ค้นหา


รายการที่พบทั้งหมด 37,671 รายการ

ชื่อเรื่อง                                 ตำราดูลักษณะบุคคล (หญิง ชาย – ดี และ ชั่ว)ผู้แต่ง                                    ลักษมันต์ประเภทวัสดุ/มีเดีย                  หนังสือหายากISBN/ISSN                            -หมวดหมู่                                ปรัชญา โหราศาสตร์เลขหมู่                                   188สถานที่พิมพ์                           ธนบุรีสำนักพิมพ์                             โรงพิมพ์รุ่งวัฒนาปีที่พิมพ์                                 2515ลักษณะวัสดุ                           440 หน้า กว้าง 13 ซ.ม. ยาว 18.5 ซ.ม.หัวเรื่อง                                  โหราศาสตร์ภาษา                                    ไทยบทคัดย่อ/บันทึก               “ตำราคูลักษณะบุคคล” เล่มนี้ได้ถอดความมาจากต้นฉบับเดิม จากตำราดูลักษณะในราชสำนักของจีน ที่สืบมาแต่โบราณ เป็นตำราที่บอกถึงลักษณะของบุคคลแต่ละประเภท แต่ละชนิดทั้งหญิงและชาย ว่าเป็นผู้ที่มีอุปนิสัยใจคอเช่นไร น่าคบค้าสมาคมด้วยเพียงใดหรือไม่ จำเป็นอย่างยิ่งที่ท่านควรจะศึกษาเอาไว้เป็นความรู้ ความเชี่ยวชาญในการที่จะสมาคมกับบุคคลต่างหน้าอยู่ทุกเมื่อชื่อวัน อย่างน้อยที่สุดก็ยังเป็นวิชาพิเศษ ที่ท่านสามารถจะทดสอบและพยากรณ์ให้กับเพื่อนฝูง หรือญาติมิตรได้ในโอกาสที่สมควร


ชื่อเรื่อง                                        สพ.บ.424/1ก พระเจ้าห้าสิบชาติ (ห้าสิบชาติ) สพ.บ.                                          424/1ก ประเภทวัดุ/มีเดีย                            คัมภีร์ใบลาน หมวดหมู่                                      พุทธศาสนา ลักษณะวัสดุ                                  52 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 57 ซม. หัวเรื่อง                                        พุทธศาสนา                                                  เทศน์มหาชาติ บทคัดย่อ/บันทึก                เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับล่องชาต ได้รับบริจาคมาจากวัดลานคา ต.โคกคราม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี


          พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม เปิดรับสมัครผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรม Batik workshop เรียนรู้และสืบสานงานศิลปหัตถกรรมบนผืนผ้า ในวันอาทิตย์ที่ 2 กรกฎาคม 2566 โดยวิทยากรจากลุ่มวิสาหกิจชุมชนผ้าบาติกและมัดย้อม ตำบลบ้านชุ้ง           สมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย (รับจำนวนจำกัดเพียง 30 ท่าน) สอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งได้ที่ 035 251 586 หรือ Facebook : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม -------------------------------------------------- พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดทำการวันพุธ - อาทิตย์ เวลา 09.00 - 16.00 น. ปิดวันจันทร์ วันอังคารและวันหยุดนักขัตฤกษ์


วัดเจดีย์กลางทุ่ง ตั้งอยู่นอกเมืองนครชุมทางด้านทิศใต้ ในเขตพื้นที่อำเภอเมืองกำแพงเพชร ตัววัดหันหน้าไปทางทิศตะวันออกไม่ปรากฏแนวกำแพงวัด แต่มีการขุดคูน้ำโดยรอบเพื่อแสดงขอบเขตวัดเรียกลักษณะนี้ว่า “อุทกสีมา” ซึ่งเป็นรูปแบบแผงผังวัดที่นิยมสร้างในสมัยสุโขทัย สิ่งก่อสร้างสำคัญภายในวัดประกอบด้วยวิหารก่อด้วยอิฐปัจจุบันเหลือเฉพาะส่วนฐานอาคาร ด้านหลังวิหารเป็นเจดีย์ประธานทรงยอดดอกบัวตูม สภาพค่อนข้างสมบูรณ์  ประกอบด้วยฐานหน้ากระดานในผังสี่เหลี่ยมซ้อนลดหลั่นกันสามชั้น จากนั้นเป็นฐานบัวที่ยืดท้องไม้สูงประดับลูกแก้วอกไก่ 2 เส้น อยู่ในผังสี่เหลี่ยม ถัดขึ้นไปเป็นฐานบัวลูกฟักเพิ่มมุมไม้ยี่สิบซ้อนกันสองชั้น (ชั้นแว่นฟ้า) ตามด้วยส่วนเรือนธาตุเพิ่มเหลี่ยมมุมไม้ยี่สิบรองรับส่วนยอดทรงดอกบัวตูม ส่วนปลีหักหาย           เจดีย์ทรงยอดดอกบัวตูม มีที่มาของชื่อตามลักษณะของส่วนยอดซึ่งคล้ายดอกบัวตูม และการพบเจดีย์ลักษณะเดียวกันบางองค์ ปรากฏการทำกลีบบัวประดับทรงดอกบัวตูม โดยชื่อของเจดีย์ทรงนี้เรียกกันหลายอย่างอาทิเช่น เจดีย์ทรงดอกบัวตูม ทรงทะนาน หรือทรงพุ่มข้าวบิณฑ์           เจดีย์ทรงยอดดอกบัวตูมนี้ถือเป็นรูปแบบเฉพาะของสถาปัตยกรรมสุโขทัย เนื่องจากพบเจดีย์ทรงนี้อย่างแพร่หลายตามหัวเมืองต่าง ๆ หรือที่เกี่ยวข้องกับเมืองสุโขทัย มีรายละเอียดส่วนประกอบโดยรวม ดังนี้            ส่วนฐาน ประกอบด้วยฐานหน้ากระดานหรือฐานเขียงอยู่ในผังสี่เหลี่ยมจัตุรัส 3-5 ฐาน รองรับฐานบัวลูกแก้วอกไก่ (บัวคว่ำ-บัวหงาย) ในผังสี่เหลี่ยมจัตุรัส 1 ฐาน ซึ่งมีลักษณะเป็นฐานบัวที่ยืดท้องไม้สูงประดับลูกแก้วอกไก่ 2 เส้น            ส่วนกลาง ประกอบด้วยชุดฐานบัวลูกฟักซ้อนกัน 2 ฐาน ส่วนใหญ่อยู่ในผังเพิ่มมุมไม้ยี่สิบ นิยมเรียกชุดฐานบัวทั้งสองฐานนี้ว่า “ชั้นแว่นฟ้า” ถัดขึ้นไปเป็นส่วนของเรือนธาตุอยู่ในผังเพิ่มมุมไม้ยี่สิบเช่นเดียวกับฐานมี 2 รูปแบบ คือ เรือนธาตุไม่มีจระนำซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูป ซึ่งพบมากที่สุด และรูปแบบเรือนธาตุมีจระนำซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูปทั้งสี่ด้าน ซึ่งพบเพียงไม่กี่องค์เท่านั้น เช่น เจดีย์ประธานวัดตระพังเงิน เมืองสุโขทัย           ส่วนยอด ประกอบด้วยส่วนที่เชื่อมต่อเหนือเรือนธาตุมีชั้นซ้อน 1 ชั้น ประดับด้วยบรรพแถลง และกลีบขนุน แล้วจึงต่อด้วยส่วนยอด คือ ส่วนองค์ระฆัง ประกอบด้วยองค์ระฆังที่เป็นทรงพุ่มคล้ายดอกบัวตูม และเหนือส่วนยอดของดอกบัวตูมทำเป็นวงแหวนซ้อนกันเป็นชั้น ๆ ลักษณะเดียวกับปล้องไฉนของเจดีย์ทรงระฆังรองรับส่วนยอดสุดคือ ปลี   ทั้งนี้ซุ้มบรรพแถลงของเจดีย์ทรงยอดดอกบัวตูมมักพบการประดับหน้ากาลเต็มพื้นที่ คาดว่าน่าจะเป็นเพราะบรรพแถลงมีขนาดเล็กมาก และอยู่สูง เช่น เจดีย์ประธานวัดเจดีย์เจ็ดแถว            นอกจากนี้เจดีย์ทรงยอดดอกบัวตูมบางกลุ่มที่มีขนาดใหญ่ และเป็นเจดีย์ประธานอันสำคัญที่สุดของวัดจะมีการทำบันไดบริเวณส่วนฐานด้านทิศตะวันออกขึ้นไปถึงส่วนเรือนธาตุ โดยรวมแล้วเจดีย์ทรงยอดดอกบัวตูมมีลักษณะรูปแบบเดียวกันกับที่กล่าวถึงข้างต้น จะมีเพียงบางองค์ ที่มีลักษณะแตกต่างไปคือ มีองค์ประกอบไม่ครบถ้วนตามระเบียบของเจดีย์ทรงยอดดอกบัวตูมโดยทั่วไป เช่น ไม่มีชั้นเขียง ไม่มีชั้นแว่นฟ้า มีชั้นแว่นฟ้าเพียงชั้นเดียว หรือมีการเพิ่มชั้นฐานบัว เป็นต้น   ตัวอย่างเจดีย์ทรงยอดดอกบัวตูมหรือทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ในเมืองสุโขทัย ได้แก่ เจดีย์ประธาน วัดมหาธาตุ, เจดีย์วัดอโสการาม และเจดีย์ประธานวัดตระพังเงิน เป็นต้น   การกำหนดอายุโดยวิธีการเปรียบรูปแบบสถาปัตยกรรม และอ้างอิงจากอายุของวัดที่พบรูปแบบสถาปัตยกรรมเดียวกัน ในที่นี้จึงทำการกำหนดอายุเปรียบเทียบโดยใช้เจดีย์ทรงยอดดอกบัวตูมเป็นสื่อกลางในการอ้างอิงระหว่างวัดเจดีย์กลางทุ่ง ตำบลนครชุม อำเภอเมืองกำแพงเพชร และเจดีย์ทรงยอดดอกบัวตูมในสมัยสุโขทัย   1. หลักฐานทางโบราณคดีประเภทจารึก : ปรากฏจารึกวัดอโสการาม ซึ่งเป็นวัดที่ทำการขุดแต่งพบส่วนยอดของเจดีย์ลักษณะทรงยอดดอกบัวตูม โดยจารึกเป็นอักษรไทย ภาษาไทย อีกด้านหนึ่งเป็นอักษรขอม ภาษาบาลี กล่าวถึงสมเด็จพระราชเทพีศรีจุฬาลักษณ์ พระอัครมเหสี สมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช ทรงมีพระราชศรัทธาประดิษฐานพระสถูปไว้ในวัดอโสการาม ระบุปีพุทธศักราช 1956 นอกจากนี้ยังพบจารึกภายในบริเวณวัดมหาธาตุ เมืองสุโขทัย เช่น จารึกปู่ขุนจิดขุนจอด อักษรไทยสุโขทัย ภาษาไทย พุทธศักราช 1935, จารึกเจดีย์น้อย อักษรสุโขทัย-ขอมสุโขทัย ภาษาไทย-สันสกฤต พุทธศตวรรษที่ 20-21 และจารึกลานทองสมเด็จพระมหาเถรจุฑามุณี อักษรไทยสุโขทัย-ธรรมล้านนา ภาษาไทย-บาลี พุทธศักราช 1919   2. หลักฐานทางโบราณคดีที่ได้จากการดำเนินการโครงการการศึกษาทางโบราณคดีเพื่อจัดลำดับอายุสมัยของแหล่งศิลปกรรมเมืองสุโขทัย โดยการดำเนินงานของอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย สำนักศิลปากรที่ 6 สุโขทัย กรมศิลปากร ทำการขุดค้นทางโบราณคดีในพื้นที่ทางทิศตะวันตกของวัดตระพังเงิน เมืองสุโขทัย ขนาดหลุม 2x2 เมตร จำนวน 2 หลุม แบ่งประเภทการกำหนดอายุโบราณวัตถุที่ได้จากการขุดค้นทางโบราณคดีเป็น 2 ประเภท ได้แก่   - การกำหนดอายุสมัยโดยวิธีเปรียบเทียบ                     - ชิ้นส่วนภาชนะแหล่งเตาสุโขทัย ได้แก่ ชิ้นส่วนภาชนะดินเผาเนื้อแกร่งเขียนลายสีดำบนพื้นสีขาวลวดลายกงจักร ลายปลาในวงกลม ลายดอกไม้หรือลายพันธุ์พฤกษา ชิ้นส่วนภาชนะดินเผาเนื้อแกร่งน้ำเคลือบสีเขียวหรือสังคโลกจากแหล่งเตาสุโขทัย กำหนดอายุราวปลายพุทธศตวรรษที่ 19 ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ 20                     - เครื่องถ้วยจีน ชิ้นส่วนเครื่องถ้วยจีนที่พบจากการขุดค้นทางโบราณคดีสามารถกำหนดอายุคร่าวๆได้ว่า ชิ้นที่พบว่ามีอายุเก่าสุดอยู่ในช่วงสมัยราชวงศ์ซ่งใต้ (ปลายพุทธศตวรรษที่ 17 - ต้นพุทธศตวรรษที่ 18) ต่อมาคือสมัยเยวี๋ยน (ปลายพุทธศตวรรษที่ 18 - ปลายพุทธศตวรรษที่ 19) และสมัยราชวงศ์หมิง (พ.ศ.1911-2187) นอกจากนั้นยังพบภาชนะสำริดตกแต่งผิวด้านนอก-ด้านในด้วยวิธีถมปัด อายุสมัยอยู่ในช่วงราชวงศ์หมิงราวพุทธศตวรรษที่ 22 โดยเมื่อเปรียบเทียบชั้นดินวัฒนธรรมแล้วพบว่าเศษภาชนะดินเผาที่มีอายุสมัยอยู่ในช่วงราชวงศ์หมิงเหล่านี้ อยู่ในชั้นดินที่อยู่อาศัยสมัยสุโขทัย ร่วมสมัยกับชิ้นส่วนภาชนะดินเผาเนื้อดินและชิ้นส่วนภาชนะดินเผาเนื้อแกร่งรูปทรงต่างๆ และชิ้นส่วนถ้วยชามสังคโลก - การกำหนดอายุสมัยโดยวิธีทางวิทยาศาสตร์             จากรายงานผลการกำหนดค่าอายุทางวิทยาศาสตร์ด้วยวิธี AMS Dating ตัวอย่างถ่าน และเปลือกหอยจากการดำเนินงานการขุดค้นทางโบราณคดี โครงการวิจัยการศึกษาทางโบราณคดีเพื่อจัดลำดับอายุสมัยแหล่งศิลปกรรมเมืองสุโขทัย ปีงบประมาณพุทธศักราช 2561 นำตัวอย่างถ่านที่พบในหลุมขุดค้นที่ 2 (TP.2) ทางทิศตะวันตกของวัดตระพังเงิน ระดับความลึกสมมติที่ 11 (160-170 cm.dt.) ไปกำหนดอายุทางวิทยาศาสตร์ด้วยวิธีการเร่งอนุภาคมวลสาร (AMS) มีค่าอายุอยู่ในช่วงพุทธศักราช 1690-1758 ซึ่งมีอายุเก่ากว่าสมัยสุโขทัย โดยในระดับชั้นเดียวกันนี้พบโบราณวัตถุที่มีอายุสมัยร่วมกันคือ ชิ้นส่วนเครื่องถ้วยจีนสมัยราชวงศ์ซ่งใต้ กำหนดอายุโดยวิธีเปรียบเทียบราวปลายพุทธศตวรรษที่ 17 ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ 18 ผลการดำเนินงานทางโบราณคดีแสดงให้เห็นว่าหลุมขุดค้นทางโบราณคดีบริเวณทิศตะวันตกของวัดตระพังเงินมี 2 ชั้นวัฒนธรรม ได้แก่ ชั้นที่อยู่อาศัยในยุคเริ่มแรกสุโขทัย และชั้นที่อยู่อาศัยสมัยสุโขทัย และจากหลักฐานทางโบราณคดีดังกล่าวข้างต้น สันนิษฐานว่าช่วงเวลาการสร้างวัดที่ปรากฏศิลปกรรมเจดีย์ทรงยอดดอกบัวตูมอย่างช้าที่สุดคือช่วงราวพุทธศตวรรษที่ 19 - 20 ดังนั้นการปรากฏรูปแบบเจดีย์ทรงยอดดอกบัวตูมที่วัดเจดีย์กลางทุ่ง ตำบลนครชุม อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร และวัดตระพังเงิน เมืองสุโขทัย สันนิษฐานว่าอาจเกิดจากอายุสมัยแห่งการก่อสร้างวัดทั้งสองแห่งที่อยู่ร่วมสมัยกันในฐานะที่เมืองกำแพงเพชรเป็นเมืองบริวารของอาณาจักรสุโขทัย ------------------------------------------------------ เอกสารอ้างอิง กรมศิลปากร. ประชุมจารึก ภาคที่ 8 จารึกสุโขทัย. กรุงเทพฯ : สำนักหอสมุดแห่งชาติ, 2548. นารีรัตน์ ปรีชาพีชคุปต์, ธาดา สังข์ทอง และอนันต์ ชูโชติ ; ผู้แปลภาษาอังกฤษ, นันทนา ตันติเวสสะ และ สุรพล นาถะพินธุ.  นำชมอุทยานประวัติศาสตร์ สุโขทัย ศรีสัชนาลัย กำแพงเพชร (Guide to Sukhothai Si Satchanalai and Kamphaeng Phet historical parks). พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : สำนักโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ. พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว, 2519. เที่ยวเมืองพระร่วง. กรุงเทพฯ : มูลนิธิมหามกุฎราชวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์, 2542. ศักดิ์ชัย สายสิงห์. เจดีย์ในประเทศไทย : แนวคิด คติการสร้าง พัฒนาการทางรูปแบบ และการวิเคราะห์ทาง ประวัติศาสตร์. กรุงเทพฯ : โครงการเจดีย์ในประเทศไทย แนวคิด คติการสร้าง พัฒนาการทางรูปแบบและการวิเคราะห์ทางประวัติศาสตร์, สนับสนุนทุนวิจัยโดย สถาบันวิจัย และพัฒนา มหาวิทยาลัยศิลปากร, ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2558.                     . เจดีย์ในประเทศไทย : รูปแบบ พัฒนาการ และพลังศรัทธา. นนทบุรี : เมืองโบราณ, 2560.                     . ศิลปกรรมโบราณในอาณาจักรสุโขทัย. นนทบุรี : มิวเซียมเพรส, 2561.                     . ศิลปะสุโขทัย : บทวิเคราะห์หลักฐานโบราณคดี จารึก และศิลปกรรม. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ :  โรงพิมพ์สมาพันธ์, 2563. สันติ เล็กสุขุม. เจดีย์ ความเป็นมาและคำศัพท์เรียกองค์ประกอบเจดีย์ในประเทศไทย. (พิมพ์ครั้งที่ 5). กรุงเทพฯ :  มติชน, 2553. อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย. การศึกษาทางโบราณคดีเพื่อจัดลำดับอายุสมัยของแหล่งศิลปกรรมเมืองสุโขทัย ปีงบประมาณ 2561. ม.ป.ท. : โครงการการศึกษาทางโบราณคดีเพื่อจัดลำดับอายุสมัยของแหล่งศิลปกรรมเมืองสุโขทัย, อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย สำนักศิลปากรที่ 6 สุโขทัย กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม, ม.ป.ป.   -------------------------------------------------------- ที่มาของข้อมูล: อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร https://www.facebook.com/kpppark2534/posts/pfbid0yNCD4hjV5v9LxZNGmfR8aeQ9BiBE8T52uDMNiyK8jyeqn6Rd9cnwh2gtfNTjVEpMl --------------------------------------------------------   *เผยแพร่ข้อมูลทางเว็บไซต์ โดยกลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมศิลปากร  



          พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ชวนร่วมกิจกรรม “มุม - พบ - ปะ” พบกับศิลปินอาร์ตทอย เวิร์กชอป DIY เครื่องประดับชาร์ม แต่งองค์พระคเณศ และอื่น ๆ อีกมากมาย ในวันเสาร์ที่ 23 กันยายน - 1 ตุลาคม 2566 ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กิจกรรมนี้อยู่กลางพระที่นั่งฯ จัดร่วมในนิทรรศการพิเศษเนื่องในวันพิพิธภัณฑ์ไทย 2566 หัวข้อ "Museum Unveiling: เรื่องลึก เบื้องหลังพิพิธภัณฑ์ไทย" จัดแสดงสิ่งของสำคัญ สิ่งแปลกจากคลังพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ที่มิได้เผยแพร่มาก่อน           



           ความรื่นรมย์เวียนมาบรรจบอีกครั้งแบบยิ่งใหญ่กว่าเดิม ! พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา ร่วมกับภาคีเครือข่าย ขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมรับฟังดนตรีในพิพิธภัณฑ์ ตลอดจนชวนมาทอดน่องเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ยลพิพิธภัณฑ์ในยามค่ำคืน ฟรี !!  ในงาน Music and Night at the Museum ครั้งที่ 3 วันที่ 1-2 มีนาคม 2567 ตั้งแต่เวลา 17.00น. - 21.00น. โดยภายในงานจะได้พบกับกิจกรรมมากมาย ได้แก่  Shining Market   ละลานตากับสินค้า อาหาร และเครื่องดื่มสร้างสรรค์ พบกับ "เมนูใหม่” ที่รังสรรค์มาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ พร้อม Workshop เท่ ๆ เอาใจสายอาร์ต  ............................................................................ Starlight   เดินเพลิน นั่งเพลิน ฟังเพลิน ไปกับเสียงดนตรีขับขานในคืนฟ้าพร่างดาว กับมินิคอนเสิร์ตโดย Newery เจ้าของบทเพลงกลิ่นดอกไม้ หลงรัก และต่อจากคืนนี้ (ฉันจะไม่มีเธออีกแล้ว)  **ชมชุดการแสดงสร้างสรรค์ โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา และฟังดนตรีจากเยาวชนที่จะมาช่วยสร้างบรรยากาศสุดอบอุ่นท่ามกลางหมู่ดาว ............................................................................. Star Party ชวนหนุ่มสาวดูดาว เล่าเรื่องราวจากพิพิธภัณฑ์ เช็คอินกับบอลลูนดวงจันทร์ ส่องกลุ่มดาวฤดูหนาวและพระจันทร์ข้างแรม โดยหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา สงขลา    ............................................................................. Museum Tour  ประสบการณ์ใหม่ในการชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา ที่ครบทั้ง “รูป รส กลิ่น เสียง” พบกับการเล่าเรื่องเมืองสงขลาผ่านดวงดาว พาเดินทางย้อนประวัติศาสตร์ผ่าน Site Specific Dance โดยคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ สัมผัส “กลิ่นสงขลา” โดย SAN Original Scent Store พร้อมเสิร์ฟสำรับ “เสน่ห์สงขลา” ที่รังสรรค์วัตถุดิบท้องถิ่นให้โดดเด่น และเฉิดฉาย โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานหาดใหญ่  จำนวนวันละ 2 รอบ รอบละ 40 คน (มีค่าใช้จ่าย)  รอบที่ 1 เวลา 18.00น.-19.00น.  รอบที่ 2 เวลา 19.00น.-20.00น.  วิทยากร : ธีรนาฎ มีนุ่น ภัณฑารักษ์ชำนาญการ และ ชนาธิป ไชยานุกิจ นักโบราณคดีชำนาญการ สำนักศิลปากรที่ 11 สงขลา ออกแบบการแสดง : ผู้ช่วยศาสตราจารย์อรวรรณ โภชนาธาร ประธานสาขาศิลปะการแสดง คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ  ออกแบบเมนูขนม : Lunaray ออกแบบเมนูเครื่องดื่ม : เล่ากาแฟ (LaowKafea)  สำรองที่นั่งทาง inbox หรือกล่องข้อความของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา (Songkhla National Museum : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา) ตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 09.00น. เป็นต้นไป (ทักก่อนมีสิทธิ์ก่อน)  ............................................................................. Night at the Museum ยลพิพิธภัณฑ์ยามค่ำ ชมนิทรรศการกลิ่นสงขลาโดย SAN Original Scent Store ตั้งแต่เวลา 20.00น.-21.00น.  ........................................................................... พิเศษ ! แคมเปญ #แต่งใต้ไฉไล2024 ชวนมาแต่งตัวเที่ยวงานด้วยชุดพื้นถิ่นกลิ่นใต้ให้เฉี่ยวจนต้องเหลียวหลัง ชิงรางวัลตั๋วเครื่องบินเส้นทาง "หาดใหญ่ - เชียงใหม่" จำนวน 1 รางวัล จากสายการบิน Airasia (โปรดติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook : Songkhla National Museum : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา) 




          วันนี้ (วันอังคารที่ ๒ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๗) เวลา ๐๙.๐๐ น. นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการวันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๗ กิจกรรมรณรงค์ดูแลรักษามรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ ณ วัดบวรสถานสุทธาวาส (วัดพระแก้ววังหน้า) กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กรมศิลปากร สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ สำนักงานเขตพระนคร เครือข่ายการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม เข้าร่วมกิจกรรมกว่า ๑๕๐ คน             อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า กิจกรรมรณรงค์ดูแลรักษามรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ ณ วัดบวรสถานสุทธาวาส หรือ วัดพระแก้ววังหน้าในวันนี้ เป็นกิจกรรมทำความสะอาดโบราณสถาน อาคาร สิ่งสำคัญภายในวัดที่เป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของวังหน้าสมัยรัตนโกสินทร์ โดยเป็นการทำความสะอาดในเชิงอนุรักษ์เป็นสำคัญ  ซึ่งกรมศิลปากรได้จัดกิจกรรมรณรงค์ดูแลรักษามรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ ณ แหล่งเรียนรู้ วัด และโบราณสถานทั่วประเทศ เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนร่วมมือร่วมใจกันดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่าของชาติ อีกทั้งยังเป็นการเฉลิมพระเกียรติ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอย่างใหญ่หลวงต่องานด้านศิลปวัฒนธรรม ทรงเป็นแบบอย่างในการอนุรักษ์และสืบสานมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่างๆ ที่ล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์ต่อการอนุรักษ์ สืบสาน และส่งเสริมงานทางด้านศิลปวัฒนธรรมให้เห็นเป็นตัวอย่างตลอดมา การดำเนินการในครั้งนี้ นับเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาโบราณสถาน โบราณวัตถุ รวมถึงเพื่อสร้างจิตสำนึกความเป็นเจ้าของวัฒนธรรม และร่วมกันปกป้อง พัฒนาโบราณสถานหรือแหล่งมรดกทางศิลปวัฒนธรรมที่มีคุณค่าให้คงอยู่ต่อไป             สำหรับวัดบวรสถานสุทธาวาส หรือวัดพระแก้ววังหน้า เป็นโบราณสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของ กรุงเทพมหานคร โดยมีประวัติศาสตร์ความเป็นมาตั้งแต่สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ สร้างขึ้นในรัชสมัยของพระบาท สมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ เป็นวัดที่อยู่ในเขตพระราชวังบวรสถานมงคล หรือวังหน้า จึงไม่มีพระภิกษุสงฆ์จำพรรษา พระอุโบสถวัดบวรสถานสุทธาวาสเป็นโบราณสถานสำคัญ  ซึ่งนอกจากจะมีลักษณะทางสถาปัตยกรรมที่งดงามแล้ว ภาพจิตรกรรมฝาผนังพระอุโบสถยังเป็นภาพจิตรกรรมสมัยรัชกาลที่ ๔ ที่มีคุณค่ายิ่ง เป็นที่ยกย่องเชิดชูกันในหมู่นักปราชญ์และศิลปินตลอดมา  


วันนี้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ ขอนำเสนอองค์ความรู้เรื่อง "สมุดไทยเรื่องพระมาลัย" โดยนักศึกษาฝึกงานจากมหาวิทยาลัยนเรศวร


หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ เป็นพื้นที่สาธารณะที่มีผู้ใช้บริการหมุนเวียนเข้าออกในแต่ละวันเป็นจำนวนมาก ประกอบกับการแพร่ระบาดของโรคปอดอักเสบจากไวรัสโคโรนา ทางหอสมุดแห่งชาติฯ เชียงใหม่ ได้จัดเตรียมเจลล้างมือ และหน้ากากอนามัย ให้แก่ผู้มาใช้บริการเพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา พร้อมดำเนินการทำความสะอาดและการฆ่าเชื้อในพื้นที่จุดสัมผัสต่าง ๆ ของหอสมุดแห่งชาติฯ เชียงใหม่




Messenger