ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 49,763 รายการ
จอมพลผิน ชุณหะวัณ และนางเพทาย พยุงเวชชศาสตร์ พิมพ์แจกในงานพระราชทานเพลิงศพ หลวงพยุงเวชชศาสตร์ (พยุง พยุงเวช) และแพทย์หญิงสุภาณี พยุงเวช วันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๘
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงสนพระทัยในศิลปวิทยาการหลายแขนง โดยเฉพาะในทางศิลปะ ดนตรี ประวัติศาสตร์และโบราณคดี ในรัชกาลที่ ๕ ทรงรับราชการสนองพระเดชพระคุณพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบรมเชษฐาธิราชในหลายด้าน ถึงปลายรัชกาลจึงกราบถวายบังคมลาออกจากราชการด้วยเหตุที่พระสุขภาพทรุดโทรม ไม่อาจทำราชการได้ทันตามพระราชประสงค์ เมื่อทรงว่างจากราชการประจำแล้ว ทรงมีเวลาว่างมากขึ้น จึงได้ทรงสร้างสรรค์ผลงานด้านศิลปะเรื่อยมา ขณะเดียวกัน ในช่วงเวลานี้ ทรงมีลายพระหัตถ์ไปยังสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ พระเชษฐาซึ่งทรงรอบรู้ในสรรพวิทยาโดยเฉพาะทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี ลายพระหัตถ์ของทั้งสองพระองค์ มีมากขึ้นเมื่อทั้งสองพระองค์ทรงพ้นจากราชการทั้งหลายแล้ว และมีเนื้อหาที่เต็มไปด้วยความรู้ ไม่เฉพาะสิ่งที่ทั้งสองพระองค์สนพระทัยเท่านั้น หากยังมีเรื่องราวที่สะท้อนภาพของสังคม วัฒนธรรมในสมัยนั้นได้เป็นอย่างดี ลายพระหัตถ์ของทั้งสองพระองค์ ในเวลาต่อมาทายาทได้รวบรวมจัดพิมพ์ และรู้จักกันในชื่อหนังสือเรื่อง “สาส์นสมเด็จ”
ในลายพระหัตถ์ “สาส์นสมเด็จ” ที่สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงมีไปถึงสมเด็จฯเจ้าฟ้านริศรานุวัดติวงศ์ เมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๔๘๔ มีเนื้อความเกี่ยวข้องกับ “พัดวไลย” ดังนี้
บ้านซินนามอน ปีนัง
วันที่ ๑๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๘๔
ทูล สมเด็จกรมพระนริศฯ
... หม่อมฉันได้รับหนังสือแจกงานพระศพทูลกระหม่อมหญิงวลัย ชุด ๑ เห็นใบปกสมุดเล่ม ๑ มีรูปพระสถูปเป็นประธาน แต่แรกเข้าใจว่าเป็นเครื่องหมายพระธรรมปริยายที่พิมพ์ในสมุดเล่มนั้น พิจารณาไปเห็นรูปกำไลก้านบัว ๒ วงกับดอกประจำยามอยู่ข้างใต้ ได้เค้าว่าหมายว่า “วลัยกับอลงกร” แลกลับขึ้นไปดูรูปพระสถูปเห็นมีช่องคูอยู่ที่ฐานก็รู้ได้ว่าเขาหมายจะทำรูป “พระธาตุจอมเพชร์” บนยอดเขามหาสวรรค์ที่เมืองเพชร์บุรีเป็นเครื่องหมายนามกรมหลวงเพชรบุรี ก็ต้องชมว่าเขาช่างคิดเลือกจะหารูปสิ่งอื่นหมายให้เหมาะกว่าเห็นจะไม่มี...
ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด
ดำรงราชานุภาพ
ลายพระหัตถ์ดังกล่าวข้างต้น ทำให้ทราบว่า ผลงานออกแบบของสมเด็จฯเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ นอกจากที่ใช้เป็นแบบของพัดรองที่ระลึก เนื่องในงานพระเมรุพระราชเพลิงพระศพแล้ว ยังใช้เป็นภาพปกของหนังสือที่ระลึกเนื่องในงานพระเมรุครั้งนั้นด้วย โดยหนังสือดังกล่าว คือหนังสือเรื่อง “ประชุมโอวาท คณะครูโรงเรียนราชินี พิมพ์น้อมเกล้าสนองพระเดชพระคุณ สมเด็จพระราชปิตุจฉาเจ้า เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพ็ชรบุรีราชสิรินธร งานพระเมรุท้องสนามหลวง พ.ศ.๒๔๘๔” สมเด็จฯเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงมีลายพระหัตถ์ “สนองลายพระหัตถ์” สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ความว่า
ตำหนักปลายเนิน คลองเตย
วันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๔๘๔
กราบทูล สมเด็จกรมพระยาดำรงฯ ทราบฝ่าพระบาท
...สนองลายพระหัตถ์ (ฉบับหลัง)
...พระตราทูลกระหม่อมหญิงเพชรบุรี ซึ่งมีพระธาตุจอมเพชรอยู่ด้วยนั้นเป็นของเกล้ากระหม่อมคิดขึ้นเอง สมเด็จพระพันวัสสาตรัสสั่่งมาให้เขียนพัด เมื่อเขียนถวายไปแล้วโรงเรียนราชินีเขาก็ถ่ายทำเป็นใบปกหนังสือไปอีกต่อหนึ่ง ในการที่เกล้ากระหม่อมทำนั้นคิดหลบสิ่งที่เป็นของพระบรมราชาฯ เหตุด้วยมีกฎหมายบังคับ ว่าถ้าทำแล้วให้ขอพระบรมราชานุญาตก่อน เห็นว่าขอพระบรมราชานุญาตนั้นลำบาก จึงไปฉวยเอาพระธาตุจอมเพชรมาทำ ฝ่าพระบาทก็เก่งทายาดที่ทรงทราบได้ว่าพระธาตุจอมเพชร ภายใต้นั้นตั้งใจจะทำเป็นกลุ่มใบตาล เป็นเขาเป็นดงตาลเสร็จไปในตัว แต่ตาไม่เห็นลำบากในการเขียน ต้องหาคนช่วย ต่อลงสีแล้ว จึงเห็นว่ามันบางกะหรอนไปจนเกือบจะไม่เห็นว่าเป็นกลุ่มใบตาล เพราะสีทำให้จะแจ้งขึ้น จะแก้ก็ไม่ทราบว่างานจะช้า กลัวจะไม่ทันการ จึ่งปล่อยไปเลยตามเลย
ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด
นริศ
จากลายพระหัตถ์ของทั้งสองพระองค์ข้างต้น เป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดี ถึงข้อสันนิษฐาน ที่สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงมีเมื่อได้เห็นภาพปกหนังสือดังกล่าวว่าเป็นพระธาตุจอมเพชร บนพระนครคีรี และต่อมาสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ก็ทรงอธิบายถึงที่มาของแนวคิดในการออกแบบพัดรองที่ระลึก เนื่องในงานพระเมรุ สมเด็จพระราชปิตุจฉาเจ้า เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพ็ชรบุรีราชสิรินธร ว่า ทรงเลี่ยงการใช้สิ่งซึ่งต้องพระราชทานพระบรมราชานุญาต ด้วยเหตุดังกล่าว จึงทรงเลือกใช้ภาพพระธาตุจอมเพชร พระนครคีรี จังหวัดเพชรบุรีมาเป็นภาพหลักในพัดรองดังกล่าว เพราะมีความสอดคล้องกับพระนาม “กรมหลวงเพ็ชรบุรีราชสิรินธร” นั่นเอง นอกจจากนี้ ยังทรงแทรกภาพของภูเขา และใบตาล อันหมายถึงเขามหาสวรรค์ และต้นตาล ต้นไม้ที่มีอยู่มากในท้องที่จังหวัดเพชรบุรีอีกด้วย สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงมีลายพระหัตถ์ตรัสถึงเรื่อง “พัดวไลย” โดยทรงยกย่องในความคิดเรื่องการออกแบบพัดรอง ดังความว่า
บ้านซินนามอน ปีนัง
วันที่ ๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๔
ทูล สมเด็จกรมพระนริศฯ
...ตราพัดรองงานพระศพทูลกระหม่อมหญิงกรมหลวงเพชรบุรีนั้น หญิงพิลัยเธอตีความที่หม่อมฉันยังคิดไม่เห็นออกอีกอย่าง ๑ ที่มีวงจักร์ต่อกำไลก้านบัวหมายเป็นอักษร ว ข้าง ๑ เป็นอักษร อ ข้าง ๑ ที่หม่อมฉันทูลชมตรานั้นนับได้ว่าชมอย่างบริสุทธิ์ เพราะเมื่อชมไม่รู้ว่าใครคิด ถ้ารู้ก่อนว่าเป็นพระดำริของท่าน คำชมก็ระคนด้วยความนับถือส่วนพระองค์ท่านหาบริสุทธิ์ปลอดบัลลัยทีเดียวไม่...
ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด
ดำรงราชานุภาพ
หนังสือ “สาส์นสมเด็จ” นอกจากจะเป็นลายพระหัตถ์ที่เจ้านายทั้งสองพระองค์ทรงแลกเปลี่ยนความรู้ในด้านต่างๆ ทั้งในด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี วรรณคดี ศิลปะแขนงต่างๆ แล้ว ยังมีเรื่องราวของเหตุการณ์บ้านเมือง ตลอดจนสภาพสังคมเมื่อเกือบหนึ่งร้อยปีมาแล้วที่น่าสนใจอย่างยิ่ง “สมเด็จ” ทั้งสองพระองค์ได้ทรงมีลายพระหัตถ์ต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี ๒๔๕๗ จนกระทั่งปี ๒๔๘๖ ที่สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพสิ้นพระชนม์จึงเป็นอันสิ้นสุด และทรงมีลายพระหัตถ์สุดท้าย ประทานแก่หม่อมเจ้าหญิงจงจิตรถนอม ดิศกุล ความว่า
ตำหนักปลายเนิน คลองเตย
๒๒ ธันวาคม ๒๔๘๖
หญิงจง
ที่ให้ลายพระหัตถ์เด็จพ่อนั้นดีเต็มที ในเรื่องเรือนคนทำตามประเทศนั้นดีมาก ถ้าหาไม่ก็จะเขียนหนังสือกราบทูลถวาย เสียดายเต็มทีที่สิ้นพระชนม์เสีย จะกราบทูลอะไรไม่ได้ทั้งนั้น
นริศ
อ้างอิง
สาส์นสมเด็จ พุทธศักราช ๒๔๘๔. โครงการห้องสมุดดิจิทัลวชิรญาณ. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๒๙ เมษายน ๒๕๖๔,
จาก: https://vajirayana.org/สาส์นสมเด็จ-พุทธศักราช-๒๔๘๔
สาส์นสมเด็จ พุทธศักราช ๒๔๘๖. โครงการห้องสมุดดิจิทัลวชิรญาณ. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๒๙ เมษายน ๒๕๖๔,
จาก: https://vajirayana.org/สาส์นสมเด็จ-พุทธศักราช-๒๔๘๖/ธันวาคม
ราชินี, โรงเรียน. ประชุมโอวาท.กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ไทยเขษม, ๒๔๘๔. (คณะครูโรงเรียนราชินี พิมพ์น้อมเกล้าฯ
ถวายสนองพระเดชพระคุณ สมเด็จพระราชปิตุจฉาเจ้า เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพ็ชรบุรีราช สิรินธร งานพระเมรุท้องสนามหลวง พ.ศ. ๒๔๘๔)
ภาพประกอบ
ภาพปกหนังสือ “ประชุมโอวาท” ซึ่งโรงเรียนราชินี จัดพิมพ์สนองพระเดชพระคุณ ในงานพระเมรุ สมเด็จพระราชปิตุจฉาเจ้า เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพ็ชรบุรีสิรินธร พุทธศักราช ๒๔๘๔
องค์ความรู้ทางวิชาการ
เรื่อง ภาพถ่ายเก่าเล่าเรื่อง@ปราสาทเปือยน้อย
เรียบเรียง : นางสาวกุลวดี สมัครไทย
นักโบราณคดีชำนาญการ
สำนักศิลปากรที่ 8 ขอนแก่น
ARTWORK: นายเหมณัฐ โจทก์มีชัย
นักวิชาการวัฒนธรรม
องค์ความรู้จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครศรีธรรมราช ชุดความรู้ทางวิชาการ เรื่อง หลักฐานศาสนาพราหมณ์-ฮินดูในภาคใต้ของประเทศไทย ตอน นฤตตมูรติ : พระศิวนาฏราช
เสด็จพระราชดำเนินทรงงานในพื้นที่ภาคเหนือ : ตอนที่ ๕ ลำปางตลอดระยะเวลา ๗๐ ปี ที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงครองสิริราชสมบัติ พระองค์เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อรับทราบปัญหาและทรงหาแนวทางการแก้ไขปัญหาของประเทศชาติและประชาชน ทรงอุทิศพระวรกายบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการในการพัฒนาประเทศเพื่อความผาสุก ความเจริญรุ่งเรือง และชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของพสกนิกรชาวไทย๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๔ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในโอกาสนี้ ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเชิญพระบรมฉายาลักษณ์พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่เสด็จพระราชดำเนินทรงงานในพื้นที่จังหวัดลำปาง เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดไม่ได้ ภาพ : หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
นิพฺพานสุตฺต (นิพฺพานสูตร)
ชบ.บ.75/1-1ญ
เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)
เลขทะเบียน : นพ.บ.197/2ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 48 หน้า ; 4 x 55 ซ.ม. : ทองทึบ-ล่องชาด-ลานดิบ ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 109 (141-147) ผูก 2 (2565)หัวเรื่อง : ปญฺญาพลชาดก(ปัญญาพลชาดก)--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
เลขทะเบียน : นพ.บ.310/2ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 52 หน้า ; 4 x 51 ซ.ม. : ล่องรัก ; ไม้ประกับธรรมดาชื่อชุด : มัดที่ 125 (302-305) ผูก 2 (2565)หัวเรื่อง : เทวทูตสุตฺต(เทวทูตสูตร)--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
ชื่อผู้แต่ง ธนิต อยู่โพธิ์
ชื่อเรื่อง เจ้าฟ้าธรรมธิเบศ พระประวัติ และพระรานิพนธ์ บทร้อยกรอง
ครั้งที่พิมพ์ พิมพ์ครั้งที่ ๕
สถานที่พิมพ์ กรุงเทพฯ
สำนักพิมพ์ เจริญรัตน์การพิมพ์
ปีที่พิมพ์ ๒๕๑๖
จำนวนหน้า ๓๑๒ หน้า
รายละเอียด หนังสือที่ขออนุญาตจัดพิมพ์เพื่อจำหน่ายและเป็นการพิมพ์ครั้งที่ ๕ โดยครั้งแรกจัดพิมพ์ ในงานพระราทานเพลิงศพพระยาเลขวณิช ธรรมวิทักษ์ฯ (เยี่ยม เลขะวณิช) เมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๕ โดยพิมพ์รวมกับบทร้อยกรองพระนิพนธ์ของพระองค์ท่านต่อมากรมศิลปากรได้ทำการตรวจชำระพระนิพนธ์บทร้อยกรองใหม่ ตีพิมพ์เผยแพร่ครั้งที่ ๒
เจดีย์กู่กุดในวัดจามเทวีวัดจามเทวี เดิมชื่อวัดสังฆาราม แต่ชาวบ้านนิยมเรียกว่าวัดกู่กุด หลังรัชสมัยของพระเจ้ามหันตยศ วัดกู่กุดได้ร้างลงจนถึง พ.ศ. ๒๔๖๙ เมื่อกรมพระยาดำรงราชานุภาพเสด็จมาภาคเหนือ ได้สำรวจวัดกู่กุดและสืบถามความเป็นมาของผู้สร้างจนทราบนาม จึงได้เปลี่ยนชื่อวัดใหม่ว่า วัดจามเทวีวงศ์ ต่อมาคำว่าวงศ์ได้หายไปกลายเป็นวัดจามเทวี ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๒ กันยายน พ.ศ. ๒๔๘๐วัดจามเทวี เป็นวัดที่มีความสำคัญทั้งทางด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี มีความเก่าแก่มากวัดหนึ่งในจังหวัดลำพูน ตั้งอยู่ถนนจามเทวี ตำบลในเมือง อำเภอเมืองลำพูน มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ ๑๒ ไร่ ๑ งาน ๕ ตารางวา ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าสร้างตั้งแต่สมัยใด ส่วนใหญ่เป็นการสันนิษฐานจากเอกสารชั้นหลัง ประกอบกับตำนานและนิยาย บางหลักฐานกล่าวว่าสร้างขึ้นสมัยพระนางจามเทวี บางหลักฐานกล่าวว่าพระโอรสของพระนางจามเทวี คือ พระเจ้ามหันตยศและพระเจ้าอนันตยศ โปรดให้สร้างวัดนี้ขึ้นเพื่อถวายพระเพลิงพระศพพระนางจามเทวีแล้วโปรดให้สร้างเจดีย์เหลี่ยมมียอดหุ้มด้วยทอง เรียกว่า พระเจดีย์สุวรรณจังโกฏิ หลังจากพระโอรสทั้งสองถวายพระเพลิงพระศพพระนางจามเทวีแล้ว ได้นำพระอัฐิมาบรรจุลงในพระเจดีย์ ต่อมายอดพระเจดีย์ได้หักหายไป ชาวบ้านจึงเรียกว่าพระเจดีย์กู่กุด ซึ่งมีความโดดเด่นด้วยรูปทรงปราสาทยอดที่มีเรือนธาตุซ้อนลดหลั่นกัน ๕ ชั้น ในแต่ละชั้นประดับด้วยพระพุทธรูปประทับยืนในซุ้มจระนำ ชั้นละ ๑๒ องค์ รวม ๕ ชั้น เป็น ๖๐ องค์การบริหารและการปกครอง มีเจ้าอาวาสเท่าที่ทราบนาม คือ รูปที่ ๑ พระมณี (พ.ศ. ๒๔๗๘-๒๔๘๐) รูปที่ ๒ เจ้าคุณราชสุตาจารย์ (พ.ศ.๒๔๘๐-๒๕๒๕) รูปที่ ๓ พระครูปลัดประดิษฐ์ ปภสฺสโร (พ.ศ. ๒๕๒๖ ถึงปีใดไม่แน่ชัด) ปัจจุบันเจ้าอาวาสวัดจามเทวี คือ ท่านพระครูนิวิฐธรรมโชติ ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาเจ้าคณะตำบลในเมือง เขต ๑ นอกจากนี้ ยังมีโรงเรียนเทศบาลวัดจามเทวีตั้งอยู่ภายในวัด เป็นศูนย์กลางการประชุมกิจการงานของหมู่บ้านด้วยผู้เรียบเรียง : นางสาวภาคินีย์ ศรีคำ นักศึกษาฝึกงาน คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาวิชาสารสนเทศศาสตร์และบรรณารักษศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ภาพ : หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เชียงใหม่. ภาพชุดการประกวดภาพถ่ายเก่าเกี่ยวกับจังหวัดลำพูน.อ้างอิง :๑. กองพุทธศาสนสถาน กระทรวงศึกษาธิการ. ๒๕๓๓. ประวัติวัดทั่วราชอาณาจักร เล่ม ๙. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์การศาสนา.๒. ศิริศักดิ์ อภิศักดิ์มนตรี พระครูประวิตรวรานุยุต และรัครูพิพิธสุตาทร. ๒๕๖๑. การตรวจสอบรูปแบบพระพุทธรูปมีไรพระมัสสุในวรรณกรรมพุทธประวัติ. วารสารวิจิตรศิลป์. ๙ (๒): ๑-๓๔๘.๓. ราชกิจจานุเบกษา. ๒๔๘๐. เล่มที่ ๕๔ ตอนที่ ๓๒, หน้า ๑๐๔๕. ๔. สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลำพูน.วัดจามเทวี. (Online).https://www.m-culture.go.th/lamphun/ewt_news.php?nid=502... , สืบค้นเมื่อวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๖๕.๕. จังหวัดลำพูน. ๒๕๖๒. วัดจามเทวี. https://www.lamphun.go.th/.../%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94... , สืบค้นเมื่อวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๖๕.
วันอาทิตย์ที่ ๑๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ เวลา ๑๓.๐๐ น. นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานในกิจกรรมปลูกต้นไม้ เนื่องในวันต้นไม้แห่งชาติ ณ บาราย อุทยานประวัติศาสตร์ สด๊กก๊อกธม จังหวัดสระแก้ว โดยมีผู้บริหาร ข้าราชการและเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร ร่วมปลูกต้นไม้ จากนั้นได้เดินทางไปศึกษาดูงานการบริหารจัดการปราสาทเขาโล้น อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว