ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 53,216 รายการ

ชื่อเรื่อง                                        สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม  (สงฺคิณี-มหาปฏฺฐาน) อย.บ.                                           21/6ประเภทวัดุ/มีเดีย                          คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                                     พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                                46 หน้า : กว้าง 5.2 ซม. ยาว 54.5 ซม.หัวเรื่อง                                       พุทธศาสนาบทคัดย่อ/บันทึก               เป็นคัมภีร์ใบลาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ ไม้ประกับธรรมดา ได้รับบริจาคมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา


ชื่อเรื่อง                                        สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม  (สงฺคิณี-มหาปฏฺฐาน) อย.บ.                                           56/4ประเภทวัดุ/มีเดีย                          คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                                     พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                                82 หน้า : กว้าง 5.3 ซม. ยาว 57.8 ซม.หัวเรื่อง                                       พุทธศาสนาบทคัดย่อ/บันทึก               เป็นคัมภีร์ใบลาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ ได้รับบริจาคมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา


         ภาพ ‘หญิงสาว’ และ ‘ชายหนุ่ม’ ของ สมโภชน์ อุปอินทร์          100 ปี ศิลปสู่สยาม สุนทรีศิลปแห่งนวสมัย          สมโภชน์ อุปอินทร์ (พ.ศ. 2477 – 2557) เป็นหนึ่งในลูกศิษย์ของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ที่มีความโดดเด่นในด้านการสร้างสรรค์งานจิตรกรรมแนวคิวบิสม์ (Cubism Art) สมโภชน์เรียนจบจากสาขาประติมากรรม คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร แต่กลับมีความสนใจในงานจิตรกรรมมากกว่า ลาวัณย์ อุปอินทร์ ศิลปินแห่งชาติ ผู้เป็นภรรยาของสมโภชน์เคยเล่าให้ผู้เขียนฟังว่า ครอบครัวของสมโภชน์ไม่ได้ร่ำรวย จึงไม่มีเงินพอสำหรับซื้อสีมาเขียนภาพ ทำให้สมโภชน์ต้องเลือกเรียนสาขาประติมากรรมแทน เนื่องจากใช้ทุนทรัพย์น้อยกว่า แต่ก็มิได้ทำให้ความชื่นชอบและความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์งานจิตรกรรมของสมโภชน์ลดลง สมโภชน์และศิลปินหลายคนในยุคนั้นนิยมนำวัสดุที่หาได้ง่ายและมีราคาถูกอย่างแผ่นกระดานอัด (Masonite Board) มาใช้ในการเขียนภาพเช่นเดียวกันกับผืนผ้าใบ พ.ศ. 2502 ขณะยังเป็นนักศึกษา สมโภชน์เขียนภาพ ‘หญิงสาว’ ด้วยสีน้ำมันบนแผ่นกระดานอัด สมโภชน์ใช้เส้นและระนาบของสีที่มีรูปทรงเรขาคณิตตัดกันไปมา สร้างสรรค์เป็นรูปหญิงสาวแนวคิวบิสม์ได้อย่างลงตัว สีและฝีแปรงที่ปรากฏบนภาพเขียนชวนให้นึกถึงผลงานของ ฌอร์ช บราก (Georges Braque) ศิลปินชาวฝรั่งเศสที่เป็นดั่งบิดาผู้ให้กำเนิดศิลปะแนวคิวบิสม์          ความพิเศษอีกอย่างหนึ่งของผลงานชิ้นนี้ก็คือ ข้างหลังภาพ ‘หญิงสาว’ มีภาพ ‘ชายหนุ่ม’ (ภาพอยู่ในคอมเมนต์) ซึ่งเป็นผลงานอีกชิ้นหนึ่งที่สมโภชน์เขียนไว้ด้านหลัง ภาพ ‘ชายหนุ่ม’ กำลังทำเครื่องจักสานเขียนด้วยสีน้ำมันในรูปแบบเหมือนจริง ไม่ปรากฏปีที่วาด แต่สันนิษฐานว่าเป็นผลงานที่เขียนขึ้นในขณะที่ยังเป็นนักศึกษา ภาพเขียนชิ้นนี้ก็ได้แสดงให้เห็นถึงความแม่นยำในการเขียนภาพคนของสมโภชน์ ที่ต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจเรื่องกายวิภาคของมนุษย์เป็นอย่างดี           ภาพ ‘หญิงสาว’ ของ สมโภชน์ อุปอินทร์ จัดแสดงอยู่ในนิทรรศการพิเศษ “100 ปี ศิลปสู่สยาม สุนทรียศิลปแห่งนวสมัย” ระหว่างวันที่ 18 มกราคม – 9 เมษายน 2566 ณ อาคารนิทรรศการ 4 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป เปิดให้เข้าชมวันพุธ – วันอาทิตย์ เวลา 9.00 – 16.00 น. (ปิดวันจันทร์ – วันอังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์)   อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ สมโภชน์ อุปอินทร์ ได้ที่ https://www.facebook.com/.../a.242467477.../2475606092570732


ชื่อผู้แต่ง       สมาคมคหเศรษฐศาสตร์แห่งประเทศไทย  ชื่อเรื่อง        วารสารคหเศรษฐศาสตร์  (ปีที่ ๖  ฉบับที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๐๓) ครั้งที่พิมพ์     - สถานที่พิมพ์   ธนบุรี   สำนักพิมพ์     โรงเรียนช่างพิมพ์เพชรรัตน์ ปีที่พิมพ์        ๒๕๐๓ จำนวนหน้า    ๗๕ หน้า รายละเอียด                   วารสารวิชาการสำหรับชาวคหกรรมศาสตร์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้ แนวคิดทางคหกรรมศาสตร์และผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ภายในเล่มประกอบด้วย ๗ บทความ เช่น การทดลองเตาแสงอาทิตย์,วิชาโภชนาการปัจจุบัน, เคล็ดลับที่ทำให้ชีวิตสมรสสดชื่นรื่นรมย์ ฯลฯ


          พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอเชิญทุกท่านร่วมรับฟังการบรรยายทางวิชาการ โครงการเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน ครั้งที่ ๔/๒๕๖๖ เรื่อง "รูปและรอบพระพุทธบาท : เกร็ดความรู้และข้อสังเกตในปัจจุบัน" โดย ดร. นันทนา ชุติวงศ์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านประติมานวิทยา ประวัติศาสตร์ศิลปะและโบราณคดี วันอาทิตย์ที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๖๖ ตั้งแต่เวลา ๑๓.๐๐ น. เป็นต้นไป ณ ห้องประชุมอาคารดำรงราชานุภาพ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร (ไม่มีค่าใช้จ่าย)           สอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่ง โทร. ๐ ๒๒๒๔ ๑๓๓๓, ๐ ๒๒๒๔ ๑๔๐๒ (เปิดทำการวันพุธ ถึง วันอาทิตย์ เวลา ๐๘.๓๐ - ๑๖.๐๐ น.)


เลขทะเบียน : นพ.บ.460/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 62 หน้า ; 4.5 x 50 ซ.ม. : ทองทึบ-ชาดทึบ-ล่องชาด-ล่องรัก-ลานดิบ ; ไม้ประกับธรรมดาชื่อชุด : มัดที่ 160  (174-182) ผูก 1 (2566)หัวเรื่อง : กถินเภทวินิจฉัย--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน : นพ.บ.604/4                     ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 50 หน้า ; 4 x 55 ซ.ม. : ล่องรัก ; ไม้ประกับธรรมดา มีฉลากไม้ชื่อชุด : มัดที่ 193  (399-407) ผูก 4 (2566)หัวเรื่อง : อภิธัมมา--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม



          คำว่า “ บัว ” หมายถึง พืชที่เกิดในน้ำจืด สามารถจัดประเภทบัวได้ ๒ ประเภท คือ ปทุมชาติ และอุบลชาติ           “ปทุมชาติ” คือ บัวสำหรับกินฝักและเง่า (หัวบัว) เป็นอาหาร ได้แก่ บัวหลวงและบัวสัตตบงกช  สีของดอกบัวทั้งสองชนิดนี้มีทั้งสีขาวและสีแดง รูปทรงของดอกบัวทั้งสองก็แตกต่างกัน กล่าวคือ ดอกบัวหลวงรูปทรงของดอกตูมจะมีความกว้าง ๑ ส่วน สูง ๒ ส่วน และประดิษฐ์เป็นลายบัวได้มากชนิด กับเป็นบ่อเกิดของลายกระหนกครึ่งซีก (ที่เรียกว่ากระหนกสามตัว) ส่วนบัวสัตตบงกชนั้นทรงของดอกบัวตูมจะมีลักษณะป้อมเตี้ยกว่าบัวหลวง  ใช้ประดิษฐ์เป็นลายบัวกระหนก พุ่มตัวเทศและบัวปากฐาน  บัวทั้งสองชนิดนี้มีก้านเป็นหนามเล็ก ๆ พอระคายมือเล็กน้อยเมือเวลาจับต้อง  ดอกและใบชูขึ้นเหนือน้ำตลอดตั้งแต่ดอกตูบจนดอกบานและดอกโรยกลายเป็นฝัก (ภายในเป็นเมล็ดบัว)  สำหรับฝักบัวนั้นใช้รับประทานได้ทั้งเมล็ดอ่อนและเมล็ดแก่  นอกจากทรงของดอกบัวนำไปประดิษฐ์เป็นลายบัวได้หลายแบบแล้วก็ตาม แม้แต่เกสรของดอกบัวยังนำไปประดิษฐ์เป็นลายได้เช่นกัน           “อุบลชาติ” คือ บัวสำหรับกินสาย (โดยนำเอาก้านของดอกมารับประทาน) ได้แก่ บัวสัตตบุษย์ บ้างก็เรียกชื่อว่า บัวเผื่อน บัวผัน ดอกมีสี ขาว แดง แต่ถ้าเป็นพันธ์ขนาดเล็กมักมีหลายสี เช่น ชมพู ขาบ เหลือง ม่วง เป็นต้น  มักเลี้ยงเป็นบัวประดับเพื่อความสวยงาม เพราะก้านของดอกเล็กมาก ดอกและใบมักอยู่เหนือน้ำแค่ปริ่ม ๆ น้ำเท่านั้น  ทรงของบัวสัตตบุษย์หรือบัวกินสายนี้มีลักษณะเป็นดอกผอม ๆ ยาว ๆ ใช้ประดิษฐ์เป็นลักษณะของบัวปลายเสาและลายกรวยเชิง             ที่มา: https://datasipmu.finearts.go.th/academic/33





         ต้นแบบกระถางธูปสังเค็ดงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พ.ศ. ๒๔๕๓ พระราชทานวัดจีนและศาลเจ้า ติดหน้าสิงห์ ๒ ข้าง          สมัยรัตนโกสินทร์ พ.ศ. ๒๔๕๓          ส่งมาจากห้องกลางกระทรวงมหาดไทย เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. ๒๔๗๑           ปัจจุบันจัดแสดง ณ พระทีนั่งพรหมเมศธาดา หมู่พระวิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร          กระถางธูปสังเค็ดการถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๓ ลักษณะเป็นกระถางธูปทองเหลืองติดรูปหน้าสิงห์สองข้าง ปากกระถางผาย คอคอด ส่วนกลางป่อง เชิงสูงตั้งตรง ฐานเป็นวงแหวนซ้อนกันสี่ชั้น ส่วนกลางของกระถางธูปมีจารึกอักษรไทยประดิษฐ์เลียนแบบตัวอักษรจีนอ่านว่า “จปร” ซึ่งเป็นอักษรพระปรมาภิไธยย่อของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มาจากคำว่า “มหาจุฬาลงกรณ์ปรมราชาธิราช” ด้านบนเป็นข้อความอักษรจีน เรียงจากซ้ายไปขวา คำว่า “護我大行” แปลว่า ปกป้องคุ้มครองข้าพเจ้าสู่การเดินทาง (หมายถึงรัชกาลที่ ๕ เสด็จสวรรคต) ด้านซ้ายของกระถางธูปมีข้อความในแนวตั้งว่า “皇暹叻丹那高成查百式拾玖殺旦” แปลว่า ในปีที่ ๑๒๙ ของราชวงศ์สยามแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ (พ.ศ. ๒๔๕๓) และด้านขวาของกระถางธูปมีข้อความว่า “第六代御贈” พระราชทานโดย รัชกาลที่ ๖          กระถางธูปสังเค็ดใบนี้ มีประวัติว่าเป็นรายการวัตถุลำดับที่ ๑๔ ในบัญชีเคลื่อนย้ายมาจากห้องกลางกระทรวงมหาดไทยเมื่อช่วงเดือนสิงหาคม พ.ศ. ๒๔๗๑ โดย รองอำมาตย์เอก หลวงวิสูตร์สมบัติ ปลัดกรมเสมียนตรา เป็นผู้ควบคุมการเคลื่อนย้ายพร้อมกับรายการโบราณวัตถุอื่น ๆ          เครื่องสังเค็ดแต่เดิมมีความหมายถึงทานวัตถุที่ถวายพระสงฆ์ ต่อมาในปัจจุบันมักใช้เรียกสิ่งของที่จัดสร้างขึ้นถวายพระสงฆ์เนื่องในงานอวมงคล โดยในงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีการจัดสร้างเครื่องสังเค็ดหลายสิ่ง ไม่เพียงแต่เฉพาะที่ถวายพระสงฆ์เท่านั้น แบ่งออกเป็น ๓ ประเภท คือ สำหรับบุคคล สำหรับพระอารามทุกศาสนา และสำหรับสถานที่ อาทิ โรงเรียนและโรงพยาบาล ในพระราชนิพนธ์เรื่อง “ประวัติต้นรัชกาลที่ ๖” โดยราม วชิราวุธ* ทรงกล่าวไว้ความตอนหนึ่งของสิ่งที่งดและเพิ่มเกี่ยวกับงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ความตอนหนึ่งว่า “...งดสังเค็ดแบบเก่าซึ่งมีของถวายพระเปนเครื่องใหญ่ เพิ่มสังเค็ดแบบใหม่ ให้ทั้งพระ วัด โรงเรียน โรงสวดศาสนาต่าง ๆ และศาลเจ้า...”          กระถางธูปใบนี้เป็นหนึ่งในเครื่องสังเค็ดที่จัดสร้างขึ้นเนื่องในงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ พระราชทานแก่วัดจีนและศาลเจ้าต่าง ๆ ทั้งในพระนครและตามหัวเมืองเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระบรมชนกนาถ    *พระนามแฝงของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖     อ้างอิง กรมศิลปากร. เครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศ งานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร. กรุงเทพฯ: สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ, ๒๕๖๑. ฤทธิเดช ทองจันทร์. มรดกศิลป์ศาลเจ้าแม่ม่าจ้อโป้ จังหวัดพังงา. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, ๒๕๖๔. ราม วชิราวุธ (พระนามแฝง). ประวัติต้นรัชกาลที่ ๖. กรุงเทพฯ: มติชน, ๒๕๔๕. หอจดหมายเหตุแห่งชาติ. (๔)ศธ.๒.๑.๑/๒๑. เอกสารกระทรวงศึกษาธิการ กรมศิลปากร เรื่อง บัญชีสิ่งของส่งมาจากกระทรวงมหาดไทย (๔ ส.ค. ๒๔๗๑-๔ ส.ค. ๒๔๗๔).


อุโบสถวัดหนองโพ เป็นโบราณสถานสำคัญของจังหวัดนครสวรรค์ที่แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของชุมชนหนองโพตั้งแต่ช่วงตั้งถิ่นฐานสมัยต้นรัตนโกสินทร์จนถึงปัจจุบัน และสิ่งปลูกสร้างสำคัญของวัดเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ศิลปะที่สำคัญถึงศิลปะทั้งด้านสถาปัตยกรรม ประติมากรรม จิตรกรรม รวมถึงเป็นต้นแบบศิลปกรรมที่ส่งอิทธิพลต่อการก่อสร้างอุโบสถ และอาคารศาสนสถานในสมัยรัชกาลที่ 6 ในเขตพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดพิจิตรและจังหวัดพิษณุโลก จำนวนมากกว่า 50 แห่ง --------------------- จุลเกียรติ ไพบูลย์เกษม ผู้เขียน องค์ความรู้ความร่วมมือระหว่างสำนักศิลปากรที่ 4 ลพบุรี กับชุมชน


           กรมศิลปากร ขอเชิญรับชมถ่ายทอดสด Facebook Live รายการไขความรู้จากครูกรมศิลป์ ตอน “ของขวัญปีใหม่จากใจกรมศิลปากร” วิทยากร นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ผู้ดำเนินรายการ นายสิทธิพร บุปผา นักวิชาการเผยแพร่ กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๘ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๖ เวลา ๑๑.๐๐ – ๑๑.๔๕             ผู้สนใจสามารถติดตามชมได้ทาง Facebook Live : กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม และ Facebook Live : กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร


#องค์ความรู้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน เรื่อง เครื่องบิน “จ้าวผู้ครองนครน่านที่ ๑”ต้นธารประวัติศาสตร์การบินเมืองน่านนับเป็นเวลากว่า ๑๐๐ ปี ของประวัติศาสตร์การบินไทยที่พัฒนาและเจริญก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยเมืองน่านก็ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างประวัติศาสตร์การบินสยามในยุคแรกเริ่ม .เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๕๘ เจ้าอุปราช (มหาพรหม ณ น่าน) เจ้าอุปราชเมืองนครน่าน (เจ้ามหาพรหมสุรธาดา ครองเมืองระหว่างปี พ.ศ. ๒๔๖๑ - ๒๔๗๔) ได้ทรงบริจาคทุนทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวน ๙,๐๐๐ บาท เพื่อซื้อเครื่องบินให้แก่กองทัพบกสยาม จำนวน ๑ ลำ.ปี พ.ศ. ๒๔๖๒ กระทรวงกลาโหมได้จัดซื้อเครื่องบิน ๑ เครื่อง ตามที่ นายพลตรี เจ้ามหาพรหมสุรธาดาฯ เจ้าผู้ครองนครน่าน มอบให้ จำนวนเงิน 9,000 บาท โดยเป็นเครื่องบินขับไล่ ชนิด สแปด (Spad) ปีกสองชั้น แบบ ๗ C. เครื่องยนต์ อิสปาโนซูซ่า ๑๘๐ แรงม้า ดังความในราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๔๖๒ เล่ม ๓๖ หน้า ๒๔๔๙ - ๒๕๕๕๒ ที่ว่า.“นายพลตรี เจ้ามหาพรหมสุธาดา (น้อยมหาพรหม ณ น่าน) ได้บริจาคเงินส่วนตัวสำหรับซื้อเครื่องบินเป็นจำนวน ๙,๐๐๐ บาท กระทรวงกระลาโหม ได้จัดการซื้อเครื่องบินชนิด สแปด แบบ ๗ เครื่องยนตร์ อิสปาโนซูซ่า ๑๘๐ แรงม้า ๑๘๐ แรงม้า ๑ เครื่อง มีคุณลักษณดังนี้ น้ำหนัก เฉพาะเครื่อง ๕๐๐ กิโลกรัมม์ พร้อมที่จะบินได้หนัก ๗๐๕ กิโลกรัมม์ ระวางบรรทุก ๑๒๕ กิโลกรัมม์ น้ำหนักน้ำมัน ๘๐ กิโลกรัมม์ บินเต็มความเร็วเปนชั่วโมงระยะสูง ๓๐๐๐ เม็ตร์ ๑ ชั่วโมง ๔๕ นาทีระยะสูงที่ขึ้นได้ ๕๐๐๐ เม็ตร์ ความเร็ว ๑๘๐ กิโลเม็ตร์ ต่อ ๑ ชั่วโมง ระยะสูงที่ขึ้นได้ตามเกณฑ์ ๖๒๐๐ เม็ตร์ เวลาและระยะขึ้น ๒๐๐๐ เม็ตร์ ๔.๔๐ นาที เวลาและระยะขึ้น ๓๐๐๐ เม็ตร์ ๘.๑๐ นาที เวลาและระยะขึ้น ๔๐๐๐ เม็ตร์ ๑๒.๔๐ นาที ได้จารึกอักษรไว้ที่เครื่องบินนี้ว่า “เจ้าผู้ครองนครน่านที่ ๑ พ.ศ. ๒๔๖๒”.ปี พ.ศ. ๒๔๖๖ การสร้างสนามบินน่านแล้วเสร็จ ควรจะมีเครื่องบินชนิดทิ้งระเบิด ๑ เครื่อง เพื่อเพิ่มกำลังให้กรมอากาศยานได้กระทำกิจอันเป็นประโยชน์ตามหน้าที่ จึงได้ชักชวนบรรดาเจ้านาย ข้าราชการ และราษฎร บริจาคกำลังทรัพย์ โดยมี เจ้ามหาพรหมสุรธาดา เจ้าผู้ครองนครน่าน เป็นผู้รวบรวมส่งมาเป็นครั้งแรก จำนวน ๘,๖๑๙ บาท ๙๓ สตางค์ ดังความในราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๔๖๖ เล่ม ๔๐ หน้า ๑๓๙๔ - ๑๓๙๖ ทีว่า.“ด้วยเค้าสนามหลวงจังหวัดน่านบอกเข้ามายังกระทรวงกระลาโหม ว่าเมื่อการสร้างสนามบินในจังหวัดนี้สำเร็จแล้ว ควรจะชักชวนเรี่ยรายตามบรรดาเจ้านาย ข้าราชการ และทวยราษฎร ให้ได้เงินพอแก่ราคาเครื่องบินชนิดทิ้งระเบิดสัก ๑ เครื่อง เพื่อเพิ่มกําลังให้กรมอากาศยานได้กระทำกิจเป็นประโยชน์เต็มตามน่าที่ บัดนี้ เจ้านาย ข้าราชการตลอดจนพสกนิกรในนครน่าน ที่มีความประสงค์และเต็มใจได้บริจาคธนทรัพย์เพื่อแก่การนี้บ้างแล้ว ซึ่งมหาอำมาตย์โท เจ้ามหาพรหมสุรธาดา เจ้าผู้ครองจังหวัด ได้รวบรวมส่งมาเป็นครั้งแรกโดย จำนวน ๘,๖๑๕ บาท ๙๓ สตางค์ แต่ยังมิได้ปิดบาญชีการเรี่ยราย เพราะหวังอยู่ว่าคงจะได้รับอยู่อีกเท่าจำนวนที่คาดหมายจนพอแก่ราคาเครื่องบิน ดังกล่าวแล้วข้างต้น เงินทั้งนี้เจ้าน่าที่ในกระทรวงกระลาโหม ได้รับไว้แล้ว จักได้จัดการให้เป็นไปตามความประสงค์สืบไป ข้าพเจ้ามีความโสมนัสปลาบปลื้มใจยิ่งนัก ในการที่ เจ้านาย ข้าราชการ ตลอดจนพ่อค้าประชาราษฎร์ ในจังหวัดน่านมาช่วยกันรีบเร่งผดุงให้กรมอากาศยานสามารถกระทำกิจเป็นประโยชน์แก่ชาติและปิตุภูมิยิ่งขึ้น นับว่าจังหวัดน่านได้ก้าวล่วงน่าในการบํารุงยิ่งกว่าจังหวัดอื่น ๆ ในมณฑลเดียวกัน หากว่าได้จัดการสร้างสนามบินประจำจังหวัดให้สำเร็จ ใช้ได้โดยเร็ว ด้วยแล้วหวังไม่ช้านักอาณาประชาราษฎร์คงจะได้เห็นผลว่า ฉะเพาะจังหวัด น่านอันกันดารไร้ทางคมนาคมนั้น เครื่องบินจักสามารถกระทำประโยชน์ให้ได้เพียงใด”.พ.ศ. ๒๔๖๙ สนามบินจังหวัดน่านดำเนินการสร้างแล้วเสร็จ จึงได้ทำพิธีเปิดฉลองสนามบิน และแสดงการบิน โดยในวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๔๖๙ กรมอากาศยานได้จัดส่งเครื่องบินจากดอนเมืองจำนวน ๓ ลำ ดังความในราชกกิจจานุเบกษา วันที่ ๖ มีนาคม ๒๔๖๕ เล่ม ๔๓ หน้า ๔๓๔๗ -๔๓๕๓ ที่ว่า.“ด้วยเจ้าหน้าที่ปกครองท้องถิ่น ได้จัดการโก่นสร้างพื้นที่ทำเปนสนามกีฬาประจำจังหวัดน่าน และมุ่งให้ใช้เปนสนามบินสำเร็จแล้ว และเครื่องบินอาศัยขึ้นลงได้สะดวก กระทรวงกระลาโหม จึงได้รับสนามบินจังหวัดนี้ขึ้นทะเบียนไว้ใช้ราชการต่อไปแล้ว สนามบินแห่งนี้เดิมเป็นที่ตั้งเมืองเก่าและร้างว่างเปล่ามานานเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ จอมปลวกและหนองน้ำ เจ้าหน้าที่ผู้ปกครองท้องถิ่นได้ประชุมพร้อมด้วยกรมการอำเภอ พ่อค้าคฤหบดีชี้แจงถึงคุณประโยชน์แห่งการบิน จนเป็นที่เชื่อถือตกลงปลงใจพร้อมกัน และคิดว่าจะเอาพื้นที่พื้นนี้เปนสนามบิน จึงกำหนดลงมือทำในปลาย พ.ศ. ๒๔๖๔ เป็นต้นมา การโก่นสร้างปราบพื้นที่อาศัยแรงราษฎรในเมื่อเสร็จจากการทำนาหาเลี้ยงชีพเป็นคราว ๆ ไป มีนายอำเภอเจ้าของท้องที่และผู้ช่วยเปนแม่กองดูแลควบคุมการงาน การนี้ได้สำเร็จพอ เปนที่ขึ้นลงของเครื่องบินได้เมื่อปลาย พ.ศ. ๒๔๖๘การสร้างสนามนี้สำเร็จไปได้โดยยากเพราะเหตุดังกล่าวแล้ว การซึ่งจะทำพื้นที่เช่นนี้ให้เป็นที่ราบเรียบจนเครื่องบินขึ้นลงได้ปลอดภัย จึงต้องอาศัยความอุสาหะบากบั่นพร้อมด้วยความปลงใจของเจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการตลอดทั้งผู้ช่วยทุกชั้น อีกประการหนึ่งการขอแรงราษฎรช่วยทำก็ต้องหาเวลาว่างจากการอาชีพ ในปีหนึ่งได้เพียง ๓-๔ เดือนเท่านั้น กระทรวงกระลาโหม เล็งเห็น โดยตระหนักว่าการที่สำเร็จไปได้ดังนี้ ก็เพราะเจ้าหน้าที่ผู้ปกครองท้องถิ่นปลงใจอย่างแน่นอนว่า จะ ช่วยบํารุงกําลังทางอากาศ แล้วยังพยายามจัดการให้ได้กระทำพิธีเปิดฉลองสนามบิน และแสดงการบินเหมือนกับจังหวัดอื่น ๆ ที่แล้วมา คือขอให้กรมอากาศยานส่งเครื่องบินขึ้นไปแสดง เพื่อให้ประชาชนได้เห็นความจริงของการเดินอากาศวันที่ ๑๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๖๕ กรมอากาศยานได้จัด ส่งเครื่องบินออกไปแสดงจากดอนเมืองรวม ๓ เครื่อง มีนายร้อยเอกผล หงสกุล เป็นหัวหน้า เวลา ๑๐ นาฬิกา ๑๐ นาที เครื่องบินทั้ง ๓ ได้ร่อนลงยังสนามบินจังหวัดน่านโดยเรียบร้อย รุ่งขึ้นวันที่ ๑๖ เครื่องบินรับผู้โดยสาร ซึ่งเป็นเจ้านายชายหญิง กับข้าราชการและภรรยาตลอดพ่อค้าคฤหบดี เพื่อให้ชมภาพพื้นเมืองทางอากาศวิถีวันที่ ๑๗ เครื่องบินทั้ง ๓ เครื่องแยกกันบินร่อนตามอำเภอ รอบนอกทุกอำเภอในท้องที่จังหวัดน่าน รับนายอำเภอและทั้งผู้ซึ่งเหนื่อยยากในการสร้างสนามบิน ให้โดยสารไปชมภูมิประเทศแห่งอำเภอนั้น ๆ ด้วย ได้อยู่ที่สนามแห่งนี้ จนถึงวันที่ ๒๐ เครื่องบินทั้ง ๓ เครื่อง จึงได้กลับจากจังหวัดน่าน มาสู่ดอนเมืองโดยเรียบร้อยการเรี่ยรายเงินบํารุง การบิน และทำสนามบินของจังหวัดน่านนี้ ได้เริ่มมาแต่ต้น พ.ศ. ๒๔๖๔ จนถึงเวลาเปิดสนามบินและแสดงการบิน ได้จำนวนเงินรวมทั้งสิ้น ๑๓,๘๑๒ บาท ๑๓ สตางค์ ส่งมากระทรวงกระลาโหมรวม ๔ ครั้ง กระทรวงกระลาโหมได้รับไว้ถูกต้องแล้วเงิน ๑๐,๘๖๗ บาท ๔๒ สตางค์ หักค่าใช้จ่ายเสีย ๒,๖๒๙ บาท ๔๒ สตางค์ ยังมีตัวเงินเหลืออยู่ที่จังหวัดอีก ๓๑๕ บาทถ้วน ซึ่งจะรอส่งกระทรวงกระลาโหมภายหลัง โดยการเรี่ยรายนี้ยังไม่ปิดบาญชี เงินซึ่งส่งกระทรวง กระลาโหมแล้วนั้น เมื่อได้ครบของราคาเครื่องบิน ๑ เครื่อง กระทรวงกระลาโหมก็จะได้จารึกนาม ให้เป็นเครื่องบินของจังหวัดน่านต่อไป”.ภายหลังกระทรวงโหมได้จัดซื้อเครื่องบินเบร์เกต์ () ปีกสองชั้น แบบ ๑๔ A. หรือ B. ๒ เครื่องยนต์ เรอโนต์ ๓๐๐ แรงม้า ๑ เครื่อง ระบุชื่อ “เจ้าผู้ครองนครน่าน ๑”#เครื่องบินน่าน #สนามบินน่าน อ้างอิง/ข้อมูลเพิ่มเติม๑. ราชกิจจานุเบกษา: แจ้งความกระทรวงกลาโหม เจ้าอุปราชให้เงิน ๙,๐๐๐ บาทสำหรับซื้อเครื่องบิน, ๑๑ ธ.ค. ๒๔๕๘  เล่ม ๓๒ ง หน้า ๒๑๒๓. เข้าถึงได้โดย https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/1049287.pdf๒. ราชกิจจานุเบกษา: แจ้งความกระทรวงกลาโหม เรื่อง เครื่องบินซึ่งมีผู้บริจาคเงินซื้อให้แก่กองทัพบก, ๒๒ พ.ย. ๒๔๖๒ เล่ม ๓๖ หน้า ๒๔๔๙. เข้าถึงได้โดย https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/1058636.pdf๓. ราชกิจจานุเบกษา: แจ้งความกระทรวงกลาโหม เรื่อง รับเงินของจังหวัดน่านเพื่อบำรุงกำลังทางอากาศ, ๒๙ ก.ค. ๒๔๖๖ เล่ม ๔๐ ง หน้า ๑๓๙๔. เข้าถึงได้โดย https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/1068621.pdf๔. ราชกิจจานุเบกษา: คำแถลงการณ์ของเสนาบดีกระทรวงกลาโหม เรื่อง สนามบินและการแสดงการบินจังหวัดน่าน, ๖ มี.ค. ๒๔๖๙ เล่ม ๔๓ ง หน้า ๔๓๔๗. เข้าถึงได้โดย https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/1078051.pdf๕. กองบัญชาการกองทัพไทย. 4 แผ่นดินราชวงศ์จักรี 100 ปี การบินของบุพการีทหารอากาศ. กรุงเทพฯ : เอส.พี.เอ็น.การพิมพ์, 2554.


black ribbon.