ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 50,665 รายการ

        สำนักศิลปากรที่ ๓ พระนครศรีอยุธยา ร่วมกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา ขอเชิญผู้สนใจร่วมรับฟังเสวนาทางวิชาการ ภายใต้โครงการท่องเที่ยวโบราณสถานยามค่ำคืน กิจกรรมอยุธยานาวา เมืองท่านานาชาติ ร่มพระบารมีสิริยาลัย เรื่อง "อู่ข้าว - อู่น้ำ กรุงศรีอยุธยาพหุโภชนาแห่งวัฒนธรรมอาหาร" โดยวิทยากร ศาสตราจารย์กิตติคุณสุกัญญา สุจฉายา และ ผศ. เพชรรุ่ง เทียนปิ๋วโรจน์ อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนครศรีอยุธยา ดำเนินรายการโดย นางสาววันลีย์ กระจ่างวี ภัณฑารักษ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา ในวันอาทิตย์ที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ตั้งแต่เวลา ๑๓.๐๐ น. เป็นต้นไป ณ ห้องประชุมฯ อาคารเครื่องทอง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมได้ทาง Qr code ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย รับจำนวนจำกัด สอบถามเพิ่มเติม โทร. ๐ ๓๕๒๔ ๑๕๘๗ ทุกวันเวลาราชการ หรือชมการถ่ายทอดสดได้ผ่านทาง Facebook Live: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา https://www.facebook.com/chaosamphraya  ถ้าอยากรู้ว่าคนกรุงศรีอยุธยาเขามีอะไรกิน? เขากินอะไรกัน? ไม่ควรพลาด! พิเศษ!! สำหรับท่านที่เข้าร่วมรับฟังเสวนาจะได้รับหนังสือ "พระราชวังหลวงและวัดสำคัญแห่งกรุงศรีอยุธยา" ฟรีท่านละ ๑ เล่ม


องค์ความรู้จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร เรื่อง "ประติมากรรมรูปบุคคลจากวัดพระแก้ว เมืองกำแพงเพชร"


เลขทะเบียน  0854


รายละเอียด  ข้อพึงระวังและข้อควรรู้ สำหรับหน่วยงานในสังกัด



วันพฤหัสบดีที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๒ สำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา เข้าร่วมกิจกรรมส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ "สุขสันต์ถ้วนหน้า เบิกฟ้าปีหนูทอง" พุทธศักราช ๒๕๖๓ ในการนี้สำนักฯได้จัดซุ้มอาหารเพื่อบริการให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรม ณ โรงละครแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร


อยากทราบว่ารับนักศึกษาฝึกงานหรือเปล่าครับ ผมเรียน วัฒนธรรม สาขา ประวัติศาสตร์ศิลปะและโบราณดคี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ครับ 


พบเครื่องถ้วยชามลายน้ำทอง มีพระบรมฉายาลักษณ์ ร.5 ที่กาน้ำ และจาน ไม่ทราบว่ามีจริงหรือไม่ เนื่องจากไม่เคยเห็นในหนังสือ รวมทั้งภาพใน Internet ขอทราบรายละเอียดด้วยครับ


แบบฟอร์มบัญชีส่งมอบเอกสารประกอบด้วย ๑. บัญชีส่งมอบหนังสือราชการอายุครบ ๒๐ ปี ๒. บัญชีหนังสือขอลำลาย หน่วยงานราชการทุกหน่วยงานสามารถดาวน์โหลดเพื่อนำไปใช้งานได้ หากมีข้อสงสัย ติดต่อได้ที่โทร. 045285522


วัสดุ สำริด แบบศิลปะ ศิลปะเขมรในประเทศไทย อายุสมัย อายุราวพุทธศตวรรษที่ 18 สถานที่พบ ขุดพบที่บ้านมะอึ อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด คุณวิชา ตระกูลการ มอบให้ ประทับยืน พระพักตร์เหลี่ยม พระนลาฏกว้าง พระขนงต่อเป็นปีกกา พระเนตรมองตรง พระนาสิกโด่ง พระโอษฐ์แย้มเป็นเส้นตรง สวมกระบังหน้าตกแต่งเป็นลวดลายกลีบขนาดเล็ก สวมมงกุฎทรงกรวยยอดมนไม่มีลวดลาย พระเศียรด้านหลังเป็นลายเส้นตรงคล้ายเส้นผม สวมกุณฑล กรองศอ พาหุรัด ทองกร ไม่สวมเสื้อ พระหัตถ์ทั้งสองถือดอกบัวยื่นออกมาด้านหน้าขนานกัน นุ่งผ้าเป็นริ้วยาวประมาณพระชงฆ์ คาดเข็มขัด ขอบผ้านุ่งเว้าลงบริเวณพระนาภี สันนิษฐานว่าเป็นนางปรัชญาปารมิตา


เครื่องหมายหยิน-หยาง                            สัญลักษณ์ประจำลัทธิเต๋า อันหมายถึง อำนาจที่มีบทบาทต่อกันของจักรวาลนักปราชญ์           ชาวจีนเชื่อว่า หยิน-หยาง เป็นตัวแทนของพลังแห่งจักรวาล ๒ ด้าน กล่าวกันว่า เครื่องหมายหยิน           และหยางนี้พัฒนามาจากปรากฎการณ์ทางธรรมชาติของจักรวาล                          สีดำคือ หยิน หมายถึง ดวงจันทร์ เป็นตัวแทนของการเต็มใจ รับหรือยอมเป็นฝ่ายถูกกระทำ           เป็นพลังแห่งสตรีเพศ ความเยือกเย็น การหยุดนิ่ง การเคลื่อนลงต่ำ การเก็บรักษา การยับยั้ง                          ส่วนสีขาวคือ หยาง หมายถึง ดวงอาทิตย์ อันเป็นสัญลักษณ์ของพลังแห่งบุรุษเพศ           การเคลื่อนไหว ความกระตือรือร้น การเคลื่อนขึ้นไปด้านบน การเจริญเติบโต เจริญรุ่งเรือง ความร้อนแรง                          ดังนั้น สัญลักษณ์หยิน-หยาง จึงแทนความสมดุลของพลังในจักรวาล                              เมื่อพิจารณาถึงคุณสมบัติของอำนาจหยินและหยาง ไม่มีวันที่จะเหมือนกันได้ แต่เมื่อ             ทั้งสองรวมกันแล้วก็จะเกิดความสมดุล ความพอดี หากมีพลังหยินมากเกินไป ทุกสิ่งทุกอย่าง             จะสงบนิ่งมากเกินไปจนดูกลายเป็นความเฉื่อยชา และถ้ามีพลังด้านหยางมากเกินไป              ทุกสรรพสิ่งก็จะเปลี่ยนมาเป็นความก้าวร้าว ความรุนแรง ซึ่งจะทำให้เกิดความโกลาหลขึ้นได้                           หยาง นั้นเปรียบได้กับ ผู้ชาย ส่วนหยินนั้นเป็น หญิง หยางไม่อาจเติบโตขึ้นได้หาก             ปราศจากหยิน และหยินเองก็ไม่อาจให้กำเนิดชีวิตใหม่ได้หากปราศจากหยาง                       โดยทั่วไปแล้วสัญลักษณ์หยิน-หยาง เป็นตัวแทนของปรากฏการณ์สวรรค์ตามความเชื่อ             ของชาวจีนโบราณ ซึ่งประกอบไปด้วยการโคจรของดวงอาทิตย์ ฤดูกาลทั้ง ๔ และปฏิทินจีน                          ข้อมูลจาก       หนังสือนัยแห่งสัญลักษณ์                                    http://www.oknation.net/blog/miharu/2008/01/22/entry-13              ภาพประกอบ                                    http://wowboom.blogspot.com/2011/03/yin-and-yang.html                                            http://www.khalong.com/amulet/index.php/pshop/viewshop/37                                    http://www.photonovice.com/    



กล่าวถึงการเสด็จประพาสหัวเมืองต่าง ๆ ในแหลมมลายู อาทิ เกาะพงัน เมืองสงขลา เมืองกลันตัน ตรังภานู สายบุรี นครศรีธรรมราช เป็นต้น เป็นการเสด็จประพาส 3 ครั้ง คือ เมื่อรัตนโกสินทรศก 117, 118 และ 119




black ribbon.