ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 49,945 รายการ
#นิทานอีสปในยุคแรกของไทยเมื่อเห็นประโยค “นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า” คงพอจะเดากันได้ว่า มาจากนิทานอีสปนั่นเอง เมื่อนิทานจบ ก็จะมีข้อคิดแถมท้ายนิทานแต่ละเรื่อง นิทานอีสปเป็นนิทานสั้นๆ เนื้อเรื่องอ่านสนุกมีข้อคิด เป็นวรรณกรรมที่แพร่หลายไปทั่วโลก ในประเทศไทยเองก็ได้มีการนำนิทานอีสปมาแปลเป็นภาษาไทย โดยมีหลักฐานการเผยแพร่นิทานอีสปสู่ประเทศไทยที่ชัดเจน ปรากฏในสมัยรัตนโกสินทร์ ช่วงรัชกาลที่ 3 - รัชกาลที่ 6 ซึ่งถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นให้นิทานอีสปได้รับความนิยมแพร่หลายในประเทศไทยในเวลาต่อมาจนถึงปัจจุบัน สมัยรัชกาลที่ 3-4นิทานอีสป ของ หมอบรัดเลย์ ในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว นายแพทย์แดน บีช บรัดเลย์ มิชชันนารีชาวอเมริกัน ได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตออกหนังสือพิมพ์ในประเทศไทย ชื่อว่า จดหมายเหตุบางกอกรีคอเดอ เผยแพร่ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2387 และพบว่าในหนังสือพิมพ์ ฉบับที่ 7 มีการเรียบเรียงนิทานอีสปลงพิมพ์ จำนวน 2 เรื่อง โดยไม่ได้ระบุว่าเป็นนิทานอีสป แต่ได้ตั้งชื่อว่า คำเปรียบข้อหนึ่ง และ คำเปรียบข้อสอง และมีชื่อเรื่องนิทานภาษาอังกฤษกำกับไว้ หลังจากนั้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 พ.ศ. 2407 นายแพทย์แดน บีช บรัดเลย์ได้กลับมาออกหนังสือพิมพ์บางกอกรีคอเดอร์อีกครั้ง และได้เรียบเรียงนิทานอีสป ลงพิมพ์ด้วย รวมทั้งสิ้น 44 เรื่องสมัยรัชกาลที่ 5อิศปปกรณัม พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและชุมนุมกวี มีการกล่าวถึงการแปลนิทานอีสปในพระราชวิราชวิจารณ์ว่าด้วยนิทานชาดก ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ในปี พ.ศ. 2447 จึงคาดว่า นิทานอีสป หรือ อิศปปกรณัมนี้ คงจะแปลในช่วงก่อนปี พ.ศ. 2447 โดยได้ทรงแปลนิทานอีสปจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทยร่วมกับปราชญ์และกวีในราชสำนักอีกหลายท่าน อาทิ พระยาศรีสุนทรโวหาร พระยาราชสัมภารากร พระเทพกระวี กรมหลวงพิชิตปรีชา กรมหมื่นพิชิตปรีชากร ขุนท่องสื่อ พระทิพยวินัย และขุนภักดีอาษา ซึ่งไม่ทราบว่าทรงแปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษฉบับใด ลักษณะเป็นนิทานร้อยแก้วขนาดสั้น ท้ายนิทานแต่ละเรื่องด้วยจะมีการสรุปเนื้อหาข้อคิดจากนิทาน และประพันธ์โคลงสี่สุภาพ เพื่อเป็นสุภาษิตสอนใจ ในลักษณะ “นิทานเรื่องนี้สอนไว้ให้รู้ว่า” มีจุดมุ่งหมายในการแต่งเพื่อเป็นคติสอนใจและแนวทางแก่ผู้อ่านให้เลือกปฏิบัติตามคำสอนจากนิทานในแต่ละเรื่อง ปัจจุบันต้นฉบับตัวเขียนพระราชนิพนธ์ เรื่อง อีสปปกรณัม เก็บรักษาอยู่ที่กลุ่มหนังสือตัวเขียนและจารึก สำนักหอสมุดแห่งชาติสมัยรัชกาลที่ 6นิทานอีสป ของ ภราดา ฟ. ฮีแลร์ (พ.ศ. 2453)นิทานอีสปสำนวนของเจษฎาจารย์ ฟ. ฮีแลร์ นักบวชชาวฝรั่งเศสหรือที่รู้จักกันในชื่อ ภราดา ฟ.ฮีแลร์ (F. Hilaire) นิทานอีสปสำนวนนี้ จัดพิมพ์แทรกอยู่ในหนังสือดรุณศึกษา ซึ่งเป็นหนังสือแบบเรียนภาษาไทยของโรงเรียนอัสสัมชัญ ภายในเล่มมีการสอนการอ่าน การเขียน หลักเกณฑ์ของภาษา และนิทานต่างๆ เพื่อให้ เด็กได้ฝึกอ่าน รวมทั้งนิทานอีสปด้วยนิทานอีสป ของพระจรัสชวนะพันธ์ หนังสือนิทานอีสปของพระจรัสชวนะพันธ์ หรือ มหาอำมาตย์โท พระยาเมธาธิบดี จัดทำขึ้นโดยได้รับคำแนะนำของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ที่ให้แปลและเรียบเรียงหนังสือนิทานอีสปเป็นภาษาไทย จัดพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ ร.ศ. 131 (พ.ศ. 2456) เป็นหนังสือแบบเรียนสำหรับหัดอ่านของเด็กชั้นมูลศึกษา (เทียบเท่าชั้นประถมศึกษาในปัจจุบัน) พิมพ์ที่โรงพิมพ์อักษรนิติ จำนวนพิมพ์ 30,000 เล่ม ราคาเล่มละ 25 สตางค์ มีนิทานทั้งสิ้น 45 เรื่อง มีคติธรรมสอนใจ “นิทานเรื่องนี้สอนไว้ให้รู้ว่า” อยู่ท้ายนิทานทุกเรื่อง บรรณานุกรมจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ, 2396-2453. อิศปปกรณำ: นิทานอีสป ฉบับสมุดไทย. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 2551.ดาวรัตน์ ชูทรัพย์. อิศปปกรณัม: วรรณกรรมแปลจากตะวันตกยุคแรกของไทย. กรุงเทพฯ: สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร, 2562.เมธาธิบดี, พระยา. แบบเรียนภาษาไทย นิทานอีสป. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 1 กันยายน 2565, จาก http://164.115.27.97/digital/items/show/10202ฮีแลร์, ฟ. ดรุณศึกษา ตอนกลาง. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 1 กันยายน 2565, จากhttp://164.115.27.97/digital/items/show/19645เรียบเรียงโดย นางสาวพิมพา สุธัญญาวัชชัย บรรณารักษ์ชำนาญการ หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่#นิทานอีสป #บรรณารักษ์ชวนรู้สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร
วันที่ 6 มกราคม 2566 หอสมุดแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรี เฉลิมพระเกียรติ ร่วมกับ หน่วยงานในสังกัดสำนักศิลปากรที่ 2 สุพรรณบุรี เฉลิมพระเกียรติ ได้แก่ หอจดหมายเหตุแห่งชาติ สุพรรณบุรี, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชาวนาไทย จัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สนุกอ่าน สนุกคิด” ในโครงการพัฒนาและส่งเสริมหอสมุดแห่งชาติเพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต ณ โรงเรียนวัดตลาดใหม่(อินทประชาสรรค์) ต.ตลาดใหม่ อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง โดยมีจำนวนผู้เข้าร่วม 75 คน
วันที่ 6 มีนาคม 2567 นางอภิญญานุช เผ่าพงษ์คล้าย รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการหอสมุดแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรี เฉลิมพระเกียรติ สำรวจพื้นที่ของศพด.สังกัด อบต.ดอนปรู เพื่อจัดกิจกรรมโครงการนิทาน โดยร่วมหารือกับ นางสาวศากุน ยิ่งเจริญ ผู้อำนวยการกองการศึกษา อบต.ดอนปรู
#องค์ความรู้อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรเมืองชากังราว : ต้นทุนทางวัฒนธรรมของจังหวัดกำแพงเพชร... วัฒนธรรม (Culture) คือสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นทั้งที่เป็นรูปธรรม เช่น โบราณสถาน โบราณวัตถุ เป็นต้น และสิ่งที่เป็นนามธรรม เช่น ประเพณี ศาสนา ความเชื่อ และหมายรวมถึงแบบแผนพฤติกรรมทั้งหมดของสังคมที่สืบทอดกันต่อมานับแต่อดีตผ่านการเรียนรู้ คิดค้น ดัดแปลงจากสิ่งแวดล้อม เป็นเทคโนโลยีแบบแผนประเพณี ศิลปกรรม เป็นต้น .ทุนทางวัฒนธรรม หมายถึง สิ่งดีงามที่มีอยู่เดิมของสังคมที่สั่งสมสืบทอดกันมา โดยอาจเป็นวัฒนธรรมสิ่งที่จับต้องได้ (Tangible) อาทิ วัดวาอาราม โบราณสถาน หรือวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ (Intangible) เช่น ประเพณี ความเชื่อ ..Pierre Bourdieu นักสังคมวิทยาชาวฝรั่งเศส ได้เสนอแนวคิดเรื่องทุนทางวัฒนธรรมว่าจำแนกเป็น ๓ ประเภท คือ .๑. ทุนภายในตัวบุคคล (embodied state) อยู่ในรูปแบบของทุนทางวัฒนธรรมที่ผ่านการสั่งสมในตัวบุคคลมาเป็นเวลานาน และแสดงออกผ่านลักษณะทางกายภาพ พฤติกรรม หรือความรู้สึกนึกคิดผ่านตัวบุคคลนั้น ๆ.๒. ทุนทางรูปธรรม (objectified state) ทุนทางวัฒนธรรมที่อยู่ในรูปแบบวัตถุ โดยวัตถุนั้นสะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญาที่สืบต่อกันมาจากบรรพบุรุษ เช่น รูปภาพ หนังสือ เครื่องดนตรี เป็นต้น.๓. ทุนทางสถาบัน (institutionalized state) ทุนทางวัฒนธรรมที่อยู่ในรูปแบบของสังคม เกิดจากการเชื่อมโยงคุณค่าของบุคคลหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งกับสถาบัน องค์กร หรือสถานที่ซึ่งมีความเกี่ยวข้องโดยตรงในฐานะเป็นแหล่งกำเนิดหรือที่มาอันจะนำไปสู่การรับรองคุณค่าหรือคุณสมบัติที่อยู่ในบุคคลหรือวัตถุนั้น ๆ ..เมืองชากังราว เป็นเมืองโบราณที่ปรากฏชื่อตั้งแต่สมัยสุโขทัยในศิลาจารึกเขาสุมนกูฏ (พ.ศ. ๑๙๑๑) สืบเนื่องมายังหลักฐานที่กล่าวถึงเรื่องราวในสมัยอยุธยา ได้แก่ กฎหมายตราสามดวง (พ.ศ. ๑๘๙๙ รัชกาลพระเจ้าอู่ทอง) พระราชพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์ (พ.ศ. ๒๒๒๓) พระราชพงศาวดารฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) (พ.ศ. ๒๓๓๘) และพระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขา (พ.ศ. ๒๓๙๔ - ๒๔๑๑) ทั้งนี้จากหลักฐานต่าง ๆ ดังกล่าวยังไม่สามารถระบุตำแหน่งที่ตั้งของเมืองชากังราวได้แน่ชัด.พระวินิจฉัยในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เกี่ยวกับเรื่องเมืองชากังราวปรากฏในพระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขาครั้งแรกในการจัดพิมพ์ครั้งที่ ๒ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๗ และทรงพระนิพนธ์อธิบายเพิ่มเติมในพระราชนิพนธ์เที่ยวเมืองพระร่วงของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ฉบับพิมพ์ครั้งที่ ๒ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๑ ว่าเมืองชากังราวเป็นเมืองเดิมของเมืองนครชุมซึ่งตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของแม่น้ำปิง ใต้ปากคลองสวนหมาก จังหวัดกำแพงเพชร และเป็นความเชื่อที่แพร่หลายในเวลาต่อมา ดังตัวอย่างความตอนหนึ่งในพระราชนิพนธ์เที่ยวเมืองพระร่วง.“...เรื่องเมืองกำแพงเพชรเก่าใหม่ตรวจในสมัยต่อมาได้ความดังนี้ ที่เรียกว่าเมือง “นครปุ” นั้น ที่ถูกคือเมือง “นครชุม”...เมืองนี้ เมืองเดิมที่เรียกในหนังสือพระราชพงศาวดารว่า เมืองชากังราว ตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกใต้ปากคลองสวนหมาก เมืองกำแพงเพชรที่ริมน้ำทางฝั่งตะวันออกเป็นเมืองสร้างทีหลัง...”.นอกจากนี้ยังมีนักวิชาการที่สันนิษฐานคล้ายคลึงกันว่าเมืองชากังราวคือเมืองเดิมของเมืองกำแพงเพชร หรือตั้งอยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร เช่น ศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร (บทความเรื่อง หลักการสอบค้นเมืองในสมัยสุโขทัย ในหนังสือ ผลงานค้นคว้าประวัติศาสตร์ไทย และ เรื่องของเกลือ (ไม่) เค็ม) รองศาสตราจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม (บทความเรื่อง เมืองกำแพงเพชร ในรายงานการสัมนาประวัติศาสตร์เมืองกำแพงเพชร) และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธิดา สาระยา (บทความเรื่อง กำแพงเพชร - รัฐอิสระ ในรายงานการสัมนาประวัติศาสตร์เมืองกำแพงเพชร) ..จากความเชื่อที่แพร่หลายและความภาคภูมิใจว่าเมืองชากังราวคือเมืองโบราณที่ตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชรนั้น ทำให้ประชาชนในจังหวัดกำแพงเพชรนำทุนทางวัฒนธรรมนี้มาเพิ่มมูลค่าแก่ผลิตภัณฑ์เพื่อการบริการในท้องถิ่น สอดคล้องกับแนวคิดของ Pierre Bourdieu ในการนำทุนทางวัฒนธรรมประเภทที่สามทุนทางสถาบัน (institutionalized state) มาประยุกต์ใช้ โดยการตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ของตนให้ตามชื่อเมืองเดิมในอดีตอันเป็นรากฐานวัฒนธรรมที่สืบต่อมายังปัจจุบัน แสดงให้เห็นถึงความภาคภูมิใจในถิ่นกำเนิด และความเป็นเอกลักษณ์ของชื่อที่บ่งบอกถึงจังหวัดกำแพงเพชร อาทิเช่น บะหมี่ชากังราว (ประมาณ ๘๐ ปีมาแล้ว ) เฉาก๊วยชากังราว (พ.ศ. ๒๕๔๔ ) สถานประกอบการ เช่น โรงแรมชากังราวริเวอร์วิว (พ.ศ. ๒๕๒๐ ) รวมถึงการประชาสัมพันธ์กิจกรรมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดกำแพงเพชร เช่น การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ภาค ๕ ครั้งที่ ๔๐ “ชากังราวเกมส์” ระหว่างวันที่ ๑๙ - ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๔ เป็นต้น...เอกสารอ้างอิงกรมศิลปากร. (๒๕๕๐). ศัพทานุกรมโบราณคดี. สำนักโบราณคดี กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม. กรมส่งเสริมวัฒนธรรม. (๒๕๕๗). ประกาศกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เรื่อง การให้ทุนอุดหนุนการวิจัยทางวัฒนธรรม ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๘ ประเภททุนทั่วไป. ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๗.ดำรงราชานุภาพ, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยา. (๒๔๕๗). พระราชพงศาวดาร ฉบับพระราชหัตถเลขา กับคำอธิบายของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพฯ เล่ม ๑ (พิมพ์ครั้งที่ ๒). หอสมุดวชิรญาณ.ธิดา สาระยา. (๒๕๒๘). กำแพงเพชร - รัฐอิสระ. ใน รายงานการสัมนาประวัติศาสตร์เมืองกำแพงเพชร. (หน้า ๓๐๘-๓๑๗). วิทยาลัยครูกำแพงเพชร.ประเสริฐ ณ นคร. (๒๕๑๔). หลักการสอบค้นเมืองในสมัยสุโขทัย. ใน ผลงานค้นคว้าประวัติศาสตร์ไทย และ เรื่องของเกลือ (ไม่) เค็ม. (หน้า ๔๔-๔๗). โรงพิมพ์อักษรสมัย.มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ. (๒๕๑๙). เที่ยวเมืองพระร่วง (พิมพ์ครั้งที่ ๘). มูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย ในพระราชูปถัมภ์.ศรีศักร วัลลิโภดม. (๒๕๒๘). เมืองกำแพงเพชร. ใน รายงานการสัมนาประวัติศาสตร์เมืองกำแพงเพชร. (หน้า ๒๐๙-๒๑๕). วิทยาลัยครูกำแพงเพชร.เอกราช จันทร์กลับ. (๒๕๖๓). แนวทางการบริหารจัดการทุนทางวัฒนธรรมเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ : กรณีศึกษาสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช. [วิทยานิพนธ์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย].Bourdieu, Pierre. (1986). The Forms of Capital. in Handbook of Theory and Research for the Sociology of Education (P 241-258). Greenwood.
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ร่วมกับ คุณกรกมล และคุณพิริยะ วัชจิตพันธ์ ขอเชิญชมนิทรรศการ “200 YEARS JOURNEY THROUGH THAI MODERN ART HISTORY” นำผลงานศิลปะสะสมระดับประเทศที่ทรงคุณค่าและหาชมได้ยากกว่า 100 ชิ้น มาจัดแสดงบนพื้นที่อาคารนิทรรศการถาวร เริ่มจากผลงานของศิลปินไทยรุ่นบุกเบิกตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 จนถึงศิลปินรุ่นใหม่ อาทิ Alex Face Suntur Gongkan Molly (Crybaby) และ Mr. Kreme รวมถึงผลงานที่เป็นไฮไลท์ของศิลปินระดับบิ๊กเนม เช่น ถวัลย์ ดัชนี จักรพันธุ์ โปษยกฤต และมณเฑียร บุญมา ที่ร้อยเรียงเรื่องราวของประวัติศาสตร์ศิลปะไทยในช่วง 200 ปี ผ่านผลงานศิลปะสมัยใหม่และร่วมสมัยของไทย โดยมีพิธีเปิดงานนิทรรศการเมื่อวันเสาร์ที่ 13 กรกฎาคม 2567 ได้รับเกียรติจากคุณนิตยา กนกมงคล ผู้อำนวยการสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร เป็นประธานในพิธี
ผู้สนใจสามารถไปชมนิทรรศการนี้ได้ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2567 เปิดวันพุธ - วันอาทิตย์ เวลา 09.00 - 16.00 น. (ปิดวันจันทร์ วันอังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์) อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย 30 บาท ชาวต่างชาติ 200 บาท นักเรียน นักศึกษา และผู้มีอายุ 60 ปี ขึ้นไป เข้าชมฟรี สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2282 0637
โรงเรียนเบญจมราชูทิศ ปัตตานี จ.ปัตตานี (เวลา 15.00 น.) จำนวน 90 คน
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม ขอเชิญร่วมกิจกรรม Night at The Palace เริ่มเดินเล่นชมวังยามค่ำคืน ทุกศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ได้ตั้งแต่ 25 ตุลาคม 2567 เป็นต้นไป และเตรียมพบกับกิจกรรมอีกมากมายในงาน “4 วัด 1 วัง เมื่อครั้งต้นกรุงฯ” ณ วัดไชยวัฒนาราม วัดราชบูรณะ วัดมหาธาตุ วัดพระราม และพระราชวังจันทรเกษม ระหว่างวันที่ 9 - 17 พฤศจิกายน 2567
กิจกรรมพิเศษในงาน 4 วัด 1 วัง เมื่อครั้งต้นกรุง ในส่วนของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม ระหว่างวันที่ 9 - 17 พฤศจิกายน 2567 มีดังนี้
- กิจกรรม Night at The Palace ย้อนเวลาชมวัง 4 ศตวรรษ พระราชวังจันทรเกษม
- กิจกรรม “ชาววัง พาชม” นำชมพระราชวังจันทรเกษมรอบพิเศษ ทุกวันเสาร์ เวลา 18.30 น.
- กิจกรรม “ชาววัง ชวนขึ้นหอ” ชมทิวทัศน์อยุธยา บนหอสังเกตการณ์ยุคแรกของสยาม
- กิจกรรม “สายมู ยูต้องมา” สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำวัง
- กิจกรรม “ย้อนเวลาชมวัง” เชิญชวนแต่งชุดไทยเข้าชมพระราชวัง
ทั้งนี้ กิจกรรม Night at The Palace ย้อนเวลาชมวัง 4 ศตวรรษ พระราชวังจันทรเกษม เปิดให้เข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (เฉพาะภายนอกอาคาร) ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ ตั้งแต่ 25 ตุลาคม 2567 เป็นต้นไป ตั้งแต่เวลา 16.30 - 21.00 น. ค่าธรรมเนียมเข้าชม ชาวไทย 20 บาท ชาวต่างชาติ 100 บาท ผู้พิการและชาวไทยที่มีอายุมากกว่า 60 ปี เข้าชมฟรี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 3525 1586 ติดตามข่าวสารกิจกรรมเพิ่มเติม ได้ทาง Facebook พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม:Chantharakasem National Museum
กรมศิลปากร กำหนดถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี ๒๕๖๗ ณ วัดมงคลนิมิตร ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ในวันเสาร์ที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ เวลา ๑๐.๐๐ น.
ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐิน ตามที่กรมศิลปากรขอพระราชทานไปทอดถวายยังที่ชุมนุมสงฆ์ ณ วัดมงคลนิมิตร ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ในวันเสาร์ที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ เวลา ๑๐.๐๐ น. โดยจะมีพิธีสมโภชผ้าพระกฐินพระราชทาน ในวันศุกร์ที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ เวลา ๑๘.๐๐ น. และการแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ตอน ขับพิเภก - พิเภกสวามิภักดิ์ - ถอนต้นรัง - ยกรบ ในเวลา ๑๙.๐๐ น. เพื่อให้ประชาชนได้ชื่นชมการแสดงศิลปวัฒนธรรม ซึ่งเป็นนาฏศิลป์ชั้นสูงอย่างหนึ่งของไทย
วัดมงคลนิมิตร ได้รับพระราชทานยกขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๖ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่เลขที่ ๓ ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต วัดมงคลนิมิตรเป็นวัดโบราณสร้างขึ้นในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ประมาณ พ.ศ. ๒๓๘๖ - ๒๓๙๒ มีพระภูเก็ต (แก้ว) ผู้ว่าราชการเมืองภูเก็ตเป็นผู้สร้าง โดยสร้างขึ้นเป็นวัดแรกพร้อมกับการสร้างเมืองภูเก็ต ปรากฏหลักฐานในใบบอกของพระยาภูเก็ตโลหเกษตรารักษ์ (ลำดวน) ผู้ว่าราชการเมืองภูเก็ต เมื่อวันที่ ๑๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๒๔
กรมศิลปากรขอเชิญชวนประชาชนในจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดใกล้เคียงชมการแสดงโขน สมโภชองค์พระกฐินพระราชทาน และร่วมพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ณ วัดมงคลนนิมิตร จังหวัดภูเก็ต ทั้งนี้ ผู้มีจิตศรัทธาร่วมทำบุญโดยเสด็จพระราชกุศลในการถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน กรมศิลปากรจะรวบรวมนำเข้าสมทบถวายบำรุงวัดมงคลนิมิตรต่อไป
สภาพธรรมที่เป็นฝักฝ่ายแห่งการตรัสรู้ 37 ประการ หมายถึง การอบรมวิปัสสนาภาวนา เริ่มตั้งแต่ สติปัฏฐาน 4 สัมมัปปธาน 4 อิทธิบาท 4 อินทรีย์ 5 พละ 5 โพชฌงค์ 7 มรรคมีองค์ 8
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ. 74/1หมวดหมู่ พุทธศาสนาประเภทวัสดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ 42 หน้า : กว้าง 4.5 ซม. ยาว 56 ซม.บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับล่องชาด ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก จ.พระนครศรีอยุธยา