ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 51,285 รายการ
โครงการแบ่งปันความรู้สู่ความเข้าใจในโอกาส 100 ปีกรมศิลปากร
วันศุกร์ที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๕๔
ณ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ นครพนม
พิธีเปิดเริ่มขึ้นเมื่อเวลา ๑๖.๐๐ น. โดยมีนายเอนก สีหามาตย์ รองอธิบดีกรมศิลปากรในฐานะตัวแทนอธิบดีกรมศิลปากรให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน
และนางพัชนี จันทรสาขา ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๑๐ ร้อยเอ็ด เป็นผู้กล่าวรายงาน
ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมต่างๆ มากมายอาทิเช่น การแสดงผลงาน องค์ความรู้ด้านต่างๆ จากหน่วยงานในกรมศิลปากร การแสดงโขน
จากสำนักการสังคีตกรมศิลปากร และการแสดงพื้นบ้าน จากศิลปินพื้นบ้านจังหวัดนครพนม
โครงการแบ่งปันความรู้สู่ความเข้าใจในโอกาส 100 ปีกรมศิลปากร
วันศุกร์ที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๕๔
ณ อาคารโบราณสถานโรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช อุบลราชธานี
พิธีเปิดเริ่มขึ้นเมื่อเวลา ๑๐.๐๐ น. โดยมีนางโสมสุดา ลียะวณิช อธิบดีกรมศิลปากรให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานและนายขจร มุกมีค่า
ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๑๑ อุบลราชธานี เป็นผู้กล่าวรายงาน
ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมต่างๆ มากมายอาทิเช่น การแสดงผลงาน องค์ความรู้ด้านต่างๆ จากหน่วยงานในสังกัดกรมศิลปากร
การแสดงโขนจากสำนักการสังคีตกรมศิลปากร และการแสดงพื้นบ้าน จากศิลปินพื้นบ้านอุบลราชธานี
โดยงานดังกล่าวได้รับความสนใจจากนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปเป็นจำนวนมาก
หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ อุบลราชธานี โดยคุณชำนาญ ภูมลี หัวหน้าหอจดหมายเหตุแห่งชาติ อุบลราชธานี
ได้บรรยายเกี่ยวกับการทำลายหนังสือราชการให้กับหน่วยงานราชการในจังหวัดนครราชสีมา ณ ห้องประชุมหอสมุดแห่งชาติ
เฉลิมพระเกียรติร.9 นครราชสีมา เมื่อวันศุกร์ที่ 17 มิถุนายน 2554 โดยมีหน่วยงานราชการให้ความสนใจเข้าฟังเป็นจำนวนมาก
เมื่อวันที่ 4 ก.ค. 2554 เวลา 19.00 น. นายสุรพล สายพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานเปิดงาน
แห่เทียนพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี ประจำปี 2554 ในชื่องานว่า "ฮุ่งเฮืองเมืองธรรม งามล้ำเทียนพรรษา ภูมิปัญญาชาวอุบล"
และ "งานแสดงประติมากรรมเทียนนานาชาติ ครั้งที่ 6" อันเป็นการส่งสัญญาณว่างานแห่เทียนพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี
ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
โดยงานนี้นายขจร มุกมีค่า ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 11 อุบลราชธานี ในฐานะรักษาการหัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
อุบลราชธานี เข้ารับของที่ระลึกจากประธานในพิธี ด้วยให้การสนับสนุนสถานที่จัดงานแสดงประติมากรรมเทียนนานาชาติ ครั้งที่ 6
ซึ่งงานดังกล่าวจัดแสดงภายในบริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี
หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ อุบลราชธานี เข้าร่วมจัดนิทรรศการในงานสัปดาห์หนังสือและการเรียนรู้อุบลราชธานี ครั้งที่ 3
ณ สุนีย์ทาวเวอร์ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี โดยได้นำเสนอนิทรรศการ "จดหมายเหตุเล่าเรื่อง..อุบลราชธานี" ซึ่งได้คัดลอกเอกสารที่สำคัญ
และมีคุณค่าเกี่ยวกับจังหวัดอุบลราชธานี นำมาจัดแสดงให้ผู้เข้าร่วมชมงานได้รับชมและได้รับความรู้ เช่น คำสั่งแต่งตั้งเจ้าเมืองอุบลราชธานี
คนแรก ภาพเก่าเมืองอุบลราชธานี หนังสือจดทะเบียนนามสกุล เป็นต้น
โดยนิทรรศการดังกล่าวได้รับความสนใจเป็นอย่างดีจากนายสุรพล สายพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี และคุณสุนีย์ ตริยางกูรศรี
ประธานกรรมการ บริษัท สินทรัพย์ ก้าวหน้า คอร์เปอเรชั่น จำกัด
ด้วยเทศบาลนครอุบลราชธานี ฝ่ายส่งเสริมการท่องเที่ยว ได้จัดทำโครงการอบรมเยาวชน
"ฮักบ้าน แพงเมือง สืบสานหม่องเที่ยว" เพื่อให้เยาวชนได้มีความรู้ความเข้าใจในประวัติศาสตร์
ความเป็นมา สถานที่ท่องเที่ยวและการอนุรักษ์แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดอุบลราชธานี
นิทรรศการ เรื่อง นครไตรตรึงษ์ เมืองโบราณยุคแรกเริ่มในจังหวัดกำแพงเพชร
เข้าชมข้อมูลนิทรรศการเบื้องต้นได้ทีนี่ http://www.finearts.go.th/node/8787
นิทรรศการ เรื่อง นครไตรตรึงษ์ เมืองโบราณยุคแรกเริ่มในจังหวัดกำแพงเพชร
เข้าชมข้อมูลนิทรรศการเบื้องต้นได้ทีนี่ http://www.finearts.go.th/node/8787
กรมศิลปากรจัดสร้างพระคเณศ รุ่น ๑๐๐ ปี กรมศิลปากร
กรมศิลปากรจัดสร้างพระคเณศ (สี่กร ขนาดบูชา)แบบประทับนั่งและประทับยืน รุ่น ๑๐๐ ปี กรมศิลปากร ผู้สนใจสามารถสั่งจองบูชาได้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๖ พระคเณศเป็นที่รู้จักกันว่าเป็น “เทพเจ้าแห่งศิลปะวิทยาการ” ทรงพระราชนิพนธ์บทละครหลายเรื่องเกี่ยวกับเทพเจ้าฮินดู ซึ่งมีเรื่องของพระคเณศรวมอยู่ด้วยเช่นกัน ซึ่งในบทละครแต่ละเรื่องนั้นจะมีบทที่เริ่มต้นด้วย การบูชาพระคเณศ ก่อนอยู่เสมอ ในปีพุทธศักราช ๒๔๕๘ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชลัญจกรขึ้นใหม่องค์หนึ่งเป็นลายรูปพระคเณศต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ “วรรณคดีสโมสร” ใช้ลายพระราชลัญจกรองค์นี้ และปีพุทธศักราช ๒๔๘๐ ทรงพระราชทานพระบรมราชานุญาตแบบองค์นั่งและแบบองค์ยืนให้ใช้พระคเณศเป็นดวงตราประจำกรมศิลปากร ดวงพระราชลัญจกรเป็นรูปกลม ศูนย์กลางกว้าง ๓ นิ้ว ๓ อนุกระเบียด (๗ เซนติเมตร) ลายเป็นรูปพระคเณศสี่กร ลายพื้นเป็นลายกระหนกลักษณะคล้ายเมฆประหนึ่งเป็นที่ประทับของพระคเณศ ทรงนาคยัชโยปวีต (สวมสังวาลนาค) พระหัตถ์ขวาเบื้องบนถือวัชระเบื้องล่างถืองาหัก พระหัตถ์ซ้ายเบื้องบน ถือบ่วงบาศเบื้องล่างถือถ้วยใส่ปายสะ (ข้าวชนิดหนึ่งที่หุงเจือด้วยน้ำหรือนํ้านมและนํ้าตาล) ลายรอบด้วยวงกลมมีลวดลายเป็นดวงแก้ว ๗ ดวง อันมีความหมายถึง ศิลปวิทยา ๗ แขนง ที่อยู่ในขอบเขตหน้าที่ของกรมศิลปากร ประกอบด้วย ช่างปั้น, จิตรกรรม, ดุริยางคศิลป์, นาฏศิลป์, วาทศิลป์ สถาปัตยกรรม, อักษรศาสตร์ แม้ว่ารูปลักษณ์ของพระคเณศจะสร้างขึ้นโดยถือตามคัมภีร์ประติมานวิทยาของอินเดียแบบดั้งเดิม แต่ก็ยังคงแสดงลักษณะลวดลายแบบไทยอยู่
ในปีอันเป็นศุภมงคล ครบ ๑๐๐ ปี กรมศิลปากร เมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๔ กรมศิลปากร จึงถือโอกาสนี้ จัดสร้างพระคเณศ (สี่กร) รุ่น ๑๐๐ ปี กรมศิลปากรขึ้น โดยจัดสร้างด้วยเนื้อโลหะผสมสีเม็ดมะขาม มีด้วยกัน ๒ แบบ คือแบบประทับนั่งขนาดหน้าตักกว้าง ๔ นิ้วครึ่ง ความสูง ๖ นิ้วครึ่ง ราคาจอง ๒,๑๐๐ บาท ราคาหลังจอง ๒,๕๐๐ บาท และแบบประทับยืน ความสูง ๑๐ นิ้วครึ่ง ราคาจอง ๒,๕๐๐ บาท ราคา หลังจอง ๓,๐๐๐ บาท เพื่อให้ชาวศิลปากร และประชาชน ที่นับถือและศรัทธาในองค์พระคเณศ หรือเทพเจ้าแห่งความสำเร็จ ได้มีไว้บูชา