ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 52,496 รายการ
ชื่อแบบฉบับ : ตำนานธาตุภูเติม (ผูก 1)
ชื่อเรื่อง : ตำนานธาตุภูเติม (ผูก 1)
เลขทะเบียน : ชม.บ.341/1
ผู้แต่ง : ไม่ปรากฏ ผู้สร้าง : ไม่ปรากฏ ปีที่สร้าง : ไม่ปรากฏ
จำนวน : 1 คัมภีร์ 1 ผูก จำนวนบรรทัด : 5 บรรทัด จำนวนหน้า : 10 หน้า
อักษร : ธรรมล้านนา ภาษา : บาลี-ไทยล้านนา เส้น : จาร
ฉบับ : ลานดิบ ไม้ประกับ : ไม่มี ประเภทเอกสารโบราณ : คัมภีร์ใบลาน
ประวัติ : ได้มาจากวัดพระธาตุดอยหยวก ต.ปง อ.ปง จ.พะเยา เมื่อวันที่ 11 กรกฏาคม 2531
โครงการ : พัฒนาระบบบริการห้องสมุดดิจิทัล หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ ปี พ.ศ. 2568
เลขทะเบียน : นพ.บ.714/1งห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 28 หน้า ; 4.5 x 57 ซ.ม. : ลานดิบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 226 (303-316) ผูก 1ง (2568)หัวเรื่อง : แทนน้ำนมแม่--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
ชื่อแบบฉบับ : ตำรายา (ผูก 1จ)
ชื่อเรื่อง : ตำรายาแก้เลือด, ลม, ฝี เป็นต้น (ผูก 1จ)
เลขทะเบียน : ชม.บ.3917/1จ
ผู้แต่ง : ไม่ปรากฏ ผู้สร้าง : ไม่ปรากฏ ปีที่สร้าง : ไม่ปรากฏ
จำนวน : 1 คัมภีร์ 10 ผูก (หอสมุดแห่งชาติฯ เชียงใหม่ มีผูก 1, 1ก-1ฌ)
จำนวนบรรทัด : 5 บรรทัด จำนวนหน้า : 32 หน้า
อักษร : ไทย ภาษา : ไทย เส้น : จาร
ฉบับ : ลานดิบ ไม้ประกับ : ไม่มี ประเภทเอกสารโบราณ : คัมภีร์ใบลาน
ประวัติ : ได้มาจากวัดสันผักแค ต.ม่วงคำ อ.พาน จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2531
โครงการ : พัฒนาระบบบริการห้องสมุดดิจิทัล หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ ปี พ.ศ. 2568
รายงานการขุดแต่งบูรณะและปรับปรุงภูมิทัศน์โบราณสถานอุโบสถวัดหมื่นไวย ตำบลหมื่นไวย อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ปีงบประมาณ 2548
กรมศิลปากร ขอเชิญรับชมถ่ายทอด Facebook Live รายการไขความรู้จากครูกรมศิลป์ ตอน “เกร็ดความรู้ ราชรถ-ราชยาน (ตอนทึ่ ๑)” วิทยากร นายยุทธนาวรากร แสงอร่าม ภัณฑารักษ์ชำนาญการ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ผู้ดำเนินรายการ นายสิทธิพร บุปผา นักวิชาการเผยแพร่ กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ในวันพฤหัสบดี ที่ ๒๗ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๘ เวลา ๑๑.๐๐ – ๑๑.๔๕ น. ผู้สนใจสามารถติดตามชมได้ทาง Facebook Live : กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม และ Facebook Live : กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร
รายการ “ไขความรู้จากครูกรมศิลป์” มีรูปแบบเนื้อหาของรายการเกี่ยวกับประวัติความเป็นไทย เกร็ดประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับวันสำคัญ ประเพณี วัฒนธรรม วีถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน ผ่านการบอกเล่า ถ่ายทอดความรู้ แนวความคิด เนื้อหาวิชาการ จากประสบการณ์ของผู้บริหาร นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญกรมศิลปากร กำหนดถ่ายทอดสดผ่านเฟสบุ๊กไลฟ์ (Facebook Live) ทุกวันพฤหัสบดี เวลา ๑๑.๐๐ น. ตลอดปีงบประมาณ ๒๕๖๙ ระหว่างเดือนตุลาคม ๒๕๖๘ - กันยายน ๒๕๖๙
รายงานการตรวจสอบแหล่งโบราณคดีในเขตอำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ โดย กลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา
อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ขอเผยแพร่ องค์ความรู้ประจำเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๘ เรื่อง "คติการสร้างพระพุทธรูปนาคปรก "คติการสร้างพระพุทธรูปนาคปรกเกิดจากเรื่องราวในพุทธประวัติซึ่งปรากฏทั้งคัมภีร์พุทธศาสนามหายานและเถรวาท เป็นพุทธประวัติช่วงที่พระพุทธองค์ทรงเสวยวิมุตติสุขเป็นเวลา ๗ สัปดาห์ หลังจากบรรลุสมโพธิญาณ โดยในช่วงสัปดาห์ที่ ๖ พระองค์เสด็จประทับใต้ต้น “มุจลินท์” (ต้นจิก) ได้เกิดพายุฝนอย่างหนัก อากาศหนาวเย็นและมีสัตว์เล็กๆ มารบกวน พระยานาคนามว่า “มุจลินท์” ซึ่งอาศัยอยู่สระใกล้ๆ ได้ขึ้นมาแผ่พังพานปกป้องพระพุทธองค์ ดังเช่นที่ปรากฏในคัมภีร์ลลิวิสตระของพุทธศาสนามหายานในอินเดีย อัธยายที่ ๒๘ ชื่อตระปุษะภัทลิกะปริวรรต ได้กล่าวถึงพุทธประวัติตอนนี้ไว้ว่า“ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในสัปดาห์ที่ ๕ ตถาคตอยู่ในพิภพของมุจลินทนาคราช เป็นวันฟ้าวันฝนตลอดสัปดาห์ ครั้งนั้นแล มุจลินทนาคราชออกจากที่อยู่ของตน พันกายตถาคตด้วยขนดนาค ๗ รอบ แผ่พังพานบังไว้ โดยคิดว่า ลมหนาวอย่าแผ้วพานพระกายของพระผู้มีภคะเลย นาคราชเป็นจำนวนมาก แม้ในทิศตะวันออกอีกหนึ่งทิศ ก็มาพันกายตถาคตด้วยขนดนาค ๗ รอบ แผ่พังพานไว้ โดยคิดว่า ลมหนาวอย่าแผ้วพานพระกายของพระผู้มีภคะเลย นาคราชมาจากทิศใต้ ทิศตะวันตกและทิศเหนือก้เช่นเดียวกับนาคราชทางทิศตะวันออก พันกายตถาดด้วยขนดนาค ๗ รอบ แผ่พังพานไว้ โดยคิดว่า ลมหนาวอย่าได้แผ่วพานพระกายของพระผู้มีภคะเลย และขนดนาคนั้น ตั้งอยู่ด้วยความสูงแห่งกองขนดของนาคราชเหมือนขุนเขาเมรุ ความสุขเช่นที่มีแก่นาคราชทั้งหลายเหล่านั้นย่อมมี เพราะอยู่ให้กายตถาดตลอด ๗ วัน ๗ คืน ซึ่งนาคราชทั้งหลายเหล่านั้นไม่ได้รับมาก่อนเลย ครั้นล่วงสัปดาห์นั้นไปแล้ว นาคราชทั้งหลายทราบว่าพ้นวันฟ้าวันฝนแล้ว จึงคลายขนดนาคออกจากกายตถาคต ไหว้บาทตถาคตด้วยศีรษะ (กราบ) ทำประทักษิน ๓ รอบ แล้วไปสู่พิภพของตน แม้มุจลินนาคราช ไหว้บาทตถาดด้วยศีรษะ ทำประทักษิน ๓ รอบแล้ว เข้าสู่ที่ของตน”พระพุทธรูปนาคปรกในศิลปะสุโขทัยพบได้น้อย ปัจจุบันที่เมืองศรีสัชนาลัยยังเหลือหลักฐานพระพุทธรูปนาคปรกปั้นปูน จำนวน ๒ แห่ง คือ องค์หนึ่งมีอยู่ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุเชลียง ได้รับการบูรณะแล้ว อีกองค์หนึ่งประดิษฐานในจระนำของเจดีย์รายด้านหลังของเจดีย์ประธานวัดเจดีย์เจ็ดแถว พระพุทธรูปองค์นี้ เจ้าหน้าที่กรมศิลปากรได้ถอดพิมพ์ไว้ ก่อนที่เศียรจะถูกคนร้ายลักรอบตัดเอาไป ส่วนที่ชำรุดหักหายจึงได้รับการบูรณะให้สมบูรณ์ โดยหล่อจากพิมพ์ที่ถอดไว้พร้อมกันนั้นทางกรมศิลปากรได้หล่อทั้งองค์ไว้ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง พระวรกายลดความอวบอ้วนลงเล็กน้อย ช่วยให้ความกว้างของพระอังสา และความเล็กของบั้นพระองค์ สังเกตได้ชัดเจนยิ่งขึ้นกว่าคือสัดส่วนของพระพุทธรูปหมวดใหญ่ พระองค์ทรงครองจีวรเฉียง ชายจีวรเป็นแถบเล็กยาวลงมาจรดพระนาภี แนวโค้งของแถวเม็ดพระศกวาดเฉียงลงไปที่ใบพระกรรณ พระนลาฏจึงแคบกว่าเดิม รับกับส่วนล่างของพระพักตร์ จึงเป็นพระพักตร์รูปไข่ของพระพุทธรูปหมวดใหญ่พระพุทธรูปหมวดใหญ่ เป็นพระพุทธรูปส่วนใหญ่ที่พบทั่วไปในขอบเขตของอาณาจักรสุโขทัย ซึ่งพบมากในที่เมืองสุโขทัย-ศรีสัชนาลัย ในบางครั้งนักวิชาการ จัดพระพุทธรูปกลุ่มนี้เรียกเป็น สกุลช่างสุโขทัย-ศรีสัชนาลัย ซึ่งกำหนดอายุสมัยการสร้างอยู่ในราวกลางพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ถึงปลายพุทธศตวรรษที่ ๒๐ ดังนั้นพระพุทธรูปนาคของเมืองศรีสัชนาลัย ซึ่งจัดอยู่ในหมวดใหญ่น่าจะถูกสร้างขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าวด้วยเอกสารอ้างอิงพีรัช ลิขิตสมบูรณ์. ปัจจุบันของพระพุทธรูปนาคปรก. วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๔๘.ศักดิ์ชัย สายสิงห์. พระพุทธรูปในประเทศไทย รูปแบบ พัฒนาการ และความเชื่อของคนไทย. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์สมาพันธ์, ๒๕๕๖.ศักดิ์ชัย สายสิงห์. คู่มือนำชมศิลปกรรมโบราณสมัยสุโขทัย. นนทบุรี : สำนักพิมพ์เมืองโบราณ, ๒๕๖๗.สันติ เล็กสุขุม. ศิลปะสุโขทัย. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์เมืองโบราณ ๒๕๕๕.
สภาเมืองเจียงใหม่ ร่วมกับหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ และหอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ เชียงใหม่ ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดการสัมมนาวิชาการ เรื่อง “แนวทางการขึ้นทะเบียนเอกสารมรดกความทรงจำแห่งโลกของยูเนสโก (UNESCO) ของจังหวัดเชียงใหม่” วันเสาร์ที่ ๒๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๙ เวลา ๑๓.๐๐ – ๑๖.๓๐ น. ณ ห้องประชุมใหญ่ หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ขอเชิญผู้สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมงาน ฟรี‼ ไม่มีค่าใช้จ่าย โดยแสกน QR Code (รับจำนวนจำกัด)