ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 50,535 รายการ
สำนักช่างสิบหมู่ ร่วมกับกลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร ได้ดำเนินการอนุรักษ์บานไม้ประดับมุกศิลปะญี่ปุ่นในประเทศไทย วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม วาระที่ ๓ ในระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๖๔ – พ.ศ. ๒๕๖๘ ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการอนุรักษ์ฯ แล้วเสร็จติดประกอบคืนบานไม้ไปแล้วในบางส่วน
ทางวัดราชประดิษฐฯ เล็งเห็นถึงความสำคัญของงานอนุรักษ์ซ่อมแซมบานไม้ประดับมุกศิลปะญี่ปุ่น จึงได้ร่วมมือกับกรมศิลปากรจัดงาน “ราชประดิษฐฯ พิสิฐศิลป์” ในวันจันทร์ที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๖ เวลา ๐๘.๓๐ - ๑๕.๓๐ น. ณ วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม เพื่อนำเสนอการดำเนินงานที่ผ่านมาผ่านมุมมองวัด และช่างฝีมือ ทั้งชาวไทย-ญี่ปุ่น
มีกิจกรรมที่น่าสนใจ ดังนี้
เวลา ๐๘.๓๐ - ๑๒.๐๐ น.
- การเสวนาทางวิชาการ เรื่อง ความเป็นมาของโครงการบูรณะซ่อมแซมและ อนุรักษ์บานไม้ประดับมุกศิลปะญี่ปุ่นในประเทศไทย
- การเสวนาทางวิชาการ เรื่อง กระบวนการทำงานซ่อมแซมบานไม้ประดับมุกศิลปะญี่ปุ่นในประเทศไทย
เวลา ๑๒.๐๐ - ๑๕.๓๐ น.
- นิทรรศการและการสาธิตงานซ่อมแซมบานไม้ประดับมุก จาก สำนักช่างสิบหมู่ และสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
- การออกร้านอาหารญี่ปุ่น
- การชงชาแบบญี่ปุ่น จากสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร
- พิธีการประกอบคืนบานไม้ประดับมุกศิลปะญี่ปุ่น
- ชมการแสดงชุดระบำมิตรไมตรีญี่ปุ่น – ไทย จากสำนักการสังคีต กรมศิลปากร
- พบกับ Thames Malerose Full-time คอสเพลย์เยอร์ และสตรีมเมอร์ รางวัลรองชนะเลิศลำดับที่ 2 งานประกวด World Cosplay Summit 2022 ณ เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น
ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนออนไลน์ได้ที่ https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSdWEkb27xprvUkX6w4cUn2S7Q4pgalVkzpQU1ydhtzKNsJSPA/viewform?fbclid=IwAR0XPoOZqLQ2VKXI77qgnc5LAVN18SDJbVv6F3-c8Qy-9V-UG747TbPAN7sหรือแสกน Qr Code ที่โปสเตอร์ประชาสัมพันธ์เพื่อลงทะเบียน
+++รีบลงทะเบียนด่วน! รับจำนวนจำกัด
ภาคเช้า เปิดรับผู้ลงทะเบียนออนไลน์ จำนวน ๓๐ ท่าน
ภาคบ่าย เปิดรับผู้ลงทะเบียนออนไลน์ จำนวน ๑๐๐ ท่าน
ชื่อผู้แต่ง พระเครื่อง
ชื่อเรื่อง พระเครื่อง
ครั้งที่พิมพ์ -
สถานที่พิมพ์ กรุงเทพฯ
สำนักพิมพ์ บริษัทวัชรินทร์การพิมพ์
ปีที่พิมพ์ ๒๕๓๒
จำนวนหน้า ๙๘ หน้า
พระเครื่องหรือพุทธรูปขนาดเล็ก นิยมสร้างขึ้นในลักษณะพระพิมพ์ขนาดเล็กเป็นส่วนมาก และเป็นจำนวนคราวละมาก ๆ ดังที่เรียกว่า พระพิมพ์เครื่องราง ส่วนพระเครื่องที่สร้างตามแบบการสร้างพระพุทธรูปด้วยวิธีหล่อหรือวิธีอื่น ๆ เช่น พระกริ่ง เป็นต้น ไม่มีมากชนิด การที่พุทธศาสนิกชนส่วนมากนิยมหาพระเครื่องไว้กราบไหว้ บูชาและนำติดตัวไปเสมอมีจำนวนมากน้อยแล้วแต่ศรัทธา เข้าใจว่า ความเคารพนับถือและบูชาพระเครื่องปรากฏแพร่หลายอยู่เฉพาะในหมู่พุทธศาสนิกชนไทย
เลขทะเบียน : นพ.บ.453/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 44 หน้า ; 4 x 51 ซ.ม. : ล่องรัก-ลานดิบ ; ไม้ประกับธรรมดาชื่อชุด : มัดที่ 159 (163-173) ผูก 1 (2566)หัวเรื่อง : อาการวัตตสูตร--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
ตราสัญลักษณ์นิทรรศการพิเศษ เรื่อง "เซรามิกแห่งแหลมทองและแดนอาทิตย์อุทัย : สานตำนานสายใยไม่เสื่อมคลายในพาณิชยวัฒนธรรมโลก" ประกอบไปด้วยสัญลักษณ์ปลาคู่ อันหมายความถึงความมั่งคั่งสมบูรณ์ โดยด้านซ้ายเป็นลายปลากาซึ่งได้ต้นแบบแนวความคิดมาจากเครื่องสังคโลกในสมัยสุโขทัยที่นิยมวาดรูปปลาลงบนภาชนะ หมายถึงความอุดมสมบูรณ์ของบ้านเมืองดังคำกล่าวที่ว่า “ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว” ด้านขวามือเป็นลายปลาคาร์ป ซึ่งได้แนวความคิดมาจากสัญลักษณ์ ธงปลาคาร์ปของชาวญี่ปุ่น โดยระหว่างปลาคู่ประดับด้วยช่อดอกราชพฤกษ์ดอกไม้ประจำชาติไทยและดอกซากุระเป็นดอกไม้ที่แสดงถึงเอกลักษณ์ความเป็นญี่ปุ่น ถัดลงมาด้านล่างระหว่างหางปลาทั้งสองมีธงชาติของทั้งสองประเทศเชื่อมต่อกัน หมายถึง ทั้งสองประเทศเป็นมิตรไมตรีต่อกัน มีการประสานร่วมมือกันในด้านต่าง ๆ รวมไปถึงงานเซรามิก ศิลปกรรมที่ทรงคุณค่าของทั้งสองประเทศ
รำลึก "วันนริศ" นายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม
28 เมษายน 2566
ครบรอบ 160 ปี วันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์
๒๘ เมษายน ของทุกปีถือเป็น “วันนริศ” หรือวันประสูติของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ผู้ที่ทรงได้รับยกย่องให้เป็น “นายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม” เพื่อน้อมรำลึกถึงพระองค์ ผู้ทรงเปรียบเสมือน “สมเด็จครู” ผู้ทรงเชี่ยวชาญงานช่างและศิลปะไทย และทรงเป็นผู้สร้างสรรค์ผลงานทางศิลปกรรมอันงดงาม อันก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในวิทยาการด้านงานช่างและศิลปะไทยอย่างมากมาย ตลอดจนสืบทอดต่อมายังจนปัจจุบัน
สำหรับประวัติของ “กรมพระยานริศฯ” พระนามเดิม พระองค์เจ้าจิตรเจริญ เป็นพระโอรสลำดับที่ ๖๒ ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ พระมารดา คือ พระสัมพันธวงศ์เธอ พระองค์ทรงประสูติเมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๔๐๖ ซึ่งอุปนิสัยของพระองค์ ทรงเป็นผู้มีความรู้และความสามารถในวิชาการต่าง ๆ เป็นอย่างดี เพราะพระองค์ทรงมีพระวิริยะ อุตสาหะ และหมั่นศึกษาหาความรู้เพิ่มพูนสติปัญญาอยู่เสมอมาตั้งแต่ยังทรงวัยเยาว์ โดยบทบาทสำคัญที่ทรงทำให้พระองค์ทรงเป็นที่ยอมรับอย่างมาก คือ ความรู้และความสามารถในด้านสถาปัตยกรรม ประติมากรรม จิตรกรรม เป็นต้น ดังจะเห็นได้จากบทบาทและพระราชกรณียกิจของพระองค์ ที่เป็นที่ยอมรับและชื่นชม เช่นจากการที่พระยาอนุมานราชธน ได้กล่าวถึงพระองค์ไว้ว่า
“ . . . ทรงแสดงให้ปรากฏเห็นว่าเป็นยอดในหมู่ศิลปิน ทางวิจิตรศิลปะไทยอยู่ถึง ๔ สาขา คือ สถาปัตยกรรมศิลปะ จิตรศิลป ดุริยางคศิลปะ และวรรณคดี เพียงแต่พระอุโบสถวันเบญจมบพิตรอย่างเดียวก็พอจะกล่าวได้เต็มปากว่า พระองค์เป็นยอดสถาปัตยศิลปินในแบบที่เป็นศิลปะไทย . . .” ยกตัวอย่าง ผลงานของพระองค์ที่เป็นที่ยอมรับและยังคงปรากฏให้เห็นอยู่ในปัจจุบัน
“วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม” เป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมชิ้นเอกของพระองค์ ซึ่งเป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระประสงค์ในการก่อสร้างก็เพื่อจะทรงรักษาพระราชประเพณีของพระมหากษัตริย์อันเป็นพุทธศาสนูปถัมภก โดยสถาปัตยกรรมที่ “กรมพระยานริศฯ”ได้ทรงออกแบบสนองพระบรมราชโองการนี้ คือ พระอุโบสถ ระเบียงคต ศาลาหน้าพระอุโบสถ ซุ้มประตู กำแพงวัด พระที่นั่งทรงธรรม และแผ่นศิลาจารึกสำหรับโรงเรียนวัดเบญขมบพิตร
อีกหนึ่งผลงานทางสถาปัตยกรรมที่งดงามเลื่องชื่อคือ “พระที่นั่งวิมานเมฆ” ในพระราชวังดุสิต ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ โปรดเกล้าฯ ให้จัดซื้อที่สวนและนาระหว่างคลองผดุงกรุงเกษมไปจรดคลองสามเสนด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อจัดสร้างเป็นอุทยานสถานและพระราชทานนามว่า "สวนดุสิต"
“วัดราชาธิวาสวิหาร" หรือชื่อเดิมคือวัดสมอราย ก็เป็นผลงานการออกแบบของพระองค์เช่นกัน วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่ที่ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์มาตั้งแต่สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ และในสมัยรัชกาลที่ ๕ ก็ได้ปฏิสังขรณ์ใหญ่อีกครั้ง มีการรื้อสิ่งก่อสร้างเก่าๆ หลายอย่างทิ้งไป และสร้างใหม่ขึ้นทดแทน รวมถึงพระอุโบสถหลังใหม่ที่สมเด็จฯ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ทรงเป็นผู้ออกแบบ
ในวาระ ๑๖๐ ปี ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ผู้ทรงสร้างคุณูปการต่อประเทศชาติทั้งในงานด้านช่างและศิลปะทุกแขนง การพัฒนาเพื่อความเจริญมั่นคงของชาติและการยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน ผู้มีผลงานเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของประชาชนอย่างมากมาย จนองค์การยูเนสโก(UNESCO) ยกฐานะให้เป็น “บุคคลสำคัญของโลก” ทางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี ในฐานะผู้อนุรักษ์ศิลปกรรมทางประวัติศาสตร์แล้ว รู้สึกเป็นเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระองค์ “นายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม”
กรมศิลปากร ขอเชิญรับชมถ่ายทอดสด Facebook Live รายการไขความรู้จากครูกรมศิลป์ ตอน “เอกสารจดหมายเหตุชุดสำคัญในภาคใต้ของไทย” วิทยากร นางนิภา สังคนาคินทร์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๑๑ สงขลา, นายธีราธร ชมเชย หัวหน้าหอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ ตรัง, นางภารดี สุภากาญจน์ หัวหน้าหอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ สงขลา และนางสาวอาภาพร ภควัตชัย หัวหน้าหอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ ยะลา ผู้ดำเนินรายการ นายสิทธิพร บุปผา นักวิชาการเผยแพร่ กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ในวันพฤหัสบดีที่ ๑๗ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๖ เวลา ๑๑.๐๐ – ๑๑.๔๕ น.
ผู้สนใจสามารถติดตามชมได้ทาง Facebook Live : กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม และ Facebook Live : กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ร่วมกับกับกลุ่มศิลปินอาร์ตทอยศาลาอันเต เปิดตลาดอาร์ตทอยในสวน (Art Toys Market in the Garden) ทุกวันอาทิตย์สิ้นเดือน เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๖.๐๐ น. ณ หออนุสรณ์เจ้าพระยายมราช (แก้ว สิงหเสนี) พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
พบกับตลาดอาร์ตทอยในสวน วันเสาร์ - อาทิตย์ที่ ๒๖ - ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๖ พิเศษสำหรับเดือนสิงหาคม เนื่องจากวันที่ ๘ สิงหาคม เป็นวันแมวโลกหรือวันแมวสากล โดยมีกิจกรรมหลากหลาย ทั้งอาร์ตทอย เวิร์กชอป และนิทรรศการน่ารักๆ รับรองว่าถูกใจทาสแมวทาสหมาแน่นอน รวมทั้งยังมีพี่น็อต ขายหัวเราะ มาร่วมกิจกรรมอีกด้วย
รวงข้าว 9 รวง
ลักษณะ : เป็นรวงข้าว 9 รวงแรกที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัววชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเกี่ยวข้าวเป็นปฐมฤกษ์ เมื่อคราวเสด็จพระราชดำเนินทรงเกี่ยวข้าวด้วยพระองค์เอง ณ บึงไผ่แขก อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2529
แสดงภาพวัตถุหมุน คลิกที่นี่ http://www.virtualmuseum.finearts.go.th/thaifarmersnational/360/model/07/
ที่มา: http://www.virtualmuseum.finearts.go.th/thaifarmersnational
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ขอเชิญเที่ยวชมตลาดอาร์ตทอยในสวน Art Toys in the Garden วันศุกร์ - อาทิตย์ที่ ๑๕ - ๑๗ ธันวาคม ๒๕๖๖เวลา ๐๙.๐๐ น. - ๒๐.๐๐ น. ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เดือนนี้กิจกรรมมาเร็วกว่าปกติ เนื่องจากรวมอยู่ในกิจกรรมยลวังหน้ายามค่ำ Night at the Museum และร่วมกับกิจกรรม Night at the Museum Festival 2023 กับพิพิธภัณฑ์และศูนย์การเรียนรู้ต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย พบกับกาชาปองชุดพิเศษต้อนรับปีมะโรง “มังกรทอง” ชุดที่ ๑ จากสตูดิโอต่าง ๆ ในกลุ่มศิลปินศาลาอันเต (Sala Arte) และสินค้าอาร์ตทอยอีกมากมายอย่าลืมมาเลือกสรรเป็นของขวัญ ของฝากในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่กันนะคะ
---------------------------------------
หมายเหตุ :
- ท่านที่ได้รับของที่ระลึกจากเดือนที่ผ่านมา อย่าลืมมารับนะ
- ขอบคุณผู้ใหญ่ใจดี กรมศิลปากร และ มูลนิธิสกุลสิงหเสนี
ชื่อเรื่อง ธมฺมปทวณณนา ธมฺมปทฏธํกถา ขุทฺทกนิกายฏธกถา (ธมฺมปท บั้นปลาย)ลบ.บ. 284/หมวดหมู่ พุทธศาสนาประเภทวัสดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ 54 หน้า : กว้าง 5.3 ซม. ยาว 56.2 ซม.หัวเรื่อง พุทธศาสนาบทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรขอม ฉบับล่องชาด ได้รับบริจาคจากวัดท่าแค
-- องค์ความรู้จากเอกสารจดหมายเหตุ : จาก”เมืองพิไชย” สู่ “เมืองอุตรดิฐ” -- หากใครได้ศึกษาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของจังหวัดอุตรดิตถ์นั้นจะพบว่า จังหวัดอุตรดิตถ์หรือเมืองอุตรดิตถ์นั้นเดิมมีชื่อว่า “เมืองพิชัย” หรือ “เมืองพิไชย” ก่อนมีการเปลี่ยนแปลงชื่อในภายหลัง การเปลี่ยนนามเมืองนี้เกิดขึ้นเมื่อไหร่ และมีที่มาที่ไปอย่างไร ข้อมูลจากเอกสารจดหมายเหตุมีคำตอบ. เอกสารชุดกรมราชเลขาธิการ รัชกาลที่ 6 กระทรวงมหาดไทย ได้ปรากฏหนังสือฉบับหนึ่ง ลงวันที่ 10 สิงหาคม 2458 ลงนามโดยพระยามหาอำมาตยาธิบดี (เส็ง วิรยศิริ) ผู้รั้งตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้น กราบทูลพระเจ้าพี่ยาเธอ กรมหลวงปราจิณกิติบดี ราชเลขานุการในพระองค์ เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายร่างประกาศเปลี่ยนชื่อ “เมืองพิไชย” เป็น “เมืองอุตรดิฐ” (สะกดตามต้นฉบับ). เนื้อหาของร่างประกาศที่แนบมาพร้อมกับหนังสือฉบับนี้ เป็นการอธิบายถึงสาเหตุที่จำเป็นต้องเปลี่ยนนามเมือง โดยระบุว่า เดิมทีนั้นเมืองพิไชย (เทียบได้กับจังหวัดในปัจจุบัน) ตั้งศาลากลางเมืองอยู่เมืองพิไชยเก่า ต่อมาที่อำเภอเมืองอุตรดิฐมีความเจริญมากขึ้น เนื่องจากเป็นเมืองท่ารับส่งสินค้าจากมณฑลพายัพและหัวเมืองในลุ่มแม่น้ำโขง ราษฎรจึงย้ายไปตั้งบ้านเรือนและทำการค้าขายที่อำเภอเมืองอุตรดิฐเป็นจำนวนมาก ดังนั้นในปี พ.ศ. 2442 จึงย้ายศาลากลางเมืองพิไชยไปตั้งที่เมืองอุตรดิฐ โดยยังคงชื่อเมืองพิไชยอยู่ ส่วนที่เมืองพิไชยเก่านั้นกลายเป็น “อำเภอพิไชยเก่า” แต่ด้วยความที่คำว่า “พิไชย” นั้นเป็นทั้งชื่อเมืองและชื่ออำเภอ ย่อมอาจทำให้ราษฎรรวมถึงทางราชการเองเกิดความสับสนในการเรียกชื่อได้ ฉะนั้นจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนนามเมืองพิไชย เรียกว่าเมืองอุตรดิฐ ส่วนอำเภอพิไชยเก่านั้น โปรดเกล้าฯ ให้เรียกว่า “อำเภอเมืองพิไชย”. อนึ่ง ในร่างประกาศฉบับนี้ระบุว่าเดือนและปีที่ประกาศคือ เดือนสิงหาคม 2458 แต่มิได้ลงวันที่ประกาศ และลายมือชื่อผู้รั้งเสนาบดีไว้ ซึ่งจากการค้นคว้าเพิ่มเติมของผู้เขียน พบว่าประกาศฉบับนี้ได้รับการตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 32 โดยระบุวันที่ประกาศคือ 16 สิงหาคม 2458 และลงนามโดยพระยามหาอำมาตยาธิบดี จึงถือได้ว่านี่คือจุดเริ่มต้นของชื่อ “อุตรดิฐ” (อุตรดิตถ์) ในฐานะของเมืองหรือจังหวัดหนึ่งของประเทศไทยมาจนถึงทุกวันนี้.ผู้เขียน: นายธัชพงศ์ พัตรสงวน (นักจดหมายเหตุปฏิบัติการ หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ พะเยา)เอกสารอ้างอิง: 1. สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ. เอกสารชุดกรมราชเลขาธิการ รัชกาลที่ 6 กระทรวงมหาดไทย ร.6 ม 3.2/28 เรื่อง เปลี่ยนนามเมืองพิชัย เป็นเมืองอุตรดิตถ์ [ 10 – 16 ส.ค. 2458 ].2. “ประกาศเปลี่ยนนามเมืองพิไชยเปนเมืองอุตรดิฐ.” (2458) ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 32, ตอน ก (22 สิงหาคม): 178.#จดหมายเหตุ #องค์ความรู้จากจากจดหมายเหตุ #หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯพะเยา #เอกสารจดหมายเหตุ