ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 51,412 รายการ
ชื่อเรื่อง : คู่มือเอาชีวิตรอดในที่ทำงาน
ผู้เขียน : โนริกะ โอดะ
สำนักพิมพ์ : กู๊ดเฮด พริ้นท์ติ้ง แอนด์ แพคเกจจิ้ง กรุ๊ป
ปีพิมพ์ : 2563
เลขมาตรฐานสากลประจำหนังสือ : 978-616-8158-77-7
เลขเรียกหนังสือ : 158.7 อ969ค
ประเภทหนังสือ : หนังสือทั่วไป 1
ห้องบริการ : ห้องหนังสือทั่วไป 1
สาระสังเขป : "อยู่ให้เป็นก่อนเริ่มต้นชีวิตการทำงาน สิ่งที่ต้องเรียนรู้เพื่อให้ชีวิตการทำงานอยู่รอด ทัศนคติใหม่ๆ ในการทำงาน" คำกล่าวของนักเขียนที่เป็นทั้งนักสร้างกิจการ ต่อเนื่อง บล็อกเกอร์ผู้มีชื่อเสียง ถูกสัมภาษณ์จากสื่อใหญ่หลายสื่อ อีกทั้งเขียนคอลัมน์พิเศษให้กับสิ่งพิมพ์ที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง แชร์ประสบการณ์จริงจากประสบการณ์ทำงานกว่า 20 ปี ปัจจุบันก่อตั้งบริษัทของตัวเอง เริ่มต้นจากการเป็นพนักงานระดับล่างเงินเดือนต่ำ ระหว่างเส้นทางการก่อสร้างบริษัทครั้งที่ 4 เต็มไปด้วยการต่อสู้และหยาดน้ำตา แต่ละย่างก้าวล้วนมีข้อคิดและบทเรียนให้ได้เพิ่มพูนสั่งสมประสบการณ์การทำงานและเต็มไปด้วยความมานะพยายามลงมือทำให้เป็นจริง ในโลกความเป็นจริงของการทำงานมักที่จะเลี่ยงกับการถูกตำหนิไม่ได้ โดยเฉพาะวัยรุ่นที่เพิ่งเริ่มเข้าสังคมการทำงานและยังไม่คุ้นเคยกับวัฒนธรรมในที่ทำงาน เกิดความรู้สึกต่อต้านการทำงาน ความเครียด ความกดดัน ความขัดแย้งที่ถาโถมเข้ามาจนอาจทำให้ลาออกกันเลยที่เดียว "คู่มือเอาชีวิตรอดในที่ทำงาน" เป็นหนังสือที่ได้รวบรวมเรื่องราวของการอยู่ให้เป็นก่อนเริ่มต้นชีวิต การทำงาน และก้าวผ่านสถานการณ์แย่ๆ นั้นไปได้ โดยเนื้อหาภายในเล่ม ประกอบด้วย (1) ที่ทำงานเหมือนสนามรบ หากคิดจะอยู่ให้รอดเหมือนปลาได้น้ำ ก็ต้องได้ใจหัวหน้าเสียก่อน เช่น เด็กใหม่น่าแกล้ง มันจำเป็นไหมที่ต้องช่วยสั่งข้าวกล่องให้ทุกครั้ง ทำงานเสร็จหมดแล้วแต่ไม่กล้ากลับบ้านก่อนหัวหน้า ทำไงดี? โดนสั่งให้ทำงานที่มันไม่ใช่ จะก้มหน้ายอมรับหรือยืดอกปฏิเสธดี เป็นต้น (2) ต้องทั้งวางแผนทั้งวางอุบาย อยากอยู่อย่างผู้ชนะก็จะต้องสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน เช่น เห็นคนอื่นนินทาแล้วขัดหูขัดตา แต่ถ้าไม่ร่วมวงจะเป็นตัวประหลาดไหม ผลงานของทั้งแผนกไม่ดี เรื่องอะไรมาโยนความผิดให้ฉันคนเดียว ไม่ได้เจตนาจะแย่งความดีความชอบ แต่งานนี้ผลงานฉันคนเดียวจริงๆ! เป็นต้น และ (3) เส้นสายก็คือเส้นทางการเงิน อยากให้ลูกค้าเชื่อมั่นและยอมรับในตัวคุณ จงเริ่มต้นจากการรับฟังและสร้างหีบห่อให้ตัวเองเสียก่อน เช่น มันเป็นขั้นตอนและระเบียบของบริษัท ทำอย่างไรให้ลูกค้าเข้าใจ ชอบติดต่อตอนเลิกงานหรือเวลาพักผ่อน ฉันรอตอบกลับในเวลาทำงานได้ไหม ลูกค่าคิดแต่จะให้ลดราคา ฉันควรยืนอยู่ฝั่งบริษัทหรือฝั่งลูกค้าดี เป็นต้น ซึ่งเรื่องราวดังกล่าวนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งประสบการณ์ที่ได้นำมาถ่ายทอดลงในหนังสือเล่มนี้ เพื่อให้ผู้อ่านได้นำมาปรับใช้กับสถานการณ์ที่พบเจอในที่ทำงาน ลองเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสรับรองว่าจะผ่านทุกๆ ปัญหาไปได้
เกียรติมุข หรือ หน้ากาล
ปูนปั้น
ศิลปะสุโขทัย พุทธศตวรรษที่ ๑๙-๒๐
พระราชประสิทธิคุณ อดีตเจ้าอาวาสวัดราชธานี
อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย มอบให้
“เกียรติมุข” หรือ “หน้ากาล” เป็นลวดลายปูนปั้นที่ใช้ประดับซุ้มจระนำของโบราณสถานโดยมักจะประดับอยู่ที่ยอดซุ้ม สะท้อนถึงลวดลายที่นิยมสร้างสรรค์ในศิลปะสุโขทัย รวมทั้งสะท้อนถึงคติ ความเชื่อที่ปรากฏในงานศิลปกรรมสมัยสุโขทัย มีลักษณะเป็นรูปหน้ายักษ์ปนสิงห์หรือใบหน้าอสูรที่มีลักษณะดุร้าย คิ้วขมวด นัยน์ตากลมโตถลน จมูกใหญ่ ปากกว้างเห็นฟันบนและมีเขี้ยว ไม่มีริมฝีปากล่าง ไม่มีลำตัว มีแขนออกมาจากด้านข้างของศรีษะสวมเครื่องประดับศีรษะลักษณะเป็น
กระบังหน้า
ตามคติในศาสนาฮินดู "เกียรติมุข" หรือ "หน้ากาล" หมายถึง “เวลา” ผู้ซึ่งกลืนกินสรรพสิ่งทั้งมวลจึงเป็นผู้ครอบครองเหนือทุกสิ่งทุกอย่าง “กาล” หรือ “หน้ากาล” มีความหมายเดียวกับ “เวลา” ซึ่งเป็นชื่อของพระยม ผู้พิพากษาคนตายในอาถรรพเวทของศาสนาฮินดู ต่อมาจึงมีความเชื่อว่าการสร้างหน้ากาลไว้เหนือประตูทางเข้าศาสนสถานจะเป็นเสมือนสิ่งคุ้มครองปกปักรักษามิให้สิ่งชั่วร้ายเข้ามาสู่ศาสนสถานนั้นๆ
ที่มาของข้อมูล :
หนังสือนำชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง
ข้อมูลนำชมโบราณวัตถุ ศิลปะวัตถุ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง
ผ่าน QR code
จัดทำโดย นางสาวสาธิตา วรรณพิรุณ
คณะบริหารธุรกิจและศิลปศาสตร์ สาขาการท่องเที่ยวและการโรงแรม
ชั้นปีที่ ๔ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ล้านนา ตาก
โครงการสหกิจศึกษา ปีการศึกษา ๒๕๖๓
ระหว่างทศวรรษ ๒๕๐๐ - ๒๕๑๐ กรมป่าไม้ โดยสำนักงานป่าไม้จังหวัดน่าน ดำเนินการสำรวจความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ป่าไม้ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนคือ ผืนป่าอำเภอสา ดังนำเสนอรายละเอียดใน ๒ ตอนก่อนหน้านี้
.. ต่อมา เจ้าหน้าที่ป่าไม้ยังดำเนินการสำรวจอำเภออื่นๆ เช่น ป่าน้ำแก่น อำเภอภูเพียง ซึ่งผลลัพธ์ปรากฏเป็นแผนที่ผืนป่า มีเครื่องหมายระบุเฉดสีพันธุ์ไม้เช่นเคย โดยสีส้มแทนไม้เต็งรัง สีฟ้าเป็นป่าดิบแล้ง อีกทั้งยังมีห้วยน้ำแก่นกับสาขาห้วยนำเหลืองไหลผ่านหล่อเลี้ยงพันธุ์พืชตลอดสาย
สำหรับรอยวงเส้นประนั้น เจ้าหน้าที่ระบุว่า บริเวณป่าที่ขอ สามารถสันนิษฐานได้ ๓ กรณีคือ ขอสงวน ขอแนวกันไฟป่า หรือขอสัมปทาน หากไม่มีรายละเอียดใดๆ จึงอาจเป็นการร่างเส้นเพื่อมิให้เกิดการบุกรุกก็เป็นได้
.... จากแผนที่ดังกล่าวและแผนที่ผืนป่าอำเภอสาครั้งก่อน สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้จังหวัดน่านเมื่อ ๕๐ - ๖๐ ปีที่แล้ว เป็นปราการรักษาทรัพยากรธรรมชาติแหล่งหนึ่งในภูมิภาคล้านนาตะวันออก เฉกเช่นหัวใจและปอดที่มนุษย์ขาดไม่ได้ฉันนั้น
ผู้เขียน : นายธานินทร์ ทิพยางค์ ( นักจดหมายเหตุ )
เอกสารอ้างอิง : หจช. พย. แผนที่สำนักงานป่าไม้จังหวัดน่าน กรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและ
สหกรณ์ ผจ นน 1.6 / 9 เรื่องแผนที่แสดงป่าน้ำแก่น (ม.ท.)
ชื่อเรื่อง พระธรรมคุณเผด็จ (พระธรรมคุณเผด็จ)สพ.บ. 116/1ประเภทวัสดุมีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 34 หน้า กว้าง 6 ซ.ม. ยาว 59 ซ.ม. หัวเรื่อง ธรรมเทศนา
บทคัดย่อ/บันทึก
เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรขอม เส้นจาร ฉบับลานดิบ ได้รับบริจาคมาจาก วัดประสพสุข ต.ทับตีเหล็ก อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี
เลขทะเบียน : นพ.บ.67/2ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 46 หน้า ; 4.5 x 57 ซ.ม. : ล่องรัก ; ไม้ประกับธรรมดา ชื่อชุด : มัดที่ 43 (14-18) ผูก 2 (2564)หัวเรื่อง : แปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์ (8 หมื่น) --เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
เลขทะเบียน : นพ.บ.99/ง/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 54 หน้า ; 4.5 x 55.5 ซ.ม. : ทองทึบ ; ไม้ประกับธรรมดา ชื่อชุด : มัดที่ 58 (154-159) ผูก 1 (2564)หัวเรื่อง : กจฺจายนมูล (พระมุลลกัจจายนนาม-ตัทธิต) --เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
เลขทะเบียน : นพ.บ.128/6ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 58 หน้า ; 4.5 x 51 ซ.ม. : รักทึบ ; ไม้ประกับธรรมดา ชื่อชุด : มัดที่ 74 (267-274) ผูก 6 (2564)หัวเรื่อง : มูลตันไตย (มุลฺลตันไตย)--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
องค์ความรู้ เรื่อง “วัว” ในรูปแบบประติมากรรม สมัยก่อนประวัติศาสตร์ จัดทำข้อมูลโดย นางสาวพรพิณ โพธิวัฒน์ ภัณฑารักษ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอนแก่น
สตฺตปฺปกรณาภิธมฺมเทศนา (เทศนาสังคิณี-มหาปัฎฐาน)
เลขที่ ชบ.บ.3/1-6
เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)
พระราชลัญจกรเป็นสัญลักษณ์แทนพระมหากษัตริย์ไทย ที่ใช้ประทับกำกับบนเอกสารสำคัญต่าง ๆ พระราชลัญจกรแบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือ พระราชลัญจกรประจำแผ่นดิน สำหรับประทับกำกับพระบรมนามาภิไธยในหนังสือสำคัญต่าง ๆ และพระราชลัญจกรในพระองค์พระเจ้าแผ่นดิน ซึ่งต้องสร้างใหม่ทุกครั้งเมื่อเปลี่ยนรัชกาล พระราชลัญจกรสยามโลกัคราชเป็นตราพระราชลัญจกรประจำแผ่นดินที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๔ ทำด้วยทองคำเป็นรูปสี่เหลี่ยม มีรูปช้างหมอบอยู่หลังบนที่จับประทับ คำว่า สยามโลกัคราชนั้น เป็นชื่อที่นำมาจากตัวอักษรจีนว่า เสียม-โล-ก๊ก-อ๋อง แปลว่า กษัตริย์ประเทศสยาม เลียนเสียงเป็น สฺยาม-โลก+อคฺค-ราช แปลว่า กษัตริย์สยามผู้ยิ่งใหญ่ ตัวอักษรจีนดังกล่าวปรากฏอยู่ในตราพระราชลัญจกรมหาโลโต ซึ่งเป็นตราประทับที่จักรพรรดิจีนตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิงมอบให้กับพระเจ้าแผ่นดินสยามสมัยอยุธยา ตราประทับเป็นรูปอูฐ ภาษาจีนกลางเรียกว่า ลั่วถัว (駱駝) ส่วนสำเนียงฮกเกี้ยนเรียกว่า โลโท เนื่องจากในราชสำนักสยามสมัยนั้น ขุนนางเชื้อสายจีนส่วนใหญ่เป็นจีนฮกเกี้ยน จึงเป็นเหตุให้ภาษาจีนสำเนียงฮกเกี้ยนเป็นที่นิยมในราชสำนัก แต่อาจจะมีเพี้ยนเล็กน้อยเป็น “ตราโลโต” หรือ “ตราพระราชลัญจกรมหาโลโต” พระราชลัญจกรองค์นี้ใช้สำหรับประทับบนพระราชสาสน์อักษรจีน เพื่อแสดงฐานะว่า เจ้าแผ่นดินสยามเป็น "อ๋อง" (หวาง) ภายใต้อารักขาของ "ฮ่องเต้" (หวางตี้หรือจักรพรรดิ) ภายในดวงตราพระราชลัญจกรสยามโลกัคราชทำรูปเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์และแกะสลักอักษรขอม ๔ บรรทัด เป็นตราที่ทำเลียนแบบตราพระราชลัญกรมหาโลโต เดิมพระราชลัญจกรสยามโลกัคราชใช้สำหรับประทับตราสัญญาบัตร (ใบตั้งยศหรือบรรดาศักดิ์ ซึ่งพระเจ้าแผ่นดินทรงตั้ง) คู่ด้วยพระบรมราชโองการ และใช้ในการพระราชทานวิสุงคามสีมา ภายหลังพระราชลัญจกรสยามโลกัคราชใช้สำหรับพระราชทานวิสุงคามสีมาเท่านั้น ดังปรากฏในพระราชบัญญัติพระราชลัญจกร รัตนโกสินทรศก ๑๒๒ ในสมัยรัชกาลที่ ๕ และพระราชบัญญัติพระราชลัญจกร รัตนโกสินทรศก ๑๓๐ ในสมัยรัชกาลที่ ๖ ระบุว่า “พระราชลัญจกรสยามโลกัคราช สำหรับประทับวิสุงคามสีมาในหว่างกลางองค์เดียว” เปรียบเทียบพระราชลัญจกรสยามโลกัคราชและพระราชลัญจกรมหาโลโต ที่มา https://www.silpa-mag.com/culture/article_6938----------------------------------------------------------ผู้เรียบเรียง : นางสาวเปรมา สัตยาวุฒิพงศ์ นักอักษรศาสตร์ชำนาญการพิเศษ กลุ่มประวัติศาสตร์ สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ ----------------------------------------------------------ที่มา https://www.finearts.go.th/literatureandhistory/view/22895-%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A?fbclid=IwAR2RLJ2U_CvGTmUSMpx4li0LHBgCtLwtFRdnYZa5cAeXb6XWzbQTVpqFCBI
ประเทศลาว
ประเทศเพื่อนบ้านของเรานั้นมีวัตรปฏิบัติที่คล้ายกันกับของบ้านเราค่ะ คือ รัฐจะประกาศให้เป็นวันหยุดราชการเนื่องในวันสำคัญทางศาสนา ประชาชนนิยมแต่งกายด้วยชุดสีขาวหรือสีอ่อนเพื่อไปเข้าวัดทำบุญ ตักบาตรในช่วงเช้า และมีฟังธรรมก่อนเวียนเทียนรอบองค์พระธาตุหลวงในช่วงค่ำ ซึ่งนอกเหนือจากการทำบุญตามประเพณีแล้วยังมีการจัดงานเฉลิมฉลองในรูปแบบต่างๆ ทั้งการจัดการประชุม เสวนา การจัดการแสดงฟ้อนรำต่างๆ รวมถึงการแสดงหุ่นอีป๊อก หรือหุ่นกระบอกลาวให้ได้ชมกันอีกด้วย