ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 51,272 รายการ
กรมศิลปากร ขอเชิญรับชมถ่ายทอดสด Facebook Live รายการ ไขความรู้จากครูกรมศิลป์ ตอน “ศิลป์ พีระศรี บิดาแห่งศิลปะร่วมสมัยไทย” วิทยากรโดย นายจิตกร วงษ์มาตร์ นายช่างศิลปกรรมชำนาญงาน, นายอภิศักดิ์ ทองอินทร์ ประติมากรปฏิบัติการ สำนักช่างสิบหมู่ และนางสาวปัทมา ก่อทอง ภัณฑารักษ์ชำนาญการ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ดำเนินรายการโดย นางกมลชนก พรภาสกร นักวิชาการโสตทัศนศึกษา กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ในวันพฤหัสบดีที่ ๙ กันยายน ๒๕๖๔ เวลา ๑๑.๐๐ – ๑๑.๔๕ น. ผู้สนใจสามารถติดตามชมได้ทาง Facebook Live : กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม Facebook Live : กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร และ Youtube Live : กรมศิลปากร
องค์ความรู้ : อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง
เรื่อง : นาคปักสองสมัย ณ ปราสาทพนมรุ้ง
นาคปัก เป็นส่วนประกอบทางสถาปัตยกรรม สำหรับประดับที่มุมประธานของชั้นหลังคาปราสาทในวัฒนธรรมเขมรโบราณ “นาคปัก” ถูกพัฒนามาจาก “ปราสาทจำลอง” ซึ่งเป็นที่นิยมในสมัยเมืองพระนครยุคแรกหรือช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๔ - ๑๖ ก่อนจะปรับเปลี่ยนมาเป็น นาคปัก ตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของพุทธศตวรรษที่ ๑๖ จนถึงพุทธศตวรรษที่ ๑๗ เช่น นาคปักที่ปราสาทแม่บุญตะวันตก นาคปักที่ปราสาทบากอง นาคปักที่ปราสาทนครวัด ประเทศกัมพูชา นาคปักที่ปรางค์น้อย นาคปักที่ปราสาทประธานพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์
จากการศึกษาเรื่อง “การกลายรูปจากอาคารจำลอง-นาคปัก-บรรพแถลง ของปราสาทในศิลปะขอมมาเป็นกลีบขนุนของปรางค์ในศิลปะไทย” ของ สรศักดิ์ จันทร์วัฒนกุล สันนิษฐานว่าการปรับเปลี่ยนจากปราสาทจำลองไปเป็นนาคปัก เป็นการเปลี่ยนแปลงจากแรงบันดาลใจของช่าง โดยอาจเป็นข้อจำกัดทางด้านเทคนิคการสร้างและรูปทรงของปราสาท ช่างจึงจำเป็นต้องคิดหารายละเอียดของส่วนประดับมาช่วยให้มีความงาม ความสมส่วนลงตัว เพื่อลบพื้นที่ว่างระหว่างชั้นหลังคา และนาคปักยังสื่อความหมายถึงสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ได้เช่นเดิม
สำหรับที่ปราสาทพนมรุ้งซึ่งมีอายุสมัยการสร้างและใช้พื้นที่ประมาณ ๔๐๐ ปี ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๑๕ - ๑๘ พบรูปแบบนาคปักถึงสองสมัยด้วยกัน ได้แก่
๑) นาคปักศิลปะแบบบาปวน ที่ ปรางค์น้อย อายุพุทธศตวรรษที่ ๑๖ ลักษณะเป็นพญานาคห้าเศียรในกรอบสามเหลี่ยม ส่วนเศียรโล้น นาคตัวกลางคายพวงอุบะ ตัวนาคปักเอนสอบไปทางด้านหลังเข้าหาตัวปราสาทเล็กน้อย
๒) นาคปักศิลปะแบบนครวัด ที่ ปราสาทประธาน อายุพุทธศตวรรษที่ ๑๗ ลักษณะเป็นพญานาคห้าเศียรอยู่ในกรอบสามเหลี่ยมมีมงกุฎครอบทับอีกชั้นหนึ่ง ตัวนาคไม่ได้ตั้งฉากกับตัวอาคาร แต่ทำมุมเอียงลาดไปด้านหลังเข้าหาตัวปราสาท ทำให้เส้นโครงกรอบของชั้นหลังคาเป็นวงโค้งทรงพุ่ม
ล่าสุดจากการขุดค้นโบราณคดีปราสาทพนมรุ้ง ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม ๒๕๖๔ ที่ผ่านมา บริเวณหลุมขุดค้นที่ ๔ (TP.4) ซึ่งเป็นพื้นที่โล่งทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของปราสาทประธาน พบชิ้นส่วนสถาปัตยกรรมประเภท นาคปัก ด้านบนชำรุดหักหาย มีการสลักลวดลายเหมือนลำตัวพญานาค จึงสันนิษฐานว่าเป็น “โกลนนาคปักที่ยังสลักไม่เสร็จ” เมื่อเปรียบเทียบพบว่าโกลนนาคปักชิ้นนี้มีลักษณะคล้ายกับนาคปักที่ปรางค์น้อย คือ มีฐานสองชั้นไม่มีลวดลาย มุมด้านหนึ่งมีรอยแตกซึ่งเป็นร่องรอยการคายพวงอุบะของนาค
จึงสันนิษฐานว่า โกลนนาคปักชิ้นนี้ ช่างในสมัยโบราณคงมีเจตนาทำขึ้นเพื่อเป็นส่วนประกอบชั้นหลังคาของปรางค์น้อย โดยอาจจะสลักไม่เสร็จหรือหรือเกิดความเสียหายในระหว่างการทำจึงไม่ได้นำขึ้นไปประดับไว้ด้านบนของปรางค์น้อย ปัจจุบันโกลนนาคปักชิ้นนี้เก็บรักษาอยู่ที่บริเวณปรางค์น้อยนั่นเอง
เรียบเรียงโดย : นายพงศธร ดาวกระจาย ผู้ช่วยนักโบราณคดี อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง
เอกสารอ้างอิง :
สรศักดิ์ จันทร์วัฒนกุล. “การกลายรูปจากอาคารจำลอง-นาคปัก-บรรพแถลงของปราสาทในศิลปะขอมมาเป็นกลีบขนุนของปรางค์ในศิลปะไทย.” สารนิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๔๖.
ชื่อเรื่อง มาเลยฺยสุตฺต (มาลัยหมื่น-มาลัยแสน)
สพ.บ. 257/2ประเภทวัสดุมีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 32 หน้า กว้าง 5.5 ซ.ม. ยาว 57 ซ.ม. หัวเรื่อง พุทธศาสนา ชาดก เทศน์มหาชาติ คาถาพัน
บทคัดย่อ/บันทึก
เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน ภาษาบาลี-ไทยอีสาน เส้นจาร ฉบับลานดิบ-ล่องรัก ได้รับบริจาคมาจากวัดทุ่งอุทุมพร ต.บางปลาม้า อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี
เลขทะเบียน : นพ.บ.152/3ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 24 หน้า ; 4.5 x 53 ซ.ม. : ล่องชาด ; ไม้ประกับธรรมดา ชื่อชุด : มัดที่ 93 (1-16) ผูก 3 (2565)หัวเรื่อง : สทฺทสารตฺชาลินี(ศัพท์สัททสารัตถชาลินี)--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
#เครื่องมือเครื่องใช้ในภาคเหนือเปี้ยด เปี้ยด ในภาษาล้านนา หมายถึง ตะกร้า ภาคกลางเรียกว่า กระบุง เป็นภาชนะใส่สิ่งของและพืชพรรณต่าง ๆ ทำจากไม้ไผ่สาน รูปทรงกลมสูง ปากกว้าง ส่วนก้นสอบเป็นสี่เหลี่ยม มีขอบปากใช้หวายผูกเสริมตามมุมเพื่อเพิ่มความคงทน มีหู ๔ หู สำหรับร้อยเชือกหาบหรือสาแหรก เปี้ยดของชาวเหนือจะมีรูปทรงแตกต่างกับกระบุงของภาคกลางเล็กน้อย โดยมีขนาดที่เล็ก และป้อมกลมมากกว่า ในบางพื้นที่สานอย่างประณีตเพื่อความคงทนแล้วจึงทาด้วยน้ำมันยางเพิ่มความสวยงามภาพ : หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เชียงใหม่. ภาพชุด การประกวดภาพเก่าเกี่ยวกับจังหวัดลำพูนอ้างอิง : ๑. มณี พยอมยงค์. ๒๕๔๖. สารพจนานุกรมล้านนา. เชียงใหม่: ดาวคอมพิวกราฟิก.๒. พิชชา ทองขลิบ. ๒๕๖๔. กระบุง. ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) (Online)
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (วิภังค์-มหาปัฏฐาน)
สพ.บ. 307/4ประเภทวัสดุมีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 28 หน้า กว้าง 4.8 ซม. ยาว 57.3 ซม.หัวเรื่อง พุทธศาสนา
บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรขอม ภาษาบาลี-ไทย เส้นจาร ฉบับทองทึบ-ล่องชาด ได้รับบริจาคมาจาก วัดบ้านหมี่ ต.บางปลาม้า อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี
วินยธรสิกฺขาปทวินิจฺฉย (วินยสิกฺขาปทวินิจฺเฉยฺย)
ชบ.บ.96/1-10
เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)
เลขทะเบียน : นพ.บ.311/6ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 50 หน้า ; 4 x 54.5 ซ.ม. : ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 126 (306-312) ผูก 4 (2565)หัวเรื่อง : ธมฺมปทวณฺณนา ธมฺมปทฏฐกถา ขุทฺทกนิกายฏฐกถา(ธรรมบท)--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
พระนอนเมืองเสมา อายุเท่าไหร่ ?
กำลังเป็นกระแสในสื่อสังคมออนไลน์ ทั้ง Facebook เเละ Twitter หลังจากที่มี Facebook fanpage หนึ่ง นำเสนอว่า พระนอนเมืองเสมา มีอายุถึง 3,000 ปี ซึ่งในเวลาต่อมา Facebook fanpage ดังกล่าว ได้ดำเนินการแก้ไขแล้ว เเต่หลายวันมานี้ พระนอนเมืองเสมา ยังคงเป็นกระเเสและถูกพูดถึงอยู่เรื่อย ๆ จึงเป็นโอกาสดีที่จะพาทุกท่านไปรู้จัก พระนอนเมืองเสมา ว่าแท้จริงแล้ว อายุ 3,000 ปี หรือ 1,300 ปี กันเเน่ค่ะ
สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา ขอเรียนให้ทุกท่านทราบว่า พระนอนเมืองเสมา ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ นอกเมืองโบราณเสมา สร้างขึ้นในวัฒนธรรมทวารวดี ซึ่งมีอายุอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 12-16 และจากการศึกษาเปรียบเทียบรูปแบบศิลปกรรม เเละวิเคราะห์หลักฐานทางโบราณคดีที่พบจากการขุดค้น จึงสันนิษฐานว่า พระนอนองค์นี้ ถูกสร้างขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ 13 หรือประมาณ 1,300 ปีมาเเล้ว จึงนับได้ว่า พระนอน หรือพระพุทธรูปปางไสยาสน์ เมืองเสมา เป็นพระนอนที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย นั้นเองค่ะ
จากการดำเนินงานโบราณคดีใน ปี พ.ศ.2533-2534 โดยหน่วยศิลปากรที่ 6 นครราชสีมา (ขณะนั้น) ทำให้ได้หลักฐานสำคัญหลายประการเกี่ยวกับองค์พระนอน ดังนี้
1 พบหลักฐานส่วนอาคารที่เป็นโครงสร้างรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าก่อด้วยอิฐ ขนาดกว้าง 6.50 เมตร ยาว 26 เมตร เพื่อประดิษฐานพระนอน ได้พบหลักฐานโบราณวัตถุประเภทต่าง ๆ ประกอบไปด้วย เศษภาชนะดินเผาแบบทวารวดี เศษภาชนะดินเผาแบบเขมร พระพุทธรูปสำริด ประติมากรรมสำริดรูปพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร โบราณวัตถุประเภทหิน ได้แก่ ธรรมจักรและกวางหมอบ
2 บริเวณองค์พระนอน พบหลักฐานว่า องค์พระนอน (พระพุทธรูปไสยาสน์) ประกอบด้วยหินทรายสีแดงอยู่ในลักษณะเดิมเกือบทุกส่วน ยกเว้นส่วนพระเศียรและส่วนพระบาท ซึ่งถูกขุดหาโบราณวัตถุกันมาก ทำให้ชั้นดินบริเวณดังกล่าวสับสนและมีเศษอิฐปนอยู่ในชั้นดินมาก รวมทั้งมีหินทรายที่แตกออกมาจากชิ้นส่วนขนาดใหญ่ เป็นต้นว่า ส่วนพระศอ ส่วนพระพาหาและส่วนของพระกรที่รองรับพระเศียรมากองอยู่ด้านหน้าพระพักตร์และมีชิ้นส่วนของพระเศียรอีกหลายชิ้นปนอยู่ในชั้นดินด้วย นอกจากนี้ได้พบส่วนพระบาทอีกชิ้นหนึ่งในชั้นดิน วางนอนต่อกับส่วนชายจีวร ซึ่งสลักด้วยหินทรายเป็นแผ่นตั้งขึ้นด้านหน้าสลักตามรูปแบบการครองผ้า ส่วนด้านในสลักเป็นร่องสองร่อง เป็นเดือยสำหรับสวมพระบาทเข้าไป ส่วนด้านหลังขององค์พระนอนนั้นบางช่วงได้ก่อสร้างง่าย ๆ โดยใช้หินเป็นแกนแล้วก่ออิฐปิดเป็นแผ่นหลัง ซึ่งจะเห็นได้ชัดเจนตรงส่วนพระอังศาล่าง ยังคงมีแนวอิฐก่อโค้งรับกับพระศออยู่ พร้อมกับใช้ปูนขาวฉาบผิวอีกชั้นหนึ่ง นอกจากนี้ยังพบที่ส่วนพระโสนีอีกด้วย รูปแบบของพระนอนหรือพระพุทะไสยาสน์นี้ ได้รับอิทธิพลของศิลปแบบทวารวดี ที่มีอิทธิพลของศิลปะแบบพื้นเมือง คงสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 13 เป็นต้นมา ใกล้เคียงกับชุมชนสมัยทวารวดีภายในเมืองโบราณเสมานั้นเอง
เมื่อทุกท่านชมพระนอนเมืองเสมา ซึ่งตั้งอยู่ภายในวัดธรรมจักรเสมาราม เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ภายในวัดยังมีพิพิธภัณฑ์ซึ่งเกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างกรมศิลปากร และวัดธรรมจักรเสมาราม โดยจัดเเสดงโบราณวัตถุ ตลอดจนบอกเล่าพัฒนาการทางโบราณคดีและประวัติศาสตร์เมืองโบราณเสมา ให้ทุกท่านได้ชมพร้อมกับการเรียนรู้กันอีกด้วย และก่อนเดินทางกลับก็ขอเชิญชวนให้ทุกท่านเเวะชมเมืองโบราณเสมา ซึ่งมีโบราณสถานภายในเมืองกว่า 9 แห่ง เพื่อให้การเดินทางมาในครั้งนี้ จะได้รู้จักโบราณสถาน โบราณวัตถุ เเละซึมซับความรู้ เกี่ยวกับเมืองโบราณเสมา เเละพระนอนเมืองเสมาให้มากยิ่งขึ้น ค่ะ
สามารถติดต่อสอบถามข้อมูล และการเดินทางเข้าสู่แหล่ง ได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 044-471-518 หรือ DM มาที่ Facebook fanpage สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา ได้เลยค่ะ
อ้างอิงข้อมูล
ทนงศักดิ์ หาญวงษ์. (2534). "พระนอน วัดธรรมจักรเสมาราม" ศิลปากร 34, 6: 60-70
หน่วยศิลปากรที่ 6. (2534). รายงานการบูรณะพระนอนวัดธรรมจักรเสมาราม อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา. เอกสารอัดสำเนา. นครราชสีมา: หน่วยศิลปากรที่ 6 กองโบราณคดี.
เรียบเรียงนำเสนอโดย
กลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา
ดาวน์โหลดเอกสารข้อมูลพระนอนเมืองเสมา เเละเมืองโบราณเสมา โดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย ได้ที่ https://www.finearts.go.th/phimaimuseum/categorie/service
สรงน้ำพระ ทำบุญ ใส่บาตร เสริมสิริมงคลในช่วง "สงกรานต์ ๒๕๖๕ วันปีใหม่ไทย”
หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ นครราชสีมา ขอเชิญชวนชาวโคราชมากราบนมัสการและสรงน้ำ “พระชัยเมืองนครราชสีมา” เพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิต ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปีใหม่ไทย ๒๕๖๕ ซึ่งองค์จำลองประดิษฐานอยู่ ณ ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมานะคะ
พระชัยเมืองนครราชสีมา เป็นพระพุทธรูปสำริดปางมารวิชัย เป็นศิลปะสมัยอยุธยา ลักษณะประทับนั่งสมาธิราบบนฐานเตี้ย มีจารึกอักษรขอม ภาษาบาลี ปรากฏอยู่ตามองค์พระหลายแห่งถ้าอยากทราบว่าอักษรต่าง ๆ บนองค์พระนั้นมีความหมายอย่างไร ขอเชิญอ่านได้ในบทความนี้
ขอขอบคุณบทความ
พระพุทธรูป สัมฤทธิ์ ปางมารวิชัย
พระชัยเมืองนครราชสีมา จารึกอักษร ขอม ภาษา บาลี
โดย นายเทิม มีเต็ม ผู้ทรงคุณวุฒิ เชี่ยวชาญด้านภาษาตะวันออก / อ่านถ่ายถอด
นายบุญเลิศ เสนานนท์ นักภาษาโบราณ ข้าราชการบำนาญ กรมศิลปากร / ผู้เขียนบทความ
ขอขอบคุณภาพ
National Museum Bangkok : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
Museum Thailand
จัดทำโดย
พัชมณ ศรีสัตย์รสนา บรรณารักษ์ชำนาญการ