ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,612 รายการ

ชื่อเรื่อง                     สพฺพทานานิสํสกถา (สองสพฺพทาน)เลขทะเบียน               23/1ประเภทวัสดุ/มีเดีย       คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                   พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ               20 หน้า : กว้าง 4.8 ซม. ยาว 59 ซม.หัวเรื่อง                     อานิสงส์ถวายทานทั้งปวงภาษา                       บาลี/ไทยอีสานบทคัดย่อ/บันทึก          เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน เส้นจาร ฉบับชาดทึบ ไม่มีไม้ประกับ ได้รับมอบมาจากนางสุดา วงษ์พันธุ์


  ชื่อเรื่อง : ประชุมพระนิพนธ์ กรมหลวงพิชิตปรีชากร หัวเรื่อง : สุ่น คัคณางค์ ณ อยุธยา, หม่อม, 2402-2492              กวีนิพนธ์ไทย -- รวมเรื่อง คำค้น : - รายละเอียด : พระองค์เจ้าหญิงอาภาพรรณนี พระชายาสมเด็จกรมพระสวัสดิวัดนวิศิษฎ์ ทรงพิมพ์ในงานทำบุญฉลองอายุ หม่อมสุ่น คัคณางค์ ณะอยุธยา ครบ 70 ปี วันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2472 ผู้แต่ง : พิชิตปรีชากร, พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวง, 2398-2452 แหล่งที่มา : หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี หน่วยงานที่รับผิดชอบ/ โรงพิมพ์/ สำนักพิมพ์ : โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากร ปีที่พิมพ์ : 2472 วันที่เผยแพร่ : 17 กรกฎาคม 2568 ผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงาน : - ลิขสิทธิ์ :  - รูปแบบ : PDF ภาษา : ภาษาไทย ประเภททรัพยากร : หนังสือหายาก ตัวบ่งชี้ : - รายละเอียดเนื้อหา :  หนังสือเล่มนี้เป็นการรวบรวม พระนิพนธ์ของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงพิชิตปรีชากร ทั้งร้อยแก้วและร้อยกรองจำนวน 40 เรื่อง โดยในการพิมพ์ครั้งที่ 2 นี้ นอกจากจะมีประวัติย่อของกรมหลวงพิชิตปรีชากรแล้ว ยังได้เพิ่มคำจารึกหลุมพระอังคารที่ฐานพระระเบียงเจดีย์วัดมงกุฏกษัตรไว้ด้วย เลขทะเบียน : น. 32 บ. 5364 จบ เลขหมู่ :  895.911081               พ649ปพิ


ชื่อแบบฉบับ : ธมฺมปทโปราณคาถา (ผูก 2) ชื่อเรื่อง : โปราณคาถาธัมมปท (ผูก 2) เลขทะเบียน : ชม.บ.616/2 ผู้แต่ง : ไม่ปรากฏ                          ผู้สร้าง : เจ้ามหาสุรหงษ์                      ปีที่สร้าง : จ.ศ.958 (พ.ศ. 2139) จำนวน : 1  คัมภีร์  3 ผูก (หอสมุดแห่งชาติฯ เชียงใหม่ มีผูก 1, 2,5)                  จำนวนบรรทัด : 6 บรรทัด               จำนวนหน้า : 54 หน้า อักษร : ธรรมล้านนา                       ภาษา : บาลี-ไทยล้านนา                      เส้น : จาร ฉบับ : ชาดทึบ                              ไม้ประกับ : ไม่มี                                ประเภทเอกสารโบราณ : คัมภีร์ใบลาน ประวัติ : จ.ศ.958  (พ.ศ.2139 สมัยอยุธยา รัชกาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช)  ได้มาจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่  เมื่อวันที่ 24 กรกฏาคม 2531 โครงการ : พัฒนาระบบบริการห้องสมุดดิจิทัล หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ ปี พ.ศ. 2568


เลขทะเบียน : นพ.บ.781/3กห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 24 หน้า ; 4.5 x 56 ซ.ม. : ชาดทึบ-รักทึบ ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 241 (452-462) ผูก 3ก (2568)หัวเรื่อง : สังฮอมธาตุ--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน  นม.บ.16/3ก



วธ. ยืนยันปราสาทตาควาย กลุ่มปราสาทตาเมือน รวมทั้งโบราณสถานตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา เป็นโบราณสถานของไทย มอบกรมศิลป์เดินหน้าบูรณะ          วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.00 น. นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม แถลงข่าวการบูรณะปราสาทตาควาย กลุ่มปราสาทตาเมือนและโบราณสถานตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา โดยมีนายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ผู้แทนกองทัพบก ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานร่วมบูรณาการด้านความมั่นคงของชาติ เข้าร่วมฯ ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร          นางสาวซาบีดา กล่าวว่า สืบเนื่องจากกรณีกัมพูชายื่นหนังสือประท้วง ขอให้กระทรวงวัฒนธรรมของไทยหยุดดำเนินการเกี่ยวกับการบูรณะปราสาทตาควาย และกลุ่มปราสาทตาเมือน โดยอ้างว่าเป็นของกัมพูชานั้น กระทรวงวัฒนธรรมขอชี้แจงว่า ปราสาทตาควาย และกลุ่มปราสาทตาเมือน เป็นโบราณสถานของไทย ทั้งนี้ ปราสาทตาเมือนธมและปราสาทตาเมือนโต๊ด ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน ในราชกิจจานุเบกษาตั้งแต่ พ.ศ. 2478 และรัฐบาลไทยได้อนุมัติงบประมาณในการบูรณะ ระหว่างปี พ.ศ. 2533 - 2539  จนสามารถบูรณะปราสาทประธานแล้วเสร็จสมบูรณ์ โดยปราศจากการทักท้วง หรือคัดค้านจากฝ่ายกัมพูชา           สำหรับปราสาทตาควาย เป็นโบราณสถานซึ่งตั้งอยู่ในเขตอำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ กรมศิลปากรได้ดำเนินการสำรวจ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนของไทย มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 – 2545 มีการจัดทำรายงานการสำรวจทางโบราณคดีเป็นหลักฐาน ซึ่งขณะดำเนินการสำรวจครั้งนั้น เจ้าหน้าที่ของกรมศิลปากรยืนยันได้ว่า ไม่ปรากฏเจ้าหน้าที่ทหารฝ่ายกัมพูชาอยู่ในบริเวณดังกล่าว เนื่องจากเป็นพื้นที่ดินแดนประเทศไทย สภาพในเวลานั้น ตัวปราสาทตาควายยังมีความสมบูรณ์ กรมศิลปากรจึงไม่ได้ตั้งงบประมาณในการบูรณะ แต่ได้บรรจุในบัญชีรายชื่อโบราณสถานที่ยังไม่ได้รับการขึ้นทะเบียน         เหตุการณ์การปะทะของทหารไทยและกัมพูชาในช่วงเวลาที่ผ่านมา ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่ากัมพูชาได้ใช้ปราสาทตาควายเป็นฐานที่มั่นทางการทหาร ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างหนักต่อโบราณสถาน ซึ่งการกระทำดังกล่าว ถือว่าผิดต่อหลักการสากล ที่ห้ามใช้โบราณสถานเป็นที่มั่นหรือฐานปฏิบัติการทางทหาร ต่อมาภายหลังการหยุดยิง และประเทศไทยสามารถสถาปนาพื้นที่เหนือดินแดนปราสาทตาควาย และกลุ่มปราสาทตาเมือนไว้ได้ สภาพที่ปรากฏคือ ความเสียหายอย่างมากของปราสาทตาควาย และร่องรอยความเสียหายของกลุ่มปราสาทตาเมือน กระทรวงวัฒนธรรมจึงมอบหมายให้กรมศิลปากรทำการสำรวจเพื่อเตรียมการบูรณะโดยทันที ซึ่งได้รับความร่วมมือจากกองทัพภาคที่ 2 เนื่องจากฝ่ายกัมพูชาได้วางทุ่นระเบิดจำนวนมาก ภายในตัวปราสาทและบริเวณโดยรอบ อันเป็นอุปสรรคอย่างยิ่ง ในการทำงานสำรวจและบูรณะโบราณสถาน ทั้งนี้ ผลจากการสำรวจพบว่า ปราสาทตาควายจำเป็นต้องรีบดำเนินการบูรณะโดยด่วน เนื่องจากโครงสร้างของตัวปราสาท ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง   “กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากร มีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันความเสียหายของโบราณสถาน ซึ่งมีผลจากการที่ฝ่ายกัมพูชาเข้าไปใช้เป็นฐานปฏิบัติการทหาร โดยไม่คำนึงถึงหลักการที่นานาอารยประเทศยอมรับร่วมกัน ทำให้โบราณสถานซึ่งเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมที่สำคัญของมวลมนุษยชาติต้องถูกทำลายลง ทั้งนี้ ฝ่ายไทยยังคงยืนยันถึงความจำเป็นและความชอบธรรมในการบูรณปฏิสังขรณ์ปราสาทตาควายและกลุ่มปราสาทตาเมือน รวมทั้งโบราณสถานที่ตั้งอยู่ตามแนวชายแดน ที่มีสถานะเป็นโบราณสถานของไทย และตั้งอยู่บนดินแดนของประเทศไทย” นางสาวซาบีดา กล่าว ภาพ : ปราสาทตาควายก่อนการปะทะ ภาพ: ปราสาทตาควายหลังการปะทะภาพ: ปราสาทตาเมือนธมก่อนการปะทะ   ภาพ: ปราสาทตาเมือนธมหลังการปะทะ  


ผู้แต่ง : ชมรมล้านนาคดีเชียงใหม่ปีที่พิมพ์ : 2533 สถานที่พิมพ์ : เชียงใหม่ สำนักพิมพ์ : วิทยาลัยครูเชียงใหม่      ล้านนาคดีสัญจร : ตามรอยโคลงมังทรารบเชียงใหม่นี้ ประกอบด้วยบทความต่างๆ 12 เรื่องด้วยกัน ทั้งในเชิงวิชาการ สารคดีหลายสาขาจากสมาชิกชมรมผู้มีความสนใจ และความถนัดในเรื่องต่างๆกัน จึงเกิดผลงานที่สอดคล้องกับวรรณคดีเรื่อง โคลงมังทรารบเชียงใหม่ ทั้งในแง่ประวัติศาสตร์ วรรณกรรม ตลอดจนแนะนำชมรมล้านนาคดีเชียงใหม่ บทความเหล่านี้ต่างได้แรงบันดาลใจจากโคลงมังทรารบเชียงใหม่เป็นแม่แบบในการดำเนินงาน ดังเช่น พิธีบวงสรวงตราหลวงหลาบเงินอันเป็นอาชญาบัตรที่ชาวบ้านแปะ ได้สืบทอดมาแต่บรรพบุรุษ ซึ่งผู้เขียนมุ่งหวังให้ความรู้แก่ผู้สนใจศึกษา


แหล่งเรือจมเกาะมันนอก หรือเรือเมล์  ตำบลกร่ำ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง    ความเป็นมาของแหล่งโบราณคดี           กลุ่มโบราณคดีใต้น้ำได้รับทราบข่าวเกี่ยวกับแหล่งเรือจมเกาะมันนอก จากคำบอกเล่าของคุณวิเชียร  สิงห์โตทอง  เจ้าของกิจการและเรือเช่าท่องเที่ยวดำน้ำ ตกปลา ชื่อ The Toy Tourโดยคุณวิเชียรได้เล่าว่าพบแหล่งเรือจมเกาะมันนอกเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2535 ระหว่างการไปตกปลา จากนั้นได้ลงดำน้ำสำรวจพบซากเรือเหล็ก และชิ้นส่วนโลหะกระจัดกระจายอยู่ภายในลำเรือ แหล่งเรือจมเกาะมันนอก อยู่ที่ความลึกประมาณ 18 – 20 เมตร ต่อมาจึงได้แจ้งให้กลุ่มโบราณคดีใต้น้ำทราบเพื่อดำเนินการสำรวจแหล่งเรือดังกล่าว ปัจจุบันแหล่งเรือเกาะมันนอกเป็นที่รู้จักทั่วไปในหมู่ชาวประมงที่ลากอวนจับปลาอยู่ในบริเวณนั้น    ที่ตั้ง           แหล่งเรือจมเกาะมันนอก ตั้งอยู่ที่ตำบลกร่ำ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ห่างจากเกาะมันนอกมาทางทิศใต้ประมาณ 4 ไมล์ทะเล หรือ 7.4 กิโลเมตร ละติจูด 12 องศา 30 ลิปดา 19.9 ฟิลิปดา เหนือ และ ลองติจูด 101 องศา 42 ลิปดา 25.9 ฟิลิปดา ตะวันออก    สภาพแหล่งโบราณคดี          จากการสำรวจแหล่งเรือจมเกาะมันนอกเบื้องต้น พบว่าเป็นเรือเหล็ก หัวเรืออยู่ทางทิศใต้ ท้ายเรืออยู่ทางทิศเหนือ ขนาดของตัวเรือ ยาว 41.20 เมตร  กว้าง 6.50 เมตร ที่ใช้เทคนิคการต่อเปลือกเรือหรือแผ่นเหล็กเข้าด้วยกันโดยการเจาะรูย้ำหมุด แนวกราบเรือขวาหายไปบางส่วน ชิ้นส่วนแผ่นเหล็กตัวเรือที่ผุพังกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป พบอิฐที่ใช้ปูพื้นดาดฟ้าเรือกระจายทั่วไป พบชิ้นส่วนไม้บ้างเล็กน้อย และท่อที่ทำจากทองแดง นอกจากนี้ยังมีเศษอวนลากมาติดบริเวณซากเรือโดยทั่วไป สภาพตัวเรือที่เหลืออยู่สูงจากพื้นทรายประมาณ 1 เมตร และส่วนที่ยังจมอยู่ในพื้นทรายอีกประมาณ 1 เมตร รอดำเนินการขุดค้นต่อไป    หลักฐานโบราณวัตถุ   โบราณวัตถุที่พบจากการสำรวจครั้งนี้ จำแนกได้ดังนี้   1.  ส่วนประกอบต่างๆของตัวเรือ   - วัสดุเป็นโลหะเหล็ก เช่น ชิ้นส่วนเครื่องยนต์ไอน้ำ, ช่องกระจกเรือ, ชิ้นส่วนประตู ชุดกุญแจ            รอก ฯลฯ   - วัสดุเป็นไม้ เช่น แผ่นไม้มีร่องรอบไหม้ไฟ เป็นต้น   - วัสดุอื่นๆ เช่น ผ้ากันความร้อน, ซิลิโคนยาเรือ, อิฐ เป็นต้น   2. เหรียญเงินกษาปณ์ชนิดต่างๆ   - เหรียญกษาปณ์ของไทยสมัยรัชกาลที่ 5และ 6ปะปนกัน จำนวน 430เหรียญ   - เหรียญกษาปณ์ของฝรั่งเศส จำนวน 2เหรียญ   - เงินพดด้วงของไทยจำนวน 3ชิ้น   3.โบราณวัตถุประเภทโลหะ พบหลากหลายประเภท   - ส่วนประกอบต่างๆของตู้เซฟยี่ห้อ CHUBB เช่น ประตูตู้เซฟ, ป้ายยี่ห้อCHUBB} ฝาบานพับ     ตู้, กรอบตู้, แป้นยึดน็อต, และโลหขาตู้                        - นาฬิกาพกทรงกลม                        - กระดุมทองขนาดเล็กจำนวน 3เม็ด   4.โบราณวัตถุอื่นๆ   - จุกปิดขวดน้ำหอมรูปทรงหยดน้ำ, ชิ้นส่วนแก้วมีอักษร “GAPOR”   - อิฐดินเผาทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า   5.เศษภาชนะดินเผา  มี 2ประเภท คือ   - เศษภาชนะดินเผาแบบ Stone ware จำนวน 5ชิ้น   - เศษภาชนะดินเผาแบบ Porcelain จำนวน 11ชิ้น             โบราณวัตถุทั้งหมดได้ส่งให้กลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์สงวนรักษาเรียบร้อยแล้ว   การวิเคราะห์แปลความเบื้องต้น       จากหลักฐานต่างๆ ที่คาดว่าน่าจะเป็นโครงสร้างของหม้อไอน้ำ อีกทั้งพบชิ้นส่วนหลักเดวิด ที่ใช้สำหรับชักหย่อนเรือบด กอปรกับชื่อเรียกเรือลำนี้ที่ใช้เรียกขานกันมานานว่า เรือเมล์ ซึ่งอาจจะหมายความถึงเรือโดยสาร จึงสันนิษฐานว่าเรือลำนี้น่าจะเป็นเรือจักรกลไอน้ำที่อาจจะใช้เป็นเรือโดยสารที่แล่นขึ้นล่องระหว่างกรุงเทพฯและเมืองท่าต่างๆ เนื่องจากในอดีตการเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ต้องใช้เรือเป็นพาหนะในการเดินทาง  อีกทั้งจันทบุรีมีหลักฐานเอกสารระบุว่าในอดีตเคยเป็นเมืองท่าของป่าและเครื่องเทศ จึงมีความเป็นไปได้ที่อาจจะเป็นเรือโดยสารระหว่างกรุงเทพฯ และจันทบุรี นอกจากนี้การพบประตูตู้นิรภัยและเหรียญกษาปณ์จำนวนมากซึ่งอาจจะเป็นที่เก็บรักษาเงินค่าโดยสารและสิ่งของมีค่าอื่นๆ ที่มากับเรือลำนี้         การกำหนดอายุแหล่งเรือจมนี้จากเหรียญกษาปณ์ไทยที่สามารถทราบปีที่เริ่มต้นผลิตจนถึงปีที่สิ้นสุดการผลิต (เหรียญที่อายุเก่าสุด ผลิตเมื่อปี พ.ศ. 2412) และเหรียญกษาปณ์ฝรั่งเศสที่ระบุปี ค.ศ. 1913 (พ.ศ. 2456) แหล่งเรือจมเกาะมันนอกน่าจะมีอายุประมาณ 100ปี อย่างไรก็ตามเป็นข้อสันนิษฐานเบื้องต้นที่ยังไม่ได้ข้อสรุป หากได้มีการการขุดค้นตลอดทั้งลำเรือเพื่อเก็บข้อมูลโดยละเอียด คาดว่าน่าจะได้หลักฐานเพิ่มเติมที่จะช่วยในการวิเคราะห์แปลความมากยิ่งขึ้น         รายงานข้อมูลแหล่งเรือจมเกาะมันนอก หรือเรือเมล์  ตำบลกร่ำ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง พร้อมภาพประกอบ                   


ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง(เพลงพื้นบ้าน-อีแซว) ประจำปี พ.ศ. ๒๕๓๙ ประวัติ แม่ขวัญจิต  ศรีประจันต์ มีนามจริงว่านางเกลียว  เสร็จกิจ เกิดเมื่อวันที่ ๓ สิงหาคม ๒๔๙๐ ที่อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นบุตรนายอังค์ นางปลด  เสร็จกิจ  แม่ขวัญจิต เริ่มฝึกร้องเพลงพื้นบ้านกับพ่อไสว  วงษ์งามและแม่บัวผัน  จันทร์ศรี ตั้งแต่อายุได้ ๑๕ ปี ท่านเป็นผู้ที่สนใจเพลงพื้นบ้านอย่างยิ่ง ประกอบกับมีพรสวรรค์ทางด้านนี้ ทำให้ร้องเพลงพื้นบ้านได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเพลงอีแซว แม่ขวัญจิต เป็นแม่เพลงที่มีปฏิภาณไหวพริบดี สำนวนกลอนคมคาย เป็นที่จับใจของผู้ชมผู้ฟัง ท่านสามารถนำเหตุการณ์ปัจจุบันมาร้องเป็นเพลงอีแซวเพื่อสอดแทรกคุณธรรมจริยธรรมแก่ประชาชนได้อย่างมีศิลปะ ทำให้มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับของคนทั่วประเทศ จนกลายเป็นแม่เพลงที่เป็นสัญลักษณ์ของแม่เพลงพื้นบ้านแห่งจังหวัดสุพรรณบุรี           ภารกิจที่น่ายกย่องและชื่นชมของแม่ขวัญจิตก็คือท่านจะสละเวลามาเป็นอาจารย์พิเศษ มาเป็นวิทยากรอบรมเพลงพื้นบ้านให้แก่ครู อาจารย์ และนักเรียนที่สนใจ เป็นวิทยากรพิเศษให้ความร่วมมือแก่สถาบันการศึกษา และหน่วยงานต่างๆ ร่วมอนุรักษ์ส่งเสริมศิลปะพื้นบ้านมาโดยตลอด อุปนิสัยท่านเป็นผู้ที่มีความกตัญญู เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เป็นที่ปรากฏแก่สาธารณชน เป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม ดังที่ผมเคยกล่าวไว้เมื่อไปร่วมงานพระราชทานเพลิงศพแม่บัวผัน          ชื่อเสียงของแม่ขวัญจิต  ศรีประจันต์ ไม่ใช่จะโด่งดังแต่เฉพาะเพลงพื้นบ้าน หากในด้านเพลงลูกทุ่งชื่อเสียงของขวัญจิต  ศรีประจันต์ ก็เคยอยู่ในระดับนักร้องลูกทุ่งหญิงแนวหน้าของเมืองไทย คู่กับนักร้องชายชาวสุพรรณที่โด่งดังอีกคนคือไวพจน์  เพชรสุพรรณ เพลงที่ทำให้คนไทยรู้จักขวัญจิต  ศรีประจันต์ เป็นอย่างดีก็คือเพลง “ กับข้าวเพชฌฆาต “ แต่งโดยครูจิ๋ว  พิจิตร เพลงนี้ก็ใช้ทำนองเพลงฉ่อยซึ่งเป็นเพลงพื้นบ้านนั่นเอง ผลงาน แม่ขวัญจิต  นอกจากเทปเพลงลูกทุ่งดังกล่าวแล้ว ยังมีเทปเพลงพื้นบ้านอีกหลายชุด ทั้งที่เป็นผลงานของคณะเพลงอีแซวขวัญจิต  ศรีประจันต์ และเป็นผลงานที่ขวัญจิต ศรีประจันต์ ร้องร่วมกับนักร้องคนอื่นๆเช่นชัยชนะ บุณโชติ และโดยเฉพาะกับไวพจน์  เพชรสุพรรณร้องร่วมกันไว้หลายชุด นอกจากนี้แม่ขวัญจิตยังได้ให้ความร่วมมือกับทางจังหวัดสุพรรณบุรีร้องเพลงฉ่อยแนะนำจังหวัดสุพรรณบุรีไว้ด้วย          ทางด้านวีดิทัศน์ วีซีดีผลงานของท่านก็มีให้เห็นอยู่ ด้วยความสามารถเป็นผู้เชี่ยวชาญในการร้องเพลงพื้นบ้าน เช่นเพลงอีแซว เพลงฉ่อย เพลงเกี่ยวข้าว เพลงเรือ แหล่ เป็นต้น ผนวกกับความมีน้ำใจในการเผยแพร่ความรู้ และอนุรักษ์เพลงพื้นบ้าน แม่ขวัญจิต  ศรีประจันต์ จึงได้รับโล่เชิดชูให้เป็นผู้มีผลงานดีเด่นด้านวัฒนธรรมสาขาศิลปะพื้นบ้านภาคกลาง จากคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ แต่สิ่งที่น่าภาคภูมิใจที่สุดก็คือท่านได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง(เพลงพื้นบ้าน-อีแซว) ประจำปี พ.ศ. ๒๕๓๙




ราชกิจจานุเบกษา ประกาศกรมศิลปากร   ศูนย์ข้อมูลข่าวสารกรมศิลปากร ชื่อเรื่อง เล่มที่ ตอนที่ หน้า วันที่ประกาศ ประกาศพระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้นายอีมันเฟรดีแต่งเครื่องยศกรมศิลปากรชั้นเสวกตรี 34 ๐ ง 868 ๑๗ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๖๐ ประกาศกรมศิลปากร กำหนดจำนวนโบราณสถานสำหรับชาติ 52 ๐ ง 3679 ๘ มีนาคม พ.ศ.๒๔๗๘ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนโบราณสถานสำหรับชาติ 53 ๐ ง 901 ๒ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๗๙ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง แก้ไขกำหนดจำนวนโบราณสถานสำหรับชาติ 53 ๐ ง 906 ๒ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๗๙ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนโบราณสถานสำหรับชาติ 53 ๐ ง 1526 ๒๗ กันยายน พ.ศ.๒๔๗๙ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนโบราณสถานสำหรับชาติ 54 ๐ ง 2285 ๓ มกราคม พ.ศ.๒๔๘๐ แก้คำผิด ราชกิจจานุเบกษา ประกาศกรมศิลปากร กำหนดจำนวนโบราณสถานสำหรับชาติ เล่ม ๕๒ ตอนที่ ๗๕ 54 ๐ ง 458 ๗ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๘๐ แก้คำผิด ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๕๒ ตอนที่ ๗๕ ประกาศกรมศิลปากร กำหนดจำนวนโบราณสถานสำหรับชาติ หน้า ๓๖๘๒ 54 ๐ ง 497 ๑๔ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๘๐ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนโบราณสถานสำหรับชาติ 55 ๐ ง 4005 ๒๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๘๑ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนโบราณวัตถุสถานสำหรับชาติ 57 ๐ ง 806 ๑๘ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๘๓ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนโบราณวัตถุสถานสำหรับชาติ 57 ๐ ง 2527 ๒๒ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๘๓ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง หลักสูตรและวิธีการสอบวิชาช่างตรี ศิลปินตรี 60 ๖๐ ง 3534 ๙ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๘๖ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดบัญชีโบราณวัตถุสถาน 66 ๖๔ ง 5280 ๒๒ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๙๒ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดโบราณวัตถุสถานแห่งชาติ 67 ๑๕ ง 1064 ๑๔ มีนาคม พ.ศ.๒๔๙๓ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนและขอบเขตโบราณสถานสำหรับชาติ 69 ๖๐ ง 3281 ๓๐ กันยายน พ.ศ.๒๔๙๕ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง เพิกถอนโบราณสถานสำหรับชาติ 70 ๖๓ ง 3697 ๖ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๙๖ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนและขอบเขตโบราณสถานสำหรับชาติ 71 ๓ ง 14 ๕ มกราคม พ.ศ.๒๔๙๗ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนและขอบเขตโบราณสถานสำหรับชาติ 72 ๒ ง 21 ๔ มกราคม พ.ศ.๒๔๙๘ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนโบราณวัตถุสำหรับชาติ 72 ๑๔ ง 381 ๑๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๙๘ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง เพิกถอนโบราณสถานสำหรับชาติ 72 ๙๑ ง 2853 ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๙๘ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง เพิกถอนโบราณสถานสำหรับชาติ 73 ๒๕ ง 1060 ๒๗ มีนาคม พ.ศ.๒๔๙๙ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นบัญชีโบราณวัตถุในถ้ำผาปู่ ตำบลนาอ้อ อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย เป็นโบราณวัตถุสำหรับชาติ 73 ๔๘ ง 1676 ๑๒ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๙๙ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง เพิกถอนโบราณสถานสำหรับชาติ 73 ๕๗ ง 2058 ๒๔ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๙๙ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง เพิกถอนโบราณสถานสำหรับชาติ 73 ๖๘ ง 2411 ๒๘ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๙๙ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง เพิกถอนโบราณสถานสำหรับชาติ 74 ๓๐ ง 784 ๒๖ มีนาคม พ.ศ.๒๕๐๐ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง เพิกถอนและขึ้นบัญชีโบราณวัตถุสถานสำหรับชาติ 74 ๘๘ ง 2490 ๑๕ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๐๐ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนและขอบเขตโบราณสถานสำหรับชาติ 74 ๙๖ ง 2670 ๑๒ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๐๐ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนโบราณวัตถุสถานสำหรับชาติ 75 ๑๒ ง 352 ๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๐๑ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง เพิกถอนโบราณสถานสำหรับชาติ 75 ๒๒ ง 838 ๑๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๐๑ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง เพิกถอนโบราณสถานสำหรับชาติ 75 ๓๔ ง 1411 ๒๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๐๑ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนโบราณวัตถุสถานสำหรับชาติ 75 ๔๕ ง 1700 ๑๐ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๐๑ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง เพิกถอนโบราณสถานสำหรับชาติ 75 ๔๕ ง 1701 ๑๐ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๐๑ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนโบราณสถานสำหรับชาติ 75 ๙๐ ง 2888 ๔ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๐๑ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนโบราณวัตถุสำหรับชาติ 75 ๑๐๙ ง 3127 ๒๓ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๐๑ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนโบราณวัตถุสถานสำหรับชาติ 76 ๓ ง 26 ๖ มกราคม พ.ศ.๒๕๐๒ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนโบราณสถานสำหรับชาติ 76 ๙๐ ง 2241 ๒๒ กันยายน พ.ศ.๒๕๐๒ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนโบราณวัตถุสถานสำหรับชาติ 76 ๙๘ ง 2426 ๒๗ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๐๒ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนโบราณสถานสำหรับชาติ 76 ๑๐๘ ง 2530 ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๐๒ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนโบราณสถานสำหรับชาติ 76 ๑๑๗ ง 2714 ๒๒ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๐๒ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนโบราณสถานสำหรับชาติ 77 ๑๘ ง 781 ๘ มีนาคม พ.ศ.๒๕๐๓ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนโบราณวัตถุสำหรับชาติ 77 ๓๒ ง 1304 ๑๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๐๓ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนโบราณสถานสำหรับชาติ 77 ๖๐ ง 1785 ๑๙ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๐๓ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนโบราณสถานสำหรับชาติ (จังหวัดเชียงราย) 77 ๘๑ ง 2131 ๔ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๐๓ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนโบราณสถานสำหรับชาติ (จังหวัดอุตรดิตถ์) 77 ๘๑ ง 2133 ๔ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๐๓ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนโบราณสถานสำหรับชาติ 78 ๕๒ ง 1529 ๒๗ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๐๔ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้กระทำแทนอธิบดีกรมศิลปากรในการออกใบอนุญาต 78 ๗๗ ง ฉบับพิเศษ 2 ๓๐ กันยายน พ.ศ.๒๕๐๔ แก้คำผิด ระเบียบกรมศิลปากร ฉบับที่ ๒ ฉบับที่ ๓ และ ฉบับที่ ๔ พ.ศ. ๒๕๐๔ เล่ม ๗๘ ตอนที่ ๗๗ 78 ๘๒ ง 22149 ๑๐ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๐๔ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดเขตที่ดินโบราณสถานสำหรับชาติ 78 ๙๔ ง 2351 ๑๔ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๐๔ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนโบราณสถาน 79 ๕๘ ง 1468 ๒๖ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๐๕ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน 79 ๕๘ ง 1469 ๒๖ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๐๕ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง เพิกถอนโบราณสถาน 79 ๗๑ ง 1712 ๗ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๐๕ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนโบราณสถาน 79 ๘๔ ง 1966 ๑๑ กันยายน พ.ศ.๒๕๐๕ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง เพิกถอนโบราณสถาน 79 ๙๓ ง 2182 ๑๖ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๐๕ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนโบราณสถาน 79 ๙๗ ง 2279 ๓๐ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๐๕ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนโบราณวัตถุ 79 ๙๙ ง 2331 ๖ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๐๕ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนโบราณสถาน 79 ๑๐๐ ง 2387 ๑๓ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๐๕ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนโบราณสถาน 80 ๒๙ ง 859 ๒๖ มีนาคม พ.ศ.๒๕๐๖



โครงการองค์ความรู้เรื่อง  ใบเสมาอิสาน เล่มสอง  (องค์ความรู้ปี ๒๕๕๒)


      ห้องนิทรรศการชั่วคราว จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับพัฒนาการของขวานหินในแต่ละยุคสมัย เกี่ยวกับเรื่องของขั้นตอนการทำขวานหิน ตัวอย่างการใช้งานขวานหิน รู้ได้อย่างไรชิ้นไหนคือขวานหิน ทุกหัวข้อมีภาพบรรยายประกอบเด็กๆ สามารถอ่านและเข้าใจได้ง่าย       นอกจากนี้ ยังได้จำลองรูปแบบของขวานหินสามารถถือและถ่ายรูปกับขวานหินโบราณได้ และมีหุ่นรูปการ์ตูนมนุษย์หินถือขวานหินยืนอยู่


black ribbon.