ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 51,058 รายการ


วันสงกรานต์ ตรงกับวันที่ 13 เมษายนของทุกปี คำว่า "สงกรานต์” มาจากภาษาสันสกฤต แปลว่า การเคลื่อนที่ หรือการ เคลื่อนย้าย หมายถึงการเคลื่อนย้ายของพระอาทิตย์จากราศีหนึ่งสู่อีกราศีหนึ่ง คือวันขึ้นปีใหม่นั่นเองตามความหมายในภาษาสันสกฤตสงกรานต์จึงเกิดขึ้นทุกเดือน ส่วนระยะเวลาที่คนไทยเรียก "สงกรานต์” นั้น เป็นช่วงที่พระอาทิตย์เคลื่อนย้ายจากราศีมีนเข้าสู่ราศีเมษ นับว่าเป็นมหาสงกรานต์ เพราะเป็นวันและเวลาตั้งต้นปีใหม่ตามสรุยคติ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ คือ วันที่ 13-14-15 เมษายน โดยเรียกวันที่ 13 เมษายน ว่าวันมหาสงกรานต์ วันที่ 14 เมษายน เป็นวันเนา วันที่ 15 เมษายน เป็นวันเถลิงศก เมื่อวันสงกรานต์ตรงกับวันใดในแต่ละปี ก็จะมีนางสงกรานต์ประจำวันนั้นๆ เมื่อวันสงกรานต์ตรงกับวันใดในแต่ละปี ก็จะมีนางสงกรานต์ประจำวันนั้นๆ ตรงกับวันอาทิตย์ จะชื่อ “ทุงษเทวี” ตรงกับจันทร์ ชื่อ “โคราดเทวี” ตรงกับวันอังคาร ชื่อ”รากษสเทวี” ” ตรงกับวันพุธ ชื่อ”มัณฑาเทวี” ตรงกับวันพฤหัสบดีชื่อ “กิริณีเทวี” ตรงกับวันศุกร์ ชื่อ “กิมิทาเทวี” ตรงกับวันเสาร์ ชื่อ”มโหทรเทวี” ธรรมบาลกุมาร เป็นเทพบุตรที่พระอินทร์ประทานให้ลงไปเกิดในครรภ์ภรรยาเศรษฐี เมื่อโตขึ้นก็ได้เรียนรู้ภาษานก และเรียนไตรเภทจบเมื่ออายุได้เพียง 7 ขวบ จึงได้เป็นอาจารย์บอกมงคลต่างๆ แก่คนทั้งหลาย จนวันหนึ่ง ท้าวกบิลพรหม ได้ลงมาถามปัญหากับธรรมบาลกุมาร 3 ข้อ โดยถ้าธรรมบาลกุมารตอบได้ก็จะตัดเศียรบูชา แต่ถ้าตอบไม่ได้จะตัดศีรษะธรรมบาลกุมารเสียเอง โดยธรรมบาลกุมารได้ขอตอบคำถามใน 7 วัน เมื่อถึงเวลา ท้าวกบิลพรหม ก็มาตามสัญญาที่ให้ไว้ ธรรมบาลกุมารจึงนำคำตอบที่ได้ยินจากนกไปตอบกับท้าวกบิลพรหม ทำให้ท้าวกบิลพรหมแพ้ในการตอบคำถามครั้งนี้ และก่อนจะตัดเศียร ท้าวกบิลพรหม ได้เรียก ธิดาทั้ง 7 องค์ ซึ่งเป็นนางฟ้า ให้เอาพานมารองรับ เนื่องจากเศียรของท้าวกบิลพรหมเป็นที่รวมแห่งความไม่ดีทั้งปวง ถ้าวางไว้บนแผ่นดินไฟจะไหม้โลก ถ้าโยนขึ้นไปบนอากาศฝนจะแล้ง ถ้าทิ้งลงในมหาสมุทรน้ำจะแห้ง ธิดาทั้ง 7 จึงมีหน้าที่ผลัดเปลี่ยนกันดูแลเศียรของท้าวกบิลพรหม และในทุกๆ ปี ก็จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาทำหน้าที่อัญเชิญพระเศียรท้าวกบิลพรหม แห่ไปรอบเขาพระสุเมรุ เป็นเวลา 60 นาที แล้วประดิษฐานไว้ในถ้ำคันธุลี ในเขาไกรลาศ จึงเป็นที่มาของ นางสงกรานต์ โดยแต่ละนางจะทำหน้าที่ผลัดเปลี่ยนกันตามวันมหาสงกรานต์นั่นเอง คติความเชื่อของไทยถือว่าในวันสงกรานต์ถ้าหากได้มีการปล่อยนกปล่อยปลาแล้ว จะเป็นการล้างบาปที่ทำไว้ และเป็นการสะเดาะเคราะห์ร้าย ให้คงไว้แต่ความสุขความเจริญในวันขึ้นปีใหม่ การปล่อยนกปล่อยปลาที่ทำเป็นพิธีและติดต่อกันทุกๆปี จะเห็นได้ที่ปากลัดที่มีขบวนแห่ที่สวยงาม และเอกเกริกในตอนเย็น ตอนกลางคืนจะมีการละเล่นต่างๆ เช่น การเล่นสะบ้า คนหนุ่มสาวจะมีโอกาสได้ใกล้ชิดกัน วันที่เกี่ยวข้องกับวันสงกรานต์คือวันตรุษไทย ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 ซึ่งถือว่าเป็นวันสิ้นปีเก่าขึ้นปีใหม่ของไทยในสมัยโบราณคู่กับวันสงกรานต์ ที่เรียกว่า “ตรุษสงกรานต์” ตรุษ แปลว่า ยินดี หมายถึงยินดีที่มีชีวิตยั่งยืนจนถึงวันนี้ จึงจัดพิธีแสดงความยินดี โดยการทำบุญ ไม่ให้ประมาทในชีวิต ปกติจะจัด 3 วัน วันแรก คือแรม 14 ค่ำ เป็นวันจ่าย วันกลาง คือแรม 15 ค่ำ เป็นวันทำบุญ มีการละเล่นจนถึงวันที่ 3 คือขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 ปัจจุบันนิยมรวบยอดมาทำบุญและเล่นสนุกสนานในวันสงกรานต์ช่วงเดียว ฝ่ายโหรพราหมณ์ กองพระราชพิธี สำนักพระราชวัง ประกาศสงกรานต์ ปีพุทธศักราช 2567 ปีมะโรง (เทวดาผู้ชาย ธาตุทอง) ฉอศก จุลศักราช 1386 ทางจันทรคติ เป็น ปกติ มาสวาร ทางสุริยคติ เป็น อธิกสุรทิน วันที่ 13 เมษายน เป็น วันมหาสงกรานต์ ทางจันทรคติตรงกับวันเสาร์ ขึ้น 5 ค่ำ เดือน 5 เวลา 22 นาฬิกา 24 นาที นางสงกรานต์ ทรงนามว่า “มโหธรเทวี” ทรงพาหุรัดทัดดอกสามหาว (ผักตบชวา) อาภรณ์แก้วนิลรัตน์ ภักษาหารเนื้อทราย พระหัตถ์ขวาทรงจักร พระหัตถ์ซ้ายทรงตรีศูล เสด็จไสยาสน์ลืมเนตรมาเหนือหลัง มยุรา (นกยูง) เป็นพาหนะ วันที่ 16 เมษายน เวลา 02 นาฬิกา 15 นาที 00 วินาที เปลี่ยนจุลศักราชใหม่เป็น 1386 ปีนี้ วันอังคาร เป็น ธงชัย, วันพฤหัสบดี เป็น อธิบดี, วันจันทร์ เป็น อุบาทว์, วันเสาร์ เป็น โลกาวินาศ ปีนี้ วันอังคาร เกณฑ์พิรุณศาสตร์ เป็นอธิบดีฝน บันดาลให้ฝนตก 300 ห่า ตกในโลกมนุษย์ 30 ห่า ตกในมหาสมุทร 60 ห่า ตกในป่า หิมพานต์ 90 ห่า ตกในเขาจักรวาล 120 ห่า นาคให้น้ำ 7 ตัว เกณฑ์ธัญญาหาร ได้เศษ 5 ชื่อ วิบัติ ข้าวกล้าในภูมินาจะเกิดกิมิชาติ จะได้ผลกึ่ง เสียกึ่ง เกณฑ์ธาราธิคุณ ตกราศีวาโย (ลม) น้ำน้อย


ชื่อเรื่อง                     ตำนานเรื่องสามก๊กผู้แต่ง                       พระเจ้าบรมวงศเธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพประเภทวัสดุ/มีเดีย       หนังสือหายากหมวดหมู่                   วรรณคดีเลขหมู่                      895.1309 ส645ตนสถานที่พิมพ์               พระนครสำนักพิมพ์                 โรงพิมพ์บรรหารปีที่พิมพ์                    2507ลักษณะวัสดุ               128 หน้า หัวเรื่อง                     สามก๊กภาษา                       ไทย บทคัดย่อ/บันทึก หนังสือเรื่องสามก๊ก เริ่มตีพิมพ์และว่าด้วยการแปลหนังสือสามก๊กเป็นภาษาต่าง ๆ



ชื่อเรื่อง                         สร้อยสายคำและปาราชิก (ส้อยสายคำ)      สพ.บ.                           451/1หมวดหมู่                        พุทธศาสนาภาษา                            บาลี/ไทยอีสานหัวเรื่อง                          วรรณกรรมพุทธศาสนา                                    ธรรมะกับชีวิตประจำวัน                                      จริยธรรมประเภทวัสดุ/มีเดีย            คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ                    78 หน้า : กว้าง 6 ซม. ยาว 42 ซม. บทคัดย่อเป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน เส้นจาร ฉบับลานดิบ ไม่มีไม้ประกับ ได้รับบริจาคมาจากวัดลานคา ต.โคกคราม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี


         พัดรองที่ระลึกพระราชพิธีโสกันต์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร          ลักษณะ : พัดรองที่ระลึกพระราชพิธีโสกันต์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร พื้นพัดทำจากผ้ากำมะหยี่สีม่วงเข้ม ตรงกลางปักดิ้นเงินทองและไหมสีเป็นรูปจุลมงกุฎ (พระเกี้ยว) ฉากหลังปักลายขนนกการเวก วางบนหมอน เบื้องล่างเป็นแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์จักรีบรมราชวงศ์ มีอักษรย่อ “ร.จ.บ.ต.ว.ห.จ.” หมายถึง “เราจะบำรุงตระกูลวงศ์ให้เจริญ” อันเป็นเครื่องหมายของผู้สืบตระกูลวงศ์ ด้านหลังบุผ้าไหมสีแดง ปักตัวอักษรด้วยไหมสีเหลืองข้อความว่า “การพระราชพิธีโสกันต์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร รัตนโกสินทร์ศก 109” นมพัด ด้านหน้าปักดิ้นทองกรอบรูปพุ่มข้าวบิณฑ์หรือกลีบบัว ภายในเป็นรูปช่อดอกไม้ นมพัดด้านหลังปักไหมเป็นลายพันธุ์พฤกษา ด้ามทำจากไม้กลึง ปลายเป็นงาช้าง          ความสำคัญ : สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเป็นพระราชโอรสพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อเจริญพระชนมพรรษาครบ 13 พรรษา จึงจัดให้มีพระราชพิธีโสกันต์อย่างใหญ่ มีเขาไกรลาส ตามพระราชประเพณี เป็นเวลาทั้งสิ้น 8 วัน ตั้งแต่วันที่ 18 - 25 มกราคม พุทธศักราช 2433          พระราชพิธีโสกันต์ เป็นพิธีการโกนจุกให้กับพระราชโอรส และพระราชธิดา ที่ประสูติแต่พระมเหสีและดำรงพระยศชั้นเจ้าฟ้าและพระองค์เจ้า พิธีการจะเริ่มต้นตั้งโหรหลวงดูฤกษ์ยามกำหนดวันเวลาประกอบพระราชพิธีถวาย เมื่อพระเจ้าอยู่หัวทรงเห็นชอบจึงมีหมายกำหนดการพระราชพิธี ซึ่งพิธีการจะประกอบด้วยพิธีสงฆ์และพิธีพราหมณ์กระทำโดยพร้อมกัน ระยะเวลาในการประกอบพิธีเบ็ดเสร็จ 5 วัน โดย 3 วันแรก เป็นการสดับพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ ส่วนเช้าวันที่ 4 เมื่อได้ฤกษ์ยามตามกำหนด พระราชโอรส หรือพระราชธิดาประทับบนพระแท่น หันพระพักตร์ตามทิศอันเป็นมงคลตามที่โหรกำหนดตามกำลังวัน ถอดพระเกี้ยวแบ่งเกศาพระเมาฬีออกเป็น 3 ปอย ด้วยพายเงิน ทอง และนาค จากนั้นนำลวดเงิน ทอง นาค และสายสิญจน์ผูกปลายพระเกศาแต่ละปอยไว้กับแหวนนพเก้าและใบมะตูม การตัดปอยพระเกศาทั้ง 3 ปอยเรียงลำดับการตัดดังนี้ ประธานในพิธี พระบรมวงศ์ชั้นใหญ่ในราชตระกูล และพระบิดา สำหรับเช้าวันที่ 5 อันเป็นวันสุดท้ายของพระราชพิธีโสกันต์ เจ้าพนักงานอัญเชิญพระเกศาไปลอยในแม่น้ำ เป็นอันจบพิธี          การออกแบบพัดรองที่ระลึกพระราชพิธีโสกันต์ใช้พระลัญจกรจุลมงกุฎขนนกซึ่งพระราชทานเป็นตราตำแหน่งสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ภายหลังจาการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร และโปรดเกล้าฯการสถาปนาเฉลิมพระอิสริยยศสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ ขึ้นเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร จึงมีการเปลี่ยนจากตราประจำพระองค์ที่เป็นตราพระลัญจกรจุลมงกุฎขนนกแทน          ขนาด : ยาว 102 กว้าง 37          ชนิด : ผ้า ไม้ งาช้าง          อายุ/สมัย : รัตนโกสินทร์ พุทธศักราช 2433   แสดงภาพวัตถุหมุน คลิกที่นี่ https://smartmuseum-v2.finearts.go.th/3d_object/?obj=64873   ที่มา: https://smartmuseum.finearts.go.th


โรงเรียนวัดเตาปูน จ.ชลบุรี (เวลา 09.00 น.) จำนวน 11 คน วันเสาร์ที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๗ เวลา ๐๙.๐๐ น. ผู้บริหารและคณะครู จากโรงเรียนวัดเตาปูน อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี จำนวน ๑๑ คน เข้าศึกษาดูงาน ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครนายก พระบรมชนกชลพัฒน์ โดยมีว่าที่ร้อยตรีรุ่งเรือง ชื่นชม ตำแหน่ง พนักงานประจำพิพิธภัณฑ์ เป็นวิทยากรนำชมในครั้งนี้


ชื่อเรื่อง :  หนังสือค่าวสมัยร่ำ บ้านเมือง เมืองพร้าว เมืองฝาง เชียงแสน เชียงรายผู้แต่ง : นายหนานเพ็งปีที่พิมพ์ : ๒๔๗๖สถานที่พิมพ์ : เชียงใหม่ สำนักพิมพ์ : โรงพิมพ์อุปะติพงษ์จำนวนหน้า : ๒๔ หน้าเนื้อหา : หนังสือเล่มนี้ชื่อว่า คร่าวสมัย ร่ำบ้านเมือง เมืองพร้าว เมืองฝาง เชียงแสน เชียงราย พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์อักษร ที่โรงพิมพ์โรงพิมพ์อุปติพงษ์ ถนนช้างคลาน จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อ พ.ศ. 2476 นายหนานเพง ผู้เขียน อักษรล้านนา ภาษาล้านนา นายหนานเพ็งแต่งคร่าวเล่มนี้ขึ้นด้วยประโยคว่า “ปถม มุลลจาไข ค่อยฟังเทิอะน้อง แม่มอนตาไหล ข้าจักเล่ายฺาย ตามลายเรื่องถ้าน เชียงใหม่รัฐฐา พูรีเอกอ้าง รุ่งเรืองงามชื่นช้อย กินทานทำบุญ ทุกวันบ่น้อย บ่สูญเปล่าจ้อยตามธัมม์” ในต้นเรื่องบทที่ 1 บรรยายถึงการทำมาหากินของผู้คนในเมืองเชียงใหม่ ทรัพย์สินที่มีค่าคือทองคำ มีการแลกเปลี่ยนซื้อขายโดยใช้เงิน ผู้มีสติปัญญาดีสามารถทำมาหากินได้มากย่อมมีชีวิตที่สะดวกสบาย พร้อมกันนั้นเขาได้บรรยายว่า มนุษย์จะต้องมีศีลธรรม บางคนมีทรัพย์แต่ลุ่มหลงสุรานารีหรือโลภมากจะทำให้ชีวิตอับจนได้ บทที่ 2 ร่ำวิชาต่างๆ กล่าวถึงความโชคดีที่ได้เกิดมาพบและนับถือพระพุทธศาสนา ได้อยู่ในยุคสมัยที่บ้านเมืองเจริญรุ่งเรืองขึ้น มีวิทยุ มีไฟฟ้าไปมาหาสู่ติดต่อกันง่ายกว่าอดีตมาก มีฝรั่ง ชาวต่างประเทศเข้ามาอยู่ในเมืองเชียงใหม่ ความเจริญเข้ามารวดเร็ว ผู้คนต่างทำมาหากิน ให้ซื่อสัตย์และระวังความโลภเพราะเงินทองกลายเป็นของจำเป็นในการแลกเปลี่ยนซื้อขาย ให้พอดีพอประมาณ หากเป็นคนดีใครก็อยู่ใกล้ แต่ถ้าเป็นคนชั่วร้ายก็ไม่มีใครอยากคบหา บทที่ 3 ร่ำคนหนีไปอยู่ต่างเมือง กล่าวถึงผู้คนย้ายถิ่น คนเชียงใหม่ย้ายถิ่นฐานเพื่อไปทำมาหากินต่างเมือง ร่ำกล่าวว่าคนจีนนั้นค้าขายเก่งกว่าชาวบ้านทั่วไปในเชียงใหม่และร่ำรวยจากการค้าขาย ป่าไม้นั้นเป็นทรัพย์สินของราชการ แต่เมื่อย้ายถิ่นไปเมืองอื่น เช่น พร้าว ฝาง เชียงราย แม้สิบวันก็ยังไม่ได้เงิน ความจำเป็นต้องเลี้ยงดูครอบครัวทำให้ต้องอดทนและขยันหมั่นเพียร ฝรั่งชาวอังกฤษ ชาวพม่า ชาวเงี้ยว แขกใต้ ก็ยังเข้ามาทำมาหากินในมืองเชียงใหม่ ไม่ควรย้ายถิ่นไปไหน หากมีความรู้มีความสามารถขยันก็ไม่ต้องกลัวอดตาย เขียนที่บ้านประตูสวนดอก เชียงใหม่ ตำบลพระสิงห์ หมู่ที่ 1 อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ริมถนน ไปดอยสุเทพ จากประตูสวนดอกไปตีนดอย มีสามหลักกิโลเท่านั้นเลขทะเบียนหนังสือหายาก : ๖๑๗เลขทะเบียนหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ : E-book_๒๕๖๗_๐๐๑๖หมายเหตุ : โครงการจัดเก็บและอนุรักษ์หนังสือ วารสาร หนังสือพิมพ์ สื่อโสตทัศนวัสดุ และเอกสารโบราณ หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๗


             กรมศิลปากร ขอเชิญรับชมถ่ายทอดสด Facebook Live รายการไขความรู้จากครูกรมศิลป์ ตอน “เปิดลายแทงบูชาพระพิฆเนศ เทพเจ้าแห่งความสำเร็จ” วิทยากร นางสาวศุภวรรณ นงนุช ภัณฑารักษ์ชำนาญการ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ผู้ดำเนินรายการ นายสิทธิพร บุปผา นักวิชาการเผยแพร่ กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ในวันพฤหัสบดีที่ ๕ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๗ ผู้สนใจสามารถติดตามชมได้ทาง Facebook Live : กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม และ Facebook : กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร             รายการ “ไขความรู้จากครูกรมศิลป์” มีรูปแบบเนื้อหาของรายการเกี่ยวกับประวัติความเป็นไทย เกร็ดประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับวันสำคัญ ประเพณี วัฒนธรรม วีถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน ผ่านการบอกเล่า ถ่ายทอดความรู้ แนวความคิด เนื้อหาวิชาการ จากประสบการณ์ของผู้บริหาร นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญกรมศิลปากร กำหนดถ่ายทอดสดผ่านเฟสบุ๊กไลฟ์ (facebook live) ทุกวันพฤหัสบดี เวลา ๑๑.๐๐ น. ตลอดปีงบประมาณ ๒๕๖๗ ระหว่างเดือนตุลาคม ๒๕๖๖ - กันยายน ๒๕๖๗


ชื่อเรื่อง                     ปริวารปาลิ (ปริวารปาลิ)อย.บ.                       298/14ประเภทวัสดุ/มีเดีย       คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                   พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ               42 หน้า : กว้าง 4.7 ซม. ยาว 53.4 ซม.หัวเรื่อง                     พุทธศาสนาบทคัดย่อ/บันทึก                              เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับล่องชาด ได้รับบริจาคจากวัดประดู่ทรงธรรม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา


ชื่อเรื่อง บัญชีธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับ หัวเรื่อง  การบัญชี การทำบัญชี ภาษีมูลค่าเพิ่ม การจัดตั้งธุรกิจ คำบรรยาย  เป็นหนังสือคู่มือการเรียนการสอนรายวิชาบัญชีธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับของวิทยาลัยสารพัดช่าง จันทบุรี ผู้สร้าง   จารุวรรณ ลาภมูล แหล่งที่มา  ต้นฉบับอยู่ที่หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี ผู้เผยแพร่  ห้างหุ้นส่วนจำกัดโปรออฟเชท วันที่  2552 รูปแบบ  PDF ภาษา  ภาษาไทย รายละเอียด  หนังสือคู่มือการเรียนการสอนรายวิชาบัญชีธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับ แบ่งเนื้อหาออกเป็น 5 บท ได้แก่ บทนำ การจัดทำบัญชีชื่ออย่างง่าย การคิดต้นทุน เรียนรู้ภาษีมูลค่าเพิ่ม และการจัดตั้งธุรกิจ สิทธิ  หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี ประเภท  หนังสือท้องถิ่น เลขทะเบียน  น.56 บ. 69290 จบ (ร).เลขหมู่ ท657 จ 337 บ.


             พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ขอเชิญทุกท่านร่วมชมนิทรรศการ “The Precise Moment” โดยจิระพัฒน์ พิตรปรีชา เป็นนิทรรศการที่รวบรวมผลงานจิตรกรรมที่ได้สร้างสรรค์ขึ้นในระหว่างปี พ.ศ. 2559 - 2566 สะท้อนถึงภาพจำที่มีต่ออุบัติการณ์อันถือได้ว่าส่งผลกระทบต่อจิตใจของศิลปิน การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก ได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับศิลปินถ่ายทอดความเศร้าโศกเสียใจ อีกทั้งความโหยหาอาวรณ์ออกมาเป็นงานจิตรกรรมนามธรรมอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดกระบวนการหลอมรวมทางศิลปะโดยใช้ทัศนธาตุสื่อออกมาเป็นงานจิตรกรรม ซึ่งผลงานส่วนใหญ่ระบายปาดป้ายลงบนผืนผ้าใบอย่างฉับพลันทันที ในห้วงขณะที่ย้อนรำลึกไป ณ เวลาและสถานการณ์อันยากต่อการบรรยาย รู้แต่เพียงว่าทุกสรรพสิ่งล้วนเลือนลับดับหาย และผลงานศิลปะของศิลปินอาจจะบอกกล่าวเรื่องที่ปกติและไม่ปกติเหล่านี้ออกมาได้ไม่มากก็น้อย              นิทรรศการ “The Precise Moment" โดยจิระพัฒน์ พิตรปรีชา เปิดให้เข้าชมระหว่างวันที่ 1 – 27 กุมภาพันธ์ 2568 ณ อาคารนิทรรศการ 6 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ตั้งเเต่เวลา 09.00 - 16.00 น. ทุกวันพุธ - อาทิตย์ (ปิดให้บริการวันจันทร์ - อังคาร) ค่าเข้าชม ชาวไทย : 30 บาท ชาวต่างชาติ : 200 บาท นักเรียน นักศึกษา ผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป เข้าชมฟรี โดยได้รับเกียรติจากผู้ช่วยศาสตราจารย์อิทธิ คงคากุล เป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการวันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 17.00 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายวิชการ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป โทร. 0 2282 2639 ----------------------------------------------- “The Precise Moment" by Jirapat Pitpreecha Exhibition dates 1st - 27th February 2025 : 9 AM. - 4 PM. Closed on Monday - Tuesday. At Building 6, The National Gallery of Thailand Opening Reception 2nd February 2025 : 5 PM.  


ชื่อเรื่อง : เทศาภิบาล หัวเรื่อง : เทศาภิบาล             การปกครองท้องถิ่น            หนังสืออนุสรณ์งานศพ คำค้น :  การปกครองหัวเมือง รายละเอียด : หนังสือจัดพิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพพระยาอรรถกระวีสุนทร (สงวน-ศตะรัต-อรรถกระวีสุนทร) ณ สุสานหลวงวัดเทพศิรินทราวาส วันที่ 9 พฤษภาคม 2503 ผู้แต่ง : ดำรงราชานุภาพ, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยา แหล่งที่มา : หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี หน่วยงานที่รับผิดชอบ : โรงพิมพ์รุ่งเรืองธรรม ปีที่พิมพ์ : 2503 วันที่เผยแพร่ : 5 กุมภาพันธ์ 2568 ผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงาน : ราชเสนา, พระยา ลิขสิทธิ์ : - รูปแบบ : PDF ภาษา : ภาษาไทย ประเภททรัพยากร : หนังสือหายาก ตัวบ่งชี้ : - รายละเอียดเนื้อหา : หนังสือบรรยายลักษณะการปกครองหัวเมืองในประเทศไทย ในสมัยเมื่อใช้ระบอบปกครองแบบเทศาภิบาล อันได้ริเริ่มจัดดำเนินการขึ้นโดยกระทรวงมหาดไทย ในสมัยเมื่อสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงดำรงตำแหน่งเสนาบดีในกระทรวงนั้น ตั้งแต่ พ.ศ.2435 เป็นต้นมา เนื้อหาแบ่งเป็น 2 ตอน โดยตอนที่ 1 เรียบเรียงโดยสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เนื้อหาว่าด้วยเรื่องเหตุที่จัดการปกครองหัวเมืองอย่างเทศาภิบาล และตอนที่ 2 เรียบเรียงโดยพระยาราชเสนา เนื้อหาว่าด้วยเรื่องกระบวนการจัดการปกครองหัวเมืองอย่างเทศาภิบาล เลขทะเบียน : น. 31 บ. 12545 เลขหมู่ : 352.0009593               ด495ท      


           กรมศิลปากร ขอเชิญรับชมถ่ายทอด Facebook Live รายการไขความรู้จากครูกรมศิลป์ ตอน “เปิดหลุมขุดค้นโครงกระดูกมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ณ แหล่งโบราณคดีโนนพลล้าน” วิทยากร นายกิตติพงษ์ สนเล็ก ผู้อำนวยการกลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา, นายวรรณพงษ์ ปาละกะวงษ์ ณ อยุธยา นักโบราณคดีชำนาญการ และนางสาวนภัสสร แย้มคงเมือง นักโบราณคดีปฏิบัติการ ผู้ดำเนินรายการ นางกมลชนก พรภาสกร นักวิชาการโสตทัศนศึกษา กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๘ เวลา ๑๑.๐๐ – ๑๑.๔๕ น. ผู้สนใจสามารถติดตามชมได้ทาง Facebook Live : กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม และ Facebook Live : กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร              รายการ “ไขความรู้จากครูกรมศิลป์” มีรูปแบบเนื้อหาของรายการเกี่ยวกับประวัติความเป็นไทย เกร็ดประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับวันสำคัญ ประเพณี วัฒนธรรม วีถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน ผ่านการบอกเล่า ถ่ายทอดความรู้ แนวความคิด เนื้อหาวิชาการ จากประสบการณ์ของผู้บริหาร นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญกรมศิลปากร กำหนดถ่ายทอดสดผ่านเฟสบุ๊กไลฟ์ (Facebook Live) ทุกวันพฤหัสบดี เวลา ๑๑.๐๐ น. ตลอดปีงบประมาณ ๒๕๖๘ ระหว่างเดือนตุลาคม ๒๕๖๗ - กันยายน ๒๕๖๘


ชื่อผู้แต่ง         สุชีโวภิกขุ ชื่อเรื่อง           ปาฐกถาเรื่อง ความเหนื่อยใจ พิมพ์ครั้งที่       - สถานที่พิมพ์     กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์       โรงพิมพ์มหามกุฎราชวิทยาลัย ปีที่พิมพ์          2๔๙๔ จำนวนหน้า      ๓๐  หน้า รายละเอียด หนังสือ ปาฐกถาเรื่อง ความเหนื่อยใจ ของ สุชีโวภิกขุ วัดกันมาตุยาราม (สุชีพ ปุญญานุภาพ) จัดพิมพ์ขึ้น ในงานพระราชทานเพลิงศพ พันตรี หลวงอัมรินทร์รักษา และฌาปณกิจศพ นางอมรินทร์รักษา (ทองดี เกตุนิมิ) เพื่อเป็นธรรมบรรณาการแก่บรรดาญาติมิตรที่ได้มาในการพระราชทานเพลิงศพ  


black ribbon.