ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,557 รายการ

สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฺฐาน) ชบ.บ 129/1 เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)


สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฺฐาน) ชบ.บ 164/7 เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)




ชื่อเรื่อง                                        สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม  (สงฺคิณี-มหาปฏฺฐาน) อย.บ.                                           19/2ประเภทวัดุ/มีเดีย                          คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                                     พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                                42 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 56 ซม.หัวเรื่อง                                       พุทธศาสนาบทคัดย่อ/บันทึก               เป็นคัมภีร์ใบลาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ ไม้ประกับธรรมดา ได้รับบริจาคมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา


เลขทะเบียน : นพ.บ.445/1กห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 26 หน้า ; 5 x 59 ซ.ม. : ล่องชาด-ล่องรัก-ลานดิบ ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 158  (149-162) ผูก 1ก (2566)หัวเรื่อง : แทนน้ำนมแม่--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน : นพ.บ.590/1                       ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 28 หน้า ; 4.5 x 59 ซ.ม. : ลานดิบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 191  (385-391) ผูก 1 (2566)หัวเรื่อง : มไลหมื่น--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


สวัสดีวันสงกรานต์จ้า อาจจะมาช้าหน่อย แต่แอดฯก็มาพร้อมสาระเช่นเดิมน้า หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าทำไมคนไทยเราวันสงกรานต์ หรือวันที่ 13 เมษายน คือการเข้าสู่ปีใหม่ ม่ะเดี๋ยวแอดจะเล่าให้ฟัง "สงกรานต์" มาจากภาษาสันสกฤตมีความหมายว่า "ก้าวขึ้น ย่างขึ้น ย้ายที่ หรือเคลื่อนที่" “วันสงกรานต์” หมายถึงวันที่ดวงอาทิตย์ย้ายจากราศีหนึ่งไปสู่อีกราศีหนึ่งในกลุ่มดาวจักราศีทั้ง 12 กลุ่ม ดังนั้นในรอบ 1 ปี จึงมีวันสงกรานต์ถึง 12 วัน ส่วนสงกรานต์คนไทยรู้จัก (วันที่ 13 เมษายน) เป็นวันที่ดวงอาทิตย์ย้ายจากราศีมีน ไปสู่ราศีเมษ เป็นวันที่พิเศษกว่าวันสงกรานต์อื่นๆ ที่เรียกว่า “วันมหาสงกรานต์” หรือวันสงกรานต์ใหญ่ เพราะตามสุริยะคติของชาวฮินดูในอินเดียจะถือว่าราศีเมษ เป็นราศีที่ 1 ของทั้ง 12 ราศี ในทางดาราศาสตร์ ก็เป็นการเริ่มต้นปีดาราศาสตร์ใหม่ เมื่อดวงอาทิตย์ย้ายจากด้านใต้ขึ้นสู่ด้านเหนือของเส้นศูนย์สูตรท้องฟ้า โดยในปกรณัมศาสนาฮินดู พระสูริยะถือเป็นบุคลาธิษฐานของเทพแห่งแสงอาทิตย์ในลักษณะรูปบุคคล และยังเป็นหนึ่งในเทพนพเคราะห์อีกด้วย ในยุคพระเวท หรือประมาณ 3300 ปีมาแล้ว สูริยะเป็นเทพในกลุ่มเทพแห่งแสงอาทิตย์ 6 องค์ ร่วมกับ สวิตฤ วิษณุ ปูษัน มิตระ และอุษา โดยวิษณุมีหน้าที่คือก้าว 3 ก้าว เพื่อทำให้เกิดความแตกแต่งของช่วงเวลา หรืออาจหมายถึงการโคจรของดวงอาทิตย์ตั้งแต่รุ่งอรุณ ส่องแสงสว่าง ยามย่ำสนธยา นั้นเอง แต่เมื่อเข้าสู่ยุคปุราณะ ประมาณพุทธศตวรรษที่ 9-11 (หรือประมาณ 1700-1500 ปีมาแล้ว) คัมภีร์ปุราณะได้ยกย่องวิษณุจากเทพชั้นรองของกลุ่มอาทิตยเทพในยุคพระเวท กลายเป็นเทพองค์สำคัญ 3 องค์ ร่วมกับพระศิวะ และพระหรหม ส่วนพระสุริยะนั้นถูกลดบทบาทลงเป็นเพียงเทพชั้นรองเท่านั้น และยังมีการรวมบทบาทหน้าที่ รูปลักษณ์ของเทพในกลุ่มเทพเจ้าแห่งแสงอาทิตย์ให้กลายเป็นเทพเจ้าองค์เดียวคือ พระสูริยะ จึงทำให้คำว่า “อาทิตย์” กลายเป็นชื่อสามัญของพระสูริยะ  เมืองศรีเทพ เป็นเมืองโบราณในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีค้นพบประติมากรรมพระสูริยะเป็นจำนวนมาก (อาจสันนิษฐานได้มากถึง 6-7 องค์ ) จนสันนิฐานได้ถึงการอยู่มีอยู่ของลัทธิเสาระ (ลัทธิที่นับถือพระสูริยะเป็นเทพเจ้าสูงสุด) ในเมืองศรีเทพ โดยเทวรูปพระสูริยะที่พบจากเมืองศรีเทพนั้นมีอายุตั้งแต่ประมาณพุทธศตวรรษที่ 11-14 โดยลักษณะทางรูปแบบศิลปกรรมนั้น กล่าวได้ว่ามีสัมพันธ์กับวัฒนธรรมเขมรยุคก่อนเมืองพระนคร ในเขตประเทศกัมพูชา และบริเวณปากแม่น้ำโขงประเทศเวียดนาม ปล.เนื่องในวันสงกรานต์นี้ แอดฯของเป็นตัวแทนของบุคลากรอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ขอกล่าวอวยพรให้มิตรรักแฟนเพจทุกท่าน มีความสุขในวันสงกรานต์ เดินทางกลับบ้านหรือไปเที่ยวอย่างสวัสดิภาพ ขับขี่ปลอดภัย เมาไม่ขับเน้อ สุขสันต์วันปีใหม่ไทยครับ เอกสารอ้างอิง - ธนะจักร เย็นบำรุง. “ประเพณีสงกรานต์”. ปริญญาศิลปศาสตรบัณฑิต (โบราณคดี) ภาควิชาโบราณคดี คณะโบราณคดีประวัติศาสร์ศิลปะ มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2524 - พิกุล สมัครไทย. “คติความเชื่อเรื่องพระสูริยะเทพที่พบจากประติมากรรมที่เมืองโบราณศรีเทพ”. วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรบัณฑิต (โบราณคดี) ภาควิชาโบราณคดี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2543 - พิริยะ ไกรฤกษ์. “รากเหง้าแห่งศิลปะไทย”. กรุงเทพฯ : ริเวอร์บุ๊ค, 2553 - วรลักษณ์ ผ่องสุขสวัสดิ์. “คติเรื่องพระสูริยะเทพที่พบในประเทศไทยช่วงก่อนดินพุทธศตวรรษที่ 19”. วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2549 - ศรัณย์ มะกรูดอินทร์. “การนับถือพระสูริยะในดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก่อนพุทธศตวรรษที่ 19”. วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาโบราณคดีสมัยประวัติศาสตร์ ภาควิชาโบราณคดี บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2553 - เอกสุดา สิงห์ลำพอง. “เทวปฏิมาสยาม”. กรุงเทพฯ : มิวเซียมเพลส, 2553


-- องค์ความรู้จากเอกสารจดหมายเหตุ : เข้าป่าหาหมอน -- ปี 2512 คนไทยหาหมอนได้ในป่า เป็นหมอนมีค่าที่ใช้เวลาเติบโต ตัดแบ่ง เรียงไว้ และขนย้าย หมอนดังกล่าวนี้คือ " หมอนไม้ " โดยเฉพาะไม้สำคัญ เช่น ไม่สัก มะค่า ประดู่ หรือกระยาเลย ฯลฯ ของป่าน้ำแหง - น้ำสา จังหวัดน่าน ซึ่งเจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้ตรวจสอบ และผู้รับสัมปทานขณะนั้นขออนุญาตชักลากออกมา จากเอกสารจดหมายเหตุเรื่องสัญญาจ้างทำและขนส่งไม้สักสัมปทานป่าน้ำแหง - น้ำสา ปรากฏแผนที่สังเขปขนาดมาตราส่วน 1 : 25,000 กำหนดจุด " หมอนไม้ " และ " ทางลากขน " ไว้ ถ้าสังเกตจะพบถนน  ที่สำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท (ร.พ.ช.) ตัดผ่าน แต่เส้นทางลากขนหมอนไม้สัมปทานถูกสร้างต่างหาก เพื่อเชื่อมต่อจุดรวมหมอนไม้และทิศทางที่จะไปเด่นชัย - แพร่อีกทอดหนึ่ง นอกจากนี้ ยังเห็นเส้นประแนวอาณาเขตตอนไม้คนละเส้นกับแนวอาณาเขตป่า สำหรับแบ่งพื้นที่สัมปทานออกเป็นแปลง ลดการทับซ้อนการสัมปทานหรือห้ามบุกรุกพื้นที่ข้างเคียงจนกระทั่ง " พันธุ์ไม้สูญไป " ซึ่งแน่นอนว่า พื้นที่ที่ไม่เกี่ยวข้องจะเกิดความอุดมสมบูรณ์ ยังมีลำห้วยต่างๆ เช่น ห้วยลึก ห้วยผัก ห้วยทราย ห้วยเตาปูน ห้วยต้นยา และห้วยตีนเป็ด ฯลฯ ไหลผ่าน พื้นที่สีขาวบนแผนที่คงเป็นป่าเขียวขจีแน่นขนัด ฉะนั้น การอนุญาตให้สัมปทานจึงไม่ใช่การเปิดผืนป่าทั้งหมด น่าสนใจว่า แผนที่สังเขปต่อจากแผ่นที่นำเสนอนี้ ยังเป็นป่าตามธรรมชาติหรือไม่ ? อย่างไรก็ดี การลากขนขอนไม้ในขณะนั้น ยังไม่แสดงเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ร่วมด้วย จึงได้แต่สันนิษฐานว่า น่าจะได้รับการเอาใจใส่เฉกเช่นปัจจุบัน สำหรับตอนต่อไป เราจะตามเจ้าหน้าที่ป่าไม้ไปสำรวจผืนป่า " แปลงที่ 10 " แปลงที่เห็นในมุมซ้ายด้านบนของแผนที่ มาดูกันว่า เราพบอะไร ???ผู้เขียน : นายธานินทร์ ทิพยางค์ (นักจดหมายเหตุ หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ พะเยา)เอกสารอ้างอิง : หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ พะเยา นน 1.6.3.5/14 เอกสารสำนักงานป่าไม้จังหวัดน่าน เรื่อง สัญญาจ้างทำและขนไม้สัมปทานป่าน้ำแหง - น้ำสา ภาค 4 แปลง 1 [ 6 - 25 ก.พ. 2512 ].#จดหมายเหตุ #องค์ความรู้จากจากจดหมายเหตุ #หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯพะเยา #เอกสารจดหมายเหตุ



          กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม โดยสำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ จัดการประกวดเพลง “เพชรในเพลง” เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๖๖ ขึ้นเพื่อยกย่องบุคคลในวงการเพลงที่มีผลงานดีเด่นด้านภาษาไทย ได้แก่ นักประพันธ์เพลงที่มีความสามารถผสมผสานความรู้ทางภาษา วรรณศิลป์ คีตศิลป์ และจินตนาการได้อย่างเหมาะสม และนักร้องที่ขับร้องเพลงได้ชัดเจนและถูกต้องตามหลักภาษาไทย มีศิลปะการใช้เสียง และถ่ายทอดจังหวะอารมณ์ในการขับร้องได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งยังเชิดชูเกียรติบุคคล องค์กร หรือโครงการที่มีผลงานดีเด่นด้านการส่งเสริมภาษาไทยและมีคุณูปการต่อวงการเพลง โดยผลการประกวดเพลง “เพชรในเพลง” เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๖๖ ซึ่งเป็นการประกวดปีที่ ๒๐ มีผู้ได้รับรางวัลทั้งสิ้น ๑๔ รางวัล ตามรายละเอียดดังประกาศกรมศิลปากร            ทั้งนี้ กรมศิลปากรจะจัดพิธีมอบรางวัลเพชรในเพลง พุทธศักราช ๒๕๖๖ ในงานวันภาษาไทยแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๖๖ ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมกำหนดจัดขึ้นในวันจันทร์ที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๖ เวลา ๐๙.๓๐ น. เป็นต้นไป ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐ น.


         พระพิมพ์ดินเผาจำนวน ๒ ชิ้น พบที่เมืองโบราณอู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เก็บรักษา ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง          พระพิมพ์ดินเผารูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีภาพพระพุทธรูปยืนตริภังค์ โดยการยืนเอียงสะโพกไปทางด้านซ้าย หย่อนพระบาทขวา พระเศียรมีร่อยรอยนูนของอุษณีษะ รายละเอียดบนพระพักตร์ลบเลือน พระกรรณยาว เอียงพระศอเล็กน้อย รอบพระเศียรมีกรอบประภามณฑลเรียบ พระพุทธรูปทรงครองจีวรห่มเฉียง เปิดพระอังสาขวา จีวรเรียบแนบพระวรกาย พระหัตถ์ซ้ายยกขึ้นระดับพระอุระ หันเข้าหาลำตัวอยู่ในท่าจับชายจีวร  พระหัตถ์ขวาทอดลง หงายฝ่าพระหัตถ์บริเวณพระโสณี ชายจีวรที่ตกลงมาจากพระกรซ้ายมีลักษณะเป็นแถบหนาและรอยยับย่นเสมือนจริง นอกจากนั้นบริเวณข้อพระบาทมีขอบสบงที่ยาวลงมากว่าชายจีวรเล็กน้อย บริเวณพระบาทมีฐานคล้ายกลีบบัวมารองรับ           รูปแบบศิลปกรรมของพระพิมพ์ดินเผาที่ปรากฏข้างต้น มีลักษณะที่สัมพันธ์กับรูปแบบของพระพุทธรูปศิลปะอินเดียแบบหลังคุปะ เช่น พระพุทธรูปที่ถ้ำอชันตาหมายเลข ๑๙ ประเทศอินเดีย คือ การยืนตริภังค์เอียงสะโพก หย่อนพระบาทข้างหนึ่ง และเอียงพระศอเล็กน้อย พระพุทธรูปครองจีวรเรียบและไม่มีริ้ว สืบมาจากศิลปะอินเดียแบบคุปตะ สกุลช่างสารนาถ ส่วนการทำพระพุทธรูปยืนครองจีวรเฉียงนิยมในศิลปะอินเดียแบบหลังคุปตะ           การแสดงปางของพระพุทธรูปสันนิษฐานว่าแสดงปางประทานพร โดยพิจารณาจากพระหัตถ์ซ้ายที่ยกขึ้นมีจีวรคลุมตามรูปแบบที่นิยมในศิลปะอินเดีย พระหัตถ์ดังกล่าวนิยมจับชายจีวรไม่แสดงปาง ดังนั้นสันนิษฐานว่า พระหัตถ์ขวาที่วางทอดลง และหงายพระหัตถ์แสดงถึงปางประทานพร ซึ่งลักษณะการจับชายจีวรและการแสดงปางในแนวตรงข้ามเช่นนี้สืบมาจากอินเดียเหนือ โดยปรากฏต่อเนื่องมาจนถึงศิลปะอินเดียแบบหลังคุปตะ ถือได้ว่าพระพิมพ์ดินเผาซึ่งพบที่เมืองโบราณอู่ทองชิ้นนี้มีความสัมพันธ์ทางด้านรูปแบบศิลปกรรมกับศิลปะอินเดียแบบหลังคุปตะ นอกจากนั้นยังพบพระพุทธรูปยืนตริภังค์แสดงปางประทานพร ในศิลปะเขมรสมัยก่อนเมืองพระนคร สะท้อนถึงรูปแบบพระพุทธรูปศิลปะอินเดียแบบหลังคุปตะที่แพร่กระจายในพื้นที่วัฒนธรรมทวารวดี และเขมรก่อนเมืองพระนคร จากรูปแบบพระพิมพ์ดินเผาที่ปรากฏสามารถกำหนดอายุอยู่ในสมัยทวารวดี ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๒ - ๑๓ หรือประมาณ ๑,๑๐๐ - ๑,๒๐๐ ปีมาแล้ว   เอกสารอ้างอิง เชษฐ์ ติงสัญชลี. ประวัติศาสตร์ศิลปะอินเดีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้. นนทบุรี : มิวเซียมเพรส, ๒๕๖๐. เชษฐ์ ติงสัญชลี. พระพุทธรูปอินเดีย. กรุงเทพฯ : เมืองโบราณ, ๒๕๕๔.    ธนกฤต ลออสุวรรณ. “การศึกษาคติความเชื่อของชุมชนโบราณสมัยทวารวดีในลุ่มแม่น้ำแม่กลองและท่า จีน : กรณีศึกษาจากพระพิมพ์ดินเผา”. วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาโบราณคดีสมัยประวัติศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๔๖. ศักดิ์ชัย สายสิงห์. ศิลปะทวารวดี : วัฒนธรรมทางศาสนายุคแรกเริ่มในดินแดนไทย. นนทบุรี : เมืองโบราณ, ๒๕๖๒.


ชื่อเรื่อง                      ธมฺมปทวณฺณนา ธมฺมปทฏธกถา ขุทฺทกนิกายฏธกถ (ธมฺมปทขั้นปลาย)อย.บ.                           240/9หมวดหมู่                     พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ               56 หน้า : กว้าง 4.5 ซม. ; ยาว 55 ซม.หัวเรื่อง                        พุทธ                                      ศาสนา                                                           บทคัดย่อ/บันทึก     เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับทองทึบ


รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการศึกษาวิจัยชุมชนโบราณ และมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ สมัยเหล็ก บริเวณต้นลำน้ำชี ในเขตพื้นที่อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ


องค์ความรู้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่านตั๋วเมืองน่ารู้...ร่วมอนุรักษ์และสืบสานอักษรธรรมล้านนา"พระเจ้าน่าน" หรือ พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ เจ้าผู้ครองนครน่านองค์ที่ ๖๓--- พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ เป็นโอรสของเจ้าอนันตวรฤทธิเดชฯ เจ้าผู้ครองนครเมืองน่านกับแม่เจ้าสุนันทา ประสูติเมื่อวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๓๗๔ (จุลศักราช ๑๑๙๓ ตรงกับรัชกาลที่ ๓)--- พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ รับราชการเรื่อยมาจนกระทั่งในปีพุทธศักราช ๒๓๙๘ ได้รับพระราชทานสัญญาบัตรเป็นพระยาราชวงษ์ ต่อมาในปีพุทธศักราช ๒๔๓๐ เจ้าอุปราชเกิดโรคลมปัจจุบันถึงแก่อนิจกรรม จึงมีพระบรมราชานุญาตแต่งตั้งให้เจ้าราชวงศ์ว่าราชการในตำแหน่งเจ้าอุปราชเมื่อวันที่ ๑๖ ตุลาคม ร.ศ.๑๐๘ (พุทธศักราช ๒๔๓๒) --- จนกระทั่งในปีพุทธศักราช ๒๔๓๔ เจ้าอนัตวรฤทธิเดช ถึงแก่พิราลัยเมื่อวันที่ ๒๙ เมษายน ร.ศ.๑๑๐ เวลา ๑๑ ทุ่ม กรมการเมืองน่านได้พร้อมกันทำขวดใส่ศพไว้ตามธรรมเนียม ในการนั้นเจ้าอุปราชหอหน้าและพระยาสุนทรนุรักษ์ข้าหลวงใหญ่ประจำเมือง และเจ้าราชวงศ์เสนาอำมาตย์ได้กะเกณฑ์ไพร่พลบ้านเมืองให้สร้างพระเมรุหลวงหลังใหญ่ที่ข่วงดอนไชยลุ่ม วัดหัวเวียง ต่อมาได้อัญเชิญพระบรมศพของเจ้าอนัตวรฤทธิเดชลงจากหอคำราชโรงหลวงเพื่อไปถวายพระเพลิงเมื่อวันขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๘ จุลศักราช ๑๒๕๕ (พุทธศักราช ๒๔๓๖) --- ปีพุทธศักราช ๒๔๓๔ ภายหลังเสร็จจากงานพระเมรุเจ้าอนันตวรฤทธิเดชแล้ว เจ้าอุปราชหอหน้าก็เสด็จลงไปทูลเกล้าเฝ้าพระมหากษัตริย์ที่กรุงเทพฯ ถวายเครื่องราชบรรณาการ ในการนั้นพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงมีพระมหากรุณาโปรดเกล้าให้แต่งตั้งเจ้าอุปราชหอหน้าเป็นเจ้านครเมืองน่าน พระราชทานนามว่า “เจ้าสุริยพงศ์ผริตเดชกุลเชษฐมหันต์ไชยนันทบุรมหาราชวงศาธิบดี เจ้านครเมืองน่าน” แล้วพระราชทานเครื่องยศ คือพานหมากคำ เครื่องในคำทั้งมวล กระโถนคำ คนโทคำ พระมหามาลาหมวกจิกคำ กับเสื้อผ้าเครื่องครัวทั้งมวล ครั้นเสร็จราชกิจแล้วก็กราบทูลลาพระมหากษัตริย์เจ้ากลับขึ้นมาเมืองน่าน จากนั้นพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ ได้ปกครองบ้านเมืองด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โอบอ้อมอารี เป็นที่นิยมนับถือทั้งในหมู่เจ้านายและราษฎร อีกทั้งมีความจงรักภักดีปฏิบัติราชการด้วยความเข้มแข็งอย่างสม่ำเสมอ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงมีพระบรมราชโองการให้สถาปนาเลื่อนฐานันดรศักดิ์ขึ้นเป็นพระเจ้านครเมืองน่าน มีนามตามจาฤกในสุพรรณบัตร์ว่า “พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช กุลเชษฐ์มหันต์ ไชยนันทบุรมหาราชวงษาธิบดี สุจริตจารีราชานุภารักษ์ วิบูลยศักดิกิติไพศาล ภูบาลพิตร์ สถิตย์ ณนันทราชวงษ์ พระเจ้านครเมืองน่าน” เมื่อวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๔๖--- พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช ถึงแก่พิราลัย ในวันที่ ๕ เมษายน ๒๔๖๑ ด้วยโรคชรา อายุได้ ๘๗ ปี #พระเจ้าน่าน #พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน #อักษรธรรมล้านนา #องค์ความรู้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน



black ribbon.