ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,609 รายการ



บทความ เรื่อง วันสงขลาและศาลหลักเมืองสงขลา โดย นางพัชรินทร์ ลั้งเเท้กุล นักจดหมายเหตุชำนาญการ หัวหน้าหอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ สงขลา


ชื่อเรื่อง                                  สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม  (สงฺคิณี-มหาปฏฺฐาน) อย.บ.                                     24/7ประเภทวัสดุ/มีเดีย               คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                                พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                           30 หน้า : กว้าง 5.2 ซม. ยาว 55.2 ซม.หัวเรื่อง                                   พุทธศาสนา                                                 ชาดกบทคัดย่อ/บันทึก                เป็นคัมภีร์ใบลาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ ไม้ประกับธรรมดา ได้รับบริจาคจาก จ.พระนครศรีอยุธยา


งานฤดูหนาวเชียงใหม่ดอกไม้ ลมหนาว สาวงาม          เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว งานรื่นเริงสังสรรค์ เทศกาลแห่งความสนุกสนานก็เริ่มขึ้นในชื่องานฤดูหนาว จังหวัดเชียงใหม่เป็นหนึ่งในหลายจังหวัดทางภาคเหนือที่มีการจัดงานดังกล่าว ซึ่งงานฤดูหนาวมีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย โดยจัดขึ้นครั้งแรก ประมาณปี พ.ศ. ๒๔๗๖         กิจกรรมในงานฤดูหนาวของจังหวัดเชียงใหม่ ยุคแรกเป็นการออกร้าน แสดงพืชผักของโรงเรียนฝึกหัดครูช้างเผือก ต่อมาเริ่มขยายสู่งานระดับจังหวัด โดยอำเภอต่าง ๆ จะเชิญชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน นำพืชผักผลไม้ ปศุสัตว์มาประกวด ต่อมาเริ่มมีการแสดงกายบริหาร ซึ่งใช้ผู้แสดงเป็นนักเรียนหญิงจากโรงเรียนเรยีนาเชลีวิทยาลัย ดาราวิทยาลัย วัฒโนทัยพายัพ เป็นต้น บางปีมีการแสดงรถไต่ถัง การแสดงละครญี่ปุ่น การประกวดสาวงามประจำร้านค้าและสาวงามประจำจังหวัด การประกวดศิลปหัตถกรรมของนักเรียน การฉายภาพยนตร์ การชกมวย การออกร้านของหน่วยงานต่าง ๆ โดยเก็บค่าเข้าชมในปี พ.ศ. ๒๔๘๐ จำนวน ๑๐ สตางค์ ครั้งหนึ่งได้รายได้ประมาณ ๘,๐๐๐ บาท โดยเฉลี่ยมีผู้เข้าร่วมงานประมาณ ๘๐,๐๐๐ คน         กิจกรรมสำคัญที่ทุกคนเฝ้ารอชมและเป็นเอกลักษณ์ของงาน คือการประกวดสาวงาม ซึ่งในยุคนั้นจะกำหนดให้สวมชุดเปิดไหล่ กางเกงขาสั้นเหนือเข่า อวดความสวยท่ามกลางลมหนาว เมื่อถึงช่วงบ่ายก่อนการประกวด บริเวณเส้นทางจากสถานีรถไฟเชียงใหม่ไปยังเวทีการประกวด จะคราคร่ำไปด้วยผู้คนที่เฝ้ารอชมขบวนแห่ของนางงาม นำขบวนด้วยรถเวสป้า และขบวนม้า          จากข้อมูล “สมุดภาพนางงาม ในงานปีใหม่และรื่นเริงฤดูหนาวจังหวัดเชียงใหม่ ๓๑ ธ.ค. ถึง ๖ ม.ค. พ.ศ. ๒๕๐๓” ได้กล่าวว่ามีการกำหนดให้มีการประกวดนางสาวเชียงใหม่ จำนวน ๔ คืน แบ่งเป็นรอบคัดเลือก จำนวน ๓ คืน ผู้ผ่านรอบคัดเลือกแบ่งเป็นสามกลุ่ม ในคืนที่ ๔ จะนำผู้ที่ผ่านการคัดเลือก เข้าสู่การตัดสินรอบสุดท้าย โดยมีกติกาว่า ห้ามผู้เข้าประกวดใช้เครื่องสำอาง และเครื่องวิทยาศาสตร์ ตลอดจนเครื่องประดับใด ๆ ซึ่งเป็นการดัดแปลงความงามตามธรรมชาติ แต่ไม่ห้ามการดัดผม ทาปาก ทาเล็บ หรือใช้ฝุ่นบ้างตามสมควร          ปัจจุบันงานฤดูหนาวยังคงจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย ความนิยมอาจลดลง เนื่องด้วยมีงานเทศกาลอื่น ๆ เพิ่มขึ้น ทั้งรูปแบบกิจกรรมอาจไม่ดึงดูดผู้คนเหมือนครั้งอดีต แต่หากมีโอกาสเข้ามาเยี่ยมชมสักครั้ง ก็หวนชวนคิดถึงความหลัง ความสนุกสนานท่ามกลางสายลมหนาวปลายเดือนธันวาคม#งานฤดูหนาว #งานฤดูหนาวเชียงใหม่ผู้เรียบเรียง : นายวีระยุทธ ไตรสูงเนิน นักจดหมายเหตุชำนาญการ ภาพ : หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ เชียงใหม่. ภาพส่วนบุคคล ชุด นายบุญเสริม สาตราภัย.อ้างอิง๑. บุญเสริม  สาตราภัย. ๒๕๕๔. เชียงใหม่ในความทรงจำ. เชียงใหม่ : โรงพิมพ์แสงศิลป์.๒. สมุดภาพนางงาม ในงานปีใหม่และรื่นเริงฤดูหนาวจังหวัดเชียงใหม่ ๓๑ ธ.ค. ถึง ๖ ม..ค. ๒๕๐๓. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย.๓. อนุบาลรำลึก พิมพ์เป็นบรรณาการในงานพระราชทานเพลิงศพ อำมาตย์เอก พระยาอนุบาลพายัพกิจ (ปุ่น อาสนจินดา). ๒๕๑๒. ม.ป.ท.


ชื่อเรื่อง                                        สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม  (สงฺคิณี-มหาปฏฺฐาน) อย.บ.                                           32/5ประเภทวัดุ/มีเดีย                       คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                                     พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                              48 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 54.5 ซม.หัวเรื่อง                                        พุทธศาสนาบทคัดย่อ/บันทึก               เป็นคัมภีร์ใบลาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ ไม้ประกับธรรมดา ได้รับบริจาคมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา



ปทฺวาทสปริตฺต (ทฺวาทสปริตฺต-ตติยภาณวาร-ภาณปลาย) ชบ.บ 124/1 เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)


     งาพลายชมภู      สมัยรัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๕      เป็นของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร มาแต่เดิม       ปัจจุบันจัดอยู่ที่พระที่นั่งวสันตพิมาน (ชั้นบน) หมู่พระวิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร       งาช้างยาวประมาณ ๒ เมตร รองรับด้วยฐานไม้กลมปิดทองล่องชาด และอีกกิ่งรองรับด้วยฐานไม้กลมจำหลักลายพรรณพฤกษา       พลายชมภู เป็นชื่อช้างที่ขึ้นระวางสังกัดโรงช้างวังหน้า โดยอยู่ในทำเนียบช้างพลายวิเศษ สำหรับงาพลายชมภูคู่นี้ เป็นงาของพลายชมภูที่ขึ้นระวางในรัชกาลที่ ๔-๕ โดยเป็นช้างพลายที่ชาวกรุงเทพฯ รู้จักคุ้นเคย เหตุเพราะในฤดูหนาวช่วงเดือนธันวาคม-เดือนกุมภาพันธ์ เป็นช่วงเวลาที่ช้างพลายมีอาการตกมัน ช้างบางตัว จะดุร้ายชอบไล่แทงคน คนสมัยก่อนจึงมีกีฬาการละเล่น “ล่อช้างตกน้ำมัน” ในช่วงเวลานี้ของปี        ก่อนจะพาช้างตกน้ำมันลงอาบน้ำที่ท่าช้าง (วังหน้า) จะมีการตีฆ้องบอกสัญญาณมาตามทางก่อน เมื่อช้างตกน้ำมันออกจากโรง ผู้ที่มีใจกล้ามาเป็นผู้ผัด* กลุ่มหนึ่งเข้าล่อข้างหน้าช้างให้ไล่มาพักหนึ่ง จากนั้นพวกคนผัดกลุ่มที่อยู่ข้างหลัง ก็เข้าล่อให้ช้างกลับย้อนไปไล่ทางเดิม ช้างวิ่งไล่ไปทางไหน คนที่คอยดูอยู่โดยรอบก็จะพากันวิ่งหนี แม้เป็นที่ลุ้นระทึกและเสี่ยงอันตรายของผู้ผัดล่อ แต่ก็เป็นความสนุกของผู้ที่ชอบความโลดโผนและความเสี่ยงภัย       สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงพระนิพนธ์ถึง “พลายชมพู” ในการล่อช้างตกน้ำมันว่า “...เวลาช้างเช่นนั้นตกน้ำมัน กรมช้างไม่เอาไปลงน้ำแต่เช้าตรู่เหมือนช้างอื่น รอไว้จนถึงเวลาเช้าราว ๘ นาฬิกา เมื่อคนจ่ายตลาดกันเสร็จแล้ว จึงเอาช้างตกน้ำมันตัวนั้นไปลงน้ำ และอนุญาตให้คนเข้าผัดล่อได้ ก็เกิดเป็นการสนุก ชอบใจคนทั้งหลายทั้งพวกอยากดูและพวกคะนองที่อยากเสี่ยงภัยล่อช้างเล่นให้สนุก คงมีช้างพลายบางตัวที่ตกน้ำมันทุกปี และชอบไล่คนจนขึ้นชื่อลือนามมาทุกรัชกาล ว่าตามที่ฉันเคยได้ยินชื่อ...ในรัชกาลที่ ๕ มีพลายศักดิ์ตัวหนึ่ง กับพลายชมพูอยู่ในโรงวังหน้าตัวหนึ่ง ฉันได้เคยแต่ดูสองตัวที่ออกชื่อข้างหลังเมื่อฉันยังเป็นนักเรียนนายร้อยทหารมหาดเล็ก**...”        *ความหมายหนึ่งของคำว่า “ผัด” ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ หมายถึง “ย้ายไปย้ายมา หมุนไปมา ล่อให้ไล่”      **ประมาณ พ.ศ. ๒๔๒๐   อ้างอิง มูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา. ทำเนียบนามภาค ๑-๔ และ ทำเนียบนามข้าราชการวังหลัง. กรุงเทพฯ: มติชน, ๒๕๖๓. ดำรงราชานุภาพ, สมเด็จฯ กรมพระยา. นิทานโบราณคดี. พิมพ์ครั้งที่ ๑๕. กรุงเทพฯ: บรรณาคาร,๒๕๔๓. ราชบัณฑิตยสถาน. พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔. กรุงเทพฯ: ราชบัณฑิตยสถาน, ๒๕๕๖.


ชื่อเรื่อง                                        สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม  (สงฺคิณี-มหาปฏฺฐาน) อย.บ.                                           16/4ประเภทวัดุ/มีเดีย                          คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                                     พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                                46 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 55 ซม.หัวเรื่อง                                       พุทธศาสนาบทคัดย่อ/บันทึก               เป็นคัมภีร์ใบลาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ ไม้ประกับธรรมดา ได้รับบริจาคมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา


แนะนำ หนังสือ E-book หายาก จำนวน 3 เล่ม 1.สตรีในประวัติศาสตร์ แส สิริสิงห อัตถากร. สตรีในประวัติศาสตร์. พระนคร: โรงพิมพ์อักษรโสภณ, 2492. 2.ผู้พลิกแผ่นดินอเมริกา ชาญ นาคพงศ์. ผู้พลิกแผ่นดินอเมริกา. พระนคร: โรงพิมพ์วิบูลกิจ, 2493. 3.เรื่องเยี่ยมศูนย์ภาคีรอบโลก 2508 จากบันทึกของหม่อมเจ้าหญิงพิสมัย ดิศกุล ประธานองค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก พูนพิสมัย ดิศกุล, ม.จ.หญิง. เยี่ยมศูนย์ภาคีรอบโลก 2508 จากบันทึกของหม่อมเจ้าหญิงพิสมัย ดิศกุล ประธานองค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก. พระนคร: กองการพิมพ์สลากกินแบ่งรัฐบาล, 2509.


ชื่อผู้แต่ง             - ชื่อเรื่อง              อนุสณ์งานฌาปนกิจศพนายสมบุญ  ติณสูลานนท์ ครั้งที่พิมพ์           - สถานที่พิมพ์        กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์          อมรินทร์การพิมพ์ ปีที่พิมพ์             ๒๕๒๑ จำนวนหน้า         ๙๔  หน้า                         นายสมบุญ  ติณสูลานนท์ มีพี่น้องร่วมท้องเดียวกันรวม ๘ คน ผู้ชาย ๖ ผู้หญิง ๒ น้องสาวเสียชีวิตตั้งแต่ยังเล็ก นายสมบุญ เป็นบุตรคนที่ ๕ เกิดที่ ตำบลบ่อยาง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๔๖๒ เป็นบุตรของ รองอำมาตย์โทหลวงวินิจทัณฑกรรม(บึ่ง) และนางวินิจทัณฑกรรม(อ๊อด) ทั้งคุณปู่ คุณย่าเป็นชาวนครศรีธรรมราช ราชการเป็นพะธำมะรงประจำจังหวัดสงขลาจนเกษียณอายุออกรับบำนาญ


ชื่อผู้แต่ง             - ชื่อเรื่อง               เสด็จพระราชดำเนินทรงยกช่อฟ้าพระอุโบสถและเททองพระประธานวัดชัยพฤกษมาลา ราชวรวิหาร พ.ศ. ๒๕๒๑ ครั้งที่พิมพ์           - สถานที่พิมพ์         บางลำภู สำนักพิมพ์           เอราวัณการพิมพ์ ปีที่พิมพ์              ๒๕๒๑ จำนวนหน้า          ๔๙  หน้า                          วัดชัยพฤกษมาลา เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดราชวรวิหาร ตั้งอยู่ริมคลองบางกอกน้อย ปัจจุบันขึ้นกับตำบลตลิ่งชัน อ.ตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร วัดยชัยพฤกษมาลานี้ มีมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี เดิมเรียกว่า วัดชัยพฤกษฯ เป็นวัดร้าง เมื่อสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ในรัชกาลที่ ๑ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ครั้งยังเป็นสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ โปรดให้รื้อวัดเอาอิฐิมาสร้างกำแพงพระนคร ครั้นรัชกาลที่ ๒ ทรงสร้างวัดชัยพฤกษขึ้นใหม่ มีพระราชดำรัสสั่งให้พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นแม่กองทำเป็นการหลวง การนั้นค้างอยู่จนรัชกาลที่ ๓ ด้วยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวผนวช ครั้งถึง ร.๔ จึงโปรดให้ปฏิสังขรณ์ต่อมา


เลขทะเบียน : นพ.บ.434/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 16 หน้า ; 5 x 59 ซ.ม. : ทองทึบ-ชาดทึบ-ล่องรัก-ลานดิบ ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 156  (131-140) ผูก 1 (2566)หัวเรื่อง : ลำวิสุทธิยา--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน : นพ.บ.582/ก/5                            ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 52 หน้า ; 4 x 53 ซ.ม. : ลานดิบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 188  (365-371) ผูก ก5 (2566)หัวเรื่อง : ทศชาติ--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


black ribbon.