ค้นหา


รายการที่พบทั้งหมด 35,973 รายการ


ชื่อเรื่อง                           มงฺคลตฺถทีปนี (มงคลทีป) สพ.บ.                                 432/9ประเภทวัสดุ/มีเดีย              คัมภีร์ใบลาน หมวดหมู่                            พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                       64 หน้า : กว้าง 4.8 ซม.  ยาว 58 ซม.หัวเรื่อง                              พุทธศาสนา--พระไตรปิฏก                                         คัมภีร์บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน  เส้นจาร ฉบับลานดิบ ล่องชาด ไม่มีไม้ประกับ ได้รับบริจาคมาจากวัดลานคา ต.โคกคราม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี


เมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๒๑ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีรับและขึ้นระวางสมโภชช้างสำคัญ ณ พลับพลาหน้าโรงพระราชพิธีช้างต้น จังหวัดเพชรบุรี (รหัสเอกสาร ฉ/ร/๖๕๑)



บทความจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่านในจุลสารแป้นเกล็ดเรื่อง "หอคำเมืองน่าน"จุลสารเรื่องราวอาคารเก่า สาระความรู้ ศิลปกรรม สถาปัตยกรรมคณะกรรมการกองทุนเพื่อการอนุรักษ์อาคารเก่าเมืองน่านแป้นเกล็ด ฉบับที่ ๕ กันยายน-พฤศจิกายน ๒๕๖๐อ่านเนื้อหา บทความอื่นๆ ได้ที่ https://www.facebook.com/.../pfbid02irzV77VbwLukG6Z57jjKo...


          พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี ขอเชิญร่วมกิจกรรมพิเศษ "Art Activities @พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี" ในวันเสาร์ - อาทิตย์ เวลา ๑๐.๐๐ - ๑๕.๐๐ น. เพื่อให้น้อง ๆ หนูๆ ที่มาเที่ยวพิพิธภัณฑ์ในช่วงวันหยุดเสาร์ - อาทิตย์และปิดภาคเรียน ได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เป็นการส่งเสริมพัฒนาการด้านศิลปะ โดยมีกิจกรรม DIY ประดิษฐ์พวงกุญแจแรงบันดาลใจจากโบราณวัตถุในพิพิธภัณฑ์ ประดิษฐ์ตุ๊กตาทำมือ และระบายสีที่คั่นหนังสือตามจินตนาการ ซึ่งน้อง ๆ ที่ร่วมกิจกรรมจะได้รับผลงานตัวเองกลับบ้านไปด้วย           สอบถามเพิ่มเติมได้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี โทร. ๐ ๓๕๕๓ ๕๓๓๐



          วัดห้วยเสือ ตั้งอยู่ ณ บ้านห้วยเสือ หมู่ที่ 5 ตำบลสมอพรือ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งจากการเข้าไปสำรวจพบว่าวัดแห่งนี้มีการรวบรวมภาพจิตรกรรม โดยเป็นเรื่องราวของ “พระเวสสันดรชาดก” ชาติที่ 10 ของเรื่องราว “ทศชาติชาดก” หรือก็คือ 10 ชาติ ของการเล่าเรื่องราวการที่พระพุทธเจ้าทรงเวียนว่ายตายเกิด จนเป็นพระพุทธเจ้าในชาติสุดท้าย ซึ่งในปัจจุบันภาพดังกล่าวได้ถูกจัดเก็บไว้เป็นอย่างดี ณ วัดห้วยเสือ เพื่อเป็นการดำรงและรักษาภาพจิตรกรรมการแสดงคำสอนอันดีงามและเรื่องราวความเป็นมาทางพุทธศาสนาให้คงอยู่ต่อไป             สำหรับ ทศชาติ เรื่อง “พระเวสสันดรชาดก” ว่าด้วยเรื่อง 13 กัณฑ์ ถือได้ว่าเป็นเรื่องราวที่รู้จักมากที่สุดและมีความสำคัญมากที่สุดในบรรดาทศชาติชาดกทั้ง 10 ตอน และเป็นสาเหตุที่เวสสันดรชาดกถูกยกให้เป็นมหาชาตินั้น ก็เนื่องจากชาดกเรื่องนี้ถือเป็นพระชาติสุดท้ายของพระโพธิสัตว์ก่อนจะได้เป็นพระพุทธเจ้า อีกทั้งยังเป็นพระชาติที่ทรงบำเพ็ญบารมีครบทั้ง 10 ประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ทานบารมี” ที่ทรงบริจาคทุกสิ่งทุกอย่างทุกอย่าง แม้แต่ภรรยาและบุตรของตนเองก็บริจาค ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ทำได้ยากและเป็นการเสียสละที่ยิ่งใหญ่ที่สุด            นอกจากนั้น สาเหตุที่ “พระเวสสันดรชาดก” นั้นเป็นที่ยกย่องและน่าเลื่อมใส เพราะเรื่องเวสสันดรชาดกนั้นมีคุณค่าที่สามารถนำไปประยุกต์เข้ากับชีวิตประจำวันได้ทุกระดับ โดย 13 กัณฑ์ ของเรื่องราว “พระเวสสันดรชาดก” สามารถศึกษาเเละทำความเข้าใจเพิ่มเติมได้ ดังนี้             เอกสารเเละหลักฐานสำหรับการสืบค้น           1. วัดห้วยเสือ, ภาพจิตรกรรม ทศชาติ เรื่อง “พระเวสสันดรชาดก” ว่าด้วยเรื่อง 13 กัณฑ์.           2. เจริญ ไชยชนะ.  (2502),  มหาเวสสันดรชาดก ฉบับ 5 กัณฑ์.  กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์ ไชยวัฒน์.           3. กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม.  (2561),  เทศน์มหาชาติมหากุศล.  กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.           4. ทิวาวรรณ อายุวัฒน์.  (2561).  ““ทศชาติชาดก 101”, ใน สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยี (ผู้รวบรวม), บทความทางวิชาการ สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยี.  (หน้า 1).  นครปฐม :มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม.


เมืองโบราณโนนเมือง แหล่งเรียนรู้ทางโบราณคดี ที่บอกเล่าเรื่องราวการดำรงชีวิต ของคนโบราณยุคก่อนประวัติศาสตร์ ที่ตั้งถิ่นฐานบริเวณลุ่มน้ำเชิญ เมื่อราว 2,500 ปีมาแล้ว ข้อมูลเพิ่มเติมจิ้มได้เลยค่ะ https://bit.ly/3M9fgIP #ขอนแก่น #ชุมแพ  #สำนักศิลปากรที่8ขอนแก่น  #รีวิวชุมแพ  #รีวิวขอนแก่น ⋯⋯✧⋯✦⋯⋯✧✦✧⋯⋯✦⋯✧⋯⋯สอบถามหรือแจ้งข้อมูลโบราณสถาน 043-242129 Line: finearts8kk E-mail: fad9kk@hotmail.comพื้นที่ในความรับผิดชอบขอนแก่น บึงกาฬ เลย สกลนคร หนองคาย หนองบัวลำภู อุดรธานี


            ชอง หรือ คนชอง (ช์อง) แปลว่า “คน” เป็นชื่อของกลุ่มชนดั้งเดิมที่อาศัยอยู่ในภาคตะวันออกของประเทศไทย บริเวณจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด ชาวชองอาศัยอยู่ในดินแดนแถบนี้ตั้งแต่เมื่อใดไม่ปรากฏหลักฐานที่แน่ชัด แต่มีปรากฏหลักฐานซึ่งได้กล่าวถึงคนชองไว้ในนิราศเมืองแกลงของสุนทรภู่ แต่งเมื่อ พ.ศ. 2350 และจดหมายเหตุของรัชกาลที่ 5 ครั้งเสด็จประพาสจันทบุรี นอกจากนี้ยังมีปรากฏในเอกสารของชาวต่างชาติ ได้แก่ ปาลเลอกัวซ์ (Pallegoix, 1853) ใช้ว่า Xong และครอฟอร์ด (Crawford, 1856) ใช้ว่า Chong และพจนานุกรมภาษาสยามของหมอบรัดเลย์ ที่ตีพิมพ์ครั้งแรกใน พ.ศ. 2416 ยังให้นิยามของคำว่า ชอง เอาไว้ด้วย ทั้งหมดนี้น่าจะมีที่มาจาก “ชอง” เดียวกันทั้งสิ้น           ชาวชองเป็นกลุ่มชนที่จัดอยู่ในกลุ่มชาติพันธุ์ออสโตร - เอเชียติค (Austro - Asiatic) กลุ่มย่อยตระกูลมอญ - เขมร (Mon - Khamer) มีลักษณะรูปร่างสันทัด ผิวค่อนข้างดำ เส้นผมหยิกขอด รูปหน้าค่อนข้างเหลี่ยม คางและขากรรไกรค่อนข้างกว้าง จมูกไม่โด่งแต่ก็ไม่แบนราบ ริมฝีปากและสันคิ้วค่อนข้างหนา มีตาโต โดยทั่วไปมีนิสัยโอบอ้อมอารี ใจดี รักสงบ ซื่อสัตย์ และรักพวกพ้อง วิถีชีวิตแต่เดิมมีความเป็นอยู่อย่างลักษณะ คนป่า ยังชีพด้วยการหาของป่า ล่าสัตว์ มีการทำนาปลูกข้าวเพียงเพื่อการดำรงชีพเท่านั้น ชาวชองจะเลือกตั้งถิ่นฐานเพื่อสร้างหมู่บ้านอยู่อาศัยบริเวณป่าเขา การปลูกสร้างบ้านเรือนใช้สถาปัตยกรรมแบบเรือนเครื่องปลูก มีระบบครอบครัว ค่านิยม ความเชื่อ ประเพณี และวัฒนธรรมที่เป็นลักษณะเฉพาะของตนเอง เช่น ประเพณีและพิธีกรรมการนับถือผีบรรพบุรุษที่เรียกว่าการเล่น “ผีหิ้ง และผีโรง” ประเพณีการแต่งงาน การปกครอง การจัดระบบระเบียบของสังคม ตลอดจนกฎเกณฑ์การควบคุมความประพฤติของชนในกลุ่ม มีภาษาพูดเป็นของตนเอง แต่ไม่มีตัวอักษรหรือภาษาเขียน ดังนั้นชาวชองจึงไม่ได้บันทึกประวัติศาสตร์และความเป็นมาของตนเองไว้เลย ได้แต่ใช้วิธีการบอกเล่าและปฏิบัติสืบต่อกันมาเท่านั้น             อย่างไรก็ตามเมื่อชาวชองได้เป็นคนไทยตามพระราชบัญญัติของทางราชการ จึงหันมาพูดภาษาไทย และนับถือพุทธศาสนาตามแบบอย่างคนไทย วิถีชีวิตของชาวชองเปลี่ยนแปลงไปตามบริบทสังคมและสภาพแวดล้อมปัจจุบัน มีการปรับตัวและรับเอาวัฒนธรรม รวมถึงนวัตกรรมใหม่ ๆ เข้ามามีบทบาทในวิถีชีวิต เช่น เครื่องมือเครื่องใช้และสิ่งอำนวยความสะดวกภายในบ้าน เครื่องมือการประกอบอาชีพ อาหาร ยารักษาโรค เครื่องมือการสื่อสาร ตลอดจนการจัดระเบียบการปกครองตามรูปแบบของทางราชการ และการพัฒนาหมู่บ้านตามระบบสังคมอุตสาหกรรม ล้วนส่งผลกระทบให้วิถีชีวิตและสังคมของชาวชองเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว           ชาวชองอาศัยอยู่กันมากในแถบตอนเหนือของจังหวัดจันทบุรี บริเวณอำเภอเขาคิชฌกูฏ และอำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี ปัจจุบันการใช้ภาษาชอง ตลอดจนวัฒนธรรมของชาวชองอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการสูญหายเป็นอย่างมาก ซึ่งส่งผลต่อการสูญเสียภูมิปัญญาท้องถิ่นและองค์ความรู้ในด้านต่าง ๆ อย่างไรก็ตามชาวชองได้มีความพยายามฟื้นฟูภาษาและวัฒนธรรมของตนเองตั้งแต่ พ.ศ. 2545 โดยได้มีการสร้างระบบตัวเขียนภาษาชองด้วยตัวอักษรไทย และการสร้างวรรณกรรมหนังสืออ่านภาษาชองระดับต่าง ๆ มีการสอนภาษาชองเป็นหลักสูตรท้องถิ่นในโรงเรียน และมีการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้เพื่อฟื้นฟูภาษาและวัฒนธรรมชองสำหรับเป็นแหล่งข้อมูล ทั้งนี้ภาครัฐและเอกชนได้ให้การสนับสนุนการจัดกิจกรรมเพื่อฟื้นฟูและเผยแพร่วัฒนธรรมชองอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมนี้คงอยู่ได้สืบต่อไป แหล่งข้อมูลอ้างอิง กิตติพันธ์ ทิพย์สกุลชัย.  108 ปี ของดีมะขาม.  กรุงเทพฯ: ศรีปัญญา, 2550. “ชาวชอง ชาติพันธุ์จันทบุรี ภาษาและวัฒนธรรมที่กำลังสาบสูญ.” การันต์.  2, 6 (28 เมษายน 2558): หน้า 4-7.  [ออนไลน์].  สืบค้นเมื่อ 16 พฤศจิกายน 2566,      จาก: https://issuu.com/satchukornkeiokun/docs มูลนิธิชนเผ่าพื้นเมืองเพื่อการศึกษาและสิ่งแวดล้อม. ชนเผ่าพื้นเมืองชอง.  เชียงใหม่: มูลนิธิชนเผ่าพื้นเมืองเพื่อการศึกษาและสิ่งแวดล้อม, ม.ป.ป. ศูนย์ภูมิวัฒนธรรมชอง.  [ออนไลน์].  สืบค้นเมื่อ 16 พฤศจิกายน 2566, จาก: https:// chong.thaiipportal.info ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร. ภาพถ่ายชอง.  [ออนไลน์].  สืบค้นเมื่อ 16 พฤศจิกายน 2566, จาก: https://culturio.sac.or.th/content/998 สุจิตต์ วงษ์เทศ.  คนชองกลายตนเป็นไทย ฝั่งทะเลภาคตะวันออก.  [ออนไลน์].  สืบค้นเมื่อ 16 พฤศจิกายน 2566, จาก:                      https://www.matichonweekly.com/column/article_232480#google_vignette เรียบเรียง: นางสาวปริศนา ตุ้มชัยพร บรรณารักษ์ชำนาญการ หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี สำนักศิลปากรที่ 5 ปราจีนบุรี  



           กรมศิลปากร ขอเชิญรับชมถ่ายทอดสด Facebook Live รายการไขความรู้จากครูกรมศิลป์ ตอน “เรียนรู้ประวัติศาสตร์ผ่านกาลเวลา จากวังหน้า สมเด็จพระนเรศวรมหาราช” วิทยากร นางสาวธิดากานต์ พักตร์จันทร์ หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม และนางสาวกมลรัตน์ ชวนสบาย ภัณฑารักษ์ปฏิบัติการ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม ผู้ดำเนินรายการ นายสิทธิพร บุปผา นักวิชาการเผยแพร่ กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ในวันพฤหัสบดีที่ ๑๘ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๗ เวลา ๑๑.๐๐ – ๑๑.๔๕ น. ผู้สนใจสามารถติดตามชมได้ทาง Facebook Live : กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม และ Facebook Live : กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร


สำนักศิลปากรที่ ๑๓ สงขลา ได้จัดพิมพ์หนังสือนำชมโบราณสถานที่สำคัญในเขตพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และสตูล เพื่อเป็นคู่มือในการนำชมโบราณสถาน  สร้างความรู้ความเข้าใจในประวัติศาสตร์โบราณคดีที่ถูกต้องในพื้นที่ดังกล่าว   หนังสือนี้ได้คัดสรรโบราณสถานสำคัญโดดเด่นจากหนังสือทำเนียบแหล่งมรดกทางศิลปวัฒนธรรมในเขตพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นข้อมูลโบราณสถานที่ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถาน ระหว่าง พ.ศ. ๒๔๗๘ - ๒๕๕๑ นำมาปรับปรุงแก้ไขเนื้อหาให้กระชับ อ่านง่าย เหมาะสำหรับการเที่ยวชมโบราณสถาน พร้อมทั้งเพิ่มเติมเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ความหมายของโบราณสถาน ข้อควรปฏิบัติในการชมโบราณสถาน ลักษณะภูมิประเทศ ลักษณะภูมิอากาศ ข้อมูลการเดินทาง แผนที่ แผนผัง และภาพประกอบที่สวยงามของโบราณสถานแต่ละแห่ง โดยได้จัดทำเป็น ๒ ภาษา คือ ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ หนังสือนี้จะทำให้ผู้อ่านได้เข้าใจถึงพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีมายาวนานนับหมื่นปี แสดงให้เป็นถึงความหลากหลายของผู้คนและสังคม   หนังสือจำหน่ายราคาเล่มละ ๘๕๐ บาท พร้อมซีดีหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-book) ติดต่อซื้อได้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติทุกแห่งในพื้นที่ภาคใต้ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. ๐ ๗๔๓๓ ๐๒๕๕-๖


ผู้แต่ง : - ปีที่พิมพ์ : ม.ป.ป. สถานที่พิมพ์ : ม.ป.ท. สำนักพิมพ์ : ม.ป.พ.      พระยาพรหมโวหาร หรือ พญาพรม เดิมชื่อว่า พรมมินทร์ มีเชื้อสายของตระกูลเจ้าเจ็ดตน สืบเชื้อสายจาก หนานทิพย์ช้าง หรือพระยาสุลวฤาไชยสงคราม ผู้กอบกู้ละกอน (ลำปาง ปัจจุบัน) จากผู้นำหละปูน คือท้าวมหายศ (ลำพูน ปัจจุบัน) ซึ่งได้รับอำนาจสืบมาจาก ม่าน (พม่า) สมัย ม่านกินหัวเมืองล้านนา พ่อของพรมมินทร์ คือแสนเมืองมา (เป็นชื่อขุนนาง ของเวียงละกอน น่าจะเป็นชื่อตำแหน่ง เพราะสมัยนั้นจะมีตำแหน่งที่ขึ้นต้นด้วยแสน เช่น แสนหนังสือ เป็นต้น แต่ชื่อตำแหน่งนี้ จะไปคล้องกับชื่อเจ้าแสนเมืองมา ของเวียงปิงเจียงใหม่ตวย) ผู้ถือกุญแจคลังหลวงของเจ้าเมืองละกอน มีแม่มาดา ชื่อว่า เป็ง