ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 53,290 รายการ

สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฺฐาน) ชบ.บ 132/4เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)


สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฺฐาน) ชบ.บ 168/4 เอกสารโบราณ(คัมภีร์ใบลาน)


ชื่อเรื่อง                                        สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม  (สงฺคิณี-มหาปฏฺฐาน) อย.บ.                                           21/6ประเภทวัดุ/มีเดีย                          คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                                     พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                                46 หน้า : กว้าง 5.2 ซม. ยาว 54.5 ซม.หัวเรื่อง                                       พุทธศาสนาบทคัดย่อ/บันทึก               เป็นคัมภีร์ใบลาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ ไม้ประกับธรรมดา ได้รับบริจาคมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา


ชื่อเรื่อง                                        สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม  (สงฺคิณี-มหาปฏฺฐาน) อย.บ.                                           56/4ประเภทวัดุ/มีเดีย                          คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                                     พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                                82 หน้า : กว้าง 5.3 ซม. ยาว 57.8 ซม.หัวเรื่อง                                       พุทธศาสนาบทคัดย่อ/บันทึก               เป็นคัมภีร์ใบลาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ ได้รับบริจาคมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา


         ภาพ ‘หญิงสาว’ และ ‘ชายหนุ่ม’ ของ สมโภชน์ อุปอินทร์          100 ปี ศิลปสู่สยาม สุนทรีศิลปแห่งนวสมัย          สมโภชน์ อุปอินทร์ (พ.ศ. 2477 – 2557) เป็นหนึ่งในลูกศิษย์ของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ที่มีความโดดเด่นในด้านการสร้างสรรค์งานจิตรกรรมแนวคิวบิสม์ (Cubism Art) สมโภชน์เรียนจบจากสาขาประติมากรรม คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร แต่กลับมีความสนใจในงานจิตรกรรมมากกว่า ลาวัณย์ อุปอินทร์ ศิลปินแห่งชาติ ผู้เป็นภรรยาของสมโภชน์เคยเล่าให้ผู้เขียนฟังว่า ครอบครัวของสมโภชน์ไม่ได้ร่ำรวย จึงไม่มีเงินพอสำหรับซื้อสีมาเขียนภาพ ทำให้สมโภชน์ต้องเลือกเรียนสาขาประติมากรรมแทน เนื่องจากใช้ทุนทรัพย์น้อยกว่า แต่ก็มิได้ทำให้ความชื่นชอบและความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์งานจิตรกรรมของสมโภชน์ลดลง สมโภชน์และศิลปินหลายคนในยุคนั้นนิยมนำวัสดุที่หาได้ง่ายและมีราคาถูกอย่างแผ่นกระดานอัด (Masonite Board) มาใช้ในการเขียนภาพเช่นเดียวกันกับผืนผ้าใบ พ.ศ. 2502 ขณะยังเป็นนักศึกษา สมโภชน์เขียนภาพ ‘หญิงสาว’ ด้วยสีน้ำมันบนแผ่นกระดานอัด สมโภชน์ใช้เส้นและระนาบของสีที่มีรูปทรงเรขาคณิตตัดกันไปมา สร้างสรรค์เป็นรูปหญิงสาวแนวคิวบิสม์ได้อย่างลงตัว สีและฝีแปรงที่ปรากฏบนภาพเขียนชวนให้นึกถึงผลงานของ ฌอร์ช บราก (Georges Braque) ศิลปินชาวฝรั่งเศสที่เป็นดั่งบิดาผู้ให้กำเนิดศิลปะแนวคิวบิสม์          ความพิเศษอีกอย่างหนึ่งของผลงานชิ้นนี้ก็คือ ข้างหลังภาพ ‘หญิงสาว’ มีภาพ ‘ชายหนุ่ม’ (ภาพอยู่ในคอมเมนต์) ซึ่งเป็นผลงานอีกชิ้นหนึ่งที่สมโภชน์เขียนไว้ด้านหลัง ภาพ ‘ชายหนุ่ม’ กำลังทำเครื่องจักสานเขียนด้วยสีน้ำมันในรูปแบบเหมือนจริง ไม่ปรากฏปีที่วาด แต่สันนิษฐานว่าเป็นผลงานที่เขียนขึ้นในขณะที่ยังเป็นนักศึกษา ภาพเขียนชิ้นนี้ก็ได้แสดงให้เห็นถึงความแม่นยำในการเขียนภาพคนของสมโภชน์ ที่ต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจเรื่องกายวิภาคของมนุษย์เป็นอย่างดี           ภาพ ‘หญิงสาว’ ของ สมโภชน์ อุปอินทร์ จัดแสดงอยู่ในนิทรรศการพิเศษ “100 ปี ศิลปสู่สยาม สุนทรียศิลปแห่งนวสมัย” ระหว่างวันที่ 18 มกราคม – 9 เมษายน 2566 ณ อาคารนิทรรศการ 4 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป เปิดให้เข้าชมวันพุธ – วันอาทิตย์ เวลา 9.00 – 16.00 น. (ปิดวันจันทร์ – วันอังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์)   อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ สมโภชน์ อุปอินทร์ ได้ที่ https://www.facebook.com/.../a.242467477.../2475606092570732


ชื่อผู้แต่ง       สมาคมคหเศรษฐศาสตร์แห่งประเทศไทย  ชื่อเรื่อง        วารสารคหเศรษฐศาสตร์  (ปีที่ ๖  ฉบับที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๐๓) ครั้งที่พิมพ์     - สถานที่พิมพ์   ธนบุรี   สำนักพิมพ์     โรงเรียนช่างพิมพ์เพชรรัตน์ ปีที่พิมพ์        ๒๕๐๓ จำนวนหน้า    ๗๕ หน้า รายละเอียด                   วารสารวิชาการสำหรับชาวคหกรรมศาสตร์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้ แนวคิดทางคหกรรมศาสตร์และผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ภายในเล่มประกอบด้วย ๗ บทความ เช่น การทดลองเตาแสงอาทิตย์,วิชาโภชนาการปัจจุบัน, เคล็ดลับที่ทำให้ชีวิตสมรสสดชื่นรื่นรมย์ ฯลฯ


          พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอเชิญทุกท่านร่วมรับฟังการบรรยายทางวิชาการ โครงการเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน ครั้งที่ ๔/๒๕๖๖ เรื่อง "รูปและรอบพระพุทธบาท : เกร็ดความรู้และข้อสังเกตในปัจจุบัน" โดย ดร. นันทนา ชุติวงศ์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านประติมานวิทยา ประวัติศาสตร์ศิลปะและโบราณคดี วันอาทิตย์ที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๖๖ ตั้งแต่เวลา ๑๓.๐๐ น. เป็นต้นไป ณ ห้องประชุมอาคารดำรงราชานุภาพ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร (ไม่มีค่าใช้จ่าย)           สอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่ง โทร. ๐ ๒๒๒๔ ๑๓๓๓, ๐ ๒๒๒๔ ๑๔๐๒ (เปิดทำการวันพุธ ถึง วันอาทิตย์ เวลา ๐๘.๓๐ - ๑๖.๐๐ น.)


เลขทะเบียน : นพ.บ.460/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 62 หน้า ; 4.5 x 50 ซ.ม. : ทองทึบ-ชาดทึบ-ล่องชาด-ล่องรัก-ลานดิบ ; ไม้ประกับธรรมดาชื่อชุด : มัดที่ 160  (174-182) ผูก 1 (2566)หัวเรื่อง : กถินเภทวินิจฉัย--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน : นพ.บ.604/4                     ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 50 หน้า ; 4 x 55 ซ.ม. : ล่องรัก ; ไม้ประกับธรรมดา มีฉลากไม้ชื่อชุด : มัดที่ 193  (399-407) ผูก 4 (2566)หัวเรื่อง : อภิธัมมา--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม



          คำว่า “ บัว ” หมายถึง พืชที่เกิดในน้ำจืด สามารถจัดประเภทบัวได้ ๒ ประเภท คือ ปทุมชาติ และอุบลชาติ           “ปทุมชาติ” คือ บัวสำหรับกินฝักและเง่า (หัวบัว) เป็นอาหาร ได้แก่ บัวหลวงและบัวสัตตบงกช  สีของดอกบัวทั้งสองชนิดนี้มีทั้งสีขาวและสีแดง รูปทรงของดอกบัวทั้งสองก็แตกต่างกัน กล่าวคือ ดอกบัวหลวงรูปทรงของดอกตูมจะมีความกว้าง ๑ ส่วน สูง ๒ ส่วน และประดิษฐ์เป็นลายบัวได้มากชนิด กับเป็นบ่อเกิดของลายกระหนกครึ่งซีก (ที่เรียกว่ากระหนกสามตัว) ส่วนบัวสัตตบงกชนั้นทรงของดอกบัวตูมจะมีลักษณะป้อมเตี้ยกว่าบัวหลวง  ใช้ประดิษฐ์เป็นลายบัวกระหนก พุ่มตัวเทศและบัวปากฐาน  บัวทั้งสองชนิดนี้มีก้านเป็นหนามเล็ก ๆ พอระคายมือเล็กน้อยเมือเวลาจับต้อง  ดอกและใบชูขึ้นเหนือน้ำตลอดตั้งแต่ดอกตูบจนดอกบานและดอกโรยกลายเป็นฝัก (ภายในเป็นเมล็ดบัว)  สำหรับฝักบัวนั้นใช้รับประทานได้ทั้งเมล็ดอ่อนและเมล็ดแก่  นอกจากทรงของดอกบัวนำไปประดิษฐ์เป็นลายบัวได้หลายแบบแล้วก็ตาม แม้แต่เกสรของดอกบัวยังนำไปประดิษฐ์เป็นลายได้เช่นกัน           “อุบลชาติ” คือ บัวสำหรับกินสาย (โดยนำเอาก้านของดอกมารับประทาน) ได้แก่ บัวสัตตบุษย์ บ้างก็เรียกชื่อว่า บัวเผื่อน บัวผัน ดอกมีสี ขาว แดง แต่ถ้าเป็นพันธ์ขนาดเล็กมักมีหลายสี เช่น ชมพู ขาบ เหลือง ม่วง เป็นต้น  มักเลี้ยงเป็นบัวประดับเพื่อความสวยงาม เพราะก้านของดอกเล็กมาก ดอกและใบมักอยู่เหนือน้ำแค่ปริ่ม ๆ น้ำเท่านั้น  ทรงของบัวสัตตบุษย์หรือบัวกินสายนี้มีลักษณะเป็นดอกผอม ๆ ยาว ๆ ใช้ประดิษฐ์เป็นลักษณะของบัวปลายเสาและลายกรวยเชิง             ที่มา: https://datasipmu.finearts.go.th/academic/33





         ต้นแบบกระถางธูปสังเค็ดงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พ.ศ. ๒๔๕๓ พระราชทานวัดจีนและศาลเจ้า ติดหน้าสิงห์ ๒ ข้าง          สมัยรัตนโกสินทร์ พ.ศ. ๒๔๕๓          ส่งมาจากห้องกลางกระทรวงมหาดไทย เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. ๒๔๗๑           ปัจจุบันจัดแสดง ณ พระทีนั่งพรหมเมศธาดา หมู่พระวิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร          กระถางธูปสังเค็ดการถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๓ ลักษณะเป็นกระถางธูปทองเหลืองติดรูปหน้าสิงห์สองข้าง ปากกระถางผาย คอคอด ส่วนกลางป่อง เชิงสูงตั้งตรง ฐานเป็นวงแหวนซ้อนกันสี่ชั้น ส่วนกลางของกระถางธูปมีจารึกอักษรไทยประดิษฐ์เลียนแบบตัวอักษรจีนอ่านว่า “จปร” ซึ่งเป็นอักษรพระปรมาภิไธยย่อของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มาจากคำว่า “มหาจุฬาลงกรณ์ปรมราชาธิราช” ด้านบนเป็นข้อความอักษรจีน เรียงจากซ้ายไปขวา คำว่า “護我大行” แปลว่า ปกป้องคุ้มครองข้าพเจ้าสู่การเดินทาง (หมายถึงรัชกาลที่ ๕ เสด็จสวรรคต) ด้านซ้ายของกระถางธูปมีข้อความในแนวตั้งว่า “皇暹叻丹那高成查百式拾玖殺旦” แปลว่า ในปีที่ ๑๒๙ ของราชวงศ์สยามแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ (พ.ศ. ๒๔๕๓) และด้านขวาของกระถางธูปมีข้อความว่า “第六代御贈” พระราชทานโดย รัชกาลที่ ๖          กระถางธูปสังเค็ดใบนี้ มีประวัติว่าเป็นรายการวัตถุลำดับที่ ๑๔ ในบัญชีเคลื่อนย้ายมาจากห้องกลางกระทรวงมหาดไทยเมื่อช่วงเดือนสิงหาคม พ.ศ. ๒๔๗๑ โดย รองอำมาตย์เอก หลวงวิสูตร์สมบัติ ปลัดกรมเสมียนตรา เป็นผู้ควบคุมการเคลื่อนย้ายพร้อมกับรายการโบราณวัตถุอื่น ๆ          เครื่องสังเค็ดแต่เดิมมีความหมายถึงทานวัตถุที่ถวายพระสงฆ์ ต่อมาในปัจจุบันมักใช้เรียกสิ่งของที่จัดสร้างขึ้นถวายพระสงฆ์เนื่องในงานอวมงคล โดยในงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีการจัดสร้างเครื่องสังเค็ดหลายสิ่ง ไม่เพียงแต่เฉพาะที่ถวายพระสงฆ์เท่านั้น แบ่งออกเป็น ๓ ประเภท คือ สำหรับบุคคล สำหรับพระอารามทุกศาสนา และสำหรับสถานที่ อาทิ โรงเรียนและโรงพยาบาล ในพระราชนิพนธ์เรื่อง “ประวัติต้นรัชกาลที่ ๖” โดยราม วชิราวุธ* ทรงกล่าวไว้ความตอนหนึ่งของสิ่งที่งดและเพิ่มเกี่ยวกับงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ความตอนหนึ่งว่า “...งดสังเค็ดแบบเก่าซึ่งมีของถวายพระเปนเครื่องใหญ่ เพิ่มสังเค็ดแบบใหม่ ให้ทั้งพระ วัด โรงเรียน โรงสวดศาสนาต่าง ๆ และศาลเจ้า...”          กระถางธูปใบนี้เป็นหนึ่งในเครื่องสังเค็ดที่จัดสร้างขึ้นเนื่องในงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ พระราชทานแก่วัดจีนและศาลเจ้าต่าง ๆ ทั้งในพระนครและตามหัวเมืองเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระบรมชนกนาถ    *พระนามแฝงของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖     อ้างอิง กรมศิลปากร. เครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศ งานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร. กรุงเทพฯ: สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ, ๒๕๖๑. ฤทธิเดช ทองจันทร์. มรดกศิลป์ศาลเจ้าแม่ม่าจ้อโป้ จังหวัดพังงา. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, ๒๕๖๔. ราม วชิราวุธ (พระนามแฝง). ประวัติต้นรัชกาลที่ ๖. กรุงเทพฯ: มติชน, ๒๕๔๕. หอจดหมายเหตุแห่งชาติ. (๔)ศธ.๒.๑.๑/๒๑. เอกสารกระทรวงศึกษาธิการ กรมศิลปากร เรื่อง บัญชีสิ่งของส่งมาจากกระทรวงมหาดไทย (๔ ส.ค. ๒๔๗๑-๔ ส.ค. ๒๔๗๔).


อุโบสถวัดหนองโพ เป็นโบราณสถานสำคัญของจังหวัดนครสวรรค์ที่แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของชุมชนหนองโพตั้งแต่ช่วงตั้งถิ่นฐานสมัยต้นรัตนโกสินทร์จนถึงปัจจุบัน และสิ่งปลูกสร้างสำคัญของวัดเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ศิลปะที่สำคัญถึงศิลปะทั้งด้านสถาปัตยกรรม ประติมากรรม จิตรกรรม รวมถึงเป็นต้นแบบศิลปกรรมที่ส่งอิทธิพลต่อการก่อสร้างอุโบสถ และอาคารศาสนสถานในสมัยรัชกาลที่ 6 ในเขตพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดพิจิตรและจังหวัดพิษณุโลก จำนวนมากกว่า 50 แห่ง --------------------- จุลเกียรติ ไพบูลย์เกษม ผู้เขียน องค์ความรู้ความร่วมมือระหว่างสำนักศิลปากรที่ 4 ลพบุรี กับชุมชน


black ribbon.