุล ทรงนิพนธ์ขึ้นในรัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เนื้อความกล่าวพรรณนาถึงพระราชพิธีต่างๆ ทั้ง 12 เดือน


ชื่อเรื่อง                                นิทานพระแก้ว (นิทานพระแก้ว) สพ.บ.                                  247/1ประเภทวัสดุมีเดีย                    คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                               พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                           38 หน้า กว้าง 5 ซ.ม. ยาว 57 ซ.ม. หัวเรื่อง                                 พุทธศาสนา                                           ชาดก                                           เทศน์มหาชาติ                                           คาถาพัน บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน ภาษาบาลี-ไทยอีสาน เส้นจาร ฉบับลานดิบ ได้รับบริจาคมาจากวัดทุ่งอุทุมพร ต.บางปลาม้า อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี


ความเป็นมา          จังหวัดระนองตั้งอยู่ภาคใต้ฝั่งตะวันตกหรือฝั่งทะเลอันดามัน ในอดีตเป็นพื้นที่ที่สามารถรับและแลกเปลี่ยนอารยธรรมจากภายนอกที่ผ่านเข้ามาทั้งทางบกและทางทะเล ดังปรากฏหลักฐานของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ – แรกเริ่มประวัติศาสตร์ ที่เคยมีการสำรวจพบแหล่งโบราณคดีในพื้นที่ตำบลในวงเหนือและในวงใต้ อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง เช่น แหล่งโบราณคดีถ้ำกลุ่มหมอลำ ถ้ำประกายเพชร ถ้ำเสือ และ ถ้ำน้ำลอด          ระยะต่อมาปรากฏร่องรอยหลักฐานเมืองท่าโบราณยุคแรกเริ่มประวัติศาสตร์ เช่น แหล่งโบราณคดีปากจั่น อำเภอกระบุรี และกลุ่มแหล่งโบราณคดีภูเขาทอง อำเภอสุขสำราญ โดยพบลูกปัดที่ทำจากแก้ว หิน และทองคำ และโบราณวัตถุอื่นๆ อีกจำนวนมากที่แสดงถึงการติดต่อกับอินเดียอย่างชัดเจน รวมทั้งล่าสุดพบหลักฐานซากเรือโบราณที่หาดปากคลองกล้วย ใกล้กับแหล่งโบราณคดีภูเขาทอง ยิ่งทำให้เชื่อได้ว่าพื้นที่แถบนี้ในอดีตเคยเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางการค้าทางทะเล การเผยแผ่ศาสนา ความเชื่อ และการแลกเปลี่ยนอารยธรรมจากภายนอก เมื่อประมาณ ๒,๐๐๐ ปีมาแล้ว ที่ตั้งและสภาพโดยทั่วไป          ตำบลในวงเหนือและตำบลในวงใต้ เป็นตำบลที่ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันออก ของอำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง ห่างจากที่ว่าการอำเภอละอุ่นประมาณ ๒๐ กิโลเมตร จากลักษณะทางกายภาพที่มีภูเขาล้อมรอบพื้นที่ที่มีลักษณะเป็นวงนี้ จึงได้ถูกเรียกว่า “ในวง” ในช่วงปี พ.ศ.๒๕๒๗-๒๕๒๘ เริ่มมีราษฎรโดยเฉพาะจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยทยอยเข้ามาอยู่อาศัยและทำเกษตรกรรม จนปัจจุบันมีความอุดมสมบูรณ์ และเกิดการผสมสานทางวัฒนธรรมอีกด้วย          ข้อมูลตามประวัติตำบลละอุ่นเหนือ กล่าวถึงคำว่า "ละอุ่น" มาจากชื่อนายอุ่น คนแรกที่เข้ามาอยู่ โดยอพยพมาจากภาคอีสาน ซึ่งชาวบ้านเรียกกันว่า "ตาลาวอุ่น" หรือ "ลาวอุ่น" ซึ่งเป็นคำที่คนทางภาคใต้ใช้เรียกคนอีสานว่า "ลาว" ต่อมาเมื่อเป็นชุมชนก็มีการเรียกชื่อชุมชนว่า "ลาวอุ่น" และคนภาคใต้ชอบใช้คำสรรพนามสั้นๆ จึงกร่อนคำเหลือเพียง "ละอุ่น" จึงสันนิษฐานว่าต่อมาได้ใช้คำว่า “ละอุ่น” ใช้ตั้งเป็นชื่อของอำเภอและตำบลในพื้นที่บริเวณนี้ ลักษณะทางภูมิศาสตร์           ลักษณะภูมิศาสตร์บริเวณพื้นที่ตำบลในวงเหนือและในวงใต้ ส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาและภูเขาสูงสลับซับซ้อน มียอดเขาสูงโดยเฉลี่ย ๓๐๐ – ๕๐๐ เมตร จากระดับน้ำทะเล บางบริเวณเป็นพื้นที่ลาดเชิงเขา เนินเขา และที่ราบลุ่มระหว่างหุบเขา ตอนกลางของพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ราบลูกเนินสลับภูเขาหินปูนที่มีผนังสูงชันและมียอดแหลมๆ มากมายหลายยอดซ้อนกัน ส่วนพื้นที่ด้านทิศตะวันออกเป็นพื้นที่ที่มีความลาดชันเพิ่มตามระดับและเป็นพื้นที่ต้นน้ำ          บริเวณพื้นที่ใจกลางตำบลในวงเหนือและในวงใต้ มีลักษณะทางธรณีวิทยาที่มีชุดหินเป็นหินปูน หินปูนเนื้อโดโลไมต์ มีเชิร์ตแทรกเป็นก้อนและเป็นชั้น หินโดโลไมต์ มีซากฟูซูลินิด หอยแบรคิโอพอด ปะการัง และ ไบรโอซัว จัดเป็นหินยุคเพอร์เมียน (อายุประมาณ ๒๘๖-๒๔๕ ล้านปี) ส่วนมากมีลักษณะเป็น เขาโดด จัดอยู่ในกลุ่มหินราชบุรี ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วเป็นหินปูนและโดโลไมต์ แสดงลักษณะภูมิประเทศแบบคาสต(karst) ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของการกร่อนของเขาหินปูน โดยจะมีเขาโดดๆ รูปร่างต่างๆ มีถ้ำและเพิงผา ซึ่งภายในพบหินงอกหินย้อย ประวัติการศึกษา/ดำเนินการ ที่ผ่านมาของกรมศิลปากร พ.ศ. ๒๕๔๒ สำรวจพบแหล่งโบราณคดี “ถ้ำกลุ่มหมอลำ” ในเขตหมู่ที่ ๓ ตำบลในวงเหนือ อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง บริเวณที่พักสงฆ์ปัญจการุณ พบโบราณวัตถุ ได้แก่ เศษภาชนะดินเผา และชิ้นส่วนโครงกระดูกมนุษย์ สันนิษฐานว่าใช้เป็นที่พักอาศัยชั่วคราวและที่ฝังศพของมนุษย์ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ – แรกเริ่มประวัติศาสตร์          พ.ศ. ๒๕๔๘ สำรวจพบแหล่งโบราณคดีถ้ำประกายเพชร พบร่องรอยหลักฐานของมนุษย์ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ อายุประมาณ ๔,๐๐๐ – ๒,๐๐๐ ปีมาแล้ว ได้แก่ ชิ้นส่วนภาชนะดินเผา และชิ้นส่วนกระดูกสัตว์ เป็นหลักฐานที่สามารถบอกได้ว่าในพื้นที่อำเภอละอุ่น มีการเข้ามาอยู่อาศัยของมนุษย์ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ และสามารถใช้เป็นตัวแทนในการอธิบายภาพรวมการกระจายตัวของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ในประเทศไทยได้เป็นอย่างดี          พ.ศ. ๒๕๕๓ สำรวจแหล่งโบราณคดีในพื้นที่ตำบลในวงเหนือและในวงใต้ อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง เพื่อตรวจสอบสมมติฐานถึงวิถีชีวิตชุมชนและตรวจสอบการกระจายตัวของวัฒนธรรมหินใหม่ และหลักฐานเกี่ยวกับหม้อสามขา พบแหล่งโบราณคดีจากการสำรวจ จำนวน ๓๐ แหล่ง ที่ปรากฏร่องรอยหลักฐานของมนุษย์ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ โบราณวัตถุที่พบ ได้แก่ ชิ้นส่วนภาชนะดินเผารูปแบบต่างๆ ชิ้นส่วนภาชนะดินเผาสามขา เครื่องมือหิน ลูกปัดหิน ชิ้นส่วนกระดูกมนุษย์และกระดูกสัตว์ เปลือกหอยน้ำจืดและน้ำเค็ม          พ.ศ. ๒๕๕๖ สำรวจแหล่งโบราณคดีถ้ำนางนอน เขาไม้แก้ว และถ้ำประกายเพชร จากการสำรวจพบโบราณวัตถุประเภทชิ้นส่วนภาชนะดินเผา ชิ้นส่วนโครงกระดูกมนุษย์ กระดูกและฟันสัตว์          พ.ศ. ๒๕๕๘ สำรวจแหล่งโบราณคดีถ้ำน้ำลอด จากการสำรวจพบโบราณวัตถุประเภทชิ้นส่วนภาชนะดินเผา และชิ้นส่วนกระดูกสัตว์           พ.ศ.๒๕๖๑ กรมศิลปากร ประกาศรายชื่อโบราณสถานในเขตจังหวัดระนอง ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๑๖๕ ง วันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๖๑ หน้า ๒๕ พื้นที่อำเภอละอุ่น จำนวน ๕ แห่ง ได้แก่ ๑) แหล่งโบราณคดีถ้ำประกายเพชร ๒) แหล่งโบราณคดีถ้ำนางนอน-เขาไม้แก้ว ๓) แหล่งโบราณคดีถ้ำกลุ่มหมอลำ ๔) แหล่งโบราณคดีถ้ำเสือ ๕) แหล่งโบราณดีถ้ำน้ำลอด          วันที่ ๒๓-๒๕ เมษายน ๒๕๖๒ สำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช สำรวจแหล่งโบราณคดีในพื้นที่ตำบลในวงเหนือและ ในวงใต้ อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง พบแหล่งโบราณคดีจำนวน ๑๒ แหล่ง ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ – แรกเริ่มประวัติศาสตร์          วันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๖๒ สำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช สำรวจแหล่งโบราณคดีเพิ่มเติมในพื้นที่กลุ่มถ้ำฉานผึ้ง ตำบลในวงใต้ อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง พบแหล่งโบราณคดีจำนวน ๒ แหล่ง ได้แก่ ถ้ำฉานผึ้ง ๓ และถ้ำฉานผึ้ง ๔           วันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ สำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช สำรวจแหล่งโบราณคดีในพื้นที่กลุ่มถ้ำฉานผึ้ง ตำบลในวงใต้ อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง พบแหล่งโบราณคดีจำนวน ๑ แหล่ง ได้แก่ ถ้ำฉานผึ้ง ๕แหล่งโบราณคดีและหลักฐานที่พบจากการสำรวจ          จากประวัติการศึกษาและการสำรวจทางโบราณคดีบริเวณกลุ่มภูเขาหินปูน ในพื้นที่ตำบลในวงเหนือและตำบลในวงใต้ ที่ผ่านมา พบแหล่งโบราณคดี ๑๖ แหล่ง ได้แก่ ๑. แหล่งโบราณคดีถ้ำกลุ่มหมอลำ ๑ หมู่ที่ ๓ บ้านหมอลำ ตำบลในวงเหนือ ๒. แหล่งโบราณคดีถ้ำกลุ่มหมอลำ ๒ หมู่ที่ ๓ บ้านหมอลำ ตำบลในวงเหนือ ๓. แหล่งโบราณคดีถ้ำกลุ่มหมอลำ ๓ หมู่ที่ ๓ บ้านหมอลำ ตำบลในวงเหนือ ๔. แหล่งโบราณคดีถ้ำกลุ่มหมอลำ ๔ หมู่ที่ ๓ บ้านหมอลำ ตำบลในวงเหนือ ๕. แหล่งโบราณคดีถ้ำกลุ่มหมอลำ ๕ หมู่ที่ ๓ บ้านหมอลำ ตำบลในวงเหนือ ๖. แหล่งโบราณคดีถ้ำฉานผึ้ง ๑ หมู่ที่ ๒ บ้านเนินทอง ตำบลในวงใต้ ๗. แหล่งโบราณคดีถ้ำฉานผึ้ง ๒ หมู่ที่ ๒ บ้านเนินทอง ตำบลในวงใต้ ๘. แหล่งโบราณคดีถ้ำฉานผึ้ง ๓ หมู่ที่ ๒ บ้านเนินทอง ตำบลในวงใต้ ๙. แหล่งโบราณคดีถ้ำฉานผึ้ง ๔ หมู่ที่ ๒ บ้านเนินทอง ตำบลในวงใต้ ๑๐. แหล่งโบราณคดีถ้ำฉานผึ้ง ๕ หมู่ที่ ๒ บ้านเนินทอง ตำบลในวงใต้ ๑๑. แหล่งโบราณคดีถ้ำเสือ หมู่ที่ ๒ บ้านคอกช้าง ตำบลในวงเหนือ ๑๒. แหล่งโบราณคดีถ้ำนางนอน-เขาไม้แก้ว หมู่ที่ ๒ บ้านคอกช้าง ตำบลในวงเหนือ ๑๓. แหล่งโบราณคดีถ้ำประกายเพชร ๑ หมู่ที่ ๒ บ้านคอกช้าง ตำบลในวงเหนือ ๑๔. แหล่งโบราณคดีถ้ำประกายเพชร ๒ หมู่ที่ ๒ บ้านคอกช้าง ตำบลในวงเหนือ ๑๕. แหล่งโบราณคดีถ้ำหนัดได หมู่ที่ ๒ บ้านคอกช้าง ตำบลในวงเหนือ ๑๖. แหล่งโบราณคดีถ้ำน้ำลอด หมู่ที่ ๒ บ้านเนินทอง ตำบลในวงใต้--------------------------------------------------------สำรวจ/เรียบเรียง/กราฟิก : ธวัชชัย ชั้นไพศาลศิลป์ นักโบราณคดีชำนาญการ กลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช--------------------------------------------------------อ้างอิง ๑. กรมทรัพยากรธรณี. สำนักธรณีวิทยา. แผนที่ธรณีวิทยาจังหวัดระนอง ปี ๒๕๕๐. กรุงเทพฯ: กรมทรัพยากรธรณี, ๒๕๕๐.๒. กรมแผนที่ทหาร. อำเภอละอุ่น. ระวาง 4729 II. แผนที่ประเทศไทย ลำดับชุด L 7018. 2543. มาตราส่วน 1 : 50,000. ๓. กรมศิลปากร. สำนักโบราณคดี. รายงานเบื้องต้นการสำรวจแหล่งโบราณคดีในพื้นที่ ตำบลในวงเหนือ และตำบลในวงใต้ อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง. ๒๕๕๓. ๔. สำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช. กลุ่มโบราณคดีและอนุรักษ์โบราณสถาน สาขาภูเก็ต. รายงานการสำรวจแหล่งโบราณคดีในพื้นที่ในวงเหนือและในวงใต้ อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง. ๒๕๖๒. ๕. สำนักงานศิลปากรที่ ๑๕ ภูเก็ต. กลุ่มวิชาการโบราณคดี. แหล่งโบราณคดีถ้ำประกายเพชร ตำบลในวงเหนือ อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง. ๒๕๔๘. ๖. สำนักศิลปากรที่ ๑๕ ภูเก็ต. กลุ่มโบราณคดี. รายงานการสำรวจแหล่งโบราณคดีถ้ำน้ำลอด บ้านเนินทอง หมู่ ๒ ตำบลในวงใต้ อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง. ๒๕๕๘. ๗. องค์การบริหารส่วนตำบลละอุ่นเหนือ. ประวัติตำบลละอุ่นเหนือ. เข้าถึงเมื่อ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๒, เข้าถึงได้จาก http://www.launnuae.go.th/history.php


เลขทะเบียน : นพ.บ.154/3ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ :  48 หน้า ; 4.5 x 53 ซ.ม. : ล่องชาด ; ไม้ประกับธรรมดา  ชื่อชุด : มัดที่ 93 (1-16) ผูก 3 (2565)หัวเรื่อง : วิทฺดธมุขมณฺฑน(ศัพท์วิทัดมุขมัณฑน)--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


สตฺตปฺปกรณาภิธมฺมเทศนา (สังคิณี-มหาปัฎฐาน)  ชบ.บ.37/1-2  เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)


นิพฺพานสุตฺต (นิพฺพานสูตร)  ชบ.บ.75/1-1ด เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)


อุโปสถกมฺมกถา (อุโปสถกรรมกถา)  ชบ.บ.97/1-6  เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)


เลขทะเบียน : นพ.บ.312/3ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 54 หน้า ; 5 x 58.5 ซ.ม. : ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 127  (313-316) ผูก 3 (2565)หัวเรื่อง : มหานิปาตวณฺณนา (ทศชาติ) ชาตกฎฐกถา,ขุทฺทกนิกายฏฐกถา (เนมิราช)--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม





ชื่อผู้แต่ง        - ชื่อเรื่อง         วันชุมนุมหนังตะลุง ครั้งที่พิมพ์     - สถานที่พิมพ์   สงขลา สำนักพิมพ์     ม.ป.ท. ปีที่พิมพ์        ๒๕๑๖ จำนวนหน้า    ๑๐๓ หน้า รายละเอียด    เป็นหนังสือที่ส่งเสริมและรักษาไว้ซึ่งศิลปะการแสดงหนังตะลุงดั้งเดิม ให้ดำรงอยู่เป็นสัญลักษณ์การแสดงของชาวไทยภาคใต้ และเพื่อให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหนังตะลุง       แก่ประชาชนในทางที่ถูกต้อง


black ribbon.