ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 52,496 รายการ

ชื่อผู้แต่ง           มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว , พระบาทสมเด็จพระ ชื่อเรื่อง            สมครามสืบราชสมบัติโปรลันด์ ครั้งที่พิมพ์         - สถานที่พิมพ์       - สำนักพิมพ์         โสภณพิพรรฒธนากร ปีที่พิมพ์            ๒๔๖๘ จำนวนหน้า        ๑๐๒ หน้า หมายเหตุ          หุ้มแพรพระโสภณอักษรกิจ(เล็ก สมิตะสิริ) พิมพ์ทูลเกล้าฯ ถวายฉลองพระเดชพระคุณในงานถวายพระเพลิง พระบรมศพ เมื่อปีฉลู พ.ศ. ๒๔๖๘                        เรื่องสงครามสืบราชสมบัติโปลันด์นี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระราชนิพนธ์ เปนภาษาอังกฤษ ในเวลาที่สำเร็จการศึกษา ณ มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ความประสงค์ของหนังสือเล่มนี้ มีอยู่ที่จะรวบรวมเรื่องราวในการสืบราชสมบัติโปลันด์จากที่ต่างๆ สรรเอามาร้อยกรองเพื่อประโยชน์แก่การศึกษาประวัติศาสตร์


     พระพุทธรูปนั่งปางแสดงธรรม มีพระมัสสุ      สำริด สูง ๒๓ เซนติเมตร      ศิลปะทวารวดี อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๕ – ๑๖ (ประมาณ ๑,๐๐๐ – ๑,๑๐๐ ปีมาแล้ว)      พบจากเจดีย์หมายเลข ๑๓ เมืองโบราณอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี      จัดแสดง ณ ห้องอู่ทองศรีทวารวดี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง      พระพุทธรูปนั่ง ปางแสดงธรรม พระเศียรใหญ่ พระพักตร์ค่อนข้างเหลี่ยม พระขนงต่อกันเป็นรูปปีกกา พระนาสิกใหญ่งุ้ม พระเนตรเหลือบลงต่ำ พระโอษฐ์หนาอมยิ้ม มีพระมัสสุอยู่เหนือขอบพระโอษฐ์ พระกรรณยาวเจาะเป็นช่อง เม็ดพระศกเล็ก พระอุษณีษะทรงกรวย พระรัศมีรูปดอกบัวตูม ครองจีวรห่มเฉียง จีวรเรียบบางแนบพระวรกาย ขอบสบงเป็นแนวที่บั้นพระองค์ มีชายสังฆาฏิอยู่เหนือพระอังสาซ้าย พระหัตถ์ขวายกขึ้นระดับพระอุระ แสดงวิตรรกะมุทรา (ปางแสดงธรรม) พระหัตถ์ซ้ายหงายขึ้นยึดชายจีวรไว้เหนือระดับพระเพลา ประทับนั่งขัดสมาธิราบอย่างหลวมๆ พระบาทซ้ายอยู่บนพระบาทขวา      พระพุทธรูปองค์นี้แสดงถึงสุนทรียภาพและความนิยมแบบพื้นเมืองอันเป็นเอกลักษณ์ของศิลปะทวารวดี ได้แก่ พระขนงที่ต่อกันเป็นรูปปีกกา และการแสดงวิตรรกะมุทรา เริ่มปรากฏอิทธิพลศิลปะเขมรขึ้น เห็นได้จากรูปแบบพระพักตร์สี่เหลี่ยม และพระพุทธรูปมีพระมัสสุเหนือขอบพระโอษฐ์ นอกจากนั้นรูปแบบพระรัศมีและสังฆาฏิที่พาดเหนือพระอังสาซ้ายนั้น เป็นอิทธิพลจากศิลปะอินเดียแบบปาละ ซึ่งมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๔ – ๑๗ (ประมาณ ๙๐๐ – ๑,๒๐๐ ปีมาแล้ว) ดังนั้นจึงอาจกำหนดอายุพระพุทธรูปองค์นี้ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๕ – ๑๖ (ประมาณ ๑,๐๐๐ – ๑,๑๐๐ ปีมาแล้ว)      การทำพระมัสสุหรือไรมัสสุ ในประติมากรรมสมัยทวารวดี น่าจะได้รับอิทธิพลโดยตรงจากศิลปะเขมร เนื่องจากการทำพระมัสสุนั้นมักปรากฏในกลุ่มเทวรูป และประติมากรรมภาพบุคคลหรือยักษ์ เริ่มตั้งแต่ศิลปะเขมร สมัยบาแค็ง (ราวกลางพุทธศตวรรษที่ ๑๕ หรือประมาณ ๑,๑๐๐ ปีมาแล้ว) เป็นต้นมา ทั้งนี้นักวิชาการบางท่านสันนิษฐานว่า การทำพระมัสสุหรือไรมัสสุในพระพุทธรูป อาจเกิดจากความเคยชินของช่างในการสร้างประติมากรรมที่เป็นเทวรูปก็เป็นได้   เอกสารอ้างอิง กรมศิลปากร. ศิลปะทวารวดี ต้นกำเนิดพุทธศิลป์ในประเทศไทย. กรุงเทพฯ : อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด, ๒๕๕๒. พนมบุตร จันทรโชติ และคณะ. นำชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง และเรื่องราวสุวรรณภูมิ. กรุงเทพฯ : อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน), ๒๕๕๐. ศักดิ์ชัย สายสิงห์. ศิลปะทวารวดี : วัฒนธรรมทางศาสนายุคแรกเริ่มในดินแดนไทย. กรุงเทพฯ : เมืองโบราณ, ๒๕๖๒.


จันทรสุริยคาธ ชบ.ส. ๑๘ เจ้าอาวาสวัดต้นสน ต.บางปลาสร้อย เขต ๑ อ.เมือง จ.ฃลบุรี มอบให้หอสมุด ๒๐ ก.ค. ๒๕๓๕ เอกสารโบราณ (สมุดไทย)


สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สังคิณี-มหาปัฎฐาน) เลขที่ ชบ.บ.19/1-7 เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)


อาคารเก่าริมฝั่งโขงเมืองนครพนม (ตอนที่ ๒) ในครั้งนี้ขอนำเสนออาคารจวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม (หลังเก่า) ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขงเลียบถนนชยางกูร เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับคนที่เดินทางมายังจังหวัดนครพนมต้องมาเชคอิน โดยอาคารหลังนี้ก็มีประวัติความเป็นมาเกี่ยวกับจังหวัดนครพนมที่น่าสนใจ ดังนี้ จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม (หลังเก่า) นี้ สร้างขึ้นในสมัยของพระยาพนมนครานุรักษ์ (อุ้ย นาครทรรภ) เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ซึ่งนับเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดคนแรกตามประกาศกระทรวงมหาดไทย พ.ศ. ๒๔๕๙ ที่เปลี่ยนคำว่า “เมือง เป็น “จังหวัด” ทั่วราชอาณาจักร โดยว่าจ้างช่างชาวญวนชื่อ นายกูบา เจริญ เป็นผู้ก่อสร้างในช่วง พ.ศ. ๒๔๕๘ และต่อมาเมื่อท่านได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ให้เป็นพระยาอดุลย์เดชเดชาสยามเมศวรภัคดีพิริยพาหนะ ตำแหน่งสมุหเทศาภิบาลมณฑลอุดร จึงได้ขายอาคารหลังนี้ให้กระทรวงมหาดไทยเพื่อใช้เป็นที่พักของผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เมื่อ พ.ศ.๒๔๗๐ ตามเอกสารหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง ฉบับที่ ๕๓๑๗ ออกโดยกรมที่ดิน เมื่อวันที่ ๒๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๑๖ กำหนดเนื้อที่ประมาณ ๔ ไร่ ๔๒.๔๐ ตารางวา ระบุว่าได้ซื้อมาจากพระยาอดุลย์เดชาฯ ตามหนังสือซื้อขายลงวันที่ ๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๐๗ เป็นเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท สิ่งก่อสร้างสำคัญประกอบด้วย ๑) อาคาร คอนกรีตเสริมเหล็ก ทรงจั่ว ๒ ชั้น (จวนผู้ว่าราชการจังหวัด) ๑หลัง ๒) อาคารไม้ชั้นเดียวเรือน แถว ทรงจั่ว (บ้านพักเจ้าหน้าที่) ๑ หลัง และ ๓) อาคารคอนกรีตเสริมเหล็กชั้นเดียว ทรงเพิง (โรงครัว) ๑ หลัง ลักษณะของอาคารหลังนี้อาคารก่ออิฐถือปูน ๒ ชั้น หลังคาทรงจั่ว มุงด้วยกระเบื้องว่าว ออกแบบโดยใช้ผนังรับน้ำหนักแทนการใช้เสา ตัวอาคารทาด้วยสีเหลือง ประตูและหน้าต่างทาด้วยสีเขียว พื้นชั้นล่างปูกระเบื้องซีเมนต์ลาย ชั้นบนปูไม้กระดานเข้าลิ้น การตกแต่งประดับพบที่การสร้างประตูโค้งครึ่งวงกลมและหน้าต่างโค้ง เหนือประตูหน้าต่างเป็นลายปูนปั้นรูปซุ้มโค้งระยะเวลาก่อสร้างอยู่ในช่วง พ.ศ. ๒๔๕๘ - ๒๔๖๘ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน “จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมหลังเก่า” พื้นที่โบราณสถานประมาณ ๔ ไร่ ๔๒.๔ ตารางวา ในกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๒ ตอนพิเศษ ๖๙ ง หน้า ๑ วันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๔๘ ปัจจุบันอาคารจวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม (หลังเก่า) แห่งนี้ ได้จัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม (หลังเก่า) แบ่งเป็น ๕ ส่วน อยู่ในบริเวณชั้นล่าง ๓ ส่วน และชั้นบนอีก ๒ ส่วน ท่านใดที่เดินทางมาจังหวัดนครพนม สามารถเข้ามาเยี่ยมชมได้นะคะ นอกจากจะสามารถถ่ายรูปกับสถาปัตยกรรมสวยๆแล้ว รับรองว่าจะได้รับสาระความรู้ดีๆกลับบ้านไปอย่างแน่นอนค่ะ ข้อมูล : นางสาวเมริกา สงวนวงษ์ อ้างอิง : - คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ.๒๕๔๒.วัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญา จังหวัดนครพนม.กรุงเทพฯ:คุรุสภาลาดพร้าว. - สำนักศิลปากรที่ ๙ อุบลราชธานี.โบราณสถานขึ้นทะเบียนแล้วในพื้นที่สำนักศิลปากรที่ ๙ อุบลราชธานี (เล่มที่ ๒).อุบลราชธานี:อุบลกิจออฟเซทการพิมพ์.  



พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ ขอนำเสนอ วีดีทัศน์ประกอบนิทรรศการพิเศษเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย ประจำปี ๒๕๖๔ เรื่อง “ส่องศาสตร์สัมฤทธิ์ พินิจเมืองสะเร็น” จัดแสดงระหว่างเดือน พฤษภาคม – ตุลาคม ๒๕๖๔ ณ ห้องนิทรรศการชั่วคราว---------------------------------------------พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์เปิดให้บริการ วันพุธ-วันอาทิตย์เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น.ปิดให้บริการ วันจันทร์ – วันอังคารและวันหยุดนักขัตฤกษ์ไม่มีค่าธรรมเนียมเข้าชมสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ๐ ๔๔๕๑ ๓๒๗๒ , ๐ ๔๔๕๑ ๓๒๗๔วีดีโอ/ตัดต่อ : นางสาวอรยา หวังผล และนางสาวนิดานุช ศรีบุญเรือง นักศึกษาฝึกประสบการณ์ สาขาการท่องเที่ยวและการโรงแรมคณะเทคโนโลยีการจัดการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์กดลิงค์เข้าชมด้านล่างครับhttps://www.facebook.com/1723525457965921/videos/308258964368031/







ชื่อเรื่อง                     สุปัณณนาคกุมาร (สุปัณณนาคกุมาร)สพ.บ.                       298/1ประเภทวัสดุ/มีเดีย       คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                   พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ               68 หน้า : กว้าง 4.8 ซม. ยาว 56.2 ซม. หัวเรื่อง                     พุทธศาสนา                              ชาดก                              พระโพธิสัตว์บทคัดย่อ/บันทึกเป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน ภาษาบาลี-ไทยอีสาน เส้นจาร ฉบับลานดิบ ได้รับบริจาคมาจากวัดบ้านหมี่ ต.บางปลาม้า อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี        


ชื่อเรื่อง                                มหาฉนฺทชาตก (ชนสันทะ) สพ.บ.                                  346/5ประเภทวัสดุมีเดีย                    คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                               พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                           34 หน้า กว้าง 5 ซม. ยาว 57 ซม.หัวเรื่อง                                 พุทธศาสนา                                            ชาดก                                          บทคัดย่อ/บันทึก          เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน ภาษาบาลี เส้นจาร ฉบับลานดิบ ได้รับบริจาคมาจากวัดลานคา ต.โคกคราม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี


เลขทะเบียน : นพ.บ.168/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ :  24 หน้า ; 4.5 x 52 ซ.ม. : ล่องชาด-ลานดิบ ; ไม่มีไม้ประกับ, มีฉลากไม้ไผ่ชื่อชุด : มัดที่ 98 (49-66) ผูก 1 (2565)หัวเรื่อง : สพฺพทานาสํสกถา(ฉลองสัพพทาน) --เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สังคิณี-มหาปัฎฐาน)  ชบ.บ.47/1-1ค  เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)


black ribbon.