ค้นหา


รายการที่พบทั้งหมด 38,975 รายการ


             การวางฤกษ์ เป็นพิธีกรรมหรือประเพณีในการก่อสร้างอาคารเพื่อรวมความสวัสดิมงคล ให้เกิด ณ สถานที่นั้นก่อนการก่อสร้าง โดยมักวางแผ่นอิฐ แผ่นศิลา หรือสิ่งของมงคลไว้บริเวณใต้ฐาน ของอาคาร ก่อนจะสร้างสิ่งก่อสร้างเหนือพื้นที่นั้น              การวางฤกษ์ในประเทศไทยปรากฏหลักฐานตั้งแต่สมัยเริ่มแรกที่มีการก่อสร้างศาสนสถาน ในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๒ ทั้งในวัฒนธรรมทวารวดี และวัฒนธรรมเขมร (สมัยก่อนเมืองพระนคร) จากการดำเนินงานทางโบราณคดีทั้งการขุดศึกษาและการบูรณะโบราณสถานประเภทปราสาทในวัฒนธรรมเขมรโบราณซึ่งอยู่ในในความรับผิดชอบของสำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา ได้พบหลักฐานต่าง ๆ ที่นำมา ซึ่งการศึกษาด้านคติความเชื่อในการวางฤกษ์ปราสาทในวัฒนธรรมเขมรโบราณ โดยสามารถจำแนกออกได้เป็น ๒ ลักษณะ ได้แก่ การวางฤกษ์แบบไม่ใช้แผ่นศิลาฤกษ์ การวางฤกษ์แบบใช้แผ่นศิลาฤกษ์ ซึ่งจำแนกรูปแบบการวางฤกษ์ออกได้ตามแต่ละยุคสมัยของปราสาท ทั้งนี้ จากการค้นพบล่าสุดใน พ.ศ. ๒๕๖๓ นำมาซึ่งข้อมูลการวางฤกษ์รูปแบบใหม่ในประเทศไทย นั่นคือ การวางฤกษ์โดยใช้ประติมากรรมรูปเต่าเป็นแท่นบรรจุวัตถุมงคลแทนแผ่นศิลาฤกษ์ โดยประติมากรรมรูปเต่าลักษณะใกล้เคียงกันนี้เคยค้นพบในประเทศกัมพูชา และคงมีความสัมพันธ์กับโบราณสถานที่เกี่ยวข้องกับน้ำ และคติความเชื่อเรื่องความอุดมสมบูรณ์ รวมถึงคติความเชื่อ ในการจำลองจักรวาล



  ผู้แต่ง/ผู้แปล/ผู้เรียบเรียง : Author:  กรมศิลปากร. กระทรวงวัฒนธรรม. Call#:  - ครั้งที่พิมพ์ : Edition:  - ผู้พิมพ์ : Publisher:  กรมศิลปากร อธิบาย : Description:  แนะนำหนังสือห้องกรมศิลปากรและหนังสือหายาก เดือนกุมภาพันธ์ 2556 ISBN:  - ราคา : Price:  - กรมศิลปากร. กระทรวงวัฒนธรรม. ภูมิแผ่นดินมรดกไทย: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับ- การเสด็จพระราชดำเนินแหล่งมรดกไทย.             กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, 2554. 256 หน้า. ภาพประกอบ.             จัดทำเนื่องในมหามงคลสมัยที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดีจักรีนฤบดินทรสยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ทรงเจริญพระ-ชนมพรรษา 7 รอบ วันที่5 ธันวาคม พุทธศักราช 2554 ภายในเล่มแบ่งเนื้อหาออกเป็น 6บทคือบทที่1 พระมหากรุณาธิคุณต่อการนุรักษ์มรดกไทย บทที่2 แหล่งมรดกวัฒนธรรมโบราณคดีและประวัติศาสตร์ในประเทศไทย บทที่3 พระมหากรุณาธิคุณต่อแหล่งมรดกฯ ภาคกลางและภาคตะวันออก บทที่4 พระมหากรุณาธิคุณแหล่งมรดกฯภาคเหนือ บทที่5 พระมหากรุณาธิคุณต่อแหล่งมรดกฯภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บทที่6 พระมหากรุณาธิคุณต่อแหล่งมาดกฯภาคใต้ ท้ายเล่มมีบรรณานุกรม และภาคผนวก ศ 930.1 ศ528ภ


ผู้แต่ง : พระเทพวิสุทธิเวทีปีที่พิมพ์ : 2531 สถานที่พิมพ์ : กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์ : พิฆเณศ พริ้นท์ติ้ง      เซ็นเตอร์ ประวัติศาสตร์เมืองพะเยายุคหลัง จะว่าด้วยเรื่อง เมืองพะเยายุคหลัง และการแต่งตั้งผู้ครองเมืองพะเยา, ความสัมพันธ์ระหว่างวัดเหนือ – วัดใต้, บันทึกเหตุการณ์ประจำวันของครูศรีวิลาสวชิรปัญญา, เรื่องปู่แสนผิ่ว เสมอเชื้อ, เรื่องกัปตันเยนเซ่น, บันทึกเรื่องรื้อโบราณสถานและโบราณวัตถุเพื่อสร้างกำแพงเมือง และสืบชาตาเมือง


นิทรรศการพิเศษเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย พ.ศ. ๒๕๕๘ เรื่อง "สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี - องค์เอกอัครราชูปถัมภกมรดกวัฒนธรรมไทย"




ที่ตั้ง              วัดศรีธาตุประมัญชา  บ้านหนองแวง  ตำบลจำปี  อำเภอศรีธาตุ  จังหวัดอุดรธานี พิกัดแผนที่       แผนที่ระวาง  5642  IV  มาตราส่วน  1: 50,000                    พิมพ์ครั้งที่  1 -RTSD  ลำดับชุด  L  7017                    พิกัดกริด48  QUD  063771                    เส้นรุ้ง  ๑๗  องศา  ๕๘  ลิปดา  ๑๓  ฟิลิปดา  เหนือ                    เส้นแวง  ๑๐๓  องศา  ๑๐  ลิปดา  ๕๐  ฟิลิปดา  ตะวันออก   สิ่งสำคัญที่ขึ้นทะเบียน                    ๑.พระธาตุเจดีย์                    ๒.อุโบสถ ( สิม )   ประวัติสังเขป                    เดิมเป็นวัดร้าง  ต่อมาในปี  พ.ศ.  ๒๔๕๘  ราษฎรจากบ้านพันลำได้อพยพมาตั้งถิ่นฐานและหักร้างถางพงได้พบเนินดินร้างซึ่งมีพระธาตุ  และมีเสมาหินสลักเป็นรูปดอกบัว  ปักเรียงรายอยู่โดยรอบ  บนใบเสมายังมีอักษรโบราณจารึกไว้  ๒  แถว ( สูญหาย )  ต่อมาในปี  พ.ศ.  ๒๔๖๒  มีพระภิกษุจากบ้านท่าคันโทได้ธุดงค์มาพบวัดร้างนี้จึงได้อยู่จำพรรษา  ภายหลังชาวบ้านจึงช่วยกันบูรณะปฏิสังขรณ์  และสร้างวัดขึ้นใหม่  ได้สร้างพระอุโบสถหลังแรกขึ้นในปี  พ.ศ.  ๒๔๖๔   ลักษณะรูปแบบศิลปกรรม                    พระธาตุเจดีย์  ก่อด้วยอิฐสอดิน  รูปทรงสี่เหลี่ยม  ฐานล่างเป็นฐานกึ่งฐานบัว  ซ้อนลดหลั่นกันขึ้นไป  ถัดจากฐานบัวขึ้นไปเป็นองค์ระฆัง  ลักษณะศิลปกรรมแบบล้านช้าง  สันนิษฐานว่ารูปแบบที่สมบูรณ์ของพระธาตุน่าจะคล้ายคลึงกับพระธาตุอิงฮัง  ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว  ซึ่งมีส่วนเรือนธาตุเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส  โดยมีเรือนธาตุ  ๓  ชั้นซ้อนลดหลั่นกัน  ส่วนยอดเป็นรูปดอกบัวตูม   อายุสมัย          ราวพุทธศตวรรษที่  ๒๓ -๒๔  สมัยวัฒนธรรมล้านช้าง   ประเภทโบราณสถาน                    ศาสนสถานในพุทธศาสนา   ลักษณะการใช้งานในปัจจุบัน                    เป็นที่เคารพสักการบูชาของท้องถิ่น   การดำเนินงาน                    ปี พ.ศ.  ๒๕๓๙  สำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ  ที่  ๗  ขอนแก่น  ดำเนินการขุดแต่งและบูรณะ   การขึ้นทะเบียน                    ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน  ในราชกิจจานุเบกษา  เล่ม  ๑๑๖  ตอนพิเศษ  ๗ ง.  วันที่  ๒๒  มกราคม  ๒๕๔๒  พื้นที่  ๑  ไร่  ๑  งาน  ๗๐  ตารางวา   ที่มาของข้อมูล                    ๑.ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๖ ตอนพิเศษ ๗ ง. หน้า ๓ วันที่ ๒๒  มกราคม ๒๕๔๒                    ๒.สำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ  ที่  ๗  ขอนแก่น , ทำเนียบโบราณสถานอีสานบน , เอกสารอัดสำเนา , ๒๕๔๒


    วันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร จัดกิจกรรมในชื่อ "โครงการจัดกิจกรรมพิเศษเนื่องในวันสำคัญและเทศกาลประจำปีของไทย" เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นทุกวันพระ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "วันธรรมสวนะ" ซึ่งได้จัดกิจกรรมนี้ติดต่อกันมาเป็นระยะเวลาเข้าปีที่ ๗ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างจิตสำนึกและทัศนคติที่ดีให้ชุมชนในการช่วยกันอนุรักษ์วัฒนธรรม ประเพณี ตลอดจนศิลปกรรม ให้คงอยู่สืบไป กิจกรรมดัวกล่าวได้นิมนต์พระสงฆ์เข้ามาแสดงพระธรรมเทศนา สวดมนต์และนั่งสมาธิ ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เฒ่าผู้แก่ในชุมชน ประชาชนทั่วไป เข้ามาปฏิบัติในกิจกรรมดังกล่าวทุกครั้งที่มีกิจกรรมนี้ประมาณ ๕๐-๑๐๐ คน


       หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร อุบลราชธานี ได้จัดพิมพ์หนังสือจำนวน ๒ เรื่องคือ ๑.จดหมายเหตุถนนสายสำคัญ เมืองอุบลราชธานี และ ๒.หนังสือแนะนำ หอจดหมายเหตุอุบลฯ กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องการทำลายหนังสือราชการ       ทั้งนี้ทางหจช.อุบลราชธานีได้ทำหนังสือในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (๔ สีทั้งเล่ม) เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับ ผู้ที่สนใจ หากท่านใดสนใจหนังสือฉบับพิมพ์ (ขาว-ดำ) โปรดติดต่อทางหอจดหมายเหตุฯ อุบลราชธานีได้โดยตรง



วันศุกร์ที่ ๒๔ มกราคม พ.ศ.๒๕๖๓ เวลา ๑๐.๓๐ น. นักเรียนชั้นประถมศึกษาที่ ๑ - ๓ โรงเรียนบ้านขอนแตก ตำบลขอนแตก อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ จำนวนนักเรียน ๖๕ คน คุณครูจำนวน ๕ คน เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ โดยมี นางศรีสุดา ศรีสด พนักงานประจำห้อง ให้การต้อนรับและบรรยายนำชม





Messenger