ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,045 รายการ


องค์ความรู้ : อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง เรื่อง : นาคปักสองสมัย ณ ปราสาทพนมรุ้ง นาคปัก เป็นส่วนประกอบทางสถาปัตยกรรม สำหรับประดับที่มุมประธานของชั้นหลังคาปราสาทในวัฒนธรรมเขมรโบราณ “นาคปัก” ถูกพัฒนามาจาก “ปราสาทจำลอง” ซึ่งเป็นที่นิยมในสมัยเมืองพระนครยุคแรกหรือช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๔ - ๑๖ ก่อนจะปรับเปลี่ยนมาเป็น นาคปัก ตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของพุทธศตวรรษที่ ๑๖ จนถึงพุทธศตวรรษที่ ๑๗ เช่น นาคปักที่ปราสาทแม่บุญตะวันตก นาคปักที่ปราสาทบากอง นาคปักที่ปราสาทนครวัด ประเทศกัมพูชา นาคปักที่ปรางค์น้อย นาคปักที่ปราสาทประธานพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ จากการศึกษาเรื่อง “การกลายรูปจากอาคารจำลอง-นาคปัก-บรรพแถลง ของปราสาทในศิลปะขอมมาเป็นกลีบขนุนของปรางค์ในศิลปะไทย” ของ สรศักดิ์ จันทร์วัฒนกุล สันนิษฐานว่าการปรับเปลี่ยนจากปราสาทจำลองไปเป็นนาคปัก เป็นการเปลี่ยนแปลงจากแรงบันดาลใจของช่าง โดยอาจเป็นข้อจำกัดทางด้านเทคนิคการสร้างและรูปทรงของปราสาท ช่างจึงจำเป็นต้องคิดหารายละเอียดของส่วนประดับมาช่วยให้มีความงาม ความสมส่วนลงตัว เพื่อลบพื้นที่ว่างระหว่างชั้นหลังคา และนาคปักยังสื่อความหมายถึงสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ได้เช่นเดิม สำหรับที่ปราสาทพนมรุ้งซึ่งมีอายุสมัยการสร้างและใช้พื้นที่ประมาณ ๔๐๐ ปี ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๑๕ - ๑๘ พบรูปแบบนาคปักถึงสองสมัยด้วยกัน ได้แก่ ๑) นาคปักศิลปะแบบบาปวน ที่ ปรางค์น้อย อายุพุทธศตวรรษที่ ๑๖ ลักษณะเป็นพญานาคห้าเศียรในกรอบสามเหลี่ยม ส่วนเศียรโล้น นาคตัวกลางคายพวงอุบะ ตัวนาคปักเอนสอบไปทางด้านหลังเข้าหาตัวปราสาทเล็กน้อย ๒) นาคปักศิลปะแบบนครวัด ที่ ปราสาทประธาน อายุพุทธศตวรรษที่ ๑๗ ลักษณะเป็นพญานาคห้าเศียรอยู่ในกรอบสามเหลี่ยมมีมงกุฎครอบทับอีกชั้นหนึ่ง ตัวนาคไม่ได้ตั้งฉากกับตัวอาคาร แต่ทำมุมเอียงลาดไปด้านหลังเข้าหาตัวปราสาท ทำให้เส้นโครงกรอบของชั้นหลังคาเป็นวงโค้งทรงพุ่ม ล่าสุดจากการขุดค้นโบราณคดีปราสาทพนมรุ้ง ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม ๒๕๖๔ ที่ผ่านมา บริเวณหลุมขุดค้นที่ ๔ (TP.4) ซึ่งเป็นพื้นที่โล่งทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของปราสาทประธาน พบชิ้นส่วนสถาปัตยกรรมประเภท นาคปัก ด้านบนชำรุดหักหาย มีการสลักลวดลายเหมือนลำตัวพญานาค จึงสันนิษฐานว่าเป็น “โกลนนาคปักที่ยังสลักไม่เสร็จ” เมื่อเปรียบเทียบพบว่าโกลนนาคปักชิ้นนี้มีลักษณะคล้ายกับนาคปักที่ปรางค์น้อย คือ มีฐานสองชั้นไม่มีลวดลาย มุมด้านหนึ่งมีรอยแตกซึ่งเป็นร่องรอยการคายพวงอุบะของนาค จึงสันนิษฐานว่า โกลนนาคปักชิ้นนี้ ช่างในสมัยโบราณคงมีเจตนาทำขึ้นเพื่อเป็นส่วนประกอบชั้นหลังคาของปรางค์น้อย โดยอาจจะสลักไม่เสร็จหรือหรือเกิดความเสียหายในระหว่างการทำจึงไม่ได้นำขึ้นไปประดับไว้ด้านบนของปรางค์น้อย ปัจจุบันโกลนนาคปักชิ้นนี้เก็บรักษาอยู่ที่บริเวณปรางค์น้อยนั่นเอง เรียบเรียงโดย : นายพงศธร ดาวกระจาย ผู้ช่วยนักโบราณคดี อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง เอกสารอ้างอิง : สรศักดิ์ จันทร์วัฒนกุล. “การกลายรูปจากอาคารจำลอง-นาคปัก-บรรพแถลงของปราสาทในศิลปะขอมมาเป็นกลีบขนุนของปรางค์ในศิลปะไทย.” สารนิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๔๖.




ชื่อเรื่อง                                มาเลยฺยสุตฺต (มาลัยหมื่น-มาลัยแสน) สพ.บ.                                  257/2ประเภทวัสดุมีเดีย                    คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                               พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                           32 หน้า กว้าง 5.5 ซ.ม. ยาว 57 ซ.ม. หัวเรื่อง                                 พุทธศาสนา                                           ชาดก                                           เทศน์มหาชาติ                                           คาถาพัน บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน ภาษาบาลี-ไทยอีสาน เส้นจาร ฉบับลานดิบ-ล่องรัก ได้รับบริจาคมาจากวัดทุ่งอุทุมพร ต.บางปลาม้า อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี




เลขทะเบียน : นพ.บ.152/3ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ :  24 หน้า ; 4.5 x 53 ซ.ม. : ล่องชาด ; ไม้ประกับธรรมดา  ชื่อชุด : มัดที่ 93 (1-16) ผูก 3 (2565)หัวเรื่อง : สทฺทสารตฺชาลินี(ศัพท์สัททสารัตถชาลินี)--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


#เครื่องมือเครื่องใช้ในภาคเหนือเปี้ยด เปี้ยด ในภาษาล้านนา หมายถึง ตะกร้า ภาคกลางเรียกว่า กระบุง เป็นภาชนะใส่สิ่งของและพืชพรรณต่าง ๆ ทำจากไม้ไผ่สาน รูปทรงกลมสูง ปากกว้าง ส่วนก้นสอบเป็นสี่เหลี่ยม มีขอบปากใช้หวายผูกเสริมตามมุมเพื่อเพิ่มความคงทน มีหู ๔ หู สำหรับร้อยเชือกหาบหรือสาแหรก เปี้ยดของชาวเหนือจะมีรูปทรงแตกต่างกับกระบุงของภาคกลางเล็กน้อย โดยมีขนาดที่เล็ก และป้อมกลมมากกว่า ในบางพื้นที่สานอย่างประณีตเพื่อความคงทนแล้วจึงทาด้วยน้ำมันยางเพิ่มความสวยงามภาพ : หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เชียงใหม่. ภาพชุด การประกวดภาพเก่าเกี่ยวกับจังหวัดลำพูนอ้างอิง : ๑. มณี พยอมยงค์. ๒๕๔๖. สารพจนานุกรมล้านนา. เชียงใหม่: ดาวคอมพิวกราฟิก.๒. พิชชา ทองขลิบ. ๒๕๖๔. กระบุง. ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) (Online)


ชื่อเรื่อง                                สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (วิภังค์-มหาปัฏฐาน) สพ.บ.                                  307/4ประเภทวัสดุมีเดีย                    คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                               พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                           28 หน้า กว้าง 4.8 ซม. ยาว 57.3 ซม.หัวเรื่อง                                 พุทธศาสนา                                           บทคัดย่อ/บันทึก          เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรขอม ภาษาบาลี-ไทย เส้นจาร ฉบับทองทึบ-ล่องชาด ได้รับบริจาคมาจาก วัดบ้านหมี่ ต.บางปลาม้า อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี


วินยธรสิกฺขาปทวินิจฺฉย (วินยสิกฺขาปทวินิจฺเฉยฺย)  ชบ.บ.96/1-10  เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)


เลขทะเบียน : นพ.บ.311/6ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 50 หน้า ; 4 x 54.5 ซ.ม. : ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 126  (306-312) ผูก 4 (2565)หัวเรื่อง : ธมฺมปทวณฺณนา ธมฺมปทฏฐกถา ขุทฺทกนิกายฏฐกถา(ธรรมบท)--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม



พระนอนเมืองเสมา อายุเท่าไหร่ ?    กำลังเป็นกระแสในสื่อสังคมออนไลน์ ทั้ง Facebook เเละ Twitter หลังจากที่มี Facebook fanpage หนึ่ง นำเสนอว่า พระนอนเมืองเสมา มีอายุถึง 3,000 ปี ซึ่งในเวลาต่อมา Facebook fanpage ดังกล่าว ได้ดำเนินการแก้ไขแล้ว เเต่หลายวันมานี้ พระนอนเมืองเสมา ยังคงเป็นกระเเสและถูกพูดถึงอยู่เรื่อย ๆ จึงเป็นโอกาสดีที่จะพาทุกท่านไปรู้จัก พระนอนเมืองเสมา ว่าแท้จริงแล้ว อายุ 3,000 ปี หรือ 1,300 ปี กันเเน่ค่ะ    สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา ขอเรียนให้ทุกท่านทราบว่า พระนอนเมืองเสมา ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ นอกเมืองโบราณเสมา สร้างขึ้นในวัฒนธรรมทวารวดี ซึ่งมีอายุอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 12-16 และจากการศึกษาเปรียบเทียบรูปแบบศิลปกรรม เเละวิเคราะห์หลักฐานทางโบราณคดีที่พบจากการขุดค้น จึงสันนิษฐานว่า พระนอนองค์นี้ ถูกสร้างขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ 13 หรือประมาณ 1,300 ปีมาเเล้ว จึงนับได้ว่า พระนอน หรือพระพุทธรูปปางไสยาสน์ เมืองเสมา เป็นพระนอนที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย นั้นเองค่ะ   จากการดำเนินงานโบราณคดีใน ปี พ.ศ.2533-2534 โดยหน่วยศิลปากรที่ 6 นครราชสีมา (ขณะนั้น) ทำให้ได้หลักฐานสำคัญหลายประการเกี่ยวกับองค์พระนอน ดังนี้   1 พบหลักฐานส่วนอาคารที่เป็นโครงสร้างรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าก่อด้วยอิฐ ขนาดกว้าง 6.50 เมตร ยาว 26 เมตร เพื่อประดิษฐานพระนอน ได้พบหลักฐานโบราณวัตถุประเภทต่าง ๆ ประกอบไปด้วย เศษภาชนะดินเผาแบบทวารวดี เศษภาชนะดินเผาแบบเขมร พระพุทธรูปสำริด ประติมากรรมสำริดรูปพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร โบราณวัตถุประเภทหิน ได้แก่ ธรรมจักรและกวางหมอบ   2 บริเวณองค์พระนอน พบหลักฐานว่า องค์พระนอน (พระพุทธรูปไสยาสน์) ประกอบด้วยหินทรายสีแดงอยู่ในลักษณะเดิมเกือบทุกส่วน ยกเว้นส่วนพระเศียรและส่วนพระบาท ซึ่งถูกขุดหาโบราณวัตถุกันมาก ทำให้ชั้นดินบริเวณดังกล่าวสับสนและมีเศษอิฐปนอยู่ในชั้นดินมาก รวมทั้งมีหินทรายที่แตกออกมาจากชิ้นส่วนขนาดใหญ่ เป็นต้นว่า ส่วนพระศอ ส่วนพระพาหาและส่วนของพระกรที่รองรับพระเศียรมากองอยู่ด้านหน้าพระพักตร์และมีชิ้นส่วนของพระเศียรอีกหลายชิ้นปนอยู่ในชั้นดินด้วย นอกจากนี้ได้พบส่วนพระบาทอีกชิ้นหนึ่งในชั้นดิน วางนอนต่อกับส่วนชายจีวร ซึ่งสลักด้วยหินทรายเป็นแผ่นตั้งขึ้นด้านหน้าสลักตามรูปแบบการครองผ้า ส่วนด้านในสลักเป็นร่องสองร่อง เป็นเดือยสำหรับสวมพระบาทเข้าไป ส่วนด้านหลังขององค์พระนอนนั้นบางช่วงได้ก่อสร้างง่าย ๆ โดยใช้หินเป็นแกนแล้วก่ออิฐปิดเป็นแผ่นหลัง ซึ่งจะเห็นได้ชัดเจนตรงส่วนพระอังศาล่าง ยังคงมีแนวอิฐก่อโค้งรับกับพระศออยู่ พร้อมกับใช้ปูนขาวฉาบผิวอีกชั้นหนึ่ง นอกจากนี้ยังพบที่ส่วนพระโสนีอีกด้วย รูปแบบของพระนอนหรือพระพุทะไสยาสน์นี้ ได้รับอิทธิพลของศิลปแบบทวารวดี ที่มีอิทธิพลของศิลปะแบบพื้นเมือง คงสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 13 เป็นต้นมา ใกล้เคียงกับชุมชนสมัยทวารวดีภายในเมืองโบราณเสมานั้นเอง    เมื่อทุกท่านชมพระนอนเมืองเสมา ซึ่งตั้งอยู่ภายในวัดธรรมจักรเสมาราม เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ภายในวัดยังมีพิพิธภัณฑ์ซึ่งเกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างกรมศิลปากร และวัดธรรมจักรเสมาราม โดยจัดเเสดงโบราณวัตถุ ตลอดจนบอกเล่าพัฒนาการทางโบราณคดีและประวัติศาสตร์เมืองโบราณเสมา ให้ทุกท่านได้ชมพร้อมกับการเรียนรู้กันอีกด้วย และก่อนเดินทางกลับก็ขอเชิญชวนให้ทุกท่านเเวะชมเมืองโบราณเสมา ซึ่งมีโบราณสถานภายในเมืองกว่า 9 แห่ง เพื่อให้การเดินทางมาในครั้งนี้ จะได้รู้จักโบราณสถาน โบราณวัตถุ เเละซึมซับความรู้ เกี่ยวกับเมืองโบราณเสมา เเละพระนอนเมืองเสมาให้มากยิ่งขึ้น ค่ะ   สามารถติดต่อสอบถามข้อมูล และการเดินทางเข้าสู่แหล่ง ได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 044-471-518 หรือ DM มาที่ Facebook fanpage สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา ได้เลยค่ะ   อ้างอิงข้อมูล ทนงศักดิ์ หาญวงษ์. (2534). "พระนอน วัดธรรมจักรเสมาราม" ศิลปากร 34, 6: 60-70 หน่วยศิลปากรที่ 6. (2534). รายงานการบูรณะพระนอนวัดธรรมจักรเสมาราม อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา. เอกสารอัดสำเนา. นครราชสีมา: หน่วยศิลปากรที่ 6 กองโบราณคดี.   เรียบเรียงนำเสนอโดย  กลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา   ดาวน์โหลดเอกสารข้อมูลพระนอนเมืองเสมา เเละเมืองโบราณเสมา โดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย ได้ที่ https://www.finearts.go.th/phimaimuseum/categorie/service  


สรงน้ำพระ ทำบุญ ใส่บาตร เสริมสิริมงคลในช่วง "สงกรานต์ ๒๕๖๕ วันปีใหม่ไทย”         หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ นครราชสีมา ขอเชิญชวนชาวโคราชมากราบนมัสการและสรงน้ำ “พระชัยเมืองนครราชสีมา” เพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิต ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปีใหม่ไทย ๒๕๖๕ ซึ่งองค์จำลองประดิษฐานอยู่ ณ ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมานะคะ         พระชัยเมืองนครราชสีมา เป็นพระพุทธรูปสำริดปางมารวิชัย เป็นศิลปะสมัยอยุธยา ลักษณะประทับนั่งสมาธิราบบนฐานเตี้ย มีจารึกอักษรขอม ภาษาบาลี ปรากฏอยู่ตามองค์พระหลายแห่งถ้าอยากทราบว่าอักษรต่าง ๆ บนองค์พระนั้นมีความหมายอย่างไร ขอเชิญอ่านได้ในบทความนี้ ขอขอบคุณบทความ พระพุทธรูป สัมฤทธิ์ ปางมารวิชัย พระชัยเมืองนครราชสีมา จารึกอักษร ขอม ภาษา บาลี โดย นายเทิม มีเต็ม ผู้ทรงคุณวุฒิ เชี่ยวชาญด้านภาษาตะวันออก / อ่านถ่ายถอด นายบุญเลิศ เสนานนท์ นักภาษาโบราณ ข้าราชการบำนาญ กรมศิลปากร / ผู้เขียนบทความ ขอขอบคุณภาพ National Museum Bangkok : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร Museum Thailand   จัดทำโดย พัชมณ ศรีสัตย์รสนา บรรณารักษ์ชำนาญการ


           พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สวรรควรนายก จัดนิทรรศการพิเศษ เรื่อง “คู่แก้วจอมขวัญแผ่นดินไทย” เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๙๐ พรรษา จัดแสดงให้ประชาชนได้ชมระหว่างวันที่ ๑ - ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๕            นิทรรศการนี้บอกเล่าเรื่องราวพระราชปฏิสัมพันธ์ระหว่างพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศ มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตั้งแต่ทรงมีจิตปฏิพัทธ์เมื่อทรงพบกันครั้งแรกในวัยเยาว์ กระทั่งโปรดฯ ให้จัดพระราชพิธีอภิเษกสมรส และทรงกลายเป็น "คู่แก้วจอมขวัญ" ของคนไทยทั้งแผ่นดิน          ขอเชิญผู้สนใจเข้าชมนิทรรศการ เรื่อง “คู่แก้วจอมขวัญแผ่นดินไทย" ได้ในระหว่างวันที่ ๑ - ๓๑ สิงหาคม เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. เปิดทุกวันพุธ - วันอาทิตย์ ปิดวันจันทร์และวันอังคาร ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สวรรควรนายก จังหวัดสุโขทัย สอบถามเพิ่มเติมที่ โทร. ๐ ๕๕๖๔ ๑๕๗๑ หรือทาง Facebook Fanpage พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สวรรควรนายก : Sawanvoranayok National Museum


black ribbon.