ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,751 รายการ


อนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพอนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพคุณเลื่อน ไขแสง ท.ช, ท.ม. นครศรีธรรมราช: ศิษย์เฉพาะช่าง, 2516.พิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ อนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพคุณเลื่อน ไขแสง ท.ช, ท.ม. อดีตผู้ว่าราชการจังหวัด ณ เมรุวัดสะแก อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา 8 พฤษภาคม 2516เลขทะเบียน 0794


“พระอภัยมณี” เป็นวรรณคดีที่ทรงคุณค่าเรื่องหนึ่งของไทย ผลงานชิ้นเอกของพระสุนทรโวหาร (ภู่) หรือสุนทรภู่ กวีเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานว่า สุนทรภู่เริ่มแต่งเรื่องพระอภัยมณีเมื่อครั้งต้องโทษจำคุกในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย โดยใช้เวลาในการแต่งรวมมากกว่า ๒๐ ปี ลักษณะการประพันธ์ของนิทานคำกลอนเรื่องนี้อยู่ในรูปแบบของกลอนสุภาพ หรือกลอนแปด เดิมหนังสือกลอน เรื่อง พระอภัยมณีตามฉบับที่ได้พิมพ์มาแต่ก่อน เป็นหนังสือ ๑๐๔ เล่มสมุดไทย (บางชุดมี ๙๙ เล่มสมุดไทย) หลังจากเล่มที่ ๔๙ สำนวนกลอนมีทั้งของสุนทรภู่และของผู้อื่นสลับซับซ้อนปะปนกัน ไม่เป็นสาระทางวรรณคดี ด้วยเหตุนี้หอพระสมุดสำหรับพระนครจึงได้เลือกชำระถึงตอนที่พระอภัยมณีออกบวช ตามเจตนาของสุนทรภู่ที่ต้องการให้เรื่องจบแต่เพียงเท่านั้น รวมเป็นหนังสือ ๒๕,๐๙๘ คำกลอน แบ่งเรื่องออกได้เป็น ๖๔ ตอน เนื่องในโอกาสวันสุนทรภู่ ซึ่งตรงกับวันที่ ๒๖ มิถุนายน ของทุกปี เพื่อเป็นการรำลึกถึง “สุนทรภู่” ผู้สร้างสรรค์ผลงานด้านวรรณคดีไทยอันทรงคุณค่า จนได้รับการยกย่องจากยูเนสโก (UNESCO) ให้เป็น “บุคคลสำคัญของโลกด้านวรรณกรรม” หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี ขอนำเสนอ ๕ เรื่องน่ารู้จากเรื่อง พระอภัยมณี วรรณคดีเรื่องเอกของสุนทรภู่ ดังนี้           ๑. “พระอภัยมณี” ได้รับการยกย่องจากวรรณคดีสโมสรในรัชกาลที่ ๖ ว่าเป็นยอดของวรรณคดีประเภทนิทานคำกลอน เป็น “จินตนิยาย” ที่แสดงให้เห็นถึงจินตนาการที่กว้างไกลอันล้ำยุค เกินสมัยยิ่งของสุนทรภู่ มีความดีเด่นด้านการใช้ถ้อยคำ โดยภาษาที่ใช้มีความเรียบง่ายตามแบบฉบับของสุนทรภู่ มีสัมผัสในที่ไพเราะงดงาม การผูกเรื่องได้อย่างสนุกสนานเพลิดเพลิน มีจินตนาการสูง และตัวละครที่แปลกใหม่ เต็มไปด้วยการผจญภัยและเหตุการณ์เหนือธรรมชาติ ชวนให้น่าติดตาม  ๒.  “พระอภัยมณี” ต้นแบบวรรณคดีแนวแฟนตาซีของไทย สุนทรภู่ได้รับแรงบันดาลใจมากมายจากวรรณคดีโบราณทั้งของไทยและของต่างประเทศ โดยวรรณคดีที่สุนทรภู่อาศัยเค้ามานั้น มีทั้งวรรณคดีจีน ชวา ไทย แขก และเนื้อเรื่องส่วนใหญ่แตกต่างจากวรรณคดีไทยแนวจักรๆ วงศ์ๆ ทั่วไป เค้าโครงเรื่องได้มาจากวรรณคดีต่างๆ ของไทยและวรรณคดีต่างประเทศหลายเรื่อง เช่น เรื่องอาหรับราตรี และเรื่องไซ่ฮั่น รวมถึงเค้าเรื่องจากเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ เหตุการณ์ในชีวิตของสุนทรภู่ และจินตนาการที่ผสมผสานผูกร้อยเข้าด้วยกัน ทำให้พระอภัยมณีมีความแปลกใหม่ล้ำยุคสมัย แตกต่างจากขนบของวรรณคดีแบบเดิม ซึ่งตัวละครและฉากมีทั้งนางเงือก ยักษ์ พระราชา นางงาม ผีสาง ทะเล ปราสาท การเดินทางผจญภัยรอบโลก และเหตุการณ์เหนือธรรมชาติต่างๆ เรียกได้ว่ามีครบทุกอรรถรสในเรื่องเดียว ๓.  “พระอภัยมณี” พระเอกศิลปินในวรรณคดีที่ใช้ปี่แทนอาวุธ โดยวิชาปี่ของพระอภัยมณีนั้นเปรียบเสมือนเป็นอาวุธประจำกายที่สามารถใช้ได้อย่างหลากหลาย ทั้งกล่อมให้หลับและสะกดผู้คนให้เคลิบเคลิ้ม ใช้ปลุกความเศร้าหรือความสุขในใจ ใช้ในการป้องกันตัวโดยทำให้ศัตรูหมดแรงหรือหลับไป รวมถึงใช้สังหารนางผีเสื้อสมุทร ด้วยวิชาเป่าปี่นั้นเป็นเหมือนดังอาวุธร้าย ดังนั้น แต่ละครั้งที่เป่าปี่ พระอภัยมณีจึงไม่ได้เป่าอย่างพร่ำเพรื่อหรือเพื่อความบันเทิง แต่ล้วนมีจุดมุ่งหมายเฉพาะในการใช้          ๔. “พระอภัยมณี” วรรณคดีที่ไม่ได้มีดีแต่เรื่องรัก แต่ยังสะท้อนแนวคิดเรื่องคติธรรมในการดำเนินชีวิตได้อย่างลึกซึ้ง เช่น การสอนเรื่องคบคน การรักอย่างมีสติ การรู้จักปล่อยวาง การใช้สติปัญญาในการแก้ปัญหา ความกตัญญูและความรักในครอบครัว โทษและผลของกิเลสและความลุ่มหลง เป็นต้น นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นถึงขนบธรรมเนียม ความสัมพันธ์ในครอบครัว สถานะของหญิงชาย และบทบาทของชนชั้นในสังคมไทยสมัยก่อนได้อย่างชัดเจน สอดแทรกเรื่องของการเมืองในหลายแง่มุม เช่น การเมืองแบบราชสำนักและอำนาจรัฐ การเจรจาทางการทูต การเมืองแบบคุณธรรมธิปไตย อีกทั้งยังแทรกเกร็ดความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เช่น การสืบทอดลักษณะทางพันธุกรรม ดังที่ปรากฏในตัวละครสินสมุทร ซึ่งเป็นลูกของพระอภัยมณีกับนางผีเสื้อสมุทร เป็นต้น ๕.  “พระอภัยมณี” วรรณคดีที่สะท้อนแนวคิดเรื่องความเท่าเทียมทางเพศ สุนทรภู่ได้สะท้อนแนวคิดนี้อย่างแยบคาย โดยเฉพาะการยกย่องเพศหญิงให้มีบทบาทสำคัญเคียงข้างเพศชายอย่างเสมอภาค ผ่านบทบาทของตัวละครหญิงที่ทรงพลัง เช่น นางละเวง ที่มีสถานภาพเป็นกษัตริย์หญิงปกครองเมืองลงกา แสดงให้เห็นถึงความสามารถและสติปัญญาของผู้หญิงที่มีบทบาทในการเป็นผู้นำของชาติ นางวาลี เป็นผู้มีสติปัญญาดีและมีวาทศิลป์เป็นเลิศ มีความรอบรู้เรื่องยุทธวิธีและตำราพิชัยสงคราม นางเงือก เป็นผู้ช่วยชีวิตพระอภัยมณีจากผีเสื้อสมุทร แสดงให้เห็นถึงบทบาทของผู้หญิงที่สามารถช่วยเหลือผู้ชายได้เช่นกัน มิใช่แค่รอความช่วยเหลือจากผู้ชายเพียงฝ่ายเดียว นอกจากเรื่องของความเท่าเทียมทางเพศแล้ว จากเนื้อเรื่องยังปรากฏให้เห็นถึงแนวคิดเรื่องการเปิดรับความหลากหลายที่ก้าวข้ามพรมแดนทางสังคมผ่านบทบาทของตัวละครต่างชนชั้น ทั้งผีเสื้อสมุทร (ยักษ์) ที่มีความรักเหมือนมนุษย์ นางเงือก (สัตว์วิเศษ) ที่ช่วยเหลือมนุษย์ และความรักระหว่างพระอภัยมณีและสินสมุทร ที่เกิดจากคนละโลก (มนุษย์และนางเงือก)     เรียบเรียงโดย      นางสาวปริศนา ตุ้มชัยพร บรรณารักษ์ชำนาญการ                       หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี     สำนักศิลปากรที่ ๕ ปราจีนบุรี กรมศิลปากร   แหล่งข้อมูลอ้างอิง โกวิท ตั้งตรงจิตร.  คุยเฟื่องเรื่องพระอภัยมณี.  กรุงเทพฯ: ชมรมเด็ก, ๒๕๔๖. เปรมเสรี.  พระอภัยมณี.  กรุงเทพฯ: รวมสาส์น (๑๙๗๗) จำกัด, ๒๕๔๗.  เล่าสู่กันฟัง...เรื่อง “สุนทรภู่ปั้นพระอภัยมณี : พระเอกฉีกแนวคนแรกของไทย”.  [ออนไลน์].  สืบค้นเมื่อ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๘, จาก             https://www.culture.go.th/culture_th/ewtnews.php?nid=5036&filename=index วิเชียร เกษประทุม.  เล่าเรื่องพระอภัยมณี.  กรุงเทพฯ: พัฒนาศึกษา, ๒๕๔๖.  “สุนทรภู่” จินตกวีผู้ปั้น “พระอภัยมณี”.  [ออนไลน์].  สืบค้นเมื่อ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๘, จาก https://mgronline.com/qol/detail/     9480000076452 สุนทรโวหาร (ภู่).  พระอภัยมณี.  กรุงเทพฯ: ศิลปาบรรณาคาร, ๒๕๔๔.                  


เลขทะเบียน : นพ.บ.609/2           ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ :52 หน้า  ; 4 x 50 ซ.ม. : ล่องชาด ; ไม้ประกับธรรมดา ชื่อชุด : มัดที่ 196 (1-7) ผูก 2 (2568)หัวเรื่อง : ปัญญาชาดก--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน : นพ.บ.658/3ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 26 หน้า  ; 4.5 x 58 ซ.ม. : ทองทึบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 211 (142-154) ผูก 3 (2568)หัวเรื่อง : มหานิปาตวณฺณนา--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


              สุภัทรดิศ ดิศกุล, ม.จ. เรื่องพระปฐมเจดีย์กับนำเที่ยว. พระนคร : โรงพิมพ์พระจันทร์, 2490.              พระปฐมเจดีย์เป็นพระสถูปเจดีย์ที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาของเมืองไทย ซึ่งบรรจุพระบรมสารีริกธาตุตั้งอยู่ในจังหวัดนครปฐม พระปฐมเจดีย์เป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชนและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ


        พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรพิพิธภัณฑ์ ร้าน Tao Hong Tai : dKunst Art Space & Cafe ชวนร่วมกิจกรรม “ชมพิพิธภัณฑ์ รู้ลึกเรื่องเมืองราชบุรี ต่อด้วยกาแฟแก้วโปรด” เพียงโชว์ “บัตรเข้าชมพิพิธภัณฑ์” รับส่วนลดค่าเครื่องดื่มทันที 5% ที่ Tao Hong Tai : dKunst Art Space & Cafe โดยใช้หางบัตรใช้ได้ 1 ใบ / 1 แก้ว / 1 วัน (ไม่สามารถแลกเป็นเงินสดได้) สอบถามเพิ่มเติม โทร. 032 321 513 Facebook พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี  (Ratchaburi National Museum) https://www.facebook.com/ratchaburi.national.museum


สัมผัสเสน่ห์ล้านนา ชมโบราณสถาน 700 ปียามราตรี ในงาน “แอ่วกุมกามยามแลง : ในดวงใจนิรันดร์  Love & Forever” ที่เชียงใหม่           วันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 18.00 น. นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานในพิธีเปิดงานแอ่วกุมกามยามแลง : ในดวงใจนิรันดร์ Love & Forever ณ ลานกิจกรรม วัดอีก้าง – วัดหนานช้าง เวียงกุมกาม ตำบลท่าวังตาล อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่         นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากร ได้ดำเนินโครงการพัฒนาโบราณสถานเพื่อเพิ่มศักยภาพในการเสริมสร้างเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวโบราณสถานยามราตรี เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และเพิ่มมิติการท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมบรรยากาศโบราณสถานอันสวยงามยามค่ำคืน ซึ่งเวียงกุมกาม ถือเป็นพื้นที่ทางวัฒนธรรมขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญในฐานะต้นทางของอาณาจักรล้านนา ที่ผ่านมากรมศิลปากรได้เข้าไปดำเนินการขุดค้นขุดแต่งทางโบราณคดี และบูรณะปรับภูมิทัศน์โบราณสถานกว่า 30 แห่ง จัดสร้างศูนย์บริการข้อมูลท่องเที่ยวเวียงกุมกาม สร้างกระแสการท่องเที่ยวให้แก่เมืองเชียงใหม่เป็นอย่างมาก สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ จึงจัดงานท่องเที่ยวโบราณสถาน  ยามค่ำคืน ณ เวียงกุมกาม เพื่อให้โบราณสถานเวียงกุมกามในฐานะทุนทางวัฒนธรรมที่พัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวตามแนวทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เป็นพลังขับเคลื่อนนโยบาย “วัฒนธรรมนำเศรษฐกิจ” ของกระทรวงวัฒนธรรม โดยเป็นการนำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดเศรษฐกิจอย่างเหมาะสมและยั่งยืน        งาน “แอ่วกุมกามยามแลง : ในดวงใจนิรันดร์ Love & Forever” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ถึง 1 มีนาคม 2569 เวลา 16.00 น. – 22.00 น. ณ ลานกิจกรรมวัดอีก้าง – วัดหนานช้าง เวียงกุมกาม ตำบลท่าวังตาล อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ในห้วงบรรยากาศรำลึกและถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความรักที่มีแด่แม่หลวงของแผ่นดิน และเดือนแห่งความรัก กิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การเยี่ยมชมโบราณสถานสำคัญ อดีตเมืองหลวงของอาณาจักรล้านนาอายุเก่าแก่กว่า 700 ปี ที่ประดับตกแต่งจุดเช็คอินถ่ายภาพด้วยแสงไฟยามค่ำคืน เยี่ยมชม “กาดกุมกาม@Love” จำหน่ายอาหารและสินค้าทางวัฒนธรรมจากชุมชน นิทรรศการเวียงกุมกาม และนิทรรศการความรักที่มีแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง นอกจากนี้ ยังเป็นการกลับมาเยือนดินแดนล้านนาอีกครั้งของสำนักการสังคีต กรมศิลปากร ที่ยกทัพนักแสดงศิลปินมาแบบจัดใหญ่ จัดเต็มเพื่อให้ประชาชน และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้รับชมตลอด 3 คืน ได้แก่ การแสดงละครเสภาเรื่อง ขุนช้างขุนแผน ตอนพระวัยแตกทัพ การแสดงโขนเรื่อง รามเกียรติ์ ชุดอนุภาพรามราชจักรี และชุดกษิรชลมณโฑ ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและประชาชนแต่งกายด้วยชุดพื้นเมืองหรือผ้าไทย 


ชื่อเรื่อง : โครงการเก็บข้อมูลด้านศิลปะการแสดง (ซอ) จังหวัดพะเยา ผู้แต่ง : สภาวัฒนธรรมจังหวัดพะเยา ปีที่พิมพ์ : 2548 สถานที่พิมพ์ : พะเยา สำนักพิมพ์ : สภาวัฒนธรรมจังหวัดพะเยา      โครงการเก็บข้อมูลด้านศิลปะการแสดงซอของจังหวัดพะเยา ซอเป็นดนตรีพื้นบ้านและเป็นภูมิปัญญาด้านการแสดงของเมืองพะเยามานานกว่า 900 ปี เพราะฉะนั้นวิถีชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่นจึงได้สืบต่อกันมานานเท่ากับวิวัฒนาการทางประวัติศาสตร์ ในหนังสือเล่มนี้จะมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับซอไม่ว่าจะเป็นประเภทต่างๆ ของซอ ทำนอง เพลงของซอ และยังมีข้อมูลของปราชญ์ชาวบ้านในด้านการเล่นซอหรือช่างซออีกด้วย


พิพิธิภัณฑสถานแห่งชาติเสมือนจริง ชุมพร : http://www.virtualmuseum.finearts.go.th/chumphon    พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชุมพร เป็นพิพิธภัณฑสถานที่ก่อตั้งขึ้นโดยดำริของผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร (นายประยูร พรหมพันธ์) เมื่อราว พุทธศักราช 2537 โดยจังหวัดชุมพร ได้มอบที่ดินให้กับกรมศิลปากร เพื่อใช้ในการจัดตั้งพิพิธภัณฑสถาน จำนวน 7 ไร่ กรมศิลปากร โดยอธิบดีกรมศิลปากร ณ ขณะนั้น (นายสมคิด โชติกวณิชย์) จึงได้ดำเนินการกำหนดเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ตามโครงการจัดตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติประจำเมือง ของคณะรัฐมนตรี ที่มุ่งหมายจะกระจายพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ออกไปในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อขยายโอกาสด้านการศึกษาเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี ศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนภูมิปัญญาพื้นบ้านท้องถิ่น ให้แก่ประชาชนที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคต่างๆ ได้ใช้เป็นแหล่งเรียนรู้นอกระบบ การดำเนินการก่อสร้างพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชุมพร ตลอดจนการจัดทำสื่อจัดแสดง และการติดตั้งระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ได้ดำเนินการระหว่างปีงบประมาณ 2538 - 2540 โดยใช้เงินงบประมาณทั้งสิ้น 54,596,000 บาท     พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชุมพร ได้ประกาศกำหนดสถานที่จัดตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 115 ตอนที่ 104ง ลงวันที่ 29 ธันวาคม พุทธศักราช 2541 และได้เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ โดยสมเด็จพระเทพรัตนฯ ราชสุดาสยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นประธานในพิธีเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชุมพร เมื่อวันที่ 30 เมษายน พุทธศักราช 2542    ลักษณะทางสถาปัตยกรรมของอาคารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชุมพร เป็นอาคาร 2 ชั้น มีลักษณะของการผสมผสานสถาปัตยกรรมท้องถิ่นภาคใต้และสถาปัตยกรรมร่วมสมัยเข้าด้วยกัน ทำให้มีลักษณะโดดเด่น และทันสมัย ภายในประกอบด้วยห้องจัดนิทรรศการถาวร ห้องสมุด ห้องประชุม ห้องอเนกประสงค์ สำนักงาน คลังเก็บโบราณวัตถุศิลปวัตถุ ร้านจำหน่ายหนังสือและของที่ระลึก


นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานในพิธีสมโภชน์องค์พระกฐินพระราชทานกรมศิลปากร ประจำปี 2558 และร่วมชมการแสดงโขน เรื่อง "ศึกแสงอาทิตย์ - ศึกพรหมมาศ" ณ วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร เมื่อวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๘            



                เมื่อวันพุธ ที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๕๕ เวลา ๐๙.๐๐ น. คณะทัวร์จาก ประเทศเวียดนามได้เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี โดยมี ว่่าที่ร้อยตรีหญิงมินา  ลาภสาร พนักงานประจำห้องพิพิธภัณฑ์ เป็นวิทยากรนำชม และมีล่ามภาษาเวียดนามแปลพร้อมอธิบายเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์ 



อบรมผู้ใช้งานระบบสัมมนาออนไลน์ ในวันที่ 30 มีนาคม 2556 ตั้งแต่เวลา 9.00 - 16.00 โดยเจ้าหน้าที่บริษัท เอ็มเวิร์ค กรุ๊ป จำกัด


black ribbon.