ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,945 รายการ



ชื่อเรื่อง                     สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ.                       107/5ประเภทวัสดุ/มีเดีย       คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                   พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ               48 หน้า กว้าง 5.1 ซม. ยาว 54.5 ซม.หัวเรื่อง                     พระไตรปิฎกบทคัดย่อ/บันทึก           เป็นคัมภีร์ใบลาน ธรรมอีสาน ฉบับล่องชาด มีไม้ประกับ


ชื่อเรื่อง                                สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ.                                  124/6 หมวดหมู่                               พุทธศาสนาประเภทวัสดุมีเดีย                    คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ                           26 หน้า กว้าง 4.5 ซม. ยาว 57 ซม.                                       บทคัดย่อ/บันทึก          เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับทองทึบ ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก จ.พระนครศรีอยุธยา


ชื่อเรื่อง                     ตำรายาเกร็ดสพ.บล.                     110ประเภทวัสดุ/มีเดีย       คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                   เวชศาสตร์ลักษณะวัสดุ               26 หน้า : กว้าง 5.7 ซม. ยาว 40.5 ซม.หัวเรื่อง                     ตำรายาภาษา                       ไทยบทคัดย่อ/บันทึก          เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรไทย เส้นจาร ฉบับลานดิบ ไม่มีไม้ประกับ ได้รับมอบจาก พระครูธวัชวุฒิคุณ เจ้าอาวาสวัดปทุมสราวาส อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี โดยส่งมอบผ่านพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง เมื่อ 30 พฤศจิกายน 2559


เลขทะเบียน : นพ.บ.640/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 10 หน้า  ; 4.5 x 59 ซ.ม. : ลานดิบ-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 205 (84-93) ผูก 1 (2568)หัวเรื่อง : ตำนานสองพี่น้อง--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน : นพ.บ.700/2กห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 70 หน้า ; 4 x 54 ซ.ม. : ชาดทึบ-ทองทึบ-รักทึบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 222 (257-269) ผูก 2ก (2568)หัวเรื่อง : แปดหมื่นสี่พันขันธ์--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน : นพ.บ.773/4กห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 54 หน้า ; 4 x 49 ซ.ม. : ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 239 (424-436) ผูก 4ก (2568)หัวเรื่อง : แปดหมื่นสี่พันขันธ์--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


         ในเดือนสิงหาคมนี้ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ขอเชิญทุกท่านร่วมชมนิทรรศการ New - Three - Life โดยอาจารย์จากคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี          สำหรับนิทรรศการ New - Three - Life เป็นการรวมตัวของอาจารย์จากคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จํานวน 3 คน ได้แก่ ผศ. ดร.วัชราพร ศรีสุข, สถาพร เครือวัลย์, พิเชษฐ์ อยู่สด ซึ่งได้รับทุนสร้างสรรค์นักวิจัยหน้าใหม่ สาขาทัศนศิลป์ โดยทั้ง 3 คน ต่างก็มีแนวทางและประสบการณ์ในการสร้างสรรค์ผลงาน ตามความถนัดเฉพาะตน แต่มีแนวรวมทางความคิด ที่เกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ตนเองชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม ในการสื่อสารออกมาในผลงาน การตั้งชื่อกลุ่ม ทวี - คูน หมายถึง การเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน และจะมีการเพิ่มพูน งอกงาม ต่อไปเรื่อยๆ ในวันข้างหน้า คำว่า คูน ที่ใช้มีที่มาจาก ต้นคูน ที่กำลังออกดอกบานสะพรั่งเหลืองอร่าม อยู่ทั่วทั้งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ชื่อนิทรรศการ New - Three - Life เป็นการสื่อความหมาย ถึงชีวิตใหม่ของศิลปินทั้ง 3 คน ที่ได้มาเริ่มต้นการเป็นเพื่อนร่วมงาน ณ มหาวิทยาลัยแห่งนี้ในปีเดียวกัน และเป็นกำลังใจสนับสนุนกัน ร่วมกันสร้างสรรค์งานศิลปะ ซึ่งหวังว่าจะได้เกื้อกูลประโยชน์แก่ผู้อื่นในวันข้างหน้า          นิทรรศการ New - Three - Life เปิดให้เข้าชมระหว่างวันที่ 6 – 30 สิงหาคม 2568 ณ อาคารนิทรรศการ 6 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ตั้งเเต่เวลา 09.00 - 16.00 น. ทุกวันพุธ - อาทิตย์ (ปิดให้บริการวันจันทร์ - อังคาร) โดยได้รับเกียรติจาก ผศ.ดร.มาโนช บุญทองเล็ก คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการ วันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 เวลา 14.00 น.  --------------------------------------------------------------- New - Three - Life  Exhibition dates 6th - 30th August 2025 : 9 AM. - 4 PM. Closed on Monday - Tuesday. At Building 6, The National Gallery of Thailand Opening Reception 21th August 2025 : 2.00 PM.  


       พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี ขอเชิญชวนไปทายกลิ่นสนุก ๆ ในเทศกาลฮาโลวีน ผ่านกิจกรรม Scent of the Month - หอมทุกเดือน ตอน “จะหอมหรือจะหลอก” ร่วมสัมผัสกลิ่นลึกลับ 8 ขวด ที่รอให้ทุกคนมาลองดมแล้วทาย…บางขวดอาจหอมหวานเหมือนขนมเวทมนตร์ แต่บางขวดก็แอบหลอกให้นึกถึงควันจากหม้อปรุงยาลึกลับ ผู้สนใจสามารถร่วมกิจกรรมได้ตลอดเดือนตุลาคมนี้ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 3553 6100 ติดตามข่าวสารกิจกรรมได้ทาง Facebook : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี Suphanburi National Museum



        กรมศิลปากร สำนักช่างสิบหมู่ โดยศูนย์ศิลปะและการช่างไทย เปิดรับสมัครผู้สนใจเข้าร่วมอบรมโครงการฝึกอาชีพระยะสั้น ด้านงานศิลปกรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จำนวน 2 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรงานเขียนภาพจิตรกรรมไทย เทคนิคสีฝุ่น และหลักสูตรงานแกะสลักโฟม ระยะเวลาการรับสมัคร วันที่ 19 - 21 พฤศจิกายน 2568 กำหนดจัดอบรม ณ สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ผู้สนใจสามารถเลือกสมัครเข้ารับการอบรมได้เพียงท่านละ 1 หลักสูตรเท่านั้น รับผู้สมัครที่มีอายุ 18 - 50 ปี หลักสูตรละ 40 คน โดยรับสมัครผ่านทางระบบออนไลน์         หลักสูตรที่ 1 การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ “งานเขียนภาพจิตรกรรมไทย เทคนิคสีฝุ่น” อบรมระหว่างวันที่ 15 - 19 ธันวาคม 2568 สมัครโดยการ สแกน QR Code หรือ กดลิงก์ https://forms.gle/7NbxCaJ4gYyDyTGC9 เพื่อเข้าระบบสมัคร          หลักสูตรที่ 2 การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ “งานแกะสลักโฟม” อบรมระหว่างวันที่ 22 - 26 ธันวาคม 2568 สมัครโดยการสแกน QR Code หรือ กดลิงก์ https://forms.gle/E6c3XxGcFdGo1zju5 เพื่อเข้าระบบสมัคร          ติดตามการประกาศรายชื่อผู้ผ่านคุณสมบัติเข้าร่วมฝึกอบรมได้ในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 ทางเพจ Facebook : สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร https://www.facebook.com/officeoftraditionalarts ทั้งนี้ ผลการคัดเลือกจากคณะกรรมการถือเป็นสิทธิ์ขาด และเป็นอันสิ้นสุดทุกกรณี  


มณฑปพระพุทธบาท ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของพระมหาธาตุ สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2513 โดยน่าจะตั้งอยู่บนเนินดินที่เคยเป็นเทวาลัยฮินดูโบราณ ส่วนทางตอนเหนือของวัดพระมหาธาตุแห่งนี้  เคยเป็นของวัดอีกแห่งหนึ่งชื่อว่า วัดพระเดิม ซึ่งผนวกเข้ากับวัดพระมหาธาตุในสมัยอยุธยา เนินดินนี้มีความสำคัญอย่างมาก เชื่อกันว่ามีการค้นพบจารึกหินแกรนิตหายากซึ่งถูกเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์ของ  วัด จารึกนี้ได้รับหมายเลข 28 และมีตัวอักษรปัลลวะ 10 ตัว อายุต่างกันไปตามที่นักวิชาการต่าง ๆ ได้ระบุตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 10 – 14 โดยมีการตีพิมพ์ครั้งแรกโดย Étienne Lunet de Lajonquière            ใน พ.ศ. 2455 และต่อมา George Coedès กำหนดอายุจากอักษรตรงกับช่วงพุทธศตวรรษที่ 10 - 11 (อ้างใน Assavavirulhakarn and Skilling 2006 - 2007: 19) แม้ว่าจารึกนี้จะอ่านยาก แต่มีการเห็นพ้องต้องกันว่า คำว่า “-อิศวร” ที่อยู่ตอนท้ายเกี่ยวข้องกับพระศิวะและศาสนาฮินดู โดยซากของเทวาลัยโบราณยังคงมีอยู่และมองเห็นได้ที่เนินดินนี้ อาจมีอายุตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 12 - 14 รวมถึงฐานเสาหินปูนและองค์ประกอบสถาปัตยกรรมทำจากหินแกรนิตซึ่งมีการแกะสลักลวดลายดอกไม้และลูกปัดอย่างประณีต ลักษณะของส่วนประกอบทางสถาปัตยกรรมจากหินนี้ไม่พบในอารามพุทธศาสนา แต่เป็นเรื่องปกติในเทวาลัยฮินดูในคาบสมุทรภาคใต้ของประเทศไทยซึ่งดูเหมือนจะได้รับอิทธิพลจากทางตอนใต้ของอินเดีย โดยใช้วัสดุในท้องถิ่น งานแกะสลักเหล่านี้อาจจะทำโดยช่างฝีมือที่เดินทางมาจากทางตอนใต้ของอินเดียหรือช่างฝีมือในท้องถิ่นที่ได้รับการฝึกฝนจากอินเดีย ในขณะเดียวกัน โยนิ ซึ่งตอนนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเนินดินที่สร้างขึ้นในทางตอนใต้ของวัด อาจย้ายไปจากเนินดินนี้ซึ่งเป็นที่ตั้งอยู่ของมณฑป พระพุทธบาท ชิ้นส่วนสถาปัตยกรรมหินโบราณส่วนใหญ่ถูกรวมเข้าไปอยู่ทางเข้าถ้ำที่สร้างขึ้นใหม่ใต้มณฑปพระพุทธบาทบนยอดเนินดิน แสดงให้เห็นถึงความต่อเนื่องของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์นี้ ไม่ว่าจะเป็นศาสนาใดก็ตาม           มณฑปพระพุทธบาท มีหลังคาแหลมซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของมณฑป ฐานของมณฑปแบ่งออกเป็น 2 ระดับ ได้แก่ ชั้นล่างกว้าง 5.30 เมตร และยาว 8.40 เมตร ขณะที่ชั้นบนกว้าง 4.15 เมตร และยาว 6.30 เมตร พระรัตนธัชมุนี (เมือง) พระครูกาแก้ว (สี) และพระยารณชัยชาญยุทธ (ถนอม บุญยเกตุ) ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นผู้สั่งการให้ก่อสร้างวิหารนี้พร้อมกับรอยพระพุทธบาท           การเข้าไปในมณฑปทำได้โดยใช้บันไดด้านทิศตะวันออกและตะวันตก ด้านตะวันออกมีบันไดโค้งคู่ 35 ขั้น ส่วนด้านตะวันตกมีบันไดตรง 27 ขั้น ฐานของมณฑปเป็นฐานสี่เหลี่ยม แต่ละด้านของผนังชั้นบนมีหน้าต่าง 2 บาน หน้าต่างเหล่านี้ประดับด้วยระเบียงดินเผา และมณฑปมีประตู 4 บาน           บริเวณฐานของมรฑปพระพุทธบาทมีถ้ำจำลอง ซึ่งขุดลงไปในเนินดินและประดับด้วยชิ้นส่วนสถาปัตยกรรมจากเทวาลัยฮินดูโบราณ มีพระพุทธรูปปางมารวิชัยขัดสมาธิราบชื่อ “พระบุญมาก” อยู่ภายในถ้ำ ด้านหน้าถ้ำมีรูปปั้นพระพุทธรูปมารวิชัยสลักจากหินหยกสีขาวรูปแบบศิลปะพม่า           มณฑปนี้สะท้อนแนวคิดการเคารพรอยพระพุทธบาท ซึ่งเป็นประเพณีโบราณที่มีต้นกำเนิดในอินเดียและได้รับความนิยมในศรีลังกาและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการให้เกียรติพระพุทธเจ้าผ่านการสักการะรอยพระพุทธบาทและสัญลักษณ์มงคลโบราณที่ถูกประทับไว้ภายในเป็นการปฏิบัติทางศาสนาที่ลึกซึ้ง การก่อสร้างแบบจำลองของรอยพระพุทธบาทภายในสถานที่นี้ใช้เป็นสถานที่สำหรับการปฏิบัติธรรม และสนับสนุนประเพณีการสักการะรอยพระพุทธบาทซึ่งพบได้ในหลายดินแดนที่นับถือพุทธศาสนา เช่น ภูเขาสุมนกูฏ (ยอดเขาอดัม) ในศรีลังกา รอยพระพุทธบาทเป็น การยืนยันถึงการมีอยู่ของพระพุทธองค์ รวมถึงคติการเสด็จไปยังดินแดนต่าง ๆ ทำให้สถานที่นั้น ๆ มีความน่าเลื่อมใสด้วยการเสด็จมาของพระพุทธองค์ ด้วยเหตุนี้จึงช่วยส่งเสริมทวีความศักดิ์สิทธิ์ของหาดทรายแก้วและวัดพระมหาธาตุ           มณฑปนี้ได้ถูกใช้ประโยชน์หลายประการ นอกจากเป็นสถานที่สำหรับการสักการะพระพุทธเจ้าแล้ว ยังเป็นสถานที่สำหรับการทำบุญและถวายอาหารแด่พระสงฆ์ในช่วงออกพรรษา ซึ่งเรียกว่า ตักบาตรเทโวโรหณะ ประเพณีนี้เป็นการระลึกถึงเหตุการณ์ที่พระพุทธเจ้าเสด็จกลับสู่โลกมนุษย์ โดยประทับรอยพระพุทธบาทไว้บนแผ่นดินหลังจากเสด็จโปรดพระพุทธมารดาของพระองค์ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ มณฑปพระพุทธบาทจึงเป็นการส่งเสริมประเพณีทางศาสนาและการเผยแผ่ศาสนาในคาบสมุทรภาคใต้ของไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด พระสงฆ์ และชาวบ้าน ต่างให้การสนับสนุนประเพณีอย่างมาก จึงทำให้การปฏิบัติเหล่านี้ยังคงดำรงอยู่สืบมาจนถึงปัจจุบัน





black ribbon.