ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 53,253 รายการ

กรมศิลปากร จับมือ National Museum of Korea จัดนิทรรศการเสนอประวัติศาสตร์และศิลปะไทยผ่านโบราณวัตถุล้ำค่ากว่า 200 ชิ้น          กรมศิลปากร นำวัตถุโบราณกว่า 200 ชิ้น ไปจัดแสดงในนิทรรศการความร่วมมือระหว่าง National Museum of Korea กับกรมศิลปากร ภายใต้หัวข้อ “Amazing Thailand: Masterpieces of Thai Art” ณ ห้องจัดแสดงพิเศษ 1 National Museum of Korea ระหว่างวันที่ 23 มิถุนายน - 6 กันยายน 2569 นับครั้งแรกกับการนำเสนอประวัติศาสตร์และศิลปะไทยในแดนกิมจิ          นิทรรศการนี้ นำเสนอเรื่องราวที่พาผู้ชมย้อนเวลาไปสู่รากเหง้าตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ การติดต่อของผู้คนจากต่างบ้านเมือง ตลอดจนความรุ่งเรืองและความประณีตด้านงานศิลปกรรม ที่สืบเนื่องมาจวบจนปัจจุบัน ผ่านโบราณวัตถุล้ำค่ากว่า 207 ชิ้น จากทั่วประเทศ โดยมีโบราณวัตถุชิ้นเด่น ได้แก่ พระพุทธรูปลีลา เอกลักษณ์แห่งสุโขทัย, ประติมากรรมช้างบุเงิน จากเมืองหริภุญไชย, พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร จากคาบสมุทรทะเลใต้ ผู้ปกปักษ์มวลมนุษย์, บัลลังก์ทองคำ การจำลองเครื่องใช้แห่งองค์พระมหากษัตริย์, ธรรมจักร อายุกว่า 1,000 ปี สัญลักษณ์แห่งการแผ่ไพศาลของพระพุทธศาสนา และศิลาสลักภาพเล่าเรื่องการแสดงปาฏิหาริย์ขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้า


แนวทางการขออนุญาตบินโดรนในพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย


        พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี ขอเชิญประชาชนทั่วไปและนักเรียน นักศึกษาที่สนใจ สมัครเข้าร่วมการบรรยายและการฝึกปฏิบัติ "การอนุรักษ์โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุเบื้องต้น" ภายใต้โครงการจัดกิจกรรมเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย ๒๕๖๙ วันอังคารที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เวลา ๐๘.๓๐ น. - ๑๖.๓๐ น. ณ ห้องประชุม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี โดยผู้เข้าร่วมโครงการจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ประเภทโลหะเบื้องต้น ทั้งทฤษฎี และการฝึกปฏิบัติ จากเจ้าหน้าที่กลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย         ผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการผ่านทาง Google Form: https://forms.gle/rLdcmsrKHvnmN83L8 ระหว่างวันที่ ๑ - ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ ประกาศรายชื่อผู้ได้รับคัดเลือกจำนวน ๑๐ ท่าน ในวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๖๙ ทาง Facebook Fanpage พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติปราจีนบุรี https://www.facebook.com/prachinburimuseum สอบถามเพิ่มเติม โทร. ๐ ๓๗๒๑ ๑๕๘๖   









อบรมผู้ใช้งานระบบสัมมนาออนไลน์ ในวันที่ 30 มีนาคม 2556   ตั้งแต่เวลา 9.00 - 16.00 โดยเจ้าหน้าที่บริษัท เอ็มเวิร์ค กรุ๊ป จำกัด   สถานที่ : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ ติดต่อ : เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ โทรศัพท์ 02-2222222


  เศียรประติมากรรมรูปบุคคล(บุรุษ)สวมเครื่องประดับศีรษะแบบเทริดขนนก พระพักตร์เป็นรูปไข่ พระขนงต่อกันโค้งเล็กน้อย พระเนตรรีปลายเฉียงขึ้น ลืมพระเนตร พระนาสิกโด่ง แย้มพระสรวลเล็กน้อยพบจากแหล่งโบราณคดีเนินทางพระ อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี


โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรสำนักช่างสิบหมู่   ด้าน  เครื่องเคลือบดินเผา  ระหว่างไทย - ญี่ปุ่น ปีงบประมาณ ๒๕๕๔   ระหว่างวันที่ ๑ - ๑๒ มิถุนายน ๒๕๕๔   ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป


วันที่ ๑๙-๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ นักเรียนจากโรงเรียนวัดสุทธจินดา อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา เยี่ยมชมหอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ นครราชสีมา เพื่อศึกษาค้นคว้าข้อมูล ทรัพยากรสารสนเทศในรูปแบบต่าง ๆ เช่น หนังสือ วารสาร หนังสือพิมพ์ และเอกสารโบราณ จำนวน ๓๑๕ คน และสามเณร จำนวน ๓ รูป



การตรวจสอบโบราณสถาน บ้านระนุก ตำบลบ้านจารย์ อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ ที่ตั้ง บ้านระนุก ตำบลบ้านจารย์ อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ อยู่ห่างปราสาทสังข์ศิลป์ชัยไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ ๑.๔ กิโลเมตร โบราณสถานตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของหมู่บ้านระนุก มีลักษณะเป็นเนินดินสูงจากระดับผิวถนนประมาณ ๒ เมตร บนเนินมีศาลาประดิษฐานพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นในสมัยปัจจุบัน อยู่ทางทิศใต้ของเนิน อาคารโบราณสถานที่ปรากฏให้เห็นในปัจจุบัน เป็นอาคารก่ออิฐจำนวน ๒ หลัง ดังนี้๑. อาคารหมายเลข ๑ แผนผังรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาด ๑.๕๐ x ๑.๕๐ เมตร ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของอาคารหมายเลข ๒ (ด้านหน้า) สันนิษฐานว่าเป็นธาตุ หรือเจดีย์ หลักฐานที่คงเหลือ คือ ส่วนฐานและเรือนธาตุ ส่วนยอดพังทลาย ฐานก่อเป็นฐานบัว ๒. อาคารหมายเลข ๒ แผนผังรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด ๗ x ๙ เมตร อาคารหันหน้าไปทางทิศตะวันออก หลักฐานที่ยังคงเหลือ คือ ผนังอาคารด้านหลัง(ทิศตะวันตก) เป็นผนังก่ออิฐ ฐานบัวลูกแก้วอกไก่ และฐานชุกชีซึ่งก่อติดผนังทิศตะวันตก ด้านทิศตะวันออกยังปรากฏร่องรอยบันไดทางขึ้นโบราณวัตถุที่พบจากการเดินสำรวจบริเวณโดยรอบเนินโบราณสถาน พบชิ้นส่วนภาชนะดินเผากระจายตัวบริเวณปลายเนินดินเล็กน้อย ส่วนมากเป็นชิ้นส่วนภาชนะดินเผาประเภทเนื้อดิน (Earthenware) พบชิ้นส่วนเครื่องถ้วยจีนจำนวน ๑ ชิ้น กำหนดอายุราวพุทธศตวรรษที่ ๒๔ – ๒๖


black ribbon.