ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 50,334 รายการ
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ. 122/1
หมวดหมู่ พุทธศาสนาประเภทวัสดุมีเดีย คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ 24 หน้า กว้าง 5 ซม. ยาว 57 ซม.
บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับทองทึบ ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก จ.พระนครศรีอยุธยา
ชื่อเรื่อง มหานิปาตวณฺณนา (เวสฺสนฺตรชาตก)ชาตกฏฺฐกถา ขุทฺทกนิกายฏฐกถา (ทสพร-นครกัณฑ์)สพ.บ. 3/2ประเภทวัสดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 48 หน้า : กว้าง 4.5 ซม. ยาว 56 ซม.หัวเรื่อง หิมพานต์ภาษา บาลี/ไทยอีสานบทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน เส้นจาร ฉบับล่องชาด ไม่มีไม้ประกับ ได้รับมอบมาจากนางสุดา วงษ์พันธุ์
เลขทะเบียน : นพ.บ.699/ก/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 52 หน้า ; 4 x 53 ซ.ม. : ทองทึบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 221 (243-256) ผูก ก1 (2568)หัวเรื่อง : มหานิปาตวณฺณนา--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
เลขทะเบียน : นพ.บ.772/2ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 48 หน้า ; 4.5 x 55 ซ.ม. : ทองทึบ-ลานดิบ-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 238 (417-423) ผูก 2 (2568)หัวเรื่อง : มหานิปาต--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
พี่บรรณนี่ขอชวนผู้อ่านไปค้นพบเรื่องราวความรู้ที่น่าสนใจจากหนังสือดีที่มีให้บริการในหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี วันนี้ขอนำเสนอเรื่อง “งอบเมืองตราด”
“งอบเมืองตราด” รูปทรงดั้งเดิมมีลักษณะด้านหน้าเป็นรูปรีแหลม คล้ายสามเหลี่ยม และมีปีกยื่นยาวไปทางด้านหลัง ลักษณะรูปทรงของงอบแบบนี้เป็นงอบแบบโบราณ เหมาะกับการใช้สวมใส่เพื่อกันฝนและกันลม โดยความลาดเอียงของงอบชนิดนี้จะทำให้น้ำฝนไหลลงสะดวกและไม่ต้านลม ส่วนของปีกหางที่ยื่นไปด้านหลังยังช่วยป้องกันไม่ให้น้ำฝนเปียกหลัง จึงเหมาะสำหรับเกษตรกรหรือชาวนาสวมใส่ในขณะทำนา งอบรูปทรงนี้เป็นงอบรูปทรงดั้งเดิมของงอบเมืองตราดซึ่งหาดูได้ยากแล้วในปัจจุบัน ส่วนอีกแบบหนึ่งที่ใช้ใบจากเย็บเป็นหมวกสำหรับคลุมกันแดดกันฝน คนเมืองตราดเรียกกันว่า “หมวกใบจาก” ซึ่งคนทั่วไปเรียกกันติดปากว่า “งอบน้ำเชี่ยว” เป็นสินค้าที่สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดตราด มีแหล่งผลิตและจำหน่ายอยู่ที่บ้านน้ำเชี่ยว อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด งอบแบบโบราณที่เกษตรกรใช้บังแดดในการทำนา ไม่ใช่งอบที่ใช้คลุมศีรษะแบบหมวก
ปัจจุบันได้มีการพัฒนารูปทรงของงอบเมืองตราดให้มีความหลากหลาย เพื่อความต้องการของผู้สวมใส่ที่สามารถเลือกซื้อตามความชอบและความเหมาะสมต่อการใช้งาน มีด้วยกัน 5 รูปทรง ได้แก่ งอบรูปทรงกระทะคว่ำ
1. รูปทรงกระทะคว่ำ เป็นหมวกใบจากอเนกประสงค์ นอกจากใช้คลุมกันแดดฝนแล้ว ยังสามารถใช้เป็นภาชนะใส่ของ และสามารถลอยน้ำได้ จึงเป็นที่นิยมในการใช้งานของชาวประมง งอบรูปทรงกระดองเต่า
2. รูปทรงกระดองเต่า มีรูปทรงปีกเว้าคุ่มคล้ายกระดองเต่า เหมาะสำหรับเกษตรกร ชาวนา เนื่องจากส่วนเว้าของหมวกด้านหน้านั้นทำให้มองเห็นได้สะดวก ส่วนเว้าด้านหลังช่วยให้ไม่เกะกะในขณะก้มเงยตอนดำนา ฝนตกลงมาน้ำฝนก็จะไหลรวมหยดตกออกทางปีกด้านข้าง งอบรูปทรงยอดแหลม
3. รูปทรงยอดแหลม มีรูปทรงลักษณะทรงกรวยแหลมปากกว้าง เหมาะกับชาวสวนชาวไร่ เพราะรูปทรงที่แหลมรีนั้น สามารถกันและระบายความร้อนได้ดี ส่วนด้านข้างมีความกว้างพอประมาณ ทำให้สะดวกในการเคลื่อนไหว และช่วยป้องกันกิ่งไม้เกี่ยวรั้งในขณะทำงาน งอบรูปทรงสมเด็จ
4. รูปทรงสมเด็จ มีรูปทรงสวยงาม ออกแบบโดยกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านน้ำเชี่ยว เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินตรวจเยี่ยมราษฎรที่จังหวัดตราด เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2524 และพระองค์ทรงพระราชทานชื่อหมวกใบจากรูปทรงนี้ว่า “ทรงสมเด็จ” งอบรูปทรงกะโหลก
5. รูปทรงกะโหลก มีรูปทรงกลมขนาดเท่าศีรษะ มีกระบังยื่นมาด้านหน้าประมาณหนึ่งฝ่ามือ ลักษณะคล้ายกับหมวกภาคสนามของทหาร เหมาะกับการสวมใส่ขณะเดินทาง ทำงานก่อสร้าง หรือขับขี่ยานพาหนะ เพราะหมวกมีความกระชับพอดีกับศีรษะ ไม่เกะกะและต้านลม
งอบเมืองตราดหรืองอบน้ำเชี่ยวนับเป็นมรดกภูมิปัญญาที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของตราด ผู้อ่านที่สนใจเรื่องราวของงอบเมืองตราด สามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากหนังสือ “ปกิณกศิลปวัฒนธรรม เล่มที่ 19 จังหวัดตราด” ซึ่งกรมศิลปากรได้จัดพิมพ์เป็นที่ระลึกเนื่องในงานกฐินพระราชทาน ณ วัดโยธานิมิต จังหวัดตราด เมื่อ พ.ศ. 2556 โดยหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี ให้บริการที่ห้องศิลปากรและหนังสือหายาก หรืออ่านในรูปแบบออนไลน์ได้ที่ https://www.finearts.go.th/main/view/19236
ข้อมูลอ้างอิงและภาพประกอบ
กรมศิลปากร. ปกิณกศิลปวัฒนธรรม เล่ม 19 จังหวัดตราด. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, 2556.งอบ มิใช่หมวก หมวกใบจากเมืองตราด. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 5 สิงหาคม 2568, จาก https://www.museumthailand.com/th/782/storytelling/งอบ-มิใช่หมวก/
วัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญา จังหวัดตราด. กรุงเทพฯ: กระทรวงมหาดไทย, กรมศิลปากร, 2542.
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ ให้บริการรถพิพิธภัณฑ์สัญจร เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้เคลื่อนที่ทางด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี และศิลปวัฒนธรรม ตามสถานศึกษา หน่วยงาน และชุมชน ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียง เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้และสร้างคุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรมแก่ประชาชนตามภารกิจของกรมศิลปากร โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น
สถานศึกษา หน่วยงาน หรือชุมชนใดที่สนใจสามารถติดต่อได้ทางเฟซบุ๊ก เพจ: Chiang Mai National Museum พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ https://www.facebook.com/chiangmainationalmuseum หรือ โทร. ๐ ๕๓๒๒ ๑๓๐๘, ๐ ๕๓๒๑ ๗๖๖๕ (ในวันและเวลาราชการ) ทั้งนี้ เนื่องจากรถพิพิธภัณฑ์มีขนาดใหญ่ จึงไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ดอยสูงชัน และทางคับแคบได้ จึงขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี ขอเชิญชวนทุกท่านมาทำความรู้จักกับโบราณวัตถุและเรื่องราวสำคัญที่ภัณฑารักษ์คัดเลือกมาเป็นพิเศษ ผ่านกิจกรรม “ภัณฑารักษ์ชวนชม (Curators’ Choice)” ผู้ชมสามารถสแกน QR Code เพื่อรับฟังคำอธิบายเพิ่มเติมผ่านรายการ Museum Zoom In แล้วคุณอาจค้นพบว่า วัตถุชิ้นเดิมที่เคยเดินผ่านนั้น มีเรื่องราวมากกว่าที่คิด มาร่วมค้นพบเรื่องเล่าจากวัตถุไปพร้อมกัน ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 3553 6100 Facebook พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี Suphanburi National Museum
ผู้แต่ง : นุสรา เตียงเกตุปีที่พิมพ์ : 2559 สถานที่พิมพ์ : เชียงใหม่ สำนักพิมพ์ : สยามพิมพ์นานา หนังสือเล่มนี้ผู้เขียนได้นำเสนอเรื่องราวและรูปภาพลายจก โหล่งลี้ โดยการสนับสนุนขององค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูนและเทศบาลตำบลลี้ โดยมีวัตถุประสงค์หลักที่จะเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญของชุมชน โหล่งลี้ ที่มีมาแต่อดีตกาล เพื่อเพิ่มพูนความรู้และสร้างความภูมิใจว่า ผ้าจก เป็นส่วนหนึ่งของมรดกทางวัฒนธรรมของชาว โหล่งลี้ ทั้งยังเป็นมรดกภูมิปัญญาซึ่งเคยมีการถ่ายทอดจากคนรุ่นหนึ่งไปยังอีกคนรุ่นนี้ เพื่อตอบสนองต่อวิถีชีวิตของตน เป็นปฏิสัมพันธ์ของคนในชุมชนที่มีต่อธรรมชาติและประวัติศาสตร์
สารคดีเชิงข่าว “วังหน้าแห่งกรุงรัตนโกสินทร์” ตอนที่ ๑ กรมศิลปากรบูรณะวังหน้า ออกอากาศช่วงข่าวภาคค่ำ ทางสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ เมื่อวันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๕๘
กรมศิลปากรทุ่มงบกว่า 133 ล้านบาท เพื่ออนุรักษ์และพัฒนาพระราชวังบวรสถานมงคล หรือวังหน้า ให้คนรุ่นใหม่ตระหนักถึงความสำคัญแห่งภูมิหลังทางประวัติศาสตร์
ที่มา :
ระหว่างวันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๕๘ รวมจำนวน ๕ ตอนๆ ละ ๓ นาที
เว็ปไซต์หอสมุดแห่งชาติ เฉลิมพระเกียรติหอสมุดแห่งชาติ นครพนม: www.finearts.go.th/nakhonphanomlibrary
เมื่อปีพุทธศักราช 2533 พลเอกมานะ รัตนโกเศศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนมและดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในสมัยนั้นให้การสนับสนุนที่จะจัดตั้งหอสมุดแห่งชาติสาขาขึ้นที่จังหวัดนครพนมเพื่อให้เป็นศูนย์รวมแห่งการเรียนรู้ที่จะเอื้อประโยชน์ในการศึกษาค้นคว้าแก่นักเรียน นักศึกษา และประชาชนในจังหวัดนครพนม และจังหวัดใกล้เคียงโดยการเข้าร่วมกิจกรรมหนึ่งในโครงการที่รัฐบาลจัดขึ้นน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นราชสักการะเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในมหามงคลเฉลิมพระชนม พรรษา 5 รอบ (12 สิงหาคม 2535) และได้รับพระราชทาน พระบรมราชานุญาตให้ใช้ชื่อว่า “หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ิ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม” เนื่องจากไม่มีงบประมาณในการก่อสร้างอาคารใหม่ และอาคารศาลากลาง จังหวัดนครพนมหลังเก่าถูกทิ้งไว้ โดยไม่ได้ใช้ประโยชน์มาช้านาน รัฐมนตรี ว่าการกระทรงศึกษาธิการและจังหวัดนครพนมจึงเห็นสมควร ให้ดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมเพื่อใช้เป็นอาคารหอสมุดแห่งชาติฯ และเปิดให้บริการเมื่อพุทธศักราช 2537 เป็นต้นมา งบประมาณในการซ่อมแซมอาคารในระยะแรกเป็นงบประมาณจาก โครงการอีสานเขียวจำนวน 7,973,000 บาท โดยผูกพันงบประมาณไว้ 2 ปี ดังนี้
พ.ศ. 2534 ค่าปรับปรุงอาคาร 3,000,000 บาท
พ.ศ. 2535 ค่าปรับปรุงอาคาร 4,250,000 บาท
ค่าติดตั้งและเดินสายไฟ 723,000 บาท
พ.ศ. 2536 ได้รับงบประมาณ 1,936,000 บาท เป็นค่าก่อสร้างโรงอาหารและห้องสุขาบริเวณด้านหลังอาคารหอสมุด ซึ่งเป็นการก่อสร้างทดแทนโรงอาหารเดิมที่เป็นอาคารไม้ และชำรุดทรุดโทรม ประกอบกับตัวอาคารหอสมุดฯ ไม่มีห้องสุขา จึงจำเป็นต้องจัดสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้ไว้ด้วย
พ.ศ. 2537 ได้รับอนุมัติให้เกลี่ยอัตรากำลังจากหอสมุดแห่งชาติสาขาอื่นรวม 6 ตำแหน่ง ไปปฏิบัติหน้าที่หอสมุดฯ นครพนม และเริ่มเปิดบริการได้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2537 เป็นต้นไป
พ.ศ. 2538 ฯพณฯ พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในขณะนั้นได้มา เยี่ยมชมหอสมุดฯนครพนม และบริจาคเงินจำนวน 5,000,000 บาท เพื่อจัดซื้อครุภัณฑ์และโสตทัศนูปกรณ์
พ.ศ. 2549 ได้รับงบประมาณในการซ่อมหลังคาอาคารหอสมุด
จำนวน 2,400,000 บาท ผู้รับจ้าง ประมูลได้ 2,380,000 บาท
พ.ศ. 2550 ได้รับงบประมาณในการปรับปรุงอาคารทั้งหลัง 7,000,000 บาท ผู้รับจ้างประมูลได้ 4,999,000 บาท
** พ.ศ. 2540 อาคารหอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
พระบรมราชินีนาถ นครพนม ได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมาธิการ
อนุรักษ์ศิลปะสถาปัตยกรรมให้เป็นอาคารอนุรักษ์ดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2540 **
บทบาทหน้าที่
ดำเนินการสำรวจ รวบรวมจัดหา จัดเก็บทรัพยากรสารนิเทศ วิเคราะห์หมวดหมู่ จัดทำรายการจัดทำฐานข้อมูล จัดการข้อมูลท้องถิ่น/ เอกสารโบราณ อนุรักษ์และสงวนรักษาทรัพยากรสารนิเทศ
ศึกษาค้นคว้า วิจัยงานวิชาการ ด้านบรรณารักษศาสตร์และสารนิเทศศาสตร์ หนังสือ อักษร และเอกสารโบราณในเขตพื้นที่และรวบรวมองค์ความรู้ต่าง ๆ
ดำเนินการให้บริการการอ่าน ศึกษาค้นคว้าและสนับสนุนการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน แก่เด็ก นักเรียน นักศึกษา นักวิชาการและประชาชนทั่วไป และสำรวจวัดความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ
ให้คำปรึกษา แนะนำ ฝึกอบรมงานวิชาการวิชาการ ด้านบรรณารักษศาสตร์และสารนิเทศศาสตร์
วางแผนพัฒนาหอสมุดแห่งชาติในเขตพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพและได้มาตรฐานสากล
ประสานงานกับสำนักหอสมุดแห่งชาติส่วนกลางในการเผยแพร่ และกำหนดเลขมาตรฐานสากลประจำหนังสือ (ISBN) และเลขมาตรฐานสากลประจำวารสาร (ISSN)
พระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๔