ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 51,492 รายการ

เลขทะเบียน : นพ.บ.566/5                               ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 48 หน้า ; 4.5 x 59 ซ.ม. : ล่องรัก ; ไม้ประกับธรรมดาชื่อชุด : มัดที่ 185  (340-346) ผูก 5 (2566)หัวเรื่อง : พระสังคิณี--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


ชื่อเรื่อง                               กจฺจายนมูล (ศัพท์นาม - การก)สพ.บ.                                 429/ก/1กประเภทวัสดุ/มีเดีย            คัมภีร์ใบลาน หมวดหมู่                            พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                      52 หน้า : กว้าง 4.8 ซม.  ยาว 56 ซม.หัวเรื่อง                              พุทธศาสนา                                            คัมภีร์สัททาวิเสส                                            ศัพท์การกบทคัดย่อ/บันทึก                เป็นคัมภีร์ใบลาน เส้นจาร อักษรธรรมอีสาน ภาษาบาลี-ไทยอีสาน ฉบับล่องชาด ไม่มีไม้ประกับ  ได้รับบริจาคมาจาก วัดลานคา ต.โคกคราม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี


          สำนักการสังคีต ขอเชิญชมการแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุด “มารทะนงสงคราม” ณ โรงละครแห่งชาติภาคตะวันตก จังหวัดสุพรรณบุรี และโรงละครแห่งชาติภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดนครราชสีมา นำแสดงโดย ศิลปินสำนักการสังคีต กำกับการแสดงโดย ปกรณ์ พรพิสุทธิ์ เริ่มจำหน่ายบัตร ตั้งแต่วันจันทร์ที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๖ เป็นต้นไป           วันเสาร์ที่ ๑๙ และ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๖๖ เวลา ๑๔.๐๐ น. ณ โรงละครแห่งชาติภาคตะวันตก จังหวัดสุพรรณบุรี บัตรราคา ๘๐, ๖๐, ๔๐ บาท  สอบถามเพิ่มเติม (วันและเวลาราชการ) โทร. ๐ ๓๕๕๓ ๕๑๑๔, ๐ ๓๕๕๓ ๕๑๑๖           วันอาทิตย์ที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๖๖ เวลา ๑๓.๐๐ น. ณ โรงละครแห่งชาติภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดนครราชสีมา บัตรราคา ๑๐๐, ๘๐, ๖๐, ๔๐ บาท  สอบถามเพิ่มเติม (วันและเวลาราชการ) โทร. ๐ ๔๔๔๖ ๖๒๐๒, ๐ ๔๔๔๖ ๖๒๐๓   เนื้อเรื่องการแสดงโขน  ชุด มารทะนงสงคราม           กล่าวถึงนนทุก  อสูรเทพบุตร  มีหน้าที่ล้างเท้าอยู่เชิงบันไดเขาไกรลาส  ถูกเหล่าเทวดา นางฟ้า  กลั่นแกล้ง  ถอนผมจนหัวล้าน เกิดความโกรธแค้นจึงขึ้นไปขอพรพระอิศวรให้นิ้วชี้เป็นเพชร ชี้ใครให้ถึงความตาย  ครั้นได้นิ้วเพชรตามต้องการก็กำเริบฤทธิ์  ใช้ชี้สังหารเทวดา นางฟ้า บาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก  พระนารายณ์ทราบข่าว วางอุบายแปลงเป็นนางเทพอัปสร  มาลวงนนทุกใช้นิ้วเพชรชี้ขาตนเองหัก  นนทุกรู้ว่าต้องอุบายพระนารายณ์  ก็กล่าวตัดพ้อ  ว่ามีถึงสี่มือถือทรงเทพอาวุธศักดา  แต่ไม่กล้ามาสู้ซึ่ง ๆ หน้า  พระนารายณ์จึงให้สัจจะแก่นนทุก  ให้ชาติหน้าไปเกิดเป็นพญายักษ์ผู้เรืองฤทธิ์ มีสิบหน้า ยี่สิบมือ พระองค์จะอวตารเป็นมนุษย์ตามไปผลาญชีวิต  ฝ่ายนนทุกก็จองอาฆาตพระนารายณ์ให้ได้รับความทุกข์ลำเค็ญพรากจากสิ่งที่รัก  เมื่อต่างให้สัจจะซึ่งกันและกันแล้ว  พระนารายณ์ก็สังหารนนทุกถึงแก่ความตาย           จากสัจจะแรงอาฆาตก็มาอุบัติในชาติใหม่บนโลกมนุษย์  เมื่อพระนารายณ์อวตารมาเป็นพระราม นนทุกมาจุติเป็นทศกัณฐ์ลอบลักนางสีดาพาไปไว้ยังกรุงลงกา  พระรามพร้อมด้วยพระลักษมณ์น้องชายต้องเดินป่าติดตามจนมาพบหนุมาน  นำไพร่พลวานรมาถวายเป็นข้าทหาร  พระรามจึงยกกองทัพข้ามมหาสมุทรไปกรุงลงกาเพื่อชิงนางสีดาคืน   ฝ่ายทศกัณฐ์ครั้นทราบข่าวจึงบัญชาใช้เสนายักษ์  ไปแจ้งข่าวศึกลงกาแก่พญามังกรกัณฐ์  เจ้าเมืองโรมคัล ผู้เป็นพระราชนัดดา (หลาน) ให้ยกทัพมาช่วยรบ  มังกรกัณฐ์แผลงศรไปต้องเกราะพระรามขาด  พระราม  ทรงแผลงศรไปทำลายคันศรมังกรกัณฐ์หัก  พญายักษ์เกิดหวาดกลัวเหาะหนีไปแอบในกลีบเมฆ  แปลงกายเป็นหลายตน   แต่ไม่พ้นอำนาจศรของพระรามแผลงมาต้องอกมังกรกัณฐ์สิ้นชีวิต          ฝ่ายแสงอาทิตย์ พญายักษ์ อุปราชเมืองโรมคัล  รู้ข่าวมังกรกัณฐ์พี่ชายถูกพระรามฆ่าตายก็เสียใจโกรธแค้น  ยกกองทัพพร้อมด้วยพิจิตรไพรีผู้เป็นพี่เลี้ยงมาทำสงครามกับพระราม  พระรามรู้ฤทธิ์เดชแสงอาทิตย์จากพิเภกว่ามีแว่นวิเศษเป็นอาวุธ  จึงบัญชาใช้องคตแปลงร่างเป็นพิจิตรไพรี  ไปลวงเอาแว่นสุรกานต์ที่ฝากพระพรหมไว้มาทำลาย  จากนั้นพระรามก็ยกกองทัพออกทำสงคราม  แสงอาทิตย์รบสู้พระรามไม่ได้สั่งให้พิจิตรไพรี  ขึ้นไปขอแว่นวิเศษที่ฝากจากพระพรหมนำมาส่องสังหารศัตรู  แต่พอรู้ว่าถูกข้าศึกวางกลลวงเอาแว่นไปแล้ว  แสงอาทิตย์ยิ่งแค้นใจเข้าสู้รบ  จนถูกพระรามแผลงศรผลาญชีวิตตายตามมังกรกัณฐ์ผู้เป็นพี่ชายไป  


พระอิศวรแห่งเทวาลัยมหาเกษตร. พระอิศวรหรือพระศิวะ เป็นเทพสำคัญ ๑ ใน ๓ องค์ของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ได้รับการยกย่องให้เป็นมหาเทพมีหน้าที่ทำลายล้างโลก (เพื่อให้เกิดการสร้างขึ้นใหม่) โดยเฉพาะในลัทธิไศวนิกายนั้นถือว่าพระอิศวรเป็นเทพผู้มีอำนาจสูงสุด พระองค์มีลักษณะเด่น คือ มี ๓ พระเนตร มักถือตรีศูลไว้ในพระหัตถ์ มีชายา คือ นางปารวตี และมีโอรส ๒ องค์ ได้แก่ พระสกันทกุมาร และพระคเณศ ส่วนพาหนะ คือ โคนนทิ. โดยที่เมืองสุโขทัยก็ปรากฏการนับถือเทวรูปในศาสนาพราหมณ์-ฮินดูด้วยเช่นกัน เทวรูปพระอิศวรเดิมประดิษฐานอยู่ที่ เทวาลัยมหาเกษตร ซึ่งเป็นโบราณสถานนอกกำแพงเมืองด้านทิศตะวันตกของเมืองสุโขทัย สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยพระมหาธรรมราชาที่ ๑ (พระยาลิไท) ดังปรากฏอยู่ในศิลาจารึกวัดป่ามะม่วงที่กล่าวถึง พระยาลิไทโปรดฯ ให้สร้างเทวาลัย โดยพระองค์เสด็จมาประดิษฐานพระอิศวรและพระวิษณุ ณ เทวาลัยแห่งนี้ ซึ่งเทวรูปพระอิศวรองค์นี้มีความสูง ๓.๐๘ เมตร พระเศียรมีลักษณะเป็นมวยผม (ชฎามกุฏ) ประดับด้วยปิ่นรูปพระจันทร์เสี้ยวซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของพระอิศวร พระพักตร์รูปไข่ พระเนตรรียาว มีพระเนตรที่สาม สัญลักษณ์แห่งไฟบรรลัยกัลป์และการทำลายล้าง พระนาสิกงุ้ม แย้มพระสรวลเล็กน้อยพระหนุกลม พระวรกายอวบอ้วน บั้นพระองค์สูง พระอุระกว้าง ทรงภูษายาว และมีผ้าอีกผืนหนึ่งเหน็บเป็นชายพกห้อยออกมาทางด้านหน้าของสายรัดประคดและทิ้งชายทั้งสองข้าง โดยท่าทางของพระหัตถ์ (มุทรา) แบบนี้ อมรา ศรีสุชาติ สันนิษฐานว่า เป็นท่าสำหรับให้ผู้บูชาสวมใส่หรือเสียบดอกไม้สด เรียกว่า กฏกหสฺต (อ่านว่า กะ-ตะ-กะ-หัด-สตะ) หรือ สิงฺหกรณ (อ่านว่า สิง-หะ-กะ-ระ-นะ) ส่วนศาสตราจารย์ ดร. ศักดิ์ชัย สายสิงห์ สันนิษฐานว่า น่าจะใช้สำหรับใส่สิ่งของ ซึ่งเป็นส่วนที่หล่อแยกชิ้นต่างหาก แต่ได้สูญหายไปแล้ว โดยข้างหนึ่งอาจเป็นตรีศูล และอีกข้างหนึ่งเป็นลูกประคำ ตามประติมานวิทยาที่ปรากฏโดยทั่วไปของพระอิศวร ปัจจุบันเทวรูปพระอิศวรองค์นี้จัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ น่าจะมีการประดิษฐานเทวรูปสำริดองค์อื่น ๆ อีกด้วย โดยอาจเป็นการสร้างขึ้นพร้อมกันหรือสร้างขึ้นภายหลัง เช่น พระพรหม พระหริหระ และเทวสตรี เป็นต้นอ้างอิง กรมศิลปากร. (๒๕๕๐). ศัพทานุกรมโบราณคดี. กรุงเทพฯ: บริษัท รุ่งศิลป์การพิมพ์ (๑๙๗๗) จำกัด. (จัดพิมพ์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐). ศักดิ์ชัย สายสิงห์. (๒๕๖๑). ศิลปกรรมโบราณในอาณาจักรสุโขทัย. นนทบุรี: มิวเซียมเพรส. สุรพล ดำริห์กุล. (๒๕๖๒). ประวัติศาสตร์และศิลปะสุโขทัย. นนทบุรี: เมืองโบราณ. อมรา ศรีสุชาติ. (๒๕๕๗). “นัยสำคัญ จากเทวรูปพระอิศวรเมืองกำแพงเพชร.” ศิลปากร ๕๗. ๕ (กันยายน-ตุลาคม): ๙๗-๑๐๗.


           กรมศิลปากรมอบของขวัญปีใหม่จากใจกรมศิลปากร ๒๕๖๗ เปิดอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง และปราสาทเมืองต่ำ จังหวัดบุรีรัมย์ ให้ชมฟรี งดเก็บค่าธรรมเนียม ในเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ระหว่างวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๖ ถึง ๕ มกราคม ๒๕๖๗ โดยอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง และปราสาทเมืองต่ำ เปิดบริการทุกวัน ไม่มีวันหยุด ตั้งแต่เวลา ๐๗.๐๐ - ๑๘.๐๐ น.            ผู้เข้าชมสามารถจอดรถบริเวณลานจอดรถประตู ๓ (หลังปราสาทพนมรุ้ง) มีค่าธรรมเนียมบัตรจอดรถ ๕๐ บาท ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม โทร : ๐ ๔๔๖๖ ๖๒๕๑ หรือ INBOX : อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง บุรีรัมย์ Phanom Rung Historical Park


          ตลับทองคำ           แบบศิลปะ : อยุธยา           ชนิด :  ทองคำ           ขนาด :สูง 1.5 เซนติเมตร ปากกว้าง 0.8 เซนติเมตร           อายุสมัย : พุทธศตวรรษที่ 21 - 23           ลักษณะ : ตลับทรงกระบอกขนาดเล็กมีฝาปิด ผิวเรียบเกลี้ยงไม่มีลวดลาย           ประวัติ : ขุดพบจากวัดชุมนุมสงฆ์ ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมืองสุพรรณ จังหวัดสุพรรณบุรี เดิมเก็บที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง           สถานที่จัดแสดง : ห้องศาสนศิลป์ประวัติ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี   แสดงภาพวัตถุหมุน คลิกที่นี่ http://www.virtualmuseum.finearts.go.th/suphanburi/360/model/07/   ที่มา: hhttp://www.virtualmuseum.finearts.go.th/suphanburi


         เนื่องในอภิลักขิตสมัยขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๖๗ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โปรดประทานพระรูป และลายพระหัตถ์เชิญพุทธศาสนสุภาษิต ว่า “จิตฺตํ ทนฺตํ สุขาวหํ” แปลความว่า “จิตที่ฝึกแล้ว นำความสุขมาให้“ เป็นพระคติธรรมสำหรับความสุขปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๖๗            พร้อมด้วยพรประทานว่า เนื่องในอภิลักขิตสมัยขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๖๗ ขอท่านจงหมั่นฝึกจิตให้มั่นคงดี เพื่อความสุขความเจริญทุกเมื่อเทอญ


พิธีวาไม้ ขออนุญาตซ่อมแซมหอหลวงเจ้าคันธา (เจ้าสามตา) --- หอหลวงเจ้าคันธา หรือศาลเจ้าสามตา ตั้งอยู่ทางด้านทิศใต้ของหอคำหรืออาคารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน ปัจจุบันมีสภาพชำรุดทรุดโทรมตามกาลเวลา เนื่องจากตัวอาคารเป็นโครงสร้างไม้ มีปลวก และไม้มีสภาพผุกร่อนแตกหัก ทั้งในส่วนของโครงสร้างฐาน และหลังคา รวมถึงกาแล พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน จึงมีความประสงค์ที่จะดำเนินการซ่อมแซมศาลหลังนี้อันเป็นที่สักการะบูชาประจำพิพิธภัณฑ์ และสำหรับประชาชนทั่วไป เพื่อให้ได้มีสภาพมั่นคง และเป็นที่กราบไหว้บูชา ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างรวบรวมงบประมาณในการบริจาคเพื่อดำเนินการซ่อมแซมเป็นลำดับต่อไป


แมวขูดมะพร้าว วัสดุ : ไม้, เหล็กประวัติ :  ร้านรัตนาแอนติค มอบให้เมื่อ 9 ตุลาคม 2528ขนาด : กว้าง 8 เซนติเมตร ยาว 60 เซนติเมตร ลักษณะ : ไม้แกะสลักเป็นรูปแมวนอนหมอบยืดขาหน้า หางเก็บข้างลำตัว บริเวณดวงตาประดับกระจกสีเขียว แกะลายเส้นเป็นหนวดแมว ที่ปากแมวมีเหล็กทำเป็นซี่เล็ก ๆ ใช้สำหรับขูดมะพร้าวยื่นออกมา ที่ก้นแมวมีห่วงเหล็กสถานที่เก็บรักษา : คลังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ -----------------------------------------------------------อุปกรณ์ขูดมะพร้าวเป็นหนึ่งในเครื่องใช้ในครัวเรือนที่สามารถพบเห็นได้ตามบ้านเรือนในหลายภาค เนื่องจากอาหารไทยหรือขนมไทยหลายอย่างมีส่วนประกอบของมะพร้าวหรือกะทิ โดยแต่ละภาคจะมีชื่อเรียกและรูปร่างที่ต่างกันไป  ในภาคกลางคนจะนิยมเรียกว่า “กระต่ายขูดมะพร้าว” อาจเพราะมองว่า ส่วนเหล็กที่ใช้ขูดเนื้อมะพร้าว คล้ายกับฟันกระต่าย หรือบ้างก็ว่ามาจากรูปร่างที่นั่งที่นิยมทำเป็นรูปกระต่าย แต่ที่ภาคเหนือกลับนิยมทำเป็นรูปแมว จึงเรียกว่า “แมวขูดมะพร้าว” (หรือ งอง) อาจเพราะมองเหล็กที่ขูดมะพร้าวคล้ายกับเล็บแมว หรือเพราะนิยมทำที่นั่งเป็นรูปแมวส่วนทางภาคใต้ จะเรียกว่า “เหล็กขูด” หรือ แหล็กขูด นิยมทำเป็นรูปสิงห์ สัตว์ต่าง ๆ หรือรูปคน   .วิธีใช้งานแมวขูดมะพร้าว เหมือนกันกับภาคอื่น ๆ คือ คนขูดจะนั่งลงบนส่วนที่นั่งในท่าทางที่ถนัด นำจานหรือถาดมารองไว้ที่ใต้เหล็กที่ใช้ขูด และนำมะพร้าวแห้งผ่าครึ่งมาขูดส่วนเนื้อมะพร้าวออกเบา ๆ  สามารถใช้งานได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย รวมถึงเด็ก ๆ ด้วย แต่ต้องคอยระมัดระวังเป็นพิเศษ. ในภาคเหนือมีอาหารหรือขนมที่ต้องใช้ส่วนประกอบของเนื้อมะพร้าวหรือกะทิหลายอย่าง เช่น ข้าวซอย ขนมจีนน้ำลอ ขนมต้มกะทิ ขนมจ็อก ขนมลิ้นหมา ขนมแตงลาย ขนมกนน้ำอ้อย เป็นต้น.นอกจากแมวขูดมะพร้าวจะเป็นตัวช่วยในการขูดมะพร้าวได้สะดวกและง่ายขึ้นแล้ว ก็ยังแสดงออกให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์และงานฝีมือของช่างที่ดัดแปลงส่วนที่นั่งทำเป็นรูปทรงต่าง ๆ ให้เกิดความสวยงามอีกด้วย.แต่ในปัจจุบันเราไม่ค่อยพบเห็นแมวขูดมะพร้าวตามครัวเรือนแล้ว เนื่องจากอาจเพราะมีเครื่องขูดมะพร้าวแบบไฟฟ้าที่ทุ่นแรงได้มากกว่าเข้ามาแทน หรือคนนิยมซื้อมะพร้าวหรือกะทิแบบที่ขายสำเร็จรูปมาใช้ปรุงอาหารเลยเพื่อประหยัดเวลา --------------------------------------------------------อ้างอิง- พจนก กาญจนจันทร. “แมว กระต่าย และต้นไม้แห่งชีวิต”. ศึกษาสิ่งของ เข้าใจผู้คน 30 ปี พิพิธภัณฑ์ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ. ปทุมธานี : พิพิธภัณฑ์ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2560. หน้า 140-150.- พิชชา ทองขลิบ. “กระต่ายขูดมะพร้าว”. ฐานข้อมูลเครื่องมือเครื่องใช้พื้นบ้าน. เข้าถึงเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2567 จาก https://www.sac.or.th/.../trad.../th/equipment-detail.php...




          กรมศิลปากร โดยสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมโครงการเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน ประจำปี ๒๕๖๗ เรื่อง "ย้อนอดีต : เทคนิคการทำลูกปัดหินและสิ่งทอสมัยโบราณ"  Threads of Time: Unraveling Ancient Techniques in Beads and Textiles Crafting  วันเสาร์ที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๖๗ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ครั้งที่ ๑ เป็นการบรรยายทางวิชาการเวลา ๐๘.๓๐ น. - ๑๒.๐๐ น.            - การบรรยายพิเศษ เรื่อง“หลักฐานเครื่องแต่งกายของคนยุคก่อนประวัติศาสตร์ในประเทศไทย” วิทยากรโดย นายสมชาย ณ นครพนม นักโบราณคดีทรงคุณวุฒิ กรมศิลปากร             - การบรรยายทางวิชาการ เรื่อง"เชือก เส้นใย และเครื่องมือจากพืช : บทบาทและความสำคัญในสังคมมนุษย์สมัยโบราณ“วิทยากรโดย รศ. ดร.ธนิก เลิศชาญฤทธ์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร            - การบรรยายทางวิชาการ เรื่อง “สิ่งทอยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่ฮารัปปา ประเทศปากีสถาน (๔๐๐๐ - ๑๙๐๐ ปี ก่อนคริสตกาล) วิทยากรโดย  ศ. ดร.โจนาธาน มาร์ค เคนอยเออร์ คณะมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยวิสคอนซินเมดิสัน สหรัฐอเมริกา            - การบรรยายทางวิชาการ เรื่อง “ลูกปัดหินจากแหล่งโบราณคดีบ้านพรหมทินใต้และคันธาระ“วิทยากรโดย  ผศ. ดร.วรรณพร เรียนแจ้ง คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ครั้งที่ ๒ เป็นการบรรยายนำชมและสาธิตการทำลูกปัดหินสมัยโบราณ เวลา ๑๓.๐๐ น. - ๑๖.๐๐ น.การบรรยายนำชมโดย - นายศรัญ กลิ่นสุคนธ์ ภัณฑารักษ์ปฏิบัติการ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ - นางสาวมุทิตา อร่ามรุ่งทรัพย์ ภัณฑารักษ์ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ  - นายพนมกร นวเสลา ภัณฑารักษ์ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ  บรรยายและสาธิตการทำลูกปัดหินสมัยโบราณ วิทยากรโดย - ศ. ดร.โจนาธาน มาร์ค เคนอยเออร์ คณะมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยวิสคอนซินเมดิสัน สหรัฐอเมริกา - รศ. ดร.ธนิก เลิศชาญฤทธ์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร - ผศ. ดร.วรรณพร เรียนแจ้ง คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หมายเหตุ : • บรรยายด้วยสองภาษา (ไทยและอังกฤษ) • สำรองที่นั่งล่วงหน้าทางโทรศัพท์เท่านั้น โทร. ๐ ๒๒๒๔ ๑๔๐๒ (วันพุธ-วันอาทิตย์) • ผู้เข้าร่วมกิจกรรมซื้อบัตรเข้าชมตามปกติ--------------------------------------------------------------------- The Fine Arts Department through the Office of National Museums is so thrilled to invite you to join a talk and demonstration of the topic "Threads of Time: Unraveling Ancient Techniques in Beads and Textiles Crafting" With Keynote Speakers; - Mr Somchai Na Nakhonphanom An Archaeologist (Advisory Level) Fine Arts Department - Assoc.Prof. Thanik Lertcharnrit (Ph.D.) Faculty of Archaeology Silpakorn University - Prof. Jonathan Mark Kenoyer (Ph.D.) Department of Anthropology University of Wisconsin, Madison, USA - Asst.Prof. Wannaporn Rienjaeng (Ph.D.) Material Culture Laboratory Faculty of Sociology and Anthropology Thammasat University   On Saturday, 6th July 2024 08:30 a.m. to 04:00 p.m.   Advance Booking: Tel. 0 2224 1402 (Wednesday to Sunday)  


ชื่อเรื่อง                     วินยสิกขาบท (วินัย)สพ.บ.                       462/1หมวดหมู่                   พุทธศาสนาภาษา                       บาลี-ไทยอีสานหัวเรื่อง                     พุทธศาสนาประเภทวัสดุ/มีเดีย       คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ               118 หน้า : กว้าง 5.5 ซม. ยาว 29.5 ซม.บทคัดย่อ/บันทึก         เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน เส้นจาร ฉบับลานดิบ ไม่มีไม้ประกับ ได้รับบริจาคมาจากวัดลานคา ต.โคกคราม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี


เรื่อง เฉลิมพระชนมพรรษา แนะนำโดย นางโสภี เฮงสุดผล บรรณารักษ์ชำนาญการ พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาเป็นพระราชพิธีที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงริเริ่มขึ้น คือพระราชพิธีทำบุญเนื่องในวันคล้ายวันประสูติขององค์พระมหากษัตริย์หรือพระบรมราชินี การเฉลิมพระชนมพรรษา มีชื่อเป็นสองตอน คือ ฉลองอย่างหนึ่ง เฉลิมอย่างหนึ่ง ฉลองนั้น คือฉลองพระพุทธรูปประจำพระชนมพรรษา ซึ่งมีมาแต่ในแผ่นดินสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้สมโภชในวันสวดมนต์ถือน้ำเดือน ๕ และวันสรงน้ำสงกรานต์เป็นการฉลอง ครั้นมาในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ยกการฉลองพระชนมพรรษามาทำในเดือน ๑๑ เนื่องจากพระชนมายุบรรจบครบรอบในเดือนนี้ และทรงเป็นการใหญ่โตกว่าการเฉลิมพระชนมพรรษา คือฉลองพระพุทธรูปประจำพระชนมพรรษา การพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาถือเอาวันพระบรมราชสมภพโดยทางสุริยคติ เช่นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ถือวันที่ ๒๑ กันยายน เป็นฤกษ์ ส่วนการฉลองพระชนมพรรษานั้นถือเอาวันตรงวันพระบรมราชสมภพโดยทางจันทรคติ พระราชพิธีทั้งสองนี้ บางทีก็ใกล้กันและบางทีก็ต่างกัน ในการพระราชพิธีฉลองพระชนมพรรษาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๔) ไม่มีพระราชพิธีอะไรมากนัก สาเหตุเนื่องจากยังไม่มีผู้เข้าใจในพระราชพิธีและทราบพระราชประสงค์ที่แท้จริง ครั้นมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว การพระราชพิธีพระชนมพรรษา ได้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดเป็นงานใหญ่อย่างออกหน้าออกตาไม่ได้ทรงกระทำเป็นการภายในอย่างครั้งในรัชกาลที่ ๔ ทั้งนี้เพราะมีผู้เข้าใจในการพระราชพิธีพระชนมพรรษามากขึ้น อาทิ จัดแต่งพุ่มไฟประกวดกันในพระบรมมหาราชวังตามวังเจ้านายและบ้านข้าราชการ ราษฎรทั่วไปก็จุดประทีปโคมไฟสว่างไสวตลอดสองฝั่งแม่น้ำลำคลองและท้องถนน นอกจากนี้ในการพระราชพิธีนั้นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงกำหนดรายการลงไปว่าวันไหนจะทรงประกอบพระราชพิธี และทรงบำเพ็ญพระราชกุศลอะไร ซึ่งเป็นวิธีการที่พระมหากษัตริย์ต่อๆ มาได้ทรงถือเป็นแบบอย่างมาจนถึงทุกวันนี้ สำหรับการหยุดราชการเนื่องในวันพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาที่นับว่าประกาศเป็นวันนักขัตฤกษ์เป็นประจำปีเป็นทางการและเป็นธรรมเนียมมาจนถึงทุกวันนี้ ได้ประกาศหยุดเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม พุทธศักราช ๒๔๕๖ ถือในสมัยแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว -------------- ที่มา พิริยะ ไกรฤกษ์. ลักษณะไทย พระพุทธปฏิมา อัตลักษณ์พุทธศิลป์ไทย. กรุงเทพฯ: อัมรินทร์, ๒๕๕๑ สงวน อั้นคง. สิ่งแรกในเมืองไทย เล่ม ๔. พิมพ์ครั้งที่ ๓. กรุงเทพฯ: วังบูรพา, ๒๕๒๙. หน้า ๑๓๙-๑๔๔.


              กรมศิลปากร ขอเชิญรับชมถ่ายทอดสด Facebook Live รายการไขความรู้จากครูกรมศิลป์ ตอน “การซ่อมบูรณะ-ประดับตกแต่งเรือพระราชพิธี เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗” วิทยากร นางสุภาภรณ์ สายประสิทธิ์, นายช่างศิลปกรรมทักษะพิเศษ สำนักช่างสิบหมู่, นางปาริด์ชาติ พัฒน์ทอง นักวิชาการช่างศิลป์ชำนาญการพิเศษ สำนักช่างสิบหมู่, นายเกรียงศักดิ์ เนียมสุด นายช่างศิลปกรรมอาวุโส สำนักช่างสิบหมู่, นายสาโรจน์ แสงสี นายช่างศิลปกรรมอาวุโส สำนักช่างสิบหมู่ และนางสาวดวงใจ พิชิตณรงค์ชัย หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ผู้ดำเนินรายการ นายสิทธิพร บุปผา นักวิชาการเผยแพร่ กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๕ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๗ เวลา ๑๑.๐๐ – ๑๑.๔๕ น. ผู้สนใจสามารถติดตามชมได้ทาง Facebook Live : กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม และ Facebook : กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร              รายการ “ไขความรู้จากครูกรมศิลป์” มีรูปแบบเนื้อหาของรายการเกี่ยวกับประวัติความเป็นไทย เกร็ดประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับวันสำคัญ ประเพณี วัฒนธรรม วีถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน ผ่านการบอกเล่า ถ่ายทอดความรู้ แนวความคิด เนื้อหาวิชาการ จากประสบการณ์ของผู้บริหาร นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญกรมศิลปากร กำหนดถ่ายทอดสดผ่านเฟสบุ๊กไลฟ์ (facebook live) ทุกวันพฤหัสบดี เวลา ๑๑.๐๐ น. ตลอดปีงบประมาณ ๒๕๖๗ ระหว่างเดือนตุลาคม ๒๕๖๖ - กันยายน ๒๕๖๗


black ribbon.