ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 53,357 รายการ

ชื่อแบบฉบับ : ตำนานพระบาทธาตุ (ผูก 1ค) ชื่อเรื่อง : ตำนานพระบาทธาตุ (ผูก 1ค) เลขทะเบียน : นน.บ.140/1ค ผู้แต่ง : ไม่ปรากฏ                        ผู้สร้าง : ไม่ปรากฏ                   ปีที่สร้าง : ไม่ปรากฏ จำนวน : 1 คัมภีร์  4 ผูก (หอสมุดแห่งชาติฯ เชียงใหม่ มีผูก 1, 1ก-1ค)                จำนวนบรรทัด : 4 บรรทัด             จำนวนหน้า : 52 หน้า อักษร : ธรรมล้านนา                     ภาษา : บาลี-ไทยล้านนา            เส้น : จาร ฉบับ : ล่องรัก                             ไม้ประกับ : ไม่มี                      ประเภทเอกสารโบราณ : คัมภีร์ใบลาน            ประวัติ : ได้มาจากวัดปรางค์  ต.ปัว  อ.ปัว จ.น่าน   โครงการ : พัฒนาระบบบริการห้องสมุดดิจิทัล หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่  ปี พ.ศ. 2568               


     ถัด. พระนคร : โรงพิมพ์อำพลพิทยา, 2487.     คณะ ร.ศ.130 ได้พิมพ์ชำร่วยในงานพระราชทานเพลิงศพ ร้อยตรีถัด รัตนพันธุ์ ณ วัดภูผาภิมุข จังหวัดพัทลุง วันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2487 หนังสือเล่มนี้จัดพิมพ์ขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ร้อยตรีถัด รัตนพันธุ์ ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อการกบฏ ร.ศ.130 และเป็นผู้แทนราษฎร


ชื่อเรื่อง                     พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชาวนาไทยผู้แต่ง                       กองพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากรประเภทวัสดุ/มีเดีย       หนังสือท้องถิ่น / หนังสือกรมศิลปากรISBN/ISSN                 974-417-309-2หมวดหมู่                   เบ็ดเตล็ดเลขหมู่                      069.0959373 ศ528พสถานที่พิมพ์               กรุงเทพฯสำนักพิมพ์                 กรมศิลปากรปีที่พิมพ์                    2537ลักษณะวัสดุ               49 หน้า : ภาพประกอบ, ตารางหัวเรื่อง                     พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชาวนาไทย ภาษา                       ไทย บทคัดย่อ/บันทึก         


        ศูนย์หนังสือกรมศิลปากรขอแนะนำน่าอ่าน หนังสือ “มหาเวสสันดรชาดก คาถาพัน และ นิบาตชาดก” ฉบับสำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร พิมพ์เผยแพร่ พุทธศักราช 2566 เป็นหนังสือที่นำเสนอเรื่องมหาเวสสันดรชาดก นิทานชาดกที่ว่าด้วยการบำเพ็ญบารมีของพระเวสสันตรโพธิสัตว์ อันเป็นพระชาติสุดท้ายก่อนตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเป็นที่มาของการสร้างสรรค์วรรณคดีไทยหลายเรื่อง ประกอบด้วย คาถาพัน คือเวสสันตรชาดกในมหานิบาตชาดกที่แต่งเป็นคาถาหรือร้อยกรองภาษาบาลีในพระไตรปิฎก (ตรวจสอบจากฉบับกรมศิลปากรพิมพ์เผยแพร่พุทธศักราช 2514) และ นิบาตชาดก คืออรรถกถาเวสสันตรชาดกที่พระภิกษุและคฤหัสถ์ผู้รู้ภาษาบาลีแปลและเรียบเรียงเป็นร้อยแก้วภาษาไทย ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ตรวจสอบจากหนังสือ “นิบาตชาดก เล่ม 22 เวสสันตรชาดก ในมหานิบาต” ฉบับพุทธศักราช 2474 พร้อมทั้งนำพระบรมราชาธิบายเรื่องนิบาตชาดก พระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มารวมพิมพ์ไว้ด้วย หนังสือเล่มนี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจเรื่องชาดกและวรรณคดีพุทธศาสนาต่อไป        จำหน่ายราคาเล่ม 400 บาท ผู้สนใจสามารถซื้อได้ที่ร้านหนังสือกรมศิลปากร (อาคารเทเวศร์) หรือสั่งซื้อหนังสือทางออนไลน์ https://bookshop.finearts.go.th หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook ศูนย์หนังสือกรมศิลปากร (ในวันและเวลาราชการ) *(ออกแบบภาพประกอบ ณภัทร เตชพาหพงษ์)  


ที่ประชุมคณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศฯ มอบกรมศิลปากรดำเนินการจัดสร้างพระเมรุมาศฯ ให้แล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคม ๒๕๖๙        วันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ครั้งที่ ๑/๒๕๖๘ โดยมีนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม หัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อธิบดีกรมศิลปากร และผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วมประชุม ณ ตึกบัญชาการ ๑ ทำเนียบรัฐบาล        นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ กล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบแผนการดำเนินงาน ดังนี้        ๑. แผนการดำเนินงานการจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มอบหมายให้กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม เป็นหน่วยงานดำเนินการ ดำเนินงานออกแบบและประมาณราคาค่าก่อสร้าง รวมทั้งงานออกแบบภูมิทัศน์และสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ การดำเนินงานออกแบบอาคารพระเมรุมาศและอาคารประกอบ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนมกราคม ๒๕๖๙ และจะดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือนตุลาคม ๒๕๖๙        ๒. แผนการดำเนินงานการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถ พระยานมาศ และเครื่องประกอบงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มอบหมายให้กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรมร่วมกับกรมสรรพาวุธทหารบก กรมอู่ทหารเรือ กระทรวงกลาโหม ดำเนินงานบูรณะราชรถ ราชยาน และเครื่องประกอบทุกองค์ ทั้งนี้จากการสำรวจเบื้องต้น สภาพปัจจุบันของราชรถ ราชยาน มีสีหมองคล้ำ มีคราบสกปรกฝังลึก ทองที่ปิดหลุดลอก ชิ้นส่วนประดับตกแต่งชำรุด ซึ่งจะดำเนินงานบูรณะตามลำดับ ได้แก่ งานซ่อมสงวนรักษาโครงสร้างช่วงล่างและระบบขับเคลื่อน โดยกรมสรรพาวุธทหารบก  งานทำความสะอาดพื้นผิวราชรถ ราชยาน ด้วยกระบวนการงานทางวิทยาศาสตร์ โดยสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร งานบูรณะซ่อมแซมงานตกแต่งศิลปกรรมและประณีตศิลป์ โดย สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร งานจัดทำเชือกลากราชรถ โดยกองเรือพระราชพิธี กองทัพเรือ ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้บูรณาการการทำงานร่วมกัน โดยคาดว่างานทั้งหมดจะแล้วเสร็จในเดือนตุลาคม ๒๕๖๙           โดยมีเป้าหมายเพื่อให้การจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ เป็นไปอย่างถูกต้องตามโบราณราชประเพณี สวยงามและสมพระเกียรติยศทุกประการ


ต้นฉบับอยู่ที่วัดแจ้งใน


        สำนักการสังคีต กรมศิลปากร ขอเชิญชมการแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ตอนจองถนน - ยกรบ ในวันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม 2569 เวลา 13.00 น. ณ โรงละครแห่งชาติภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดนครราชสีมา นำแสดงโดยศิลปินสำนักการสังคีต, กำกับการแสดงโดย ปกรณ์ พรพิสุทธิ์ ศิลปินแห่งชาติ, อำนวยการแสดงโดย ศิริพงษ์  ทวีทรัพย์ ผู้อำนวยการสำนักการสังคีต           บัตรราคา 200, 150, 100, 60 บาท เปิดจำหน่ายบัตร วันที่ 5 มีนาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป ซื้อได้ทั้งทางระบบจำหน่ายบัตรออนไลน์ https://ntt.finearts.go.th และเคาน์เตอร์จำหน่ายบัตรที่โรงละครแห่งชาติภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดนครราชสีมา           ทั้งนี้ ผู้สนใจซื้อบัตรเข้าชมการแสดง สามารถสมัครสมาชิกเข้าใช้ระบบซื้อบัตรเข้าชมการแสดงออนไลน์ ได้ที่ https://ntt.finearts.go.th ให้บริการบนเว็บไซต์ และโทรศัพท์ Smartphone เมื่อสมัครสมาชิกเรียบร้อยแล้ว มีขั้นตอนการซื้อ ดังนี้          1. เลือกการแสดง          2. เลือกรอบการแสดง          3. เลือกที่นั่งและยืนยันการสั่งซื้อ          4. ยืนยันการชำระเงิน          5. พิมพ์บัตรเข้าชมการแสดง (สามารถใช้รูปภาพจากโทรศัพท์แทนการพิมพ์บัตรได้)          6. โปรดชำระเงินในทันที           สำหรับผู้ที่ซื้อผ่านเคาน์เตอร์จำหน่ายบัตรที่โรงละครแห่งชาติภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดนครราชสีมา เปิดให้รับบัตรคิวได้ตั้งแต่ เวลา 08.30 น. และจำหน่ายในเวลา 09.00 - 15.30 น. ของทุกวัน จนกว่าบัตรจะหมด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม (วันและเวลาราชการ) โทร. 0 4446 6202-3, 08 4695 9194 เพจเฟซบุ๊ก "โรงละครแห่งชาติภาคตะวันออกเฉียงเหนือ Korat Theatre" https://www.facebook.com/korattheatre  


       เนื่องในโอกาส ๑๒๐ ปี นับแต่สถาปนากิจการหอสมุดแห่งชาติ ซึ่งพัฒนามาเป็น “สำนักหอสมุดแห่งชาติ“ กรมศิลปากรมูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในพระบรมราชูปถัมภ์ และหอวชิราวุธานุสรณ์ ร่วมกับสำนักหอสมุดแห่งชาติ ขอเชิญผู้สนใจเข้าชมนิทรรศการพระบรมราชะประทรรศนีย์ นิทรรศการสยามรัฐพิพิธภัณฑ์ นิทรรศการฉัฐรัช ณ ศกแรก สู่แว่นส่องอารยะ และนิทรรศการสุดขอบฟ้าพระมหานคร ณ ศกสุดท้าย ในวันพุธที่ ๒๕ และวันพฤหัสบดีที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๖๙ มีบริการวิทยากรนำชม จำนวน ๒ รอบ ได้แก่ เวลา ๑๕.๐๐ น. และ เวลา ๑๗.๓๐ น. ณ หอวชิราวุธานุสรณ์  ในบริเวณหอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี ในโอกาสนี้ หอวชิราวุธานุสรณ์ ขยายเวลาเปิดทำการเป็นพิเศษถึงเวลา ๑๙.๓๐ น.  ผู้สนใจกิจกรรมนำชมสามารถสำรองรอบผ่าน QR CODE ร่วมกิจกรรมได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย สอบถามเพิ่มเติม โทร. ๐ ๒๒๘๒ ๒๘๘๖


องค์ความรู้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง ประจำเดือนตุลาคม ๒๕๖๘เรื่อง : พระพุทธเจ้าประทับบนเศียรโยคี


หากพูดถึงศิลปะสถาปัตยกรรมไทยที่งดงามระดับโลก ชื่อของ "สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์" หรือ "สมเด็จครู" คือบุคคลสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความวิจิตรเหล่านั้น วันนี้เราจะพาทุกคนไปย้อนรอยพระประวัติและผลงานที่ทำให้พระองค์ได้รับการยกย่องเป็น "บุคคลสำคัญของโลก" ประสูติและราชสกุล พระองค์ประสูติเมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน พ.ศ. ๒๔๐๖ เป็นพระราชโอรสลำดับที่ ๖๒ ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๔) และพระสัมพันธวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพรรณราย (หม่อมเจ้าหญิงแฉ่) แรกประสูติมีสกุลยศเป็นพระองค์เจ้า มีพระนามเดิมว่า พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าจิตรเจริญ ทั้งนี้ พระองค์ทรงเป็นต้นราชสกุล "จิตรพงศ์" "ตำหนักปลายเนิน" ศูนย์รวมใจของราชสกุล หากพูดถึงราชสกุลจิตรพงศ์ จะต้องนึกถึง "ตำหนักปลายเนิน" ที่คลองเตย ซึ่งเป็นพระตำหนักที่สมเด็จครูทรงใช้เป็นที่ประทับในช่วงปลายพระชนม์ชีพ พระตำหนักนี้ไม่เพียงแต่เป็นที่อยู่อาศัย แต่ยังเป็นสถานที่รวบรวมงานศิลปะและวิชาการที่พระองค์ทรงสร้างสรรค์ไว้ จนกลายเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญของราชสกุลและของชาติมาจนถึงปัจจุบัน "สมเด็จครู" ผู้รอบรู้ในทุกศาสตร์ ด้วยพระปรีชาสามารถที่หลากหลาย พระองค์จึงได้รับสมญานามว่า "นายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม" โดยเรื่องที่พระองค์สนพระทัยและฝากผลงานชิ้นเอกไว้ ได้แก่ • สถาปัตยกรรม: ทรงออกแบบ "พระอุโบสถวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม" ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นพระอุโบสถที่สร้างด้วยหินอ่อนที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในโลก • วิจิตรศิลป์: ทรงเขียนภาพฝาผนัง และออกแบบตาลปัตร พัดยศ พัดรอง พระเมรุ พระโกศ รวมถึงตราสัญลักษณ์สำคัญต่าง ๆ (เช่น ตรากระทรวงมหาดไทย) • ดนตรีและวรรณกรรม: ทรงนิพนธ์เพลง "สรรเสริญพระบารมี" (เนื้อร้องปัจจุบัน) และบทละครดึกดำบรรพ์อีกหลายเรื่องบุคคลสำคัญของโลกโดย UNESCO นปี พ.ศ. ๒๕๐๖ ในวาระครบรอบ ๑๐๐ ปีวันประสูติ องค์การ UNESCO ได้ประกาศยกย่องให้พระองค์เป็น "บุคคลสำคัญของโลก" ในฐานะผู้มีผลงานดีเด่นด้านวัฒนธรรมระดับนานาชาติ ถือเป็นเจ้านายไทยพระองค์แรก ๆ ที่ได้รับเกียรตินี้ . รู้หรือไม่? สมเด็จครูทรงเป็นบุคคลไทยลำดับที่ ๒ ที่ได้รับการยกย่องจาก UNESCO ต่อจาก "พระบิดาแห่งประวัติศาสตร์ไทย" อย่างสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เพียง ๑ ปีเท่านั้น (พ.ศ. ๒๕๐๕ และ ๒๕๐๖) ทั้งสองพระองค์ไม่เพียงแต่เป็นพี่น้อง แต่ยังเป็น 'ยอดกัลยาณมิตร' ที่ร่วมกันวางรากฐานศิลปวัฒนธรรมไทยให้ชาวโลกได้ประจักษ์ . "วันนริศ" จึงไม่ใช่แค่การรำลึกถึงพระองค์ท่าน แต่ยังเป็นการส่งต่อแรงบันดาลใจให้คนรุ่นหลังได้เห็นถึงคุณค่าของศิลปะไทยที่ผสมผสานความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว . อ้างอิง • กระทรวงมหาดไทย. กรมโยธาธิการและผังเมือง. หนังสือเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์. กรุงเทพฯ: กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย, ๒๕๖๕. • ดาริกา ธนะศักดิ์ศิริ และศรินยา ปาทา. ไขความรู้จากครูกรมศิลป์ ตอน “สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ นายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม”. กรมศิลปากร. ๒๘ เมษายน ๒๕๖๕. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๙ เมษายน ๒๕๖๙, จาก: https://www.youtube.com/watch?v=Ll2ddyWGGgY • สุรศักดิ์ เจริญวงศ์. สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ "สมเด็จครู" นายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม. กรุงเทพฯ: มติชน, ๒๕๔๙. . จัดทำโดย นายพีรยุทธ กษิติบดินทร์ชัยบรรณารักษ์ปฏิบัติการ


        กรมศิลปากร ขอเชิญรับชมถ่ายทอดสด Facebook Live การแสดงรอบทดสอบระบบโรงละครแห่งชาติ ในวันเสาร์ที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๓.๓๐ น. การแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ตอนเกสรทมาลาพลีชีวัน และในอาทิตย์วันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๓.๓๐ น. การแสดงละครพันทาง เรื่องผู้ชนะสิบทิศ ตอนแม่ทัพคนใหม่ ทาง Facebook กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม https://www.facebook.com/FineArtsDept และ Facebook: กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร https://www.facebook.com/prfinearts   ---------------------------------------------------------- การแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดเกสรทมาลาพลีชีวัน          โขนมีกำเนิดมาจากการเล่นหลายประเภท ได้แก่ ชักนาคดึกดำบรรพ์ กระบี่กระบอง และหนังใหญ่ ต่อมาได้แก้ไขปรับปรุงให้ประณีตขึ้นตามลำดับ แต่เดิมนั้นผู้แสดงโขนจะต้องสวมหัวโขนปิดหน้าและใช้ผู้ชายแสดงทั้งหมด จึงต้องมีผู้พูดแทน เรียกว่า ผู้พากย์ - เจรจา และขับร้อง ผู้แสดงต้องแสดงท่าเต้นและรำไปตามคำพากย์ - เจรจาและบทร้อง ต่อมาได้วิวัฒนาการให้ผู้แสดงซึ่งสมมติเป็นเทพบุตร เทพธิดา และมนุษย์ ชาย หญิงสวมแต่เครื่องประดับศีรษะ ไม่ต้องปิดหน้าทั้งหมด และใช้ผู้หญิงเข้าร่วมแสดงด้วย แต่ก็ยังคงรักษาจารีตขนบธรรมเนียมเดิมไว้ คือ มีผู้พากย์ - เจรจา และขับร้องแทน ทั้งนี้เว้นแต่ตัวตลก จะเจรจาเอง การแสดงโขนได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ให้เป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ (Intangible Culture Heritage) เมื่อพุทธศักราช ๒๕๖๑           สำหรับการแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดเกสรทมาลาพลีชีวัน จัดทำบทการแสดงโดย นายจรัญ  พูลลาภ นักวิชาการละครและดนตรี (ด้านการสังคีต) มีเนื้อเรื่องโดยสังเขปกล่าวถึง องค์พระไพศรพณ์ เทพเจ้าแห่งธัญญะชาติ ได้รับเทวบัญชาจากพระอิศวรให้ลงไปจุติเป็นวานรชื่อเกสรทมาลา วานรผู้มีกลิ่นกายหอมหวนเพราะเกิดขึ้นจากการผสมของเกสรดอกไม้นานาชนิด เพื่อคอยให้ความสดชื่นแก่พระรามยามบรรทมและยามออกรบ          เมื่อเกสรทมาลายังเยาว์วัยอยู่นั้น ได้เคยสาบานเป็นเพื่อนตายกับมังกรกัณฐ์ ครั้งเมื่อมังกรกัณฐ์รับอาสาทศกัณฐ์ผู้เป็นลุงออกทำสงครามเพื่อขัดตาทัพไว้ มังกรกัณฐ์แผลงศรไปเจาะเกราะของพระรามได้ พระรามจึงแผลงศรไปทำลายศรของมังกรกัณฐ์ มังกรกัณฐ์เกรงฤทธิ์พระรามจึงแอบซ่อนกายอยู่ในกลีบเมฆแล้วร่ายเวทสร้างรูปนิมิตจำแลงให้ปรากฏเป็นร่างมังกรกัณฐ์ลอยอยู่ทั่วท้องฟ้า ครั้นพระรามจะแผลงศรจึงไม่อาจทรงทราบได้ว่าร่างใดเป็นร่างจริง          เกสรทมาลาเห็นดังนั้นจึงขันอาสา โดยทูลว่าตนและมังกรกัณฐ์เคยสาบานเป็นสหายร่วมเป็นร่วมตายกันตั้งแต่เยาว์วัย ตนจะเหาะขึ้นไปเรียกหามังกรกัณฐ์ แม้มังกรกัณฐ์ร่างใดเข้ามาหาตนขอให้พระรามทรงแผลงศรไปที่ร่างนั้น เมื่อมังกรกัณฐ์เห็นเกสรทมาลาก็ตรงเข้ามาหาทันที สหายรักทั้งสองได้โผเข้ากอดกัน พระรามได้ทีจึงแผลงศรไปต้องมังกรกัณฐ์ทะลุถึงเกสรทมาลาจนสูญสิ้นชีวิตไปด้วยกันตามคำสาบาน  ----------------------------------------------------------- การแสดงละครพันทาง เรื่องผู้ชนะสิบทิศ ตอนแม่ทัพคนใหม่           ละครพันทาง เรื่องผู้ชนะสิบทิศ เกิดขึ้นเมื่อพุทธศักราช ๒๕๒๘ โดยนายเสรี หวังในธรรม ศิลปินแห่งชาติ ได้นำวรรณกรรมเรื่องผู้ชนะสิบทิศของครูยาขอบมาดัดแปลงให้บทละครพันทางสำหรับการแสดง โดยมีแรงบันดาลใจมาจากความชื่นชอบในสำนวนโวหารของครูยาขอบและเนื้อเรื่องที่สนุกสนานตื่นเต้นครบรส ทั้งเรื่องรัก เรื่องรบ อาฆาตพยาบาท และชิงไหวชิงพริบ จึงประสงค์จะให้ผู้ชมได้รับอรรถรสจากเรื่องผู้ชนะสิบทิศ ซึ่งได้รับอนุญาตจากทายาทของครูยาขอบเจ้าของบทประพันธ์ให้นำมาปรับปรุงและจัดแสดงเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปได้รับชม            สำหรับละครพันทาง เรื่องผู้ชนะสิบทิศ ตอนแม่ทัพคนใหม่ มีเนื้อเรื่องโดยสังเขปกล่าวถึง ภายหลังจากทัพตองอูแตกพ่ายในการสู้ศึกที่เมืองแปร จะเด็ดได้กลับมาเข้าเฝ้ามังตราตะเบงชะเวตี้ที่เมืองตองอู ทำให้มังตราตะเบงชะเวตี้ทรงพิโรธและสั่งประหารชีวิตจะเด็ดด้วยคิดว่าเป็นกบฏต่อแผ่นดิน แต่มหาเถรกุโสดอเข้ามาทูลขอชีวิตไว้ได้ทันเวลา โดยขอให้จะเด็ดพิสูจน์ความจงรักภักดีด้วยการยกทัพไปตีเมืองแปรและเอาชีวิตตนเป็นประกัน มังตราจึงจำยอมอนุญาต พระมหาเถรยังเกรงว่าจะเด็ดจะเพลี่ยงพล้ำแก่สติปัญญาของอุปราชรานอง จึงขอร้องให้ตะคะยีเป็นตัวแทนของท่านไปในกองทัพด้วย จากนั้นได้พาแม่ทัพนายกองอันมีตะคะยี จาเลงกะโบ เนงบา สีอ่อง และจะเด็ด เข้าเฝ้าขอพระราชทานอาญาสิทธิ์และพระราชานุญาตเคลื่อนทัพตามโบราณราชประเพณี           ทั้งนี้ การแสดงเนื่องในงานทดสอบระบบโรงละครแห่งชาติ วันที่ ๙ - ๑๐ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖ นำแสดงโดย นายปกรณ์  พรพิสุทธิ์ ศิลปินแห่งชาติ และศิลปินสำนักการสังคีต กรมศิลปากร กำกับการแสดงโดย นายปกรณ์ พรพิสุทธิ์ ศิลปินแห่งชาติ อำนวยการแสดงโดย นายศิริพงษ์  ทวีทรัพย์ ผู้อำนวยการสำนักการสังคีต อำนวยการทั่วไปโดย นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร


ภาพแสดงวิถีชีวิต"นางเทวธิสังกา" ตัวละครเอก หาบน้ำทุ้ง นุ่งซิ่นตีนจก ด้วยไม้คาน จิตรกรรมเล่าเรื่องราว "จันทคาธชาดก" ชาดกของชาวล้านนา หลังจากที่นางได้พลัดพรากจากเจ้าจันทคาธผู้เป็นสามี นางได้ไปอาศัยอยู่กับยายปริสุทธิ ช่วงเวลานั้นพระเจ้าสุทัสสนจักร เสด็จประพาสผ่านมาพบเห็นนาง จึงเกิดความรักใคร่ และต้องการเอามาเป็นชายาตน นางจึงหนีออกบวชเป็นชีพรามณ์...ตามเรื่องราว จิตรกรรรมฝาผนังวิหาร วัดหนองบัว ต.ป่าคา อ.ท่าวังผา จ.น่าน


        หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ กำหนดจัดกิจกรรม "เทศกาลอ่านล้านนา Lanna Reading Festival" ครั้งที่ 1 เรื่อง "รักอ่าน รักษ์วัฒนธรรม (Culture Reader) มรดกศิลปวัฒนธรรมล้านนาเพื่อการเรียนรู้“ ภายใต้โครงการพัฒนาและส่งเสริมการเรียนรู้ของหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ ประจำปีงบประมาณ 2569 ในวันศุกร์ที่ 24 กรฎาคม 2569 เวลา 08.30 - 16.30 น. ณ ห้องประชุมใหญ่ หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ ตำบลหายยา อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่         พบกับการสัมมานาวิชาการ หัวข้อดังต่อไปนี้         - ”การอ่านล้านนา : สรรพวิชาในคัมภีร์ใบลานและพับสา“ วิทยากรโดย ดร.ดิเรก อินจันทร์ นักวิชาการวัฒนธรรม หัวหน้างานอนุรักษ์ศิลปะและวัฒนธรรม สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่         - ”ห้องสมุดเขตปกครองตนเองชนชาติไทสิบสองพันนา : จากแหล่งเรียนรู้สู่ระดับชุมชนสู่แหล่งเรียนรู้ระดับชาติ“ วิทยากรโดย Mrs. Yu Shung เจ้าหน้าที่ห้องสมุด ห้องสมุดเขตปกครองตนเองชนชาติไทสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน         - ” สืบทอด อนุรักษ์ และพัฒนามรดกศิลปวัฒนธรรมล้านนาสู่ระดับภูมิภาค“ วิทยากรโดย นางสาวสุคนธ์ทิพย์ จันทะลุน บรรณารักษ์ชำนาญการ หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ กรมศิลปากร          และการอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การอ่านล้านนาและฐานการเรียนรู้ต่างๆ ได้แก่ Culture Reader / iNote X Culture Reader /มัทนะพาธา กุหลาบแห่งรัก และภาคีเครือข่ายห้องสมุดทั้งในและต่างประเทศ          นอกจากนี้ยังมีพิธีมอบรางวัล “ห้องสมุดเพชรล้านนา” และเยี่ยมชมนิทรรศการส่งเสริมการอ่านและกิจกรรมด้านมรดกศิลปวัฒนธรรมจากกรมศิลปากรและภาคีเครือข่าย ผู้สนใจสามารถสอบถามเพิ่มเติมและลงทะเบียนได้ที่ โทร. 0 5327 8322



ชื่อเรื่อง                    วัดมหาธาตุ ชน. ส.23 ตำรายาเกร็ดประเภทวัสดุ/มีเดีย      สมุดไทยขาวหมวดหมู่                  เวชศาสตร์ลักษณะวัสดุ              150; หน้า : ไม่มีภาพประกอบหัวเรื่อง                    เวชศาสตร์ภาษา                       ไทย                 อักษร                       ไทยบทคัดย่อ/บันทึก         ยาชุมนุมธาตุ ยาแก้สันนิบาต ฯ  ประวัติ                      ต้นฉบับจัดเก็บที่ วัดมหาธาตุ ตำบลแพรกศรีราชา อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท


black ribbon.