ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 50,373 รายการ

พระยาธรรมปรีชา.  ไตรภูมิโลกวินิจฉยกถา ฉบับที่ 2 (ไตรภูมิฉบับหลวง) เล่ม 3.  กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร, 2520.         หนังสือไตรภูมิโลกวินิจฉยกถาฉบับที่ 2 นี้ เป็นเรื่องที่มีสารประโยชน์ มีคุณค่าทางอักษรศาสตร์และวรรณคดี เนื่องจากไตรภูมิโลกวินิจฉยกถา หรือไตรภูมิฉบับหลวงเป็นหนังสือที่มีความยาวมาก กรมศิลปากรจึงแยกพิมพ์ เป็น 3 เล่มด้วยกัน และได้พิมพ์ประวัติพระยาธรรมปรีชา (แก้ว) ผู้เรียบเรียงหนังสือเล่มนี้ไว้ด้วย


องค์ความรู้ : อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง เรื่อง : บราลี เครื่องประดับสถาปัตยกรรมในวัฒนธรรมเขมรโบราณ ณ ปราสาทพนมรุ้ง บราลี เป็นส่วนประกอบทางสถาปัตยกรรมโบราณ มีลักษณะเป็นแท่งทรงกรวยยอดเล็กแหลม คล้ายดอกบัวตูม ประดิษฐ์เป็นแบบต่างๆ กัน ใช้ประดับเรียงเป็นแถวตามแนวสันหลังคาหรืออกไก่ ในวัฒนธรรมเขมรโบราณ ที่นิยมสร้างปราสาทหิน ได้พบหลักฐานการใช้บราลีประดับตกแต่ง ณ ส่วนต่างๆ เช่น สันหลังคาปราสาท สันหลังคาระเบียงคต และสันหรือบนทับหลังของกำแพง เป็นต้น ที่ปราสาทพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ ได้พบหลักฐาน “บราลี” ที่ทำมาจากวัสดุศิลาทราย ดินเผา ตลอดจนภาพสลักเล่าเรื่อง มีรายละเอียดดังนี้ บราลีศิลาทราย ใช้สำหรับปักประดับสันหลังคาอาคารที่สร้างจากหิน เช่น สันหลังคามุขและมณฑปปราสาทประธาน สันหลังคาของโคปุระและระเบียงคต มีลักษณะรูปทรงคล้ายดอกบัวตูมปักเรียงเป็นแถวตามแนวสันหลังคาที่ก่อด้วยศิลาทรายทรงประทุนเรือ สกัดร่องภายนอกหลังคาเลียนแบบกระเบื้องกาบู นอกจากนี้ยังพบบราลีศิลาทรายรูปทรงอื่นๆ ซึ่งก็น่าจะเคยใช้ประดับอาคารประเภทหินเช่นกัน บราลีดินเผา พบอยู่บริเวณโดยรอบปราสาทพนมรุ้ง ร่วมกับเศษกระเบื้องมุงหลังคาและกระเบื้องเชิงชาย อันแสดงให้เห็นว่าบริเวณนี้เคยมีอาคารหลังคาเครื่องไม้มุงกระเบื้องและประดับด้วยบราลีดินเผาดังกล่าว เนื่องจากมีน้ำหนักเบากว่า เหมาะสมกับอาคารประเภทเครื่องไม้ ในส่วนหลักฐาน บราลี จากภาพสลักเล่าเรื่องนั้น ที่หน้าบันชั้นที่ ๑ ของมุขปราสาทประธานด้านทิศตะวันตก เล่าเรื่องตอนศึกอินทรชิต กลางหน้าบันเป็นภาพบุษบกรูปทรงปราสาท สลักภาพบราลีประดับบนสันหลังคามุขที่ยื่นออกมาทั้งสองข้าง และอีกจุดหนึ่งคือ หน้าบันชั้นที่ ๓ ของมุขปราสาทประธานด้านทิศตะวันตก เป็นภาพอุมามเหศวร ประทับในวิมานรูปทรงปราสาท มีด้านล่างมีกลุ่มบุคคลนั่งอยู่ภายในอาคารโถงที่ประดับสันหลังคาด้วยแถวบราลี หากพิจารณาหน้าที่การใช้งาน (function) ของบราลี ในงานสถาปัตยกรรมขอมโบราณ ก็คือใช้เป็นเครื่องประดับสถาปัตยกรรม มิให้มีพื้นที่ว่างหรือดูราบเรียบเกินไปนัก หากแต่ได้ก่อให้เกิดมิติที่งดงาม อลังการ เป็นทรงเล็กๆ แหลมๆ เรียงตัวต่อเนื่องกันไป และด้วยรูปทรงของบราลีที่ทำเป็นรูปดอกบัวตูมก็อาจมีความเกี่ยวข้องกับดอกบัว ดอกไม้มงคลตามความเชื่อทางศาสนาด้วยก็เป็นได้ เรียบเรียงโดย: นายสุทธินันท์ พรหมชัย ผู้ช่วยนักโบราณคดี อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง เอกสารอ้างอิง: พิสิฐ เจริญวงศ์ และคณะ. ปราสาทพนมรุ้ง. พิมพ์ครั้งที่ ๖. บุรีรัมย์: อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง สำนักโบราณคดี กรมศิลปากร, ๒๕๔¬๘. สำนักโบราณคดี กรมศิลปากร. ศัพทานุกรมโบราณคดี. กรุงเทพฯ: รุ่งศิลป์การพิมพ์, ๒๕๕๐. สุริยวุฒิ สุขสวัสดิ์, หม่อมราชวงศ์. ปราสาทพนมรุ้ง ศาสนบรรพตที่งดงามที่สุดในประเทศไทย. พิมพ์ครั้งที่ ๕. สมุทรปราการ: เรือนบุญ, ๒๕๔๙. มิรา ประชาบาล. เครื่องถ้วยสมัยลพบุรีจากแหล่งเตาเผาบุรีรัมย์. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, ๒๕๓๒.


ชื่อเรื่อง                         นิสัยทิพมนต์  สพ.บ.                           406-1หมวดหมู่                        พุทธศาสนาภาษา                            บาลี/ไทยอีสานหัวเรื่อง                          พุทธศาสนา                                    ธรรมเทศนาประเภทวัสดุ/มีเดีย            คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ                    66 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 57 ซม. บทคัดย่อเป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน เส้นจาร ฉบับลานดิบ ภาษาบาลี-ไทยอีสาน ได้รับบริจาคมาจากวัดลานคา ต.โคกคราม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี







          สํานักหอจดหมายเหตุแห่งชาติเปิดให้ผู้มีบัตรรับหนังสือจดหมายเหตุงานพระบรมศพพระบาท สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ติดต่อรับหนังสือได้ตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันพฤหัสบดีที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๕ สอบถามเพิ่มเติม โทร. ๐ ๒๒๘๒ ๘๔๒๓ ต่อ ๑๔๒ – ๑๔๖           ตามที่สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติได้จัดทำหนังสือจดหมายเหตุงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร มอบเป็นที่ระลึกแก่ผู้เข้าร่วมงาน และแจกจ่ายแก่ส่วนราชการ รวมถึงห้องสมุดทั่วประเทศ เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา และประชาชนได้ใช้ประโยชน์ในการศึกษาค้นคว้าและอ้างอิง บัดนี้ สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติดำเนินการจัดพิมพ์หนังสือจดหมายเหตุดังกล่าวแล้วเสร็จ โดยหนังสือ ๑ ชุด มีจํานวน ๔ เล่ม จึงขอแจ้งให้ “ผู้มีบัตรรับหนังสือ” นำบัตรรับหนังสือ (ฉบับจริง) มาติดต่อรับหนังสือดังกล่าวได้ที่ ห้องดํารงราชานุภาพ ชั้น ๑ สํานักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ถนนสามเสน เขตดุสิต กรุงเทพฯ ตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันพฤหัสบดีที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๕ เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. ในวันทําการ           กรณีผู้มีบัตรรับหนังสือฯ ไม่สามารถรับได้ด้วยตนเอง ให้ผู้มารับแทนยื่นหลักฐาน ได้แก่ บัตรรับ หนังสือจดหมายเหตุงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร (ฉบับจริง) และชื่อ นามสกุล เลขที่บัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้ของผู้เป็นเจ้าของบัตรรับหนังสือฯ กรณีบัตรรับหนังสือฯ สูญหาย สามารถติดต่อขอรับแบบฟอร์ม การขอรับหนังสือฯ พร้อมสำเนาหลักฐานตามรายละเอียดที่ปรากฏอยู่ในแบบฟอร์ม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. ๐ ๒๒๘๒ ๘๔๒๓ ต่อ ๑๔๒ – ๑๔๖ ทั้งนี้ สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติได้จัดทำหนังสือในรูปแบบ E-Book สามารถ อ่านออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ http://nat.go.th


ชื่อเรื่อง                                สตฺตปฺปกรณาอภิธมฺม (สังคิณี-มหาปัฏฐาน) สพ.บ.                                  380/5กประเภทวัสดุมีเดีย                    คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                               พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                           22 หน้า กว้าง 5 ซม. ยาว 54 ซม.หัวเรื่อง                                 ธรรมะ บทคัดย่อ/บันทึก          เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรขอม ภาษาบาลี-ไทย เส้นจาร ฉบับล่องชาด ได้รับบริจาคมาจากวัดลานคาต.โคกคราม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี




สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สังคิณี-มหาปัฎฐาน)  ชบ.บ.43/1-2  เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)


ธมฺมปทวณฺณนา ธมฺมปทฎฺฐกถา ขุทฺทกนิกายฏฺฐกถา (ธมฺมปทบั้นต้น)  ชบ.บ.84/1-16  เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)


มหานิปาตวณฺณนา(เวสฺสนฺตรชาตก) ชาตกฎฺฐกถา ขุทฺทกนิกายฎฺฐกถา (ทสพร-กุมาร)  ชบ.บ.106ก/1-7ก  เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)


เลขทะเบียน : นพ.บ.332/15ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 52 หน้า ; 4.5 x 54.5 ซ.ม. : ล่องชาด ; ไม้ประกับธรรมดาชื่อชุด : มัดที่ 132  (343-358) ผูก 15 (2565)หัวเรื่อง : ปาลิวารปาลี (บาลีบริวาร)--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


                   ศิลปะล้านนา  ช่วงพุทธศตวรรษที่ ๒๔-๒๕          เป็นของอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ  มาแต่เดิม          ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ในห้องล้านนา อาคารประพาสพิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร          ประติมากรรมโลหะรูปพระอินทร์และพระชายา ประทับอยู่บนช้างเอราวัณ มีลักษณะสำคัญคือ พระอินทร์ทรงกรัณฑมงกุฎ กึ่งกลางกระบังหน้าประดับดอกไม้สี่กลีบ พระพักตร์ค่อนข้างกลม พระกรรณประดับกุณฑล พระวรกายประดับสร้อยสังวาลและทับทรวง พระพาหาทรงพาหุรัด ข้อพระหัตถ์ทรงทองพระกร พระหัตถ์ขวาทรงถือจักร พระหัตถ์ซ้ายวางคว่ำบนพระเพลาของพระชายา  ทรงพระภูษายาวจรดข้อพระบาท ชักชายผ้าด้านหน้าสั้น ชายผ้าด้านข้างแยกออกเป็นสองชาย ประทับขัดสมาธิราบ เครื่องทรงและอาภรณ์ของพระอินทร์เป็นรูปแบบการแต่งกายของเทวดาที่จะพบได้ทั่วไปในงานศิลปกรรมล้านนา-สุโขทัย           ส่วนพระชายา ทรงกรัณฑมงกุฎ พระพักตร์กลม พระกรรณประดับกุณฑลแผ่นกลมขนาดใหญ่ ทรงฉลองพระองค์ตัวในเป็นเสื้อป้ายข้างเฉียงซ้ายมาขวา ทับด้วยพระภูษาคลุมสองพระอังสา ชายผ้าพลิ้วไหวไปทางด้านหลัง ทรงคว่ำพระหัตถ์ขวาบนพระเพลาของพระอินทร์ พระนางทรงภูษายาวจรดข้อพระบาท ประทับอยู่ในท่าพับเพียบ ทั้งนี้เครื่องอาภรณ์ของชายาของพระอินทร์ก็มีรูปแบบการแต่งกายคล้ายกับการแต่งกายของสตรีล้านนา ที่นิยมสวมต่างหูขนาดใหญ่ เรียกว่า "ลานหู"  สวมเสื้อป้าย และมีผ้าคลุมไหล่ทั้งสองข้าง คล้ายกับกลุ่มชาติพันธุ์ไต ในพื้นที่ทางภาคเหนือของประเทศไทย  เช่นกัน          แม้ว่าประติมากรรมรูปพระอินทร์และพระชายานี้ จะไม่มีประวัติที่มาชัดเจน แต่จากเทคนิคการหล่อที่ใช้ดินผสมแกลบปั้นโกลนหุ่นเช่นเดียวกับศิลปกรรมล้านนา ต่างกับเทคนิคการหล่อในสมัยอยุธยาตอนปลาย-รัตนโกสินทร์ ที่ใช้ดินผสมทราย รวมถึงลักษณะการแต่งกายของประติมากรรม จึงกำหนดได้ว่ารูปพระอินทร์และพระชายานี้สร้างขึ้นในวัฒนธรรมล้านนา          รูปแบบของพระอินทร์ทรงจักร มีปรากฏในอรรถกถาเกฬิสีลชาดก กล่าวถึงพระอินทร์เสด็จมาปรามกษัตริย์ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนแก่ราษฎร์ มิเช่นนั้นกษัตริย์จะต้องถูกสังหารด้วยจักรของพระองค์ ขณะเดียวกันในพระราชนิพนธ์เรื่องรามเกียรติ์ ของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้กล่าวว่าพระอิศวรทรงประทานจักรให้แก่พระอินทร์เพื่อใช้ในการรบกับรณพักตร์ หลักฐานด้านศิลปกรรมพระอินทร์ทรงจักรนี้พบมากในสมัยรัตนโกสินทร์ ทั้งในสมุดไทยดำเรื่องตำราเทวรูป (เลขที่ ๖๙) และ พระอินทร์ทรงจักรที่ชั้นเรือนธาตุของพระปรางค์ประธาน วัดอรุณราชวราราม          สำหรับในวัฒนธรรมล้านนา นอกเหนือจากเรื่องราวทางพุทธประวัติที่พระอินทร์มีความเกี่ยวข้องด้วยแล้ว ใน “ปัญญาสชาดก” ซึ่งเป็นวรรณกรรมทางพุทธศาสนาที่รวบรวมขึ้นจากนิทานพื้นบ้านของล้านนา ได้กล่าวถึงพระอินทร์ช่วยเหลือพระโพธิสัตว์ไว้อยู่หลายตอน เช่น สุวัณณสังขชาดก กล่าวถึง พระอินทร์ลงมาตีคลีกับพระสังข์ เพื่อให้พระสังข์ถอดรูปเงาะและช่วยให้ท้าวสามลยอมรับพระสังข์ หรือในคัทธนกุมารชาดก กล่าวถึงพระอินทร์ทรงเป็นบิดาของพระโพธิสัตว์ เป็นต้น นอกจากนี้ในตำนานท้องถิ่น เช่น ตำนานพระแก้วดอนเต้า จังหวัดลำปาง ได้กล่าวถึงพระอินทร์แปลงกายเป็นชายชรา มาอาสาแกะสลักก้อนพระผลึกของนางสุชาดาเป็นพระแก้วขึ้นมา   อ้างอิง  ศานติ ภักดีคำ. พระอินทร์. พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง, ๒๕๕๖.    ศรัณย์ มะกรูดอินทร์. พระอินทร์ในคติพุทธศาสนานิกายเถรวาทที่พบในงานศิลปกรรมไทย. วิทยานิพนธ์ ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (สาขาวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัย ศิลปากร, ๒๕๕๙.


black ribbon.