ค้นหา


รายการที่พบทั้งหมด 38,822 รายการ


"อมิตตดา"  นางอมิตตดากับเหล่าเมียพรามณ์ในหมู่บ้านทุนวิฐะ แคว้นกาลิงคะจิตรกรรมฝาผนังเล่าเรื่องเวสสันดรชาดก"กัณฑ์ชูชก"  วัดอุดมประชาราษฎร์ ต.นาจารย์ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์


           ผลจากการที่ เมืองโบราณศรีเทพ ได้รับการประกาศจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ด้วยคุณค่าที่โดดเด่นจากรูปแบบของผังเมือง สถาปัตยกรรม และรูปแบบศิลปกรรม เป็นตัวแทนของการผสมผสานระหว่างศาสนาพุทธแบบเถรวาท มหายาน และพราหมณ์ ฮินดู  เมื่อประมาณ ๑,๐๐๐ - ๑,๖๐๐ ปีที่ผ่านมา ถือเป็นช่วงเวลาอรุณรุ่งแห่งอารยธรรมสมัยประวัติศาสตร์ในประเทศไทย ทำให้นักท่องเที่ยวให้ความสนใจเยี่ยมชมมากกว่าวันละ ๕,๐๐๐ คน ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดเป็นกระแสและข้อห่วงใยเรื่องความปลอดภัยของโบราณสถานและการให้บริการแก่นักท่องเที่ยว ตลอดจนความพร้อมด้านต่าง ๆ เนื่องจากคาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต             วันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๖๖ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช) ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม (นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ) เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (นางสาวเพ็ญพิสุทธ์ จินตโสภณ) และคณะที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ (นายกฤษณ์ คงเมือง) อธิบดีกรมศิลปากร (นายพนมบุตร จันทรโชติ)  ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม (นางสาวเพชรรัตน์ สายทอง) รองอธิบดีกรมศิลปากร (นายสถาพร เที่ยงธรรม) นายอำเภอศรีเทพ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาทิ นางจินตนา ทองใจสด นายกเทศมนตรีตำบลพุเตย  และประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดเพชรบูรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลศรีเทพ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาสนุ่น นายกเทศบาลตำบลโคกสะอาด และสื่อมวลชน ลงพื้นที่ ณ เมืองโบราณศรีเทพ  จังหวัดเพชรบูรณ์  โดยได้สำรวจสถานที่สำคัญ ที่ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนมรดกโลก ได้แก่ โบราณสถานภายในเมืองโบราณศรีเทพและโบราณสถานเขาคลังนอก หลังจากรับฟังบรรยายสรุป และเยี่ยมพื้นที่สำคัญดังกล่าวแล้ว รมว.วธ. ในฐานะผู้แทนของรัฐบาล ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีซึ่งติดภารกิจสำคัญ  ไม่สามารถเดินทางมาด้วยตนเองได้ โดย รมว.วธ. กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีแสดงความห่วงใยและให้ความสำคัญ   ในเรื่องความปลอดภัยของโบราณสถาน สวัสดิภาพของนักท่องเที่ยวในการเข้าชม ตลอดจนความพร้อมของ  สิ่งอำนวยความสะดวกในการรองรับนักท่องเที่ยว รวมทั้งการบริหารจัดการต่าง ๆ  ที่ครอบคลุมในทุกมิติ   เพื่อคงความโดดเด่น และคุณค่าในการเป็นมรดกโลกให้คงอยู่ตลอดไป พร้อมกับส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวตามนโยบายของรัฐบาล            ทั้งนี้ รมว.วธ. กล่าวถึงแนวทางการเพิ่มศักยภาพในการให้บริการแก่นักท่องเที่ยวที่เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมากในช่วงนี้ว่า ขอให้กรมศิลปากร ประสานกับจังหวัดเพชรบูรณ์ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อดำเนินการในสิ่งจำเป็นเร่งด่วน ได้แก่ การเพิ่มรถสุขาเคลื่อนที่ โดยขอความอนุเคราะห์จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดและเทศบาล พร้อมสั่งการให้กรมศิลปากร เพิ่มจำนวนรถรางเพื่อให้บริการนำชมกับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะในวันหยุดสุดสัปดาห์ สำหรับโบราณสถานเขาคลังนอก ซึ่งเป็นโบราณสถานขนาดใหญ่ ที่อนุญาต ให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปชมด้านบนได้นั้น ขอให้กรมศิลปากร จัดเจ้าหน้าที่เพื่ออธิบายข้อควรระมัดระวังในการเยี่ยมชม เพื่อไม่ให้เกิดอันตราย พร้อมจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก และให้ความรู้ ทั้งนี้ได้มอบหมายให้กรมศิลปากร สำรวจสภาพความเปลี่ยนแปลงของโบราณสถานอย่างละเอียด และรายงานให้ทราบเป็นระยะ เพื่อประกอบการพิจารณาว่าการรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมากมีผลต่อโบราณสถานหรือไม่ อย่างไรก็ตาม โบราณสถานเขาคลังนอก ก่อสร้างด้วยศิลาแลงและอิฐ และผ่านการอนุรักษ์มาแล้ว จึงน่าจะไม่ได้รับผลกระทบ สำหรับโบราณสถานภายในเมืองโบราณศรีเทพ ทราบข้อมูลจากกรมศิลปากรว่า ได้มีการป้องกัน โดยเว้นระยะไม่ให้นักท่องเที่ยวสัมผัสส่วนลวดลายประดับ ที่อาจจะก่อให้เกิดความเสียหายได้            การลงตรวจพื้นที่ในครั้งนี้ ได้มีการหารือและมอบหมายให้กรมศิลปากรดำเนินการออกแบบสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ห้องน้ำสาธารณะ ร้านอาหารและเครื่องดื่ม ร้านจำหน่ายสินค้าและของที่ระลึก  โดยคำนึงถึงการออกแบบที่รองรับผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส เพื่อให้บริการกับนักท่องเที่ยวได้ครบทุกด้าน โดยการก่อสร้างทุกอย่างต้องเป็นไปด้วยความเหมาะสม ตามแผนแม่บทที่วางไว้ รวมถึงการสร้างศูนย์ข้อมูลเมืองโบราณศรีเทพ ที่จะได้นำโบราณวัตถุสำคัญซึ่งพบในเมืองโบราณศรีเทพมาจัดแสดงต่อไป โดยจะเริ่มดำเนินการในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ นอกจากนั้นยังขอให้มีการนำอัตลักษณ์ของศิลปกรรมอันโดดเด่นที่พบในเมืองโบราณศรีเทพ เช่น ลวดลายประดับรูปคนแคระ ซึ่งปัจจุบันถูกนำมาต่อยอดเป็นลวดลายบนไอศกรีม และจะได้สนับสนุนให้เกิดการต่อยอดเป็นสินค้าและงานหัตถกรรมอื่น ๆ โดยเน้นการส่งเสริมให้ชุมชนท้องถิ่นเป็นผู้ผลิต ทั้งนี้กระทรวงวัฒนธรรมจะสนับสนุนด้านการตลาดและการพัฒนาทักษะฝีมือในการผลิตของคนท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมให้เป็น Soft Power อย่างแท้จริง โดยแนวทางในการดำเนินการต่าง ๆ จะได้กราบเรียนให้นายกรัฐมนตรีทราบต่อไป            สำหรับแผนการดำเนินการในระยะยาว รมว.วธ ได้มอบนโยบายให้กรมศิลปากร เผยแพร่ความรู้เรื่องเมืองโบราณในวัฒนธรรมทวารวดี ซึ่งพบว่ายังมีอีกหลายแห่งที่สำคัญในประเทศไทย และมีอายุร่วมสมัยกับเมืองโบราณศรีเทพ เช่น เมืองโบราณอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี  เมืองโบราณคูบัว จังหวัดราชบุรีเมืองนครปฐมโบราณ เมืองโบราณจันเสน จังหวัดนครสวรรค์  เมืองศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี   เมืองฟ้าแดดสงยาง จังหวัดกาฬสินธุ์ เมืองโบราณยะรัง จังหวัดปัตตานี ฯลฯ โดยเชื่อว่าเมืองโบราณเหล่านี้มีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้และท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมต่อไปในอนาคต ถือเป็นการต่อยอดในการที่เมืองโบราณศรีเทพ ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลก ภายใต้แนวคิด “เมืองทวารวดีที่ห้ามพลาด” นอกจากนั้นยังขอให้กรมศิลปากร ทำความเข้าใจกับชาวบ้านที่อาศัยอยู่รอบเมืองโบราณศรีเทพ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์ไปพร้อมกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป  


           สภาการจดหมายเหตุระหว่างประเทศประจำภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (The Southeast Asia Regional Branch International Council on Archives: SARBICA) ร่วมกับสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมการสัมมนาทางวิชาการ SARBICA International Symposium 2023 หัวข้อ “Archives in the Digital Era: Changes, Adaptations, and Achievements” ระหว่างวันที่ 21 - 22 พฤศจิกายน 2566 ณ โรงแรมแกรนด์ ฟอร์จูน กรุงเทพมหานคร เปิดรับลงทะเบียนตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2566 รายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://sarbica2023.nat.go.th            พุทธศักราช 2566 ในโอกาสครบรอบ 55 ปี แห่งการก่อตั้งสภาการจดหมายเหตุระหว่างประเทศประจำภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SARBICA) สํานักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้บริหารสภาการจดหมายเหตุระหว่างประเทศประจำภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครั้งที่ 24 และสัมมนาวิชาการระหว่างประเทศ ภายใต้หัวข้อ “Archives in the Digital Era: Changes, Adaptations, and Achievements” เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ เทคโนโลยี ข้อมูลข่าวสารระหว่างประเทศ ร่วมพิจารณาแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เพื่อพัฒนางานจดหมายเหตุในแต่ละประเทศให้ก้าวหน้าทัดเทียมกัน  ตลอดจนร่วมกำหนดแผนงานความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิก และเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจงานจดหมายเหตุให้แก่บุคลากรของหน่วยงาน องค์กร และสถาบันการศึกษาในประเทศไทย โดยการสัมมนาทางวิชาการในครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมสัมมนาจะได้รับความรู้เกี่ยวกับวิชาการจดหมายเหตุจากวิทยากรทั้งชาวไทย ชาวต่างชาติ และบุคลากรจากหอจดหมายเหตุแห่งชาติในหัวข้อที่น่าสนใจ และได้เข้าร่วมกิจกรรม Night at the Museum เข้าชมนิทรรศการ  ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เยี่ยมชมหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) จังหวัดนครปฐม ศึกษาดูงานอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา นิทรรศการเครื่องทองอยุธยา ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา และ  วัดไชยวัฒนาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา             ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมการสัมมนาทางวิชาการ SARBICA International Symposium 2023 ได้ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2566 รายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://sarbica2023.nat.go.th/Registration


องค์ความรู้ ส่งเสริมการอ่านผ่านออนไลน์ เรื่อง “วันประถมศึกษาแห่งชาติ 25 พฤศจิกายน” วันประถมศึกษาแห่งชาติ 25 พฤศจิกายน เป็นวันที่รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่มีต่อการศึกษาของไทย ที่ได้ทรงวางรากฐานให้กับการศึกษาของชาติ เนื่องจากทั้งสองพระองค์ทรงเป็นผู้ให้การสนับสนุนการประถมศึกษา และพระราชทานตราพระราช บัญญัติด้านการประถมศึกษาเอาไว้ ทำให้เกิดเสรีภาพทางการศึกษา และเปลี่ยนแปลงวิถีการดำเนินชีวิตของคนไทย จวบจนกระทั่งทุกวันนี้ การประถมศึกษาของไทยอาศัย บ้าน วัด วัง เป็นสถานศึกษามาตั้งแต่ในสมัยสุโขทัย จนถึงสมัยรัตน โกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้ทรงริเริ่มวางรากฐานการประถมศึกษา ของไทยขึ้น โดยจัดตั้งโรงเรียนหลวงแห่งแรกขึ้นในพระบรมมหาราชวัง เมื่อ พ.ศ. 2414 และตั้งโรงเรียนหลวงสำหรับราษฎรที่วัดมหรรณพาราม ในปี พ.ศ. 2427 และขยายการศึกษาไปตามหัวเมืองต่างๆ เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ขึ้นเสวยราชสมบัติ พระองค์ได้ทรงรับภารกิจเกี่ยวกับการจัดการศึกษา สืบเนื่องจากพระราชบิดา ทรงยกฐานะโรงเรียนข้าราชการพลเรือน ของพระบาท สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ทรงสร้างในปี พ.ศ.2453 ขึ้นเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทรงให้จัดสร้างโรงเรียนเพาะช่างขึ้นในปี พ.ศ.2456 ทรงจัดตั้งโรงเรียนเบญจมราชาลัยเพื่อฝึกหัดครูในปี พ.ศ.2456 ทรงตั้งโรงเรียนพาณิชยการ เมื่อปีพ.ศ.2465 เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงตราพระราชบัญญัติโรงเรียนราษฎร์ขึ้นเพื่อบังคับให้เป็นระเบียบเรียบร้อย และเพื่อให้เด็กทุกคนรู้หนังสือ จึงทรงตราพระราฃบัญญัติประถมศึกษาออกบังคับเป็นเขต ๆ ไป เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ.2464 เพื่อกำหนดให้เด็กที่มีอายุ 7-14 ปีบริบูรณ์ เข้าเรียนหนังสืออยู่ในโรงเรียน โดยไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียน นับเป็นการเริ่มต้นการศึกษาภาคบังคับในระดับประถมศึกษา โดยพระราชบัญญัติประถมศึกษานี้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2464 ด้วยเหตุนี้กระทรวงศึกษาจึงได้กำหนดให้วันที่ 1 ตุลาคมของทุกปีเป็นวันประถมศึกษาแห่งชาติ และได้จัดงานวันประถมศึกษาแห่งชาติเป็นประจำมาตั้งแต่ ปี พ.ศ.2491-2508 ต่อมาโรงเรียนประถมศึกษาได้ถูกโอนไปสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด กระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่นั้นมางานวันประถมศึกษาแห่งชาติจึงเปลี่ยนชื่อเป็น วันศึกษาประชาบาล ต่อมาในวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2523 ได้จัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการประถมศึกษาขึ้น จึงได้โอนโรงเรียนประชาบาลกลับมาสังกัดคณะกรรมการการศึกษา การจัดงานวันศึกษาประชาบาลจึงสิ้นสุดลง และกลับมาจัดวันประถมศึกษาแห่งชาติขึ้นใหม่ ในวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2523 วันประถมศึกษาแห่งชาติจึงเปลี่ยนจากวันที่ 1 ตุลาคม มาเป็นวันที่ 25 พฤศจิกายน ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ที่พระองค์เป็นผู้วางรากฐานและสนับสนุนการประถมศึกษาอย่างดี อ้างอิง : ประชิด สกุณะพัฒน์, อุดม เชยกีวงศ์. วันสำคัญ. กรุงเทพฯ : ภูมิปัญญา, 2549. บุญเติม แสงดิษฐ์. วันสำคัญ. กรุงเทพฯ : พัชรการพิมพ์. 2541. ผู้เรียบเรียง : นายประพนธ์ รอบรู้ นักวิชาการโสตทัศนศึกษาชำนาญการ หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี สำนักศิลปากรที่ 5 ปราจีนบุรี


          อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ขยายเวลาให้เข้าชม "วัดไชยวัฒนาราม" และ "วัดราชบูรณะ" ยามค่ำคืนเพิ่มเติม ระหว่างวันที่ 15 - 24 ธันวาคม เที่ยวชมกันให้ฉ่ำปอด 10 คืน !!! ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการขึ้นทะเบียนมรดกโลก นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ครบรอบ 32 ปี ในปีพุทธศักราช 2566


องค์ความรู้เรื่อง แหล่งข้อมูลสารสนเทศ บุคคลสำคัญในท้องถิ่น ผู้เรียบเรียง : นางสาวทิพย์สุดา อาจดี เจ้าพนักงานห้องสมุดปฏิบัติงาน


  "คัทธนกุมารชาดก" หลังจากคัทธนะ ทูลลาเจ้าเมืองศรีษะเกษ และพระมารดาแล้ว จึงได้ออกเดินทางเพื่อตามหาพระบิดาตามความประสงค์ คัทธนะได้สวมใส่เครื่องทรงกษัตริย์ คอนถุงย่ามและคนโฑวิเศษกับดาบสรีกัญไชยไว้บนไหล่เมื่อเดินทางเข้าสู่เมืองอินทปัตถนคร ระหว่างทางคัทธนะได้พบกับ "นายไผ่ร้อยกอ" ซึ่งเป็นผู้มีพละพลังมหาศาล และกำลังลากไม้ไผ่อยู่ คัทธนะจึงได้ใช้เท้าเหยียบลงบนปลายกอไม้ไผ่ไว้ ด้วยพละกำลังที่มากกว่าจึงทำให้นายไผ่ร้อยกอไม่สามารถลากไม้ไผ่ต่อไปได้ นายไผ่ร้อยกอจึงเกิดความโมโหหมายเข้าทำร้ายคัทธนะ แล้วเกิดการต่อสู้กันระหว่างทั้งสอง ท้ายที่สุดคัทธนะจับนายไผ่ร้อยกอกระแทกแล้วกดลงให้จมดินนายไผ่ร้อยกอร้องขอชีวิต และขอเป็นพระสหายร่วมเดินทางในครั้งนี้ด้วยทั้งสองเดินทางต่อมาได้พบกับ "นายเกวียนร้อยเล่ม" ผู้มีพละพลังมหาศาลอีกคน ซึ่งกำลังลากเกวียนอยู่ คัทธนะจึงใช้เท้าเหยียบที่ท้ายเกวียน และด้วยพละกำลังที่มีมากกว่าทำให้เชือกขาด ทำให้นายเกวียนร้อยเล่มล้มหน้าขมำลงกับกับพื้น นายเกวียนร้อยเล่มจึงเกิดความโมโห และหมายเข้าทำร้ายคัทธนะ ทั้งสองเกิดการต่อสู้กัน ท้ายที่สุดคัทธนะก็จับกระแทกกดลงจมพื้นดิน นายเกวียนร้อยเล่มร้องขอชีวิต และขอเป็นพระสหายร่วมเดินทางในครั้งนี้ด้วยอีกคนทั้งสามออกเดินทางต่อไป ผ่านเมืองอินทปัตถนครซึ่งเป็นนครใหญ่ บ้านเมืองมีความเจริญรุ่งเรือง มีผู้คนมากมาย มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้ากับชาวตะวันตกและชาวจีน...ทั้งสามผ่านเมืองอินทปัตถนครผ่านเข้าสู่ป่าหิมพานต์ และได้ผจญภัยต่อสู้กับจิ้งหรีดยักษ์ และนางยักษ์ คัทธนะได้ของวิเศษอีกสองอย่าง คือ ๑.ไม้เท้าต้นชี้ตาย ปลายชี้เป็น ๒.พิณสามสาย  (เรื่องราว "คัทธนกุมารชาดก" จิตรกรรมฝาผนังมุขด้านทิศเหนือ วัดภูมินทร์ ตำบลในเวียง อำเภอเมือง จังหวัดน่าน)รับชมวีดีโอ : "สองพระสหาย"เครดิต : กลุ่มอนุรักษ์จิตรกรรมและประติมากรรม กองโบราณคดี กรมศิลปากร


องค์ความรู้ เรื่อง วันข้าราชการพลเรือน ผู้เรียบเรียง : นางสาวทิพย์สุดา อาจดี เจ้าพนักงานห้องสมุดปฏิบัติงาน


            พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอนแก่น ขอเชิญชมนิทรรศการพิเศษ เรื่อง “เมืองคูน้ำคันดิน : ร่องรอยอารยธรรมโบราณในจังหวัดขอนแก่น” จัดขึ้นภายใต้โครงการเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย ประจำปี ๒๕๖๗ เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในฐานะองค์อุปถัมภ์งานด้านอนุรักษ์ และบำรุงรักษามรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ              นิทรรศการพิเศษเรื่องนี้เป็นการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับชุมชนหรือเมืองโบราณที่มีคูน้ำคันดินในจังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นร่องรอยที่สะท้อนถึงการตั้งถิ่นฐานและภูมิปัญญาของมนุษย์ในช่วงยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายต่อเนื่องถึงยุคประวัติศาสตร์ โดยมีการจัดแสดงโบราณวัตถุ การจัดป้ายนิทรรศการ และกิจกรรม เพื่อให้ประชาชนได้รับความรู้ ความเพลิดเพลิน และมีส่วนร่วมในนิทรรศการ อีกทั้งเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้นอกสถานที่โดยมีพิพิธภัณฑ์เป็นศูนย์กลาง             ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการพิเศษเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย ประจำปี ๒๕๖๗ เรื่อง เมืองคูน้ำคันดิน : ร่องรอยอารยธรรมโบราณในจังหวัดขอนแก่น ระหว่างวันที่ ๒๗ เมษายน - ๓๐ กันยายน ๒๕๖๗ ณ ห้องจัดแสดงนิทรรศการพิเศษ อาคารจัดแสดง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอนแก่น 




***บรรณานุกรม*** กรมศิลปากร คัมภีร์ลลิตวิสตระ พระพุทธประวัติฝ่ายมหายาน ตอน 2-2 ศาสตราจารย์ ร.ต.ท. แสง มนวิทูร เปรียญ แปลเป็นภาษา ไทย กรมศิลปากรมจัดพิมพ์ พ.ศ. 2512 พระนคร ห้างหุ้นส่วนจำกัดศิวพร 2512




Messenger