ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 49,096 รายการ
วันอาทิตย์ที่ ๒๖ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๖ เวลา ๑๓.๔๙ น. นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานในพิธีมหาพุทธาภิเษก การจัดสร้างพระพุทธสิหิงค์จำลอง ในโอกาสครบรอบ ๑๑๒ ปี แห่งการสถาปนากรมศิลปากร พุทธศักราช ๒๕๖๖ พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิกรมศิลปากร ผู้เชี่ยวชาญกรมศิลปากร ผู้ตรวจกระทรวงวัฒนธรรม ผู้อำนวยการสำนักส่วนกลาง ผู้อำนวยการสำนักส่วนภูมิภาค ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กรมศิลปากร ร่วมในพิธี ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
ทั้งนี้กรมศิลปากรได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจัดสร้างพระพุทธสิหิงค์จำลอง และเหรียญพระพุทธสิหิงค์ เพื่อหารายได้นำเข้ากองทุนโบราณคดี ใช้ในการบูรณะโบราณสถาน และกิจการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติทั่วประเทศ การจัดสร้างครั้งนี้ ออกแบบโดยสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ด้วยฝีมืออันงดงาม ถือเป็นการจัดสร้างครั้งแรก และจัดสร้างจำนวนจำกัด พิเศษคือใต้ฐานพระพุทธสิหิงค์จำลองทุกองค์ได้บรรจุไม้ช่อฟ้าเดิมซึ่งเป็นส่วนสูงสุดของพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ สถานที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ และเทียนชัยเข้าพรรษา ซึ่งถวายองค์พระพุทธสิหิงค์เพื่อเป็นนิมิตแห่งความสว่างไสวของชีวิต
กรมศิลปากรได้จัดพิธีมหาพุทธาภิเษก ภายในพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร ในวันอาทิตย์ที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีเถาะ เวลา ๑๓.๔๙ น. ซึ่งเป็นวันมหาสิทธิโชค และตรงกับราชาแห่งฤกษ์ โดยพระเถรานุเถระ ผู้ได้รับความเคารพนับถือจากประชาชน ได้แก่ หลวงพ่อสมชาย วัดปริวาสราชสงคราม เขตยานนาวา กรุงเทพฯ หลวงปู่จื่อ วัดเขาตาเงาะ จ.ชัยภูมิ หลวงพ่อพระมหาสุรศักดิ์ วัดประดู่ (พระอารามหลวง) จ.สมุทรสงคราม หลวงพ่อชำนาญ วัดชินวรารามวรวิหาร (พระอารามหลวง) จ.ปทุมธานี พระอาจารย์ธรรมนูญ วัดมณีชลขัณฑ์ จ.ลพบุรี หลวงพ่อวราห์ ปุญญวโร วัดโพธิ์ทอง เขตจอมทอง กรุงเทพฯ หลวงพ่ออวยพร วัดดอนยายหอม จ.นครปฐม หลวงพ่อเอื้อน วัดวังแดงใต้ จ.พระนครศรีอยุธยา หลวงพ่อทอง วัดบ้านไร่ จ.นครราชสีมา ทั้งนี้ จะอัญเชิญวัตถุมงคลที่จัดสร้างทั้งหมดไว้ภายในพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ เป็นเวลา ๑ ราตรี เพื่อซึมซับความศักดิ์สิทธิ์จากองค์พระพุทธสิหิงค์ ถือเป็นสิริมงคลอย่างยิ่ง
พระพุทธรูปปางประทานอภัย
แบบศิลปะ : ลพบุรี
ชนิด : สำริด
ขนาด : สูง 23 เซนติเมตร กว้าง 8.5 เซนติเมตร
อายุสมัย : พุทธศตวรรษที่ 18
ลักษณะ : ชิ้นส่วนภาชนะดินเผา ตกแต่งลายขูดเส้นขนานและมีลวดลายกดประทับเป็นรูปบุคคล(นักรบ)กำลังขึ้นขี่ม้า สวมเทริดและเครื่องประดับมีชายผ้าตกลงมาด้านหน้า ภายในกรอบสี่เหลี่ยม
สภาพ : ชำรุด ชิ้นส่วนนิ้วพระหัตถ์หักหายไปทั้งสองข้างและบริเวณพระอังสาขวาชิ้นส่วนเนื้อสำริดหักหายไป
ประวัติ : พบจากแหล่งเตาเผาบ้านบางปูน ตำบลพิหารแดง อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี
สถานที่จัดแสดง : ห้องแหล่งเตาเผาบ้านบางปูน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี
แสดงภาพวัตถุหมุน คลิกที่นี่ http://www.virtualmuseum.finearts.go.th/suphanburi/360/model/14/
ที่มา: hhttp://www.virtualmuseum.finearts.go.th/suphanburi
องค์ความรู้สุพรรณบุรี เรื่อง ครูมนตรี ตราโมท ศิลปินแห่งชาติ ปี พ.ศ.๒๕๒๘
ผู้เรียบเรียง :
นางอภิญญานุช เผ่าพงษ์คล้าย บรรณารักษ์ชำนาญการ
หอสมุดแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรี เฉลิมพระเกียรติ
-- องค์ความรู้จากเอกสารจดหมายเหตุ : พืชผลพะเยา -- เมื่อ 32 ปีก่อน จังหวัดพะเยาเคยตั้งเป้าหมายการผลิตพืชเศรษฐกิจที่สำคัญไว้ ความน่าสนใจคือคำว่า " พืชเศรษฐกิจที่สำคัญ " เพราะหมายถึงพืชที่ได้รับการพิจารณาแล้วว่า สามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร ตอบสนองการค้าขายของจังหวัด หรือเพิ่มปริมาณการส่งออกระดับประเทศ . จากรายงานข้อมูลเป้าหมายการผลิตพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของสำนักงานเกษตรจังหวัดพะเยา วันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2535 ปรากฏพืชเศรษฐกิจจำนวน 35 ชนิด เรียงลำดับตามประเภท ได้แก่ 1. พืชตระกูลข้าวต่างๆ เช่น ข้าวนาปรัง ข้าวนาปี (ข้าวเจ้า) ข้าวบาร์เลย์ ข้าวบาสมาติ ข้าวเหนียว ฯลฯ 2. พืชตระกูลถั่ว เช่น ถั่วเขียวผิวมัน ถั่วฝักยาว ถั่วลิสง ถั่วเหลือง ฯลฯ 3. ผักสวนครัว เช่น กระเทียม พริกเล็ก พริกใหญ่ มะเขือเทศ หอมแดง เห็ดฟาง ฯลฯ 4. ผลไม้ เช่น มะขามหวาน มะขามเปรี้ยว ลิ้นจี่ กล้วยน้ำว้า ลำไย มะม่วง ฯลฯ 5. พืชอุตสาหกรรม เช่น ฝ้าย นุ่น ละหุ่ง หม่อนไหม และกาแฟอราบิก้า ฯลฯ. ดังได้กล่าวไว้ตอนต้นว่า พืชเศรษฐกิจเหล่านี้สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร หรือเพิ่มปริมาณการส่งออกระดับประเทศนั้น รายงานข้อมูลเป้าหมายการผลิตพืชเศรษฐกิจที่สำคัญฉบับนี้ไม่ได้ให้รายละเอียดสนับสนุนเพิ่มเติมแต่อย่างใด หากรายงานสะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของจังหวัดพะเยา เพราะมีพืชเศรษฐกิจที่หลากหลาย อีกทั้งยังปลูกพืชแปลกใหม่ (ณ ขณะนั้น) ได้แก่ ข้าวบาสมาติ ข้าวพันธุ์ดีจากอนุทวีปอินเดีย และกาแฟสายพันธุ์อราบิก้า ที่รสชาติเข้มข้นหอมมันเมื่อถูกคั่วสด. สำหรับอีกประเด็นที่ปรากฏในรายงานคือ เป้าหมายการผลิตกับเป้าหมายพื้นที่เพาะปลูก ซึ่งรายงานได้จำแนกเป็นตารางตั้งแต่ปีพ.ศ. 2535 - 2539 โดยเพิ่มยอดเป้าหมายตลอด 5 ปี แต่ถึงกระนั้นก็มีข้อสงสัยว่า พืชจำพวก " งา เห็ดฟาง ข้าวสาลี ถั่วฝักยาว ละหุ่ง พริกเล็ก กาแฟอราบิก้า และมะม่วงหิมพานต์ " เหตุใดจึงกำหนดเป้าหมายการผลิตแค่หลักหน่วย - หลักร้อย (ตัน) เท่านั้น เป็นไปได้หรือไม่ว่า จังหวัดอื่นๆ มีผลสัมฤทธิ์ที่ดีกว่าและเกษตรกรยังไม่นิยมเพาะปลูก ? เป็นเรื่องที่ต้องศึกษาค้นคว้าต่อไป. และทั้งหมดที่กล่าวมานี้ คือภาพรวมของเป้าหมายการผลิตพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดพะเยาเมื่อ 32 ปีก่อน ในปัจจุบันจำนวนชนิดของพืช การกำหนดเป้าหมายต่างๆนั้น คงมีปริมาณมากขึ้น เพราะคู่แข่งสำคัญไม่ใช่อุปสงค์ - อุปทานภายในประเทศ หากเป็นตลาดจากประเทศจีนและอาเซียน ดังนั้น เป้าหมายต้องเน้นที่ " คุณภาพ " มากกว่าปริมาณอย่างแน่นอน.ผู้เขียน: นายธานินทร์ ทิพยางค์ (นักจดหมายเหตุ หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ พะเยา)เอกสารอ้างอิง: หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ พะเยา. เอกสารสำนักงานเกษตรจังหวัดพะเยา พย 1.13.1/15 เรื่อง เป้าหมายการผลิตพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ [ 15 - 17 มิ.ย. 2535 ].#จดหมายเหตุ #องค์ความรู้จากจากจดหมายเหตุ #หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯพะเยา #เอกสารจดหมายเหตุ
-- องค์ความรู้จากเอกสารจดหมายเหตุ : ผสมเทียมปลาแค้ครั้งแรก -- ปลาแค้ หรือปลากดแค้ (Bagarius bagarius) เป็นปลาไม่มีเกล็ดขนาดใหญ่ เมื่อโตเต็มที่จะมีน้ำหนักประมาณ 70 – 80 กิโลกรัม และมีความยาวประมาณ 1 – 1.5 เมตร ในอดีตพบมากในแม่น้ำขนาดใหญ่ที่มีกระแสน้ำไหลเย็นอยู่ตลอดปี โดยเฉพาะในแม่น้ำโขง ซึ่งมักจะอาศัยเกาะแก่งหินใต้ผิวน้ำ หรือตามพื้นท้องน้ำเพื่อหาสัตว์น้ำอื่นๆ กินเป็นอาหาร ปลาแค้เป็นปลาที่คนนิยมบริโภคเนื่องจากเนื้อมีรสชาติดี จึงมีการจับปลาแค้ขึ้นมาเป็นจำนวนมาก และทำให้จำนวนปลาแค้ลดลงจนอาจถึงขั้นสูญพันธุ์ได้ ด้วยเหตุนี้จึงเริ่มมีการศึกษาเพื่อเพาะพันธุ์ปลาแค้ โดยสถานีประมงจังหวัดพะเยา ซึ่งมีรายละเอียดปรากฏอยู่ในเอกสารจดหมายเหตุ ชุด สถานีประมงน้ำจืดจังหวัดพะเยา ดังนี้ ปี พ.ศ. 2524 นาวาโทสว่าง เจริญผล อธิบดีกรมประมงในขณะนั้น มอบหมายให้สถานีประมงจังหวัดพะเยาดำเนินการเพาะพันธุ์ปลาแค้ อันเป็นส่วนหนึ่งของโครงการศึกษาเพาะพันธุ์ปลาบึกและปลาสำคัญชนิดอื่นๆ ในแม่น้ำโขง ในระยะแรกได้เริ่มทำการรวบรวมพ่อแม่พันธุ์ปลาแค้เพื่อมาศึกษาและเพาะพันธุ์แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ จนกระทั่งปี พ.ศ. 2526 คณะทำงานได้ซื้อพ่อแม่พันธุ์ปลาแค้จากชาวประมงอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย และได้ทำการผสมเทียม ณ ริมแม่น้ำโขง โดยฉีดฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองปลาจีนให้แก่แม่ปลาในอัตรา 0.7 โดส (ส่วนพ่อปลาไม่ต้องฉีดเนื่องจากมีน้ำเชื้อดี) ต่อมาอีก 8 ชั่วโมง ไข่ปลาสุกได้ที่ จึงรีดไข่จากแม่ปลามาผสมกับน้ำเชื้อจากพ่อปลา ไข่ปลาแค้นี้มีขนาดเท่ากับไข่ปลาดุก แต่เป็นไข่ประเภทครึ่งจมครึ่งลอย (Semi-buoyant egg) หลังจากผสมไข่แล้วจึงนำไข่ทั้งหมดกลับไปฟักไข่ที่สถานีประมงจังหวัดพะเยา โดยใช้กระเช้าฟักไข่แบบไข่ปลาจีน หลังจากฟักไข่ได้ 18 ชั่วโมง ไข่จึงเริ่มฟักออกเป็นตัวในน้ำอุณหภูมิประมาณ 27 – 28 องศาเซลเซียส ได้ลูกปลาแค้ประมาณ 30,000 ตัว นำลูกปลาแค้ไปอนุบาลในตู้กระจกและถังซีเมนต์กลม ใช้น้ำประปาที่พักไว้แล้ว 2 – 3 วัน และต้องคอยเปลี่ยนน้ำทุกวัน ในระยะแรกให้ลูกปลาแค้กินไรน้ำเป็นอาหาร ต่อมาให้ลูกน้ำผสมไรน้ำจนลูกปลามีอายุครบ 30 วัน จึงเริ่มหัดให้กินเนื้อปลาสดบดผสมกับอาหารลูกไก่ในอัตราส่วน 7 : 3 ในระยะนี้จะเหลือลูกปลารอดชีวิตมา 5,000 ตัว ซึ่งทางกองประมงน้ำจืดได้นำลูกปลาแค้จำนวน 4,600 ตัวไปแจกจ่ายตามสถานีประมงใกล้เคียงต่อไป การทดลองเพาะพันธุ์ปลาแค้ด้วยวิธีการผสมเทียมนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกที่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากที่ผ่านมาองค์ความรู้เกี่ยวกับปลาแค้และการเพาะพันธุ์ปลาแค้มีน้อยมาก ซึ่งนับว่าเป็นหนึ่งในผลงานชิ้นสำคัญของสถานีประมงจังหวัดพะเยา อันเป็นจุดเริ่มต้นของการศึกษาชีวประวัติของปลาแค้ และแนวทางการอนุรักษ์และเพาะพันธุ์ปลาแค้ในเวลาต่อมาจนถึงปัจจุบัน ผู้เขียน: นายธัชพงศ์ พัตรสงวน (นักจดหมายเหตุปฏิบัติการ หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ พะเยา)เอกสารอ้างอิง: 1. หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ พะเยา. เอกสารชุดสถานีประมงน้ำจืดจังหวัดพะเยา หจช พย พย กษ 1.1.3/13 เรื่อง การเพาะพันธุ์และผสมเทียมปลากดแค้ของสถานีประมงน้ำจืดจังหวัดพะเยา [ 16 ส.ค. 2526 ].2. หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ พะเยา. เอกสารชุดสถานีประมงน้ำจืดจังหวัดพะเยา หจช พย พย กษ 1.1.3/16 เรื่อง ความสำเร็จด้านการเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์สัตว์น้ำ ของสถานีประมงน้ำจืดจังหวัดพะเยา [ 19 ธ.ค. 2529 ].#จดหมายเหตุ #องค์ความรู้จากจากจดหมายเหตุ #หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯพะเยา #เอกสารจดหมายเหตุ
สำหรับภาพฝีพระหัตถ์เป็นภาพ “งูขึ้นกระได” ตัวเล็กๆ ยิ้มหวานหน้าตาน่ารัก ขณะที่พรพระราชทาน มีใจความว่า “ปีมะเส็ง ปีงูเล็ก ๒๕๖๘
งูขึ้นกระได : ชีวิตก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ ปีมะเส็งคิดดูคืองูเล็ก
ผู้ใหญ่เด็กยินดีกันทั่วหน้า
เราเคยเล่นเกมส์กันแต่ก่อนมา
เรียกกันว่าเล่นงูตกกระได
แต่ปีนี้ชีวีจะมีสุข
ยังมีทุกข์กันอยู่ก็สู้ไหว
เรามีแต่ขึ้นบันไดสูงขึ้นไป
งูช่วยเราให้กายใจสบายเอย”
สำนักหอสมุดแห่งชาติ "รับสมัครนักแสดงละครพูด" พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมเผยแพร่พระเกียรติคุณในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 “กิจกรรมทวีปัญญา” ประจำปี 2568 ครั้งที่ 2
คุณสมบัติ
- นักเรียน นิสิต นักศึกษา และผู้ที่สนใจในการแสดงละครพูด
- สามารถเข้าร่วมการอบรมการแสดงและฝึกซ้อมเพื่อเป็นนักแสดงในละครพูดเรื่อง “ช่างทอน” ที่จะจัดแสดงในเดือนพฤษภาคม 2568 ได้
เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ – 3 กุมภาพันธ์ 2568 ผ่านทางคิวอาร์โค้ด หรือสมัครผ่านลิงก์ https://forms.gle/kiTK1h59M2M2ZdgT6
*ออดิชั่น 11 กุมภาพันธ์ 2568*
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ หอวชิราวุธานุสรณ์ โทร. 0 2282 3264 E-mail : peeraya.kvm@gmail.com
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ. 76/1หมวดหมู่ พุทธศาสนาประเภทวัสดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ 52 หน้า : กว้าง 4.5 ซม. ยาว 57 ซม.บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลานได้รับจาก วัดประดู่ทรงธรรม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ. 93/6หมวดหมู่ พุทธศาสนาประเภทวัสดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ 28 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 54.5 ซม.บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับล่องชาด ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก วัดประดู่ทรงธรรม จ.พระนครศรีอยุธยา
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ. 126/6
หมวดหมู่ พุทธศาสนาประเภทวัสดุมีเดีย คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ 26 หน้า กว้าง 5 ซม. ยาว 57 ซม.
บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับทองทึบ ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก จ.พระนครศรีอยุธยา
อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ชวนร่วมส่งท้ายวันเสาร์ปลายเดือนพฤษภาคม 2568 กับกิจกรรม Mini Light & Sound ณ วัดสระศรี อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย วันเสาร์ที่ 31 พฤษภาคม 2568 เวลา 19:00 น. จัดโดยจังหวัดสุโขทัย และสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสุโขทัย และสนับสนุนโดยอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุโขทัย จำกัดจำนวนผู้เข้าชม รอบละ 200 ท่าน ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าชมการแสดงหน้างาน เวลา 18.00 – 19.00 น. หรือจนกว่าที่นั่งจะเต็ม หรือลงทะเบียนออนไลน์ สำรองที่นั่ง 50 คน/รอบ ทั้งนี้ กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสุโขทัย โทร. 0 5561 0502 เฟซบุ๊ก: ททท.สำนักงานสุโขทัย : TAT Sukhothai Office https://www.facebook.com/tatsukhothaikamphaengphet