ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 52,396 รายการ

            ในเดือนกรกฎาคมนี้ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ขอเชิญทุกท่านร่วมชมนิทรรศการผลงานศิลปะร่วมสมัย “Encountering Image Visaul Art SWU Art Exhibition 2025” โดยคณาจารย์จากคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ              นิทรรศการผลงานศิลปะร่วมสมัย “Encountering Image Visaul Art SWU Art Exhibition 2025” เป็นการรวมตัวของคณาจารย์จากคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จํานวน 10 คน ได้แก่ เด่นพงษ์ วงศาโรจน์, พนมศักดิ์ สุวิสุทธิ์, พิศรวัส ภู่ทอง, วิวัฒน์ ปัญญาตระกูล, สาธิต ทิมวัฒนบรรเทิง, สิทธิธรรม โรหิตะสุข, สมพงษ์ ลีระศิริ, สมศักดิ์ เหมะรักษ์, สุพจน์ ศิริรัชนีกร, อัยนา ภูยุทธานนท์ และศิลปินรับเชิญกิตติมศักดิ์ ศาสตราจารย์พิเศษอารี สุทธิพันธ์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ พ.ศ. 2555               เปิดให้เข้าชมระหว่างวันที่ 4 – 25 กรกฎาคม 2568 ณ อาคารนิทรรศการ 6 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ตั้งเเต่เวลา 09.00 - 16.00 น. ทุกวันพุธ - อาทิตย์ (ปิดให้บริการวันจันทร์ - อังคาร) โดยได้รับเกียรติจากผศ.ดร.กิตติกรณ์ นพอุดมพันธุ์ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ เป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการ ในวันศุกร์ที่ 4 กรกฎาคม 2568 เวลา 14.00 น. สอบถามเพิ่มได้ทาง Facebook :The National Gallery of Thailand ------------------------------------------------ “Encountering Image Visaul Art SWU Art Exhibition 2025”  Exhibition dates 4th - 25th July 2025 : 9 AM. - 4 PM. Closed on Monday -Tuesday. At Building 6, The National Gallery of Thailand Opening Reception 4th July 2025 : 2.00 PM.  


เลขทะเบียน : นพ.บ.611/7        ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 52 หน้า  ; 4 x 56 ซ.ม. : ล่องชาด ; ไม่มีไม้ประกับ ชื่อชุด : มัดที่ 198 (19-32) ผูก 7 (2568)หัวเรื่อง : สัตตัปปกรณาภิธรรม--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน : นพ.บ.666/3ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 44 หน้า ; 4 x 51 ซ.ม. : รักทึบ-ลานดิบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 214 (174-184) ผูก 3 (2568)หัวเรื่อง : มหานิปาตวณฺณนา--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


ชื่อเรื่อง : หลักพระพุทธศาสนา ของ สมเด็จพระญาณสังวร วัดบวรนิเวศวิหาร คณะชาวจังหวัดกาญจนบุรี จัดพิมพ์เป็นที่ระลึกในการสมโภชสุพรรณบัฏ สมเด็จพระญาณสังวร (สุวฑฺฒนมหาเถร) วัดเทวสังฆาราม กาญจนบุรี 21-22 เมษายน 2516 ชื่อผู้แต่ง : สมเด็จพระญาณสังวร ปีที่พิมพ์ : 2516 สถานที่พิมพ์ : กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์ : พุทธอุปถัมภ์การพิมพ์ จำนวนหน้า : 346 หน้า สาระสังเขป : หนังสือเล่มนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับพระประวัติของสมเด็จพระญาณสังวร ขณะได้รับพระราชทานสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชาคณะที่ “สมเด็จพระญาณสังวร” พ.ศ. 2515 มีการจัดสร้างเหรียญที่ระลึก “เหรียญสมโภชสมณศักดิ์” พร้อมรายละเอียดจัดจัดทำเหรียญที่ระลึก และพิมพ์หนังสือเรื่อง “หลักพระพุทธศาสนา” ซึ่งเป็นบทนิพนธ์ของพระคุณท่าน เป็นที่ระลึกด้วย ซึ่ง บทนิพนธ์ เรื่อง “หลักพระพุทธศาสนา” มีเนื้อหาเกี่ยวกับหลักธรรมสำคัญทางพระพุทธศาสนา ได้แก่ พุทธประวัติ, พระรัตนตรัย, สรณคมน์, ศรัทธา, เบญจศีล และเบญจธรรม ใช้เป็นคู่มือสำหรับผู้ที่สนใจศึกษาหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนา และต้องการนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันต่อไป


เลขทะเบียน  นม.บ.7/1ข


         กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับเครือข่ายวัฒนธรรม จัดงานมหกรรมวัฒนธรรมแห่งชาติ “วิถีถิ่น วิถีไทย” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ระหว่างวันที่ 3 – 7 กันยายน 2568 ณ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 5 เมืองทองธานี เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมเผยแพร่พระมหากรุณาธิคุณให้ประชาชนไทยและชาวต่างชาติได้ตระหนักและซาบซึ้งในพระราชกรณียกิจที่มีให้แก่ปวงชนชาวไทย สำหรับกิจกรรมภายในงาน  จัดเวทีเผยแพร่วัฒนธรรมอันดีงาม 4 ภูมิภาคของไทยในการเชื่อมโยง Soft Power ด้านวัฒนธรรมสู่การพัฒนาเศรษฐกิจ โดยนำมรดกภูมิปัญญาท้องถิ่นในแต่ละภาคมาต่อยอดและสร้างรายได้ ภายใต้แนวคิด “ไทยดี” ประกอบด้วย ดี ประเพณีอันดีงาม ดี ศิลปวัฒนธรรม ดี อาหารไทยและอาหารถิ่น ดี ผลิตภัณฑ์และภูมิปัญญาวัฒนธรรม           กระทรวงวัฒนธรรมได้คัดสรรกิจกรรมที่หลากหลายเพื่อดึงดูดให้ประชาชนและเยาวชนรุ่นใหม่มาเที่ยวชมงาน อาทิ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง นิทรรศการแสดงชุดไทยพระราชนิยม 8 ชุด นอกจากนี้ มีการแสดงศิลปวัฒนธรรมจากศิลปินแห่งชาติ ศิลปินพื้นบ้าน และศิลปินชื่อดัง สร้างความสนุก 5 วันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้รับเกียรติจากศิลปินแห่งชาติในสาขาต่างๆ ร่วมเผยแพร่วัฒนธรรมไทย ได้แก่ นางประนอม ทาแปง ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ประณีตศิลป์-ศิลปะทอผ้า) ปี 2559 นางราตรีศรีวิไล บงสิทธิพร ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (หมอลำประยุกต์) ปี 2565 นายพิเชษฐ์ เอี่ยมชาวนา (โย่ง เชิญยิ้ม) ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (การแสดงพื้นบ้าน - เพลงฉ่อย) ปี 2566 ผศ.ดร.ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (โนรา) ปี 2564 นางฉวีวรรณ พันธุ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (หมอลำ) ปี 2536           โดยในวันที่ 3 ก.ย. 68 มีพิธีเปิด พบกับแขกรับเชิญพิเศษ อิงฟ้า วราหะ และพิธีมอบรางวัลพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มอบรางวัลการประกวดเยาวชนต้นแบบด้านมารยาทไทยและมารยาทสังคม พร้อมด้วยการแสดงคอนเสิร์ตจาก สงกรานต์ The Voice , เวียง นฤมล , หมอลำระเบียบวาทศิลป์ และการแสดงศิลปวัฒนธรรม วันที่ 4 ก.ย. 68 พบกับลิเกคณะ กุ้ง สิธิราช การแสดงคอนเสิร์ตจาก เต๋า ทัศนัย (The Voice) บูม สหรัฐ และนุ๊กปาย วันที่ 5 ก.ย. 68 พบกับการแสดงศิลปวัฒนธรรม อาทิ 3 น้า จำอวดหน้าม่าน การแสดงโนรา โดยผศ.ดร.ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (โนรา) ประจำปี พ.ศ.2564 และการแสดงคอนเสิร์ตจากวงเมนทอล และ D GERRARD วันที่ 6 ก.ย. 68 สนุกสนานกับเสียงเพลงลูกทุ่ง ฮาย อาภาพร การแสดงโปงลาง และคอนเสิร์ตวง ZOLAR และวันที่ 7 ก.ย. 68 มีการแสดงหุ่นละครเล็ก วงดนตรีชิงช้าสวรรค์ วงดนตรีภาคเหนือ วง SL Music จ.เชียงใหม่ แชมป์จากรายการ Thailand Band War พร้อมส่งท้ายด้วยการแสดงสุดมันส์จาก เบิ้ล ปทุมราช เป็นต้น          นอกจากเวทีการแสดง ยังมีกิจกรรม Workshop งานคราฟท์, โซนวิถีถิ่น 4 ภาค และโซนอาหารไทย - อาหารถิ่น รวมกว่า 180 บูธ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนรู้จักอัตลักษณ์ไทย เกิดความภาคภูมิใจ และอยากแชร์และบอกต่อความสนุกให้กับทุกคนได้มาเที่ยวชมงาน ที่สำคัญสายคอนเทนต์ห้ามพลาด เพราะจะมี Landmark สำหรับจุดถ่ายภาพ มากหมาย โดยยกเอกลักษณ์ ประเพณี และสถานที่สำคัญของแต่ละภาคมาจัดอยู่ภายในงานมหกรรมครั้งนี้          ขอเชิญชวนทุกท่านเที่ยวงานมหกรรมวัฒนธรรมแห่งชาติ “วิถีถิ่น วิถีไทย” ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 3 – 7 กันยายน 2568 ณ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น อาคาร 5 เมืองทองธานี ร่วมชมการแสดง 4 ภาค สาธิตภูมิปัญญาพื้นบ้าน ผลิตภัณฑ์วัฒนธรรม งานคราฟท์ อาหารไทยอาหารถิ่น และกิจกรรมสนุกสนานมากมาย และอยากเชิญชวนทุกคนมาร่วมกันสนับสนุน Soft Power ไทยให้โด่งดังไปทั่วโลกและมาส่งกำลังใจศิลปินและผู้ประกอบการไทยด้วย ที่สำคัญงานนี้เข้าชมฟรีทุกวัน  



         สำนักการสังคีต กรมศิลปากร ขอเชิญชมการแสดงเนื่องในกิจกรรมยกระดับงานเฉลิมฉลองวันก่อตั้งเมืองอุดรธานีในมิติวัฒนธรรม ครบรอบ ๑๓๓ ปี วันอาทิตย์ที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๙.๐๐ น. ณ บริเวณสวนสาธารณะหนองประจักษ์ศิลปาคม จังหวัดอุดรธานี พบกับรายการแสดง ๑. การแสดงชุด "ร้อยสามสิบสามปีศรีอุดร ชาวนครสำนึกในพระกรุณา น้อมถวายอาลัยลาพระพันปี" ๒. โขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดอานุภาพรามราชจักรี นำแสดงโดยศิลปินสำนักการสังคีต, กำกับการแสดงโดย ปกรณ์ พรพิสุทธิ์ ศิลปินแห่งชาติ, อำนวยการแสดงโดย ศิริพงษ์ ทวีทรัพย์ ผู้อำนวยการสำนักการสังคีต สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม (วันและเวลาราชการ) โทร. ๐ ๒๒๒๑ ๖๕๓๒, ๐ ๒๒๒๔ ๑๓๔๒


ชื่อ : ชันโรง (Stingless bee) ซึ่งเป็นแมลงในกลุ่มเดียวกับผึ้งที่ไม่มีเหล็กใน ชันโรงสร้างปากทางเข้ารังด้วยไขผสมยางไม้และกรวด โดยส่วนใหญ่จะทำรังตามโพรงไม้หรือรอยแตกของหิน พวกมันทำหน้าที่เป็นแมลงผสมเกสรที่สำคัญและผลิตน้ำผึ้งที่มีประโยชน์ แม้จะไม่มีเหล็กในต่อย แต่ชันโรงป้องกันตัวโดยการกัดด้วยฟันกรามที่แข็งแรง มีวิวัฒนาการมายาวนานถึง 80 ล้านปี และพบได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท เปิดบริการทุกวัน ๐๘:๓๐ - ๑๖:๓๐ น. ๐๔๒๒๑๙๘๓๗, ๐๔๒๒๑๙๘๓๘ (ในเวลาราชการ)


         กรมศิลปากร ขอเชิญพุทธศาสนิกชนและผู้สนใจร่วมกิจกรรมสรงน้ำพระธาตุและเทวดานพเคราะห์ เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 12 – 14 เมษายน 2569 เวลา 09.00 – 16.00 น. ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร           กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม โดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จัดกิจกรรมสรงน้ำพระธาตุและเทวดานพเคราะห์เป็นประจำทุกปี เพื่อความเป็นสิริมงคลในปีใหม่ไทย โดยอัญเชิญพระธาตุในพระกรัณฑ์ ซึ่งเดิมประดิษฐานในก้านพระรัศมีของพระพุทธสิหิงค์ พระพุทธรูปองค์สำคัญที่ประดิษฐาน ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พระราชวังบวรสถานมงคล มาเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยเทวดานพเคราะห์ 9 องค์ ผู้เป็นเจ้าเรือนชะตามนุษย์ทุกคนตั้งแต่เกิดจนตาย ตามความเชื่อโบราณ มาให้ประชาชนได้สักการบูชาและสรงน้ำขอพร เนื่องด้วยในสมัยโบราณ คนไทยมักไม่นิยมนับอายุตามวันเกิด แต่จะนับตามการเถลิงศักราชใหม่ในช่วงปีใหม่ไทยคือ สงกรานต์ หากปีใดมีความป่วยไข้ หรือทราบว่าถึงเวลาเปลี่ยนทักษา โดยเฉพาะเจ้านายก็จะขึ้นเกยส่งเทวดาเก่ารับเทวดาใหม่ ด้วยเชื่อว่าจะนำพาสิริมงคลมาพร้อมกับศักราชใหม่            เทวดานพเคราะห์มีต้นกำเนิดมาจากโหราศาสตร์ฮินดูที่นับถือพระสุริยเทพ (พระอาทิตย์)  ซึ่งมีเทพบริวารอีก 8 องค์ รวมเป็น 9 องค์ ถือว่าเป็นเทพที่ปกปักรักษาชีวิตของประชาชนตั้งแต่เกิดจนตาย ประกอบด้วย พระอาทิตย์ ทรงราชสีห์ เป็นเทพนพเคราะห์ที่มีอำนาจเหนือกว่าเทพนพเคราะห์ทั้งปวง พระจันทร์ ทรงม้า พระอังคาร ทรงมหิงสา พระพุธ ทรงคชสาร พระพฤหัสบดี ทรงกวาง พระศุกร์ ทรงโค พระเสาร์ ทรงพยัคฆ์ พระราหู ทรงพญาครุฑ และ พระเกตุ ทรงนาค           นอกจากนี้ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ได้จัดงานตลาดศิลปหัตถกรรม “มู x คราฟต์  ใครใคร่ค้าม้าค้า” ภายใต้ธีมปีม้า แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ม้ากับประวัติศาสตร์วัฒนธรรม ส่วนแสดงของสะสมเกี่ยวกับม้า และม้ากับศิลปะร่วมสมัย (ม้า art & craft) พร้อมกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย           ขอเชิญพุทธศาสนิกชนและประชาชนที่สนใจร่วมกิจกรรมสรงน้ำพระธาตุและเทวดานพเคราะห์ เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2569 เสริมสร้างความเป็นสิริมงคล สดชื่นรับปีใหม่ไทย ให้รื่นรมย์ตลอดปีระหว่างวันที่ 12 – 14 เมษายน 2569 เวลา 09.00 – 16.00 น. ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2224 1402 และ 0 2224 1333


ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กองโบราณคดีใต้น้ำได้เริ่มต้นภารกิจสำรวจแรกของปีงบประมาณ 2569 โดยลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพแหล่งโบราณคดีใต้น้ำในเขตจังหวัดระยอง จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ แหล่งเรือจมเกาะทะลุ แหล่งเรือจมหินบุ๊ช และแหล่งเรือจมเกาะมันนอก (เรือฟรานซิส การ์นิเยร์) ภารกิจครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อติดตามและประเมินสภาพแหล่งประจำปี โดยตรวจสอบความเปลี่ยนแปลง สภาพความชำรุดเสียหาย และร่องรอยการถูกรบกวน เนื่องจากบางพื้นที่เว้นว่างจากการตรวจสอบมาเป็นเวลานาน และบางแห่งพบปัญหาเรื่องความคลาดเคลื่อนของพิกัด สรุปผลการสำรวจเบื้องต้น: - แหล่งเรือจมเกาะทะลุ: ทีมงานได้ค้นหาตามพิกัดเดิมและพื้นที่ใกล้เคียงรวม 10 จุด แต่ยังไม่พบตำแหน่งของแหล่งเรือจม สันนิษฐานว่าเกิดจากความคลาดเคลื่อนของข้อมูลพิกัดเดิม ซึ่งต้องมีการวางแผนค้นหาต่อไป - แหล่งเรือจมหินบุ๊ช: พบว่าโบราณวัตถุส่วนใหญ่ถูกทรายกลบฝังลึกประมาณ 10 เซนติเมตร และมีการกระจายตัวสอดคล้องกับข้อมูลเดิม ทั้งนี้ ทีมสำรวจได้ทำการกำหนดค่าพิกัดใหม่ที่แม่นยำเพื่อความสะดวกในการเข้าถึงพื้นที่ในอนาคต - แหล่งเรือจมเกาะมันนอก (เรือฟรานซิส การ์นิเยร์): สภาพแหล่งยังคงมีความสมบูรณ์ดี ไม่พบร่องรอยการถูกรบกวนจากกิจกรรมของมนุษย์มากนัก นอกจากนี้ บริเวณรอบซากเรือยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของฝูงปลาและมีปะการังเจริญเติบโตหนาแน่น ถือเป็นแหล่งที่มีศักยภาพสูงมากในด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและนิเวศวิทยา


๑๙ มีนาคม ๒๕๖๘ ครบรอบ ๕๔ ปี แห่งการเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร จัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑสถานประจำแหล่งประวัติศาสตร์และโบราณคดี เพื่อเก็บรวบรวม สงวนรักษา และจัดแสดงโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ที่ได้จากการดำเนินงานทางโบราณคดีภายในเขตจังหวัดกำแพงเพชร เพื่ออนุรักษ์และเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการ โบราณคดี ประวัติศาสตร์ และศิลปกรรมท้องถิ่นของจังหวัดกำแพงเพชร โดยเริ่มก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๐ และมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ ๑๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๔ โดยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายสุกิจ นิมมานเหมินท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในขณะนั้นเป็นผู้แทนพระองค์ หมายเหตุ ภาพถ่ายเก่าเป็นภาพในพิธีเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร เมื่อวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๑๔


รองนายกฯ ศุภจี ประชุมคณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศฯ ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงาน เป็นไปตามแผนการดำเนินงานและสมพระเกียรติ           วันพุธที่ 5 สิงหาคม 2569 เวลา 14.00 น. ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ครั้งที่ 1/2569 โดยมีนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รองประธานกรรมการ หัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ทรงคุณวุฒิ และอธิบดีกรมศิลปากร เข้าร่วมประชุม โดยกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ได้รายงานความคืบหน้าการจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างภายในบริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง ได้แก่ พระเมรุมาศ ซ่างและหอเปลื้อง พระที่นั่งทรงธรรม ศาลาลูกขุน ทับเกษตรและทิม พลับพลายกสนามหลวง อาคารมหาดเล็กและอาคารบริการ และสิ่งปลูกสร้างนอกมณฑลพิธีท้องสนามหลวง ได้แก่ พลับพลายกหน้าพระที่นั่งสุทไธสวรรย์ พลับพลายกวัดพระเชตุพนฯ และเกยลา รวมทั้งภูมิทัศน์โดยรอบ และงานศิลปกรรมประดับพระเมรุมาศ ได้ดำเนินการเป็นไปตามแผนการดำเนินการและกรอบเวลาที่กำหนดไว้ โดยจะดำเนินการแล้วเสร็จในเดือนตุลาคม 2569 ส่วนความคืบหน้าการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถ และพระยานมาศ จะแล้วเสร็จในเดือนกันยายน 2569 เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการซักซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ต่อไป สำหรับการจัดสร้างพระโกศจันทน์ หีบพระบรมศพไม้จันทน์ พระโกศพระบรมอัฐิ (ผอบบรรจุพระบรมอัฐิ และพระถ้ำศิลาลองใน) เครื่องสังเค็ด จะแล้วเสร็จในเดือนพฤศจิกายน 2569  เวลา 14.30 น. นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ครั้งที่ 1/2569 กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรมได้จัดทำแนวทางในการปรับปรุงองค์ประกอบสถาปัตยกรรม พระเมรุมาศสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อใช้ในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยปรับปรุงในส่วนที่จำเป็นเพื่อให้สอดคล้องกับพระอิสริยยศและพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ได้แก่ การปรับส่วนยอดพระเมรุมาศ ให้เป็น “พระสัปตปฎลเศวตฉัตร” (ฉัตรขาว 7 ชั้น) สอดคล้องกับพระอิสริยยศ ปรับโทนสีของหลังคาพระเมรุเป็น “สีแดงอิฐ” ซึ่งเป็นสีแห่งวันประสูติ (วันพฤหัสบดี) หน้าบัน อัญเชิญอักษร “พระนามาภิไธย พ.ภ.” ประดิษฐานอยู่ตรงกลาง โดยเน้นการใช้เฉดสีหลักเป็น “สีส้ม" ซึ่งเป็นสีแห่งวันประสูติ หลังคาพระจิตกาธาน ปรับรูปแบบเป็น “หลังคาซ้อน 7 ชั้น” ให้สอดรับกับพระสัปตปฎลเศวตฉัตร และการกำหนดระดับความสูงของสะพานเกรินให้สัมพันธ์กับราชยานที่ใช้ในการเทียบในพระราชพิธี ส่วนภูมิสถาปัตยกรรม คัดเลือกพันธุ์ไม้ที่มีดอกและใบในโทนสีที่มีความหมายเชิงสัญลักษณ์ประกอบด้วยสีส้มและสีเหลืองอันเป็นสีแห่งวันประสูติ แสดงอัตลักษณ์ความเป็นนักกฎหมาย ผ่านการจัดวางองค์ประกอบที่มีความสมมาตร สะท้อนความเที่ยงตรง ยุติธรรมและมีระเบียบแบบแผน โครงการเพื่อนพึ่ง (ภา) สื่อถึงพระกรุณาธิคุณในการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสและราษฎรผู้ยากไร้ และอัตลักษณ์ความเป็นทหาร สื่อถึงระเบียบวินัยและความเข้มแข็ง ผ่านการออกแบบสระโบกขรณีที่มีผิวน้ำเรียบนิ่ง เพื่อสะท้อนภาพพระเมรุ แสดงถึงความสงบ มั่นคง และเป็นระเบียบอันงดงาม ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาแผนการดำเนินการจัดสร้างพระเมรุมาศฯ และแผนการดำเนินการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถ พระยานมาศ และเครื่องประกอบฯ เพื่อให้การดำเนินการแล้วเสร็จตามกำหนด ทั้งนี้การดำเนินการต่าง ๆ รัฐบาลจะได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อทรงมีพระบรมราชวินิจฉัย ต่อไป จากนั้น เวลา 15.30 น. นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการฝ่ายจัดนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ครั้งที่ 1/2569 ที่ประชุมพิจารณาแผนการดำเนินงานการจัดนิทรรศการพิเศษงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ภายในบริเวณพระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง โดยจัดแสดงนิทรรศการพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจ และนิทรรศการพระเมรุมาศ ศิลปกรรมประกอบพระเมรุมาศ และการบูรณะปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ พร้อมทั้งมีการจัดแสดงมหรสพในช่วงเวลาจัดนิทรรศการฯ 


ชื่อเรื่อง                          หนังสือพิมพ์คนสุพรรณ ปีที่ 9  ฉบับที่ 588 (20 ก.ย. 2510) ประเภทวัสดุ/มีเดีย       หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น สถานที่พิมพ์                สุพรรณบุรี สำนักพิมพ์                   มนัสการพิมพ์ ปีที่พิมพ์                        2510 ลักษณะวัสดุ                8 หน้า. : กว้าง 40.5 ซ.ม. ยาว 54.5 ซ.ม. ภาษา                             ไทย


***บรรณานุกรม***    กฎหมายตราสามดวง เล่ม 2 พระนคร  โรงพิมพ์คุรุสภา 2505


black ribbon.