ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 50,437 รายการ

เลขทะเบียน : นพ.บ.655/6ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 66 หน้า  ; 4.5 x 53 ซ.ม. : ลานดิบ- ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 210 (135-141) ผูก 6 (2568)หัวเรื่อง : อภิธัมมา--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


ชื่อแบบฉบับ : มหานิปาตวณฺณนา ชาดกฏฺฐกถา ขุทฺทกนิกายฏฺฐกถา (ผูก ค3) ชื่อเรื่อง : ทสชาติ เตมิย-วิธูรบัณฑิต (ผูก ค3  วิทูรบัณฑิต ผูก 3) เลขทะเบียน : ชม.บ.681/ค3 ผู้แต่ง : พระพุทธโฆษาจารย์            ผู้สร้าง : ปู่แก้ว พร้อมด้วย บุตร ภรรยา             ปีที่สร้าง : จ.ศ.1045 (พ.ศ. 2226) จำนวน : 1  คัมภีร์  6 ผูก (หอสมุดแห่งชาติฯ เชียงใหม่ มีผูก ก1, ข1 ข3, ค2 ค3 ค5)      จำนวนบรรทัด : 5 บรรทัด             จำนวนหน้า : 50 หน้า อักษร : ธรรมล้านนา                     ภาษา : บาลี-ไทยล้านนา                               เส้น : จาร ฉบับ : ล่องชาด                           ไม้ประกับ : ไม่มี                                         ประเภทเอกสารโบราณ : คัมภีร์ใบลาน ประวัติ : พระพุทธโฆษาจารย์ แต่ง, ปู่แก้ว พร้อมด้วยบุตร ภรรยา สร้าง จ.ศ.1045  (พ.ศ.2226 สมัยอยุธยา รัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช)  ได้มาจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่  เมื่อวันที่ 24 กรกฏาคม 2531 โครงการ : พัฒนาระบบบริการห้องสมุดดิจิทัล หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ ปี พ.ศ. 2568


ประกาศปิด... อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง และปราสาทเมืองต่ำ เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา ตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย


          พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชาวนาไทย จังหวัดสุพรรณบุรี ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมกิจกรรม “สนุกเรียนรู้ วิถีชาวนาไทย” พบกับ 3 กิจกรรม ได้แก่ ถุงผ้าชาวนาตัวน้อย, นักสำรวจพิพิธภัณฑ์, วาดภาพระบายสี จัดทุกวันเสาร์ และวันอาทิตย์ (9 - 10, 16 - 17, 23 – 24, 30 - 31 สิงหาคม 2568) ตั้งแต่เวลา 09.00 – 16.00 น. ผู้สนใจสามารถร่วมกิจกรรมได้ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 3553 6113 Facebook: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติชาวนาไทย สุพรรณบุรี Thai Farmers National Museum 


เลขทะเบียน  นม.บ.19/1ก


ภาพขุดค้นกำแพงเมืองนครศรีธรรมราช บริเวณมุมป้อมฝั่งทิศตะวันตก (ฐานรากมุมกำแพง) โครงอนุรักษ์กำแพงเมืองนครศรีธรรมราช อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ปีงบประมาณ 2548


         สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร นำเสนอข้อมูล เรื่อง รูปหล่อโลหะ ช้างเนียมทรงเครื่องคเชนทราภรณ์ เทคนิคการหล่อโลหะ หล่อแบบสูญขี้ผึ้ง (Loss wax) โดยใช้แบบหล่ออนุรักษ์(หล่อดินไทย) ดำเนินการโดย กลุ่มงานเทคโนโลยีการหล่อ กลุ่มประติมากรรม สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมกระบวนการรูปหล่อโลหะ ช้างเนียมทรงเครื่องคเชนทราภรณ์ ได้ทางลิ้งก์  https://datasipmu.finearts.go.th/portfolio/117 ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่อยู่ในระบบศูนย์ข้อมูลงานศิลปกรรม สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร            “ระบบศูนย์ข้อมูลงานศิลปกรรม สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร” เป็นช่องทางเผยแพร่ข้อมูลองค์ความรู้ด้านศิลปกรรมของสำนักช่างสิบหมู่ ผ่านทางเว็บไซต์ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลความรู้ได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งจะมีองค์ความรู้เกี่ยวกับงานศิลปะไทย ในรูปแบบหนังสืออิเล็กทรอนิกส์  (E-book) อาทิ งานช่างปิดทองประดับกระจก การสร้างลวดลายในงานโลหะ การจัดสร้างหุ่นหลวง การเขียนภาพจิตรกรรมไทย การตอกกระดาษตอกฉลุหนัง การแกะแม่พิมพ์หินสบู่ การประดับมุกแบบญี่ปุ่น ฯลฯ และชมผลงานของสำนักช่างสิบหมู่ได้อีกมากมาย ผู้สนใจสามารถเข้าถึงข้อมูลองค์ความรู้งานด้านศิลปกรรม ของสำนักช่างสิบหมู่ ผ่านทางเว็บไซต์ https://datasipmu.finearts.go.th  






วัสดุ สำริด แบบศิลปะ ศิลปะเขมรในประเทศไทย แบบบายน อายุสมัย อายุราวพุทธศตวรรษที่ 17-18 สถานที่พบ พบในเขต อำเภอจตุรพักตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด พระพุทธรูปปางสมาธินาคปรก พระพักตร์เหลี่ยม พระขนงโก่ง พระนาสิกโด่ง พระโอษฐ์หนา สวมกระบังหน้า สวมมงกุฎทรงกรวยแหลม สวมกุณฑล กรองศอ พาหุรัด ประทับนั่งขัดสมาธิราบบนขนดนาค 3 ชั้น ด้านหลังองค์พระมีพญานาค 7 เศียรแผ่พังพาน องค์พญานาคตกแต่งด้วยลายเกล็ดนาค ด้านหลังปรากฏหางนาค ใต้ฐานกลวง


ตึกถาวรวัตถุ ซึ่งปัจจุบันใช้เป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จัดขึ้นเนื่องในโอกาส 100 ปี แห่งการสวรรคตของพระบามสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 23 ตุลาคม พ.ศ. 2553 เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 5 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์    ตึกถาวรวัตถุ ซึ่งตึกนี้สร้างขึ้นตามพระราชประสงค์ระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงใช้เป็นพระที่นั่งทรงธรรมในการพระเมรุของพระองค์เอง ก่อสร้างแล้วเสร็จในสมัยรัชกาลที่ 6 จากนั้น พระราชทานเป็นที่ตั้งของหอสมุด วชิรญาณสำหรับพระนคร เมื่อถึงสมัยรัชกาลที่ 7 คงให้ใช้เป็นที่เก็บหนังสือตัวพิมพ์ข่าว พระราชทานนามใหม่ว่า หอพระสมุดวชิราวุธ ปัจจุบันเป็นอาคารนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กำเนิดอาคารถาวรวัตถุ อาคารถาวรวัตถุ หรือตึกแดง ตั้งอยู่ฝั่งทิศตะวันตกของสนามหลวง ด้านหน้าวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นด้วยพระราชประสงค์ 2 ประการ ประการแรก เพื่อให้เป็นที่เล่าเรียนของพระสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย หลังจากที่ได้โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งมหาธาตุวิทยาลัยขึ้น ณ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ เมื่อวันที่ 8 พ.ย. 2432 แต่ยังขาดสถานที่เรียนอันเหมาะสม จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเสนาสนะสำหรับพระสงฆ์ขึ้น ประการที่สอง ประจวบกับสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จสวรรคตเมื่อปี พ.ศ.2437 โดยพระราชประเพณีจะต้องสร้างพระเมรุมาศขนาดใหญ่ ตามพระเกียรติยศขึ้นที่ท้องสนามหลวง พระองค์มีพระราชดำริว่า เป็นการสิ้นเปลืองพระราชทรัพย์ในการสร้างสิ่งที่ไม่ได้เป็นถาวรวัตถุ เพราะสร้างใช้งานชั่วคราว เสร็จงานแล้วก็รื้อทิ้ง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ เป็นผู้อำนวยการสร้างอาคารตึกถาวรวัตถุขึ้น ณ บริเวณกุฏิสงฆ์วัดมหาธาตุด้านทิศตะวันออก ลักษณะอาคารเป็นยอดปรางค์ 3 ยอด เพื่อเป็นที่อัญเชิญพระบรมศพสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร มาประดิษฐานบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุประทาน เมื่อการบำเพ็ญพระราชกุศลนั้นแล้วจะได้ถวายอาคารนี้ให้เป็นสังฆิกเสนาสนะสำหรับมหาธาตุวิทยาลัยต่อไป แต่การก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จในรัชกาลของพระองค์ (เพราะสวรรคตก่อน) พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างต่อจนเสร็จ แล้วพระราชทานให้เป็นที่ตั้งหอพระสมุดสำหรับพระนคร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดเมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2459 สมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ตึกถาวรวัตถุนั้น ทรงให้ใช้เป็นที่เก็บหนังสือตัวพิมพ์ ทรงพระราชทานนามใหม่ว่า หอพระสมุดวชิรญาณ ต่อมาและเป็นอาคารหอสมุดแห่งชาติ จนกระทั่งได้ย้ายหอสมุดแห่งชาติไปตั้งที่แห่งใหม่ที่ท่าวาสุกรี เมื่อ พ.ศ. 2508 ตึกถาวรวัตถุยังเป็นที่ตั้งสำนักงานราชบัณฑิตยสถานต่อ จนกระทั่งสำนักงานย้ายไปอยู่ในพระบรมมหาราชวัง ตึกนี้ไม่มีการใช้งานอื่นใด กรมศิลปากร สมัยนายเกรียงไกร สัมปัชชลิต เป็นอธิบดี ได้ปรับปรุงเพื่อเป็นที่จัดแสดงนิทรรศการพระราชประวัติ และพระราชกรณียกิจในรัชกาลที่ 5 เมื่อปี พ.ศ. 2552 ซึ่งเป็นที่องค์ยูเนสโกประกาศขึ้นทะเบียนเอกสารในการปฏิรูปประเทศของรัชกาลที่ 5 เป็นมรดกโลก   ภาพนิทรรศการ:



          มีเนื้อหาแบ่งออกเป็น 3 ตอน ตอนที่ 1 เรื่องพงศาวดาริอันเป็นมูลเหตุแห่งจดหมายหลวงอุดมสมบัติ กล่าวถึงเหตุการณ์เมื่อครั้งเสียกรุงศรีอยุธยาให้แก่พม่าเมื่อ พ.ศ. 2310 และเกิดเหตุจลาจลวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ตอนที่ 2 เป็นจดหมายหลวงอุดมสมบัติเขียนจดหมายกราบเรียนพระยาศรีพิพัฒน์ (ทัด) กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เมืองไทรบุรียกกำลังมาตีเมืองสงขลาในปีะ พ.ศ. 2381 ตอนที่ 3 พงศาวดารเมืองนครศรีธรรมราชของหลวงอนุสรสิทธิกรรม (บัว ณ นคร) กล่าวถึงเหตุการณ์ตั้งแต่หลวงสิทธินายเวรมหาดเล็ก (หนู) พระปลัดเมืองนครผู้รักษาราชการเมือง ตั้งตัวขึ้นเป็นเจ้านคร และได้ยกกำลังไปตีหัวเมืองต่างๆ ตั้งเป็นชุมนุมเจ้านคร ส่วนท้ายเล่มกล่าวถึงประวัติพระยานคร (น้อย) และจดหมายบอกข่าวราชการจากกรุงเทพฯ ถึงเจ้าพระยานคร (น้อย)


black ribbon.