ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 48,611 รายการ

       ตะเกียงดินเผา สมัยทวารวดี        ตะเกียงดินเผา พบบริเวณเมืองโบราณอู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี จัดแสดง ณ ห้องอู่ทองศรีทวารวดี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง        ตะเกียงดินเผา ขึ้นรูปด้วยมือ ขนาดกว้าง ๙ เซนติเมตร ยาว ๑๙ เซนติเมตร อยู่ในสภาพชำรุด แตกต่อไว้ ส่วนลำตัวที่เป็นถ้วยหักหายไปบางส่วน มีลำตัวลักษณะคล้ายถ้วยรูปทรงกลม ปากกลม ก้นแบน สำหรับใส่น้ำมัน มีพวยยาวยื่นออกมาจากลำตัว ปากพวยทรงกลมอยู่ในระดับเสมอกับปากถ้วย สำหรับสอดไส้ตะเกียงเพื่อจุดไฟให้แสงสว่าง เนื้อตะเกียงค่อนข้างหยาบและหนา พื้นผิวด้านนอกขรุขระ ไม่ตกแต่งลวดลาย กำหนดอายุสมัยทวารวดี ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๒ - ๑๖ หรือประมาณ ๑,๐๐๐ - ๑,๔๐๐ ปีมาแล้ว         ตะเกียงดินเผารูปแบบนี้ นักวิชาการบางท่านเรียกว่า “ตะเกียงโรมัน” หรือ “ตะเกียงอานธระ” เนื่องจากมีรูปทรงและลักษณะการใช้งานคล้ายคลึงกับตะเกียงโรมันสำริด ซึ่งพบที่ชุมชนโบราณพงตึก จังหวัดกาญจนบุรี และยังคล้ายคลึงกับตะเกียงดินเผาที่มีต้นแบบจากตะเกียงโรมัน ซึ่งผลิตขึ้นในแคว้นอานธระซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศอินเดียอีกด้วย นักวิชาการสันนิษฐานว่าตะเกียงดินเผารูปแบบนี้น่าจะผลิตขึ้นในท้องถิ่น โดยอาจมีต้นแบบมาจากตะเกียงโรมันโดยตรง หรืออาจรับรูปแบบจากตะเกียงดินเผาที่ผลิตขึ้นในประเทศอินเดีย ซึ่งมีต้นแบบมาจากตะเกียงโรมันอีกทอดหนึ่งก็เป็นได้        ตะเกียงดินเผารูปแบบที่มีลำตัวเป็นถ้วยทรงกลมและมีพวยลักษณะคล้ายคลึงกันนี้ นอกจากที่เมืองโบราณอู่ทองแล้วยังพบที่เมืองนครปฐมโบราณ จังหวัดนครปฐม เมืองโบราณคูบัว จังหวัดราชบุรี เมืองโบราณบ้านคูเมือง จังหวัดสิงห์บุรี แหล่งโบราณคดีบ้านท่าแค จังหวัดลพบุรี เมืองโบราณจันเสนและเมืองโบราณโคกไม้เดน จังหวัดนครสวรรค์ เป็นต้น เนื่องจากในดินแดนไทย ตะเกียงรูปแบบนี้พบจำนวนไม่มาก จึงสันนิษฐานว่า อาจเป็นของใช้ในหมู่ชนชั้นสูงหรือใช้ในพิธีกรรม เพราะให้แสงสว่างยาวนานกว่าตะคันดินเผาซึ่งพบทั่วไปตามเมืองโบราณสมัยทวารวดี  แม้ตะเกียงดินเผาใบนี้จะอยู่ในสภาพชำรุด แตกหัก ไม่สมบูรณ์ แต่ก็เป็นหลักฐานที่แสดงถึงการติดต่อแลกเปลี่ยนของผู้คนท้องถิ่นบริเวณเมืองโบราณอู่ทอง กับชาวต่างชาติในดินแดนห่างไกลเมื่อกว่าพันปีมาแล้ว   เอกสารอ้างอิง กรมศิลปากร. จากบ้านสู่เมือง : รัฐแรกเริ่มบนแผ่นดินไทย. นครปฐม : รุ่งศิลป์การพิมพ์ (๑๙๗๗) จำกัด, ๒๕๖๑.   ผาสุข อินทราวุธ. ดรรชนีภาชนะดินเผาสมัยทวารวดี. กรุงเทพฯ : ภาควิชาโบราณคดี คณะโบราณคดี  มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ, ๒๕๒๘.  


ชื่อเรื่อง                                        สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม  (สงฺคิณี-มหาปฏฺฐาน) อย.บ.                                           43/1ประเภทวัสดุ/มีเดีย                       คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                                     พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                               80 หน้า : กว้าง 5.1 ซม. ยาว 57.3 ซม.หัวเรื่อง                                        พุทธศาสนาบทคัดย่อ/บันทึก               เป็นคัมภีร์ใบลาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ ได้รับบริจาคมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา


ชื่อเรื่อง                                        สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม  (สงฺคิณี-มหาปฏฺฐาน) อย.บ.                                           46/7ประเภทวัดุ/มีเดีย                       คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                                     พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                              28 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 56 ซม.หัวเรื่อง                                        พุทธศาสนาบทคัดย่อ/บันทึก               เป็นคัมภีร์ใบลาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ ไม้ประกับธรรมดา ได้รับบริจาคมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา


ชื่อเรื่อง : บทละครเรื่อง ท้าวแสนปม กับ หนามยอกเอาหนามบ่ง พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชนิพนธ์ พิมพ์แจกในงานพระราชทานเพลิงศพ คุณหญิงไผ่ เกษมศุขการี ต.จ. ณ เมรุวัดมกุฏกษัตริยาราม วันที่ 27 กรกฎาคม พุทธศักราช 2493 ชื่อผู้แต่ง : มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ, 2423-2468ปีที่พิมพ์ : 2493 สถานที่พิมพ์ : ม.ป.ท. สำนักพิมพ์ : ม.ป.พ. จำนวนหน้า : 154 หน้า สาระสังเขป : หนังสือเล่มนี้จัดพิมพ์ขึ้นเพื่อแจกในงานพระราชทานเพลิงศพ คุณหญิงไผ่ เกษมศุขการี ต.จ. ณ เมรุวัดมกุฏกษัตริยาราม วันที่ 27 กรกฎาคม พุทธศักราช 2493 เนื้อหาภายในประกอบด้วย ตำนานเรื่องท้าวแสนปม พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยเป็นตำนานและสันนิษฐานทางโบราณคดี และบทละครเรื่องท้าวแสนปม ยกมาเฉพาะฉากพระชินเสนทูลลาพระบิดาไปดูตัวนางในไตรตรึงษ์ จนได้นางกลับมาศรีวิชัย สุดท้ายคือบทละครชวนหัวสลับลำเรื่อง เรื่องหนามยอกเอาหนามบ่ง


สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฺฐาน) ชบ.บ 143/7ก เอกสารโบราณ(คัมภีร์ใบลาน)


สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฺฐาน) ชบ.บ 177/2จเอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)


ชื่อเรื่อง : คำบรรยาย “ต้นไม้ยาไทย” คณะเภสัชกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ภริยา และบุตรธิดา จัดพิมพ์เป็นอนุสรณ์ ในงานฌาปนกิจศพ หมอสูน หงษ์ทอง ณ เมรุวัดสัตตนาถปริวัตร วันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2510 ชื่อผู้แต่ง : สูน หงษ์ทอง ปีที่พิมพ์ : 2510 สถานที่พิมพ์ : กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์ : บริษัท บพิธ จำกัดจำนวนหน้า : 186 หน้า สาระสังเขป : เนื้อหาเป็นประวัติหมอสูน หงษ์ทอง ซึ่งนายสมัคร หงษ์ทอง (บุตรชาย) เป็นผู้เขียนได้อย่างน่าอ่าน ตามด้วยคำไว้อาลัยของพระพิทักษ์สมุทรเขต เพื่อนเก่าและคนเก่าๆ ในราชบุรีหลายคน ต่อจากนั้นจึงเป็นภาคความรู้เรื่องต้นไม้ยาไทยที่หมอสูนฯ เคยบรรยายไว้เมื่อครั้งเป็นวิทยากรพิเศษให้นิสิตฯ คณะเภสัชกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อปี พ.ศ.2484 มาจัดพิมพ์ (อาจารย์ไฉน สัมพันธารักษ์ เป็นผู้แนะนำให้ไปเอาบันทึกของ ดร.วิเชียร จีรวงศ์ ที่เคยนั่งจดคำบรรยายของหมอสูนฯ ในห้องเรียนครั้งนั้น)


ชื่อเรื่อง                                        สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม  (สงฺคิณี-มหาปฏฺฐาน) อย.บ.                                           14/7ประเภทวัดุ/มีเดีย                       คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                                     พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                              42 หน้า : กว้าง 5.2 ซม. ยาว 54.5 ซม.หัวเรื่อง                                        พุทธศาสนาบทคัดย่อ/บันทึก               เป็นคัมภีร์ใบลาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ ไม้ประกับธรรมดา ได้รับบริจาคมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา


    ชื่อผู้แต่ง          วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ชื่อเรื่อง           วิศวกรรมสาร  (ปีที่ ๓๑ ฉบับที่ ๑  กุมภาพันธ์  ๒๕๒๑) ครั้งที่พิมพ์        - สถานที่พิมพ์     กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์       วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ปีที่พิมพ์          ๒๕๒๑ จำนวนหน้า      ๘๗  หน้า รายละเอียด                    วิศวกรรมสาร ปีที่ ๓๑ ฉบับที่ ๑ เดือนกุมภาพันธ์  ๒๕๒๑ ประกอบด้วยบทความเรื่องระบบกำจัดน้ำโสโครกแบบไม่ใช้อากาศโดยใช้สารสังเคราะห์บรรจุในถังหมัก การกำจัดสิ่งเจือปนในน้ำโดยใช้วิธีทางฟลูอิไดเซซั่น การพาความร้อนโดยบังคับในท่อสามเหลี่ยม เป็นต้นพร้อมภาพประกอบ กราฟและตาราง  


เลขทะเบียน : นพ.บ.378/1ขห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 34 หน้า ; 4.5 x 53.5 ซ.ม. : ชาดทึบ-ล่องรัก-ลานดิบ ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 143  (26-39) ผูก 1ข (2566)หัวเรื่อง : จีรธารกถา --เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน : นพ.บ.518/4ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 48 หน้า ; 4.5 x 50.5 ซ.ม. : ล่องรัก ; ไม้ประกับธรรมดาชื่อชุด : มัดที่ 173  (254-258) ผูก 4 (2566)หัวเรื่อง : แปดหมื่นสี่พันขันธ์--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


ชื่อเรื่อง                         ธมฺมปทวณฺณนา ธมฺมปทฏฺธกถา ขุทฺทกนิกายฏฺธกกา (ธมฺมฺปทขั้นปลาย)อย.บ.                            241/5หมวดหมู่                       พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                  56 หน้า กว้าง 5 ซม. ยาว 58.5 ซม.หัวเรื่อง                         พระธรรมเทศนา                                                                       บทคัดย่อ/บันทึก          เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับทองทึบ ไม้ประกับธรรมดา


ชื่อเรื่อง                         สพ.บ.424/10 พระเจ้าห้าสิบชาติ (ห้าสิบชาติ) สพ.บ.                           424-10 ประเภทวัสดุมีเดีย            คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                       พุทธศาสนา ลักษณะวัสดุ                  46 หน้า : กว้าง 4.5 ซม. ยาว 56.2 ซม.หัวเรื่อง                        พุทธศาสนา                                  เทศน์มหาชาติ บทคัดย่อ/บันทึก             เป็นคัมภีร์ใบลาน ได้รับบริจาคมาจากวัดลานคา ต.โคกคราม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี


        โคมแขวนจากลาลูแบร์ (จดหมายเหตุลาลูแบร์ Simon de La Loubere)         โคมแขวนในสมัยกรุงศรีอยุธยา….จากบันทึกจดหมายเหตุลาลูแบร์ (Simon de La Loubere) ราชทูตชาวฝรั่งเศสที่เดินทางมาเจริญสัมพันธไมตรีกับราชสำนักกรุงศรีอยุธยา ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เป็นระยะเวลา ๓ เดือน ๖ วัน ลา ลูแบร์ ได้จดบันทึกเรื่องราวมากมายในกรุงศรีอยุธยา รวมถึงโคม ซึ่ง ลา ลูแบร์ ได้บันทึกการชักโคมและลอยประทีปของชาวสยามไว้ว่า ...         “อนึ่ง ชาวสยามมีมหรสพ เนื่องในการพระศาสนาด้วย ลุฤดูน้ำเริ่มลด ประชาชนพลเมืองจะแสดงความขอบคุณแม่คงคา ด้วยการตามประทีปโคมไฟขนาดใหญ่ (ในแม่น้ำ) อยู่หลายคืน มิชั่วแต่แม่พระคงคาจะลดราถอยไปเท่านั้น ยังอำนวยให้พื้นดินที่จะทำการเพาะปลูกอุดมดีอีกด้วย เราจะได้เห็นทั้งลำแม่น้ำเต็มไปด้วยดวงประทีปลอยน้ำ (กระทง) ไปตามกระแสธาร มีขนาดใหญ่ย่อมต่างกันตามศรัทธา ประสาทของแต่ละคนและมีกระดาษสีต่างๆ ซึ่งประดิษฐ์คิดทำกันขึ้นประดับประดาเครื่องลอยประทีปนั้น เพิ่มให้แสงสีงดงามขึ้นอีก โดยนัยเดียวกัน เพื่อแสดงความขอบคุณต่อแม่พระธรณีที่อนุเคราะห์ให้เก็บเกี่ยวพืชพรรณธัญญาหารได้อย่างอุดมสมบูรณ์ ในวันต้นๆ ของปีใหม่ชาวสยามก็จะตามประทีปโคมไฟขึ้นอย่างมโหฬารอีกครั้งหนึ่ง”         “ครั้งแรกที่เราไปถึงเมืองละโว้นั้นเป็นเวลากลางคืน พอดีกับคราวตามประทีปนั้น และเราได้เห็นกำแพงเมืองตามประทีปโดมไฟสว่างไสวรายเรียงอยู่เป็นระยะๆ แต่ภายในพระบรมมหาราชวังนั้น ยังงดงามยิ่งขึ้นไปอีก ในกำแพงแก้วที่ล้อมพระราชฐานนั้น มีซุ้มช่องกุฏิ ๓ แถว โดยรอบ แต่ละช่องมีประทีปดวงหนึ่งตามไฟไว้ บัญชรและทวารทั้งนั้น ก็ประดับดวงประทีปด้วยเหมือนกัน มีโคมประทีปใหญ่และย่อมตกแต่งเป็นรูปแปลกๆ กัน ปิดกระดาษหรือหุ้มผ้าแก้วโปร่งระบายสีต่างๆ แขวนไว้อย่างเป็นระเบียบตามกิ่งไม้หรือตามเสาโคม”   Credit: ขอบคุณภาพและผลงาน อาจารย์วาสนา สายมา บทความนี้เป็นของเพจ Love Thailand Culture


โฉมเอย...โฉมงามอร่ามเเท้เเลตลึง... การประกวดนางงามจันทบุรี ในงานเหมันต์หรรษา 2511 งานประจำปีจังหวัดจันทบุรีนิยมจัดขึ้นในช่วงปลายเดือนธันวาคมของทุกปี เดิมใช้ชื่อ งานเหมันต์หรรษา ภายในงานจะมีกิจกรรมมากมาย อาทิ กีฬาพื้นเมือง งานศิลปหัตกรรมนักเรียน ดนตรี มวย ลิเก รำวงรีลาศ ภาพยนต์ โขนสด เเละที่สำคัญจะมีการประกวดนางงามจันทบุรี โดยหน่วยงาน ห้างร้าน ในจังหวัดจันทบุรี จะส่งสาวงามเข้าร่วมชิงชัย ปรากฏในเอกสารจดหมายเหตุ ในชุดจังหวัดจันทบุรี มีเอกสารสำคัญในการจัดงาน อาทิ ใบสมัคร ภาพถ่ายผู้เข้าประกวด(ภาพขาวดำ) คำสั่งจังหวัดต่างๆในการเเบ่งหน้าที่การจัดงาน เป็นต้น ภาพถ่ายผู้เข้าประกวดชุดนี้ ตามรายชื่อ หากคุณเเม่หรือคนในครอบครัว สนใจขอคัดสำเนาเป็นที่ระลึก สามารถขอทำสำเนาได้ที่หอจดหมายเหตุเเห่งชาติ จันทบุรี


black ribbon.