ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 52,352 รายการ


ชื่อเรื่อง                     สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ.                       75/6หมวดหมู่                   พุทธศาสนาประเภทวัสดุ/มีเดีย       คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ               22 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 58 ซม.บทคัดย่อ/บันทึก                    เป็นคัมภีร์ใบลาน ภาษบาลี อักษรขอม ฉบับล่องชาด  ได้รับจาก วัดประดู่ทรงธรรม  อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา


ชื่อเรื่อง                    วารสารวิสามัญศึกษาผู้แต่ง                       -ประเภทวัสดุ/มีเดีย       หนังสือหายากหมวดหมู่                   ชุมนุมนิพนธ์เลขหมู่                      089.95911สถานที่พิมพ์               กรุงเทะฯสำนักพิมพ์                - ปีที่พิมพ์                    2513ลักษณะวัสดุ               74 หน้าหัวเรื่อง                     รวมเรื่อง           ภาษา                       ไทยบทคัดย่อ/บันทึก    วารสารวิสามัญศึกษา เป็นวารสารรวบรวมเรื่องราวบทความต่างๆ เกี่ยวกับการศึกษา ครูอาจารย์ โรงเรียน ฯลฯ  






ชื่อเรื่อง                    สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ.                       93/4หมวดหมู่                   พุทธศาสนาประเภทวัสดุ/มีเดีย       คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ               26 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 54.5 ซม.บทคัดย่อ/บันทึก                   เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับล่องชาด  ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก วัดประดู่ทรงธรรม จ.พระนครศรีอยุธยา


ชื่อเรื่อง                                สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ.                                  126/4 หมวดหมู่                               พุทธศาสนาประเภทวัสดุมีเดีย                    คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ                           28 หน้า กว้าง 5 ซม. ยาว 57 ซม.                                       บทคัดย่อ/บันทึก          เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับทองทึบ ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก จ.พระนครศรีอยุธยา


เลขทะเบียน : นพ.บ.701/1กห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 56 หน้า ; 4 x 54 ซ.ม. : ชาดทึบ-ทองทึบ-ลานดิบ-รักทึบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 223 (270-279) ผูก 1ก (2568)หัวเรื่อง : แปดหมื่นสี่พันขันธ์--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน : นพ.บ.775/4ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 36 หน้า ; 4 x 54 ซ.ม. : รักทึบ-ล่องชาด-ล่องรัก-ลานดิบ ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 240 (437-451) ผูก 4 (2568)หัวเรื่อง :แปดหมื่นสี่พันขันธ์--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


วธ.เผยบอร์ดคณะอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรม เห็นชอบเอกสารฉบับสมบูรณ์  ชง “แหล่งอนุสรณ์สถานเชียงใหม่ฯ” ขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งใหม่ของไทย  ตั้งเป้าส่งเอกสารถึงศูนย์มรดกโลก 1 ก.พ. 69 นี้  พร้อมเห็นชอบเอกสารขอรับการประเมินเบื้องต้นการเสนอ “พระธาตุพนม” เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม              วันที่ 18 สิงหาคม 2568 นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า นางสาวแพทองธาร ชินวัตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้มอบหมายให้เป็นประธานในการประชุมคณะอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรม ครั้งที่ 2/2568 ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบเอกสารขอรับการประเมินขั้นต้น (Preliminary Assessment) สำหรับการเป็นแหล่งมรดกโลกของพระธาตุพนม กลุ่มอาคารประวัติศาสตร์ และภูมิทัศน์ที่เกี่ยวเนื่อง ที่จัดทำและนำเสนอเอกสารโดยจังหวัดนครพนม ซึ่งเป็นแนวทางใหม่ที่ศูนย์มรดกโลกกำหนดให้การนำเสนอแหล่งมรดกโลกต้องผ่านขั้นตอนการตรวจประเมินความเป็นไปได้เบื้องต้นนี้ จึงจะเสนอเอกสารการนำเสนอขึ้นทะเบียนมรดกโลกฉบับสมบูรณ์ (Nomination dossier) ได้ ทั้งนี้ วธ.จะได้เสนอร่างเอกสารฯ ต่อคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก (กอม.) พิจารณาและนำส่งเอกสารไปยังศูนย์มรดกโลกภายในวันที่ 15 กันยายน 2568 ต่อไป           ปลัด วธ. กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมยังได้เห็นชอบเอกสารนำเสนอขึ้นทะเบียนมรดกโลกของแหล่งอนุสรณ์สถานและภูมิทัศน์วัฒนธรรมเชียงใหม่ นครหลวงล้านนา (Nomination dossier) ฉบับสมบูรณ์ ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่ มอบหมายให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่เป็นเจ้าภาพในการนำเสนอแหล่งและจัดทำเอกสาร โดยจังหวัดเชียงใหม่ได้นำเสนอมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญของเมืองเชียงใหม่ 8 พื้นที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของเมืองเพื่อนำเสนอขึ้นทะเบียนมรดกโลก ได้แก่ คูเมืองและกำแพงเมืองเชียงใหม่ วัดเชียงมั่น วัดเจดีย์หลวง วัดพระสิงห์ วัดสวนดอก วัดเจ็ดยอด วัดอุโมงค์สวนพุทธธรรม และวัดพระธาตุดอยสุเทพ โดยขั้นตอนต่อไป จะดำเนินการนำส่งเอกสารฯ เสนอต่อคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก (กอม.) พิจารณาและนำเสนอต่อ ครม. ให้ความเห็นชอบ เพื่อนำเอกสารส่งศูนย์มรดกโลกภายในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ต่อไป             นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาประเด็นสำคัญด้านการอนุรักษ์และการขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลกของไทย อาทิ ความคืบหน้าการปรับแบบสถานีรถไฟความเร็วสูงอยุธยาเพื่อลดผลกระทบต่อแหล่งมรดกโลกอยุธยา การรายงานสถานภาพเมืองโบราณศรีเทพ การตรวจประเมินวัดพระมหาธาตุ นครศรีธรรมราช โดยผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรที่ปรึกษาของศูนย์มรดกโลก ซึ่งเป็นขั้นตอนชี้วัดสำคัญในการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกและการบรรจุพระปรางค์วัดอรุณราชวรารามในบัญชีชั่วคราว (Tentative List) ของศูนย์มรดกโลก อย่างไรก็ตาม วธ. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมุ่งมั่นผลักดันการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อธำรงรักษาคุณค่าโดดเด่นสากลของมรดกวัฒนธรรมไทยและเสริมสร้างภาพลักษณ์ประเทศในเวทีนานาชาติ


เลขทะเบียน  นม.บ.15/ฆ/5



พระพิมพ์นาคปรกปางสมาธิ (ปรกเมืองไพร) ศิลปะทวารวดี พุทธศตวรรษที่ ๑๕-๑๖ ได้จากบ้านเมืองไพร อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด จัดแสดง ณ โซนวัฒนธรรมทวารวดี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด เมืองไพร เป็นเมืองโบราณสมัยทวารวดีตั้งอยู่ในเขตบ้านเมืองไพร ตำบลเมืองไพร อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด หลักฐานสำคัญที่พบคือ พระพิมพ์ดินเผาบนเนินดิน โดยเนินดินนั้นไม่ปรากฏหลักฐานอื่นใดร่วมด้วย และถูกทำลายเมื่อครั้งพบพระพิมพ์ดินเผาจนเสื่อมสภาพ ปัจจุบันเมืองไพรจึงไม่พบร่องรอยโบราณสถานใดเลย พระพิมพ์ดินเผาที่พบเมืองไพร เป็นพระพิมพ์พระพุทธรูปนาคปรกปางสมาธิ ประมาณ ๓,๐๐๐ องค์ ขนาดใกล้เคียงกัน สภาพชำรุดไปกว่าครึ่ง ลักษณะตอนพบเรียงเป็นแถว พระเศียรชนกัน ซ้อนกันเป็นระเบียบ สีเนื้อดินต่างกัน เนื่องจากอุณหภูมิที่เผาไม่เท่ากัน รูปแบบพระพิมพ์ที่พบ มีทั้งหมด ๒ พิมพ์ ซึ่งรูปแบบคล้ายกัน ต่างกันเพียงขนาดเล็กน้อย รูปแบบพระพิมพ์ เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ มีนาคเจ็ดเศียร หรือพญามุจลินท์ แผ่พังพานปรกอยู่เบื้องหลัง ลักษณะพระพักตร์ค่อนข้างกลม พระเนตรเหลือบลงต่ำ พระโอษฐ์หนา ขมวดพระเกศาใหญ่ พระรัศมีเป็นต่อมกลม ครองจีวรห่มเฉียงเปิดพระอังสาขวา ชายจีวรยาวลงมาจรดพระนาภี ปลายเป็นริ้วคลี่ออกเป็นสองแฉก ขัดสมาธิราบบนขนดนาคสามชั้น จากรูปแบบพระพิมพ์พิมพ์นี้น่าจะเลียนแบบมาจากพระพุทธรูปนาคปรกปางสมาธิ ศิลปะทวารวดีที่พบทางภาคกลางของประเทศไทย แต่เศียรนาคเป็นนาคแบบอิทธิพลศิลปะเขมร พระพิมพ์นาคปรกพิมพ์นี้จึงเป็นศิลปกรรมเป็นศิลปะทวารวดีผสมผสานกับศิลปะเขมร และสามารถกำหนดอายุได้ว่าพระพิมพ์นี้น่าจะสร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ ๑๕-๑๖ นอกจากนี้พระพิมพ์ทั้งสองพิมพ์ไม่พบที่เมืองโบราณสมัยทวารวดีที่ไหนอีกเลยนอกจากบ้านเมืองไพรและจากจำนวนที่พบจึงสันนิษฐานได้ว่า พระพิมพ์นาคปรกปางสมาธิสองพิมพ์นี้ทำขึ้นที่บ้านเมืองไพร แม้ว่าจะมีรูปแบบคล้ายกับพระพิมพ์นาคปรกนาดูน ที่พบที่เมืองจำปาศรี อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งเป็นเมืองที่พบพระพิมพ์ดินเผาสมัยทวารวดีจำนวนมากและอยู่ในลุ่มแม่น้ำชีเช่นกัน แต่ก็มีรูปแบบอันแสดงให้เห็นว่าใช้แม่พิมพ์ต่างกันคือ พระพิมพ์นาคปรกเมืองไพรมีขนดนาคสามชั้น ส่วนพระพิมพ์นาคปรกนาดูนนั้นไม่มีขนดนาค พระพิมพ์นาคปรกปางสมาธิเมืองไพร เป็นหนึ่งในรูปแบบพระพิมพ์ศิลปะทวารวดีในภาคอีสาน อันแสดงให้เห็นว่าเมืองไพร เป็นพื้นที่ที่ได้รับอิทธิพลศิลปะทวารวดีในภาคกลางของประเทศไทยและศิลปะเขมร ที่เข้ามาผสมผสาน จนเกิดรูปแบบเฉพาะท้องถิ่น ทั้งยังเป็นเมืองที่สัมพันธ์กับเมืองทวารวดีซึ่งอยู่ในลุ่มแม่น้ำชีเช่นเดียวกันอย่างเมืองจำปาศรีอีกด้วย โดยคติการสร้างก็สามารถตีความว่าสร้างขึ้นเนื่องในพุทธศาสนาทั้งมหายานและเถรวาทที่ได้รับอิทธิพลจากทวารวดีในภาคกลาง ก่อนจะเริ่มหายไปและเปลี่ยนเป็นพระพิมพ์สำริด ที่มีคติแบบพุทธศาสนามหายาน อิทธิศิลปะเขมรอย่างชัดเจนเข้ามาแทน บรรณานุกรม กรมศิลปากร. เมืองร้อยเอ็ด. กรุงเทพฯ : อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง, ๒๕๔๑. รุ่งโรจน์ ธรรมรุ่งเรือง. ทวารวดีในอีสาน. กรุงเทพฯ : มติชน, ๒๕๕๘. รุ่งโรจน์ ธรรมรุ่งเรือง. พระพุทธรูปและพระพิมพ์ทวารวดีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. วิทยานิพนธ์ตามหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะไทย. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๕๒. วิริยา อุทธิเสน. “การศึกษาคติความเชื่อของชุมชนโบราณสมัยทวารวดีในลุ่มแม่น้ำชีภาคกลาง กรณีศึกษาจากพระพิมพ์ดินเผา.” วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต สาขาโบราณคดี สมัยประวัติศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๔๖. ศักดิ์ชัย สายสิงห์. ศิลปะทวารวดี : วัฒนธรรมทางศาสนายุคแรกเริ่มในดินแดนไทย. นนทบุรี : เมืองโบราณ, ๒๕๖๒. พระพิมพ์นาคปรกปางสมาธิ (ปรกเมืองไพร) ศิลปะทวารวดี พุทธศตวรรษที่ ๑๕-๑๖ ได้จากบ้านเมืองไพร อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด จัดแสดง ณ โซนวัฒนธรรมทวารวดี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด เมืองไพร เป็นเมืองโบราณสมัยทวารวดีตั้งอยู่ในเขตบ้านเมืองไพร ตำบลเมืองไพร อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด หลักฐานสำคัญที่พบคือ พระพิมพ์ดินเผาบนเนินดิน โดยเนินดินนั้นไม่ปรากฏหลักฐานอื่นใดร่วมด้วย และถูกทำลายเมื่อครั้งพบพระพิมพ์ดินเผาจนเสื่อมสภาพ ปัจจุบันเมืองไพรจึงไม่พบร่องรอยโบราณสถานใดเลย พระพิมพ์ดินเผาที่พบเมืองไพร เป็นพระพิมพ์พระพุทธรูปนาคปรกปางสมาธิ ประมาณ ๓,๐๐๐ องค์ ขนาดใกล้เคียงกัน สภาพชำรุดไปกว่าครึ่ง ลักษณะตอนพบเรียงเป็นแถว พระเศียรชนกัน ซ้อนกันเป็นระเบียบ สีเนื้อดินต่างกัน เนื่องจากอุณหภูมิที่เผาไม่เท่ากัน รูปแบบพระพิมพ์ที่พบ มีทั้งหมด ๒ พิมพ์ ซึ่งรูปแบบคล้ายกัน ต่างกันเพียงขนาดเล็กน้อย รูปแบบพระพิมพ์ เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ มีนาคเจ็ดเศียร หรือพญามุจลินท์ แผ่พังพานปรกอยู่เบื้องหลัง ลักษณะพระพักตร์ค่อนข้างกลม พระเนตรเหลือบลงต่ำ พระโอษฐ์หนา ขมวดพระเกศาใหญ่ พระรัศมีเป็นต่อมกลม ครองจีวรห่มเฉียงเปิดพระอังสาขวา ชายจีวรยาวลงมาจรดพระนาภี ปลายเป็นริ้วคลี่ออกเป็นสองแฉก ขัดสมาธิราบบนขนดนาคสามชั้น จากรูปแบบพระพิมพ์พิมพ์นี้น่าจะเลียนแบบมาจากพระพุทธรูปนาคปรกปางสมาธิ ศิลปะทวารวดีที่พบทางภาคกลางของประเทศไทย แต่เศียรนาคเป็นนาคแบบอิทธิพลศิลปะเขมร พระพิมพ์นาคปรกพิมพ์นี้จึงเป็นศิลปกรรมเป็นศิลปะทวารวดีผสมผสานกับศิลปะเขมร และสามารถกำหนดอายุได้ว่าพระพิมพ์นี้น่าจะสร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ ๑๕-๑๖ นอกจากนี้พระพิมพ์ทั้งสองพิมพ์ไม่พบที่เมืองโบราณสมัยทวารวดีที่ไหนอีกเลยนอกจากบ้านเมืองไพรและจากจำนวนที่พบจึงสันนิษฐานได้ว่า พระพิมพ์นาคปรกปางสมาธิสองพิมพ์นี้ทำขึ้นที่บ้านเมืองไพร แม้ว่าจะมีรูปแบบคล้ายกับพระพิมพ์นาคปรกนาดูน ที่พบที่เมืองจำปาศรี อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งเป็นเมืองที่พบพระพิมพ์ดินเผาสมัยทวารวดีจำนวนมากและอยู่ในลุ่มแม่น้ำชีเช่นกัน แต่ก็มีรูปแบบอันแสดงให้เห็นว่าใช้แม่พิมพ์ต่างกันคือ พระพิมพ์นาคปรกเมืองไพรมีขนดนาคสามชั้น ส่วนพระพิมพ์นาคปรกนาดูนนั้นไม่มีขนดนาค พระพิมพ์นาคปรกปางสมาธิเมืองไพร เป็นหนึ่งในรูปแบบพระพิมพ์ศิลปะทวารวดีในภาคอีสาน อันแสดงให้เห็นว่าเมืองไพร เป็นพื้นที่ที่ได้รับอิทธิพลศิลปะทวารวดีในภาคกลางของประเทศไทยและศิลปะเขมร ที่เข้ามาผสมผสาน จนเกิดรูปแบบเฉพาะท้องถิ่น ทั้งยังเป็นเมืองที่สัมพันธ์กับเมืองทวารวดีซึ่งอยู่ในลุ่มแม่น้ำชีเช่นเดียวกันอย่างเมืองจำปาศรีอีกด้วย โดยคติการสร้างก็สามารถตีความว่าสร้างขึ้นเนื่องในพุทธศาสนาทั้งมหายานและเถรวาทที่ได้รับอิทธิพลจากทวารวดีในภาคกลาง ก่อนจะเริ่มหายไปและเปลี่ยนเป็นพระพิมพ์สำริด ที่มีคติแบบพุทธศาสนามหายาน อิทธิศิลปะเขมรอย่างชัดเจนเข้ามาแทน บรรณานุกรม กรมศิลปากร. เมืองร้อยเอ็ด. กรุงเทพฯ : อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง, ๒๕๔๑. รุ่งโรจน์ ธรรมรุ่งเรือง. ทวารวดีในอีสาน. กรุงเทพฯ : มติชน, ๒๕๕๘. รุ่งโรจน์ ธรรมรุ่งเรือง. พระพุทธรูปและพระพิมพ์ทวารวดีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. วิทยานิพนธ์ตามหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะไทย. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๕๒. วิริยา อุทธิเสน. “การศึกษาคติความเชื่อของชุมชนโบราณสมัยทวารวดีในลุ่มแม่น้ำชีภาคกลาง กรณีศึกษาจากพระพิมพ์ดินเผา.” วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต สาขาโบราณคดี สมัยประวัติศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๔๖. ศักดิ์ชัย สายสิงห์. ศิลปะทวารวดี : วัฒนธรรมทางศาสนายุคแรกเริ่มในดินแดนไทย. นนทบุรี : เมืองโบราณ, ๒๕๖๒.           พระพิมพ์นาคปรกปางสมาธิ (ปรกเมืองไพร) ศิลปะทวารวดี พุทธศตวรรษที่ ๑๕-๑๖ ได้จากบ้านเมืองไพร อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด จัดแสดง ณ โซนวัฒนธรรมทวารวดี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด เมืองไพร เป็นเมืองโบราณสมัยทวารวดีตั้งอยู่ในเขตบ้านเมืองไพร ตำบลเมืองไพร อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด หลักฐานสำคัญที่พบคือ พระพิมพ์ดินเผาบนเนินดิน โดยเนินดินนั้นไม่ปรากฏหลักฐานอื่นใดร่วมด้วย และถูกทำลายเมื่อครั้งพบพระพิมพ์ดินเผาจนเสื่อมสภาพ ปัจจุบันเมืองไพรจึงไม่พบร่องรอยโบราณสถานใดเลย พระพิมพ์ดินเผาที่พบเมืองไพร เป็นพระพิมพ์พระพุทธรูปนาคปรกปางสมาธิ ประมาณ ๓,๐๐๐ องค์ ขนาดใกล้เคียงกัน สภาพชำรุดไปกว่าครึ่ง ลักษณะตอนพบเรียงเป็นแถว พระเศียรชนกัน ซ้อนกันเป็นระเบียบ สีเนื้อดินต่างกัน เนื่องจากอุณหภูมิที่เผาไม่เท่ากัน รูปแบบพระพิมพ์ที่พบ มีทั้งหมด ๒ พิมพ์ ซึ่งรูปแบบคล้ายกัน ต่างกันเพียงขนาดเล็กน้อย รูปแบบพระพิมพ์ เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ มีนาคเจ็ดเศียร หรือพญามุจลินท์ แผ่พังพานปรกอยู่เบื้องหลัง ลักษณะพระพักตร์ค่อนข้างกลม พระเนตรเหลือบลงต่ำ พระโอษฐ์หนา ขมวดพระเกศาใหญ่ พระรัศมีเป็นต่อมกลม ครองจีวรห่มเฉียงเปิดพระอังสาขวา ชายจีวรยาวลงมาจรดพระนาภี ปลายเป็นริ้วคลี่ออกเป็นสองแฉก ขัดสมาธิราบบนขนดนาคสามชั้น จากรูปแบบพระพิมพ์พิมพ์นี้น่าจะเลียนแบบมาจากพระพุทธรูปนาคปรกปางสมาธิ ศิลปะทวารวดีที่พบทางภาคกลางของประเทศไทย แต่เศียรนาคเป็นนาคแบบอิทธิพลศิลปะเขมร พระพิมพ์นาคปรกพิมพ์นี้จึงเป็นศิลปกรรมเป็นศิลปะทวารวดีผสมผสานกับศิลปะเขมร และสามารถกำหนดอายุได้ว่าพระพิมพ์นี้น่าจะสร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ ๑๕-๑๖ นอกจากนี้พระพิมพ์ทั้งสองพิมพ์ไม่พบที่เมืองโบราณสมัยทวารวดีที่ไหนอีกเลยนอกจากบ้านเมืองไพรและจากจำนวนที่พบจึงสันนิษฐานได้ว่า พระพิมพ์นาคปรกปางสมาธิสองพิมพ์นี้ทำขึ้นที่บ้านเมืองไพร แม้ว่าจะมีรูปแบบคล้ายกับพระพิมพ์นาคปรกนาดูน ที่พบที่เมืองจำปาศรี อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งเป็นเมืองที่พบพระพิมพ์ดินเผาสมัยทวารวดีจำนวนมากและอยู่ในลุ่มแม่น้ำชีเช่นกัน แต่ก็มีรูปแบบอันแสดงให้เห็นว่าใช้แม่พิมพ์ต่างกันคือ พระพิมพ์นาคปรกเมืองไพรมีขนดนาคสามชั้น ส่วนพระพิมพ์นาคปรกนาดูนนั้นไม่มีขนดนาค พระพิมพ์นาคปรกปางสมาธิเมืองไพร เป็นหนึ่งในรูปแบบพระพิมพ์ศิลปะทวารวดีในภาคอีสาน อันแสดงให้เห็นว่าเมืองไพร เป็นพื้นที่ที่ได้รับอิทธิพลศิลปะทวารวดีในภาคกลางของประเทศไทยและศิลปะเขมร ที่เข้ามาผสมผสาน จนเกิดรูปแบบเฉพาะท้องถิ่น ทั้งยังเป็นเมืองที่สัมพันธ์กับเมืองทวารวดีซึ่งอยู่ในลุ่มแม่น้ำชีเช่นเดียวกันอย่างเมืองจำปาศรีอีกด้วย โดยคติการสร้างก็สามารถตีความว่าสร้างขึ้นเนื่องในพุทธศาสนาทั้งมหายานและเถรวาทที่ได้รับอิทธิพลจากทวารวดีในภาคกลาง ก่อนจะเริ่มหายไปและเปลี่ยนเป็นพระพิมพ์สำริด ที่มีคติแบบพุทธศาสนามหายาน อิทธิศิลปะเขมรอย่างชัดเจนเข้ามาแทน บรรณานุกรม กรมศิลปากร. เมืองร้อยเอ็ด. กรุงเทพฯ : อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง, ๒๕๔๑. รุ่งโรจน์ ธรรมรุ่งเรือง. ทวารวดีในอีสาน. กรุงเทพฯ : มติชน, ๒๕๕๘. รุ่งโรจน์ ธรรมรุ่งเรือง. พระพุทธรูปและพระพิมพ์ทวารวดีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. วิทยานิพนธ์ตามหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะไทย. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๕๒. วิริยา อุทธิเสน. “การศึกษาคติความเชื่อของชุมชนโบราณสมัยทวารวดีในลุ่มแม่น้ำชีภาคกลาง กรณีศึกษาจากพระพิมพ์ดินเผา.” วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต สาขาโบราณคดี สมัยประวัติศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๔๖. ศักดิ์ชัย สายสิงห์. ศิลปะทวารวดี : วัฒนธรรมทางศาสนายุคแรกเริ่มในดินแดนไทย. นนทบุรี : เมืองโบราณ, ๒๕๖๒.                                                          


  สิมวัดไชยศรี อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น #สิม #โบราณสถาน #ขอนแก่น


black ribbon.