ค้นหา


รายการที่พบทั้งหมด 38,950 รายการ

สวัสดีครับ กลับมาพบกับกลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ 11 สงขลา กันอีกครั้งนะครับ  สำหรับวันนี้ กลุ่มโบราณคดีขอนำเสนอองค์ความรู้เรื่อง "โนรา" จากจิตรกรรมฝาผนังพระอุโบสถวัดมัชฌิมาวาสวรวิหาร จังหวัดสงขลา จะมีเนื้อหาอย่างไรนั้น เชิญรับชมได้เลยครับ ---------------------------------------------- นายจุลเกียรติ ไพบูลย์เกษม กลุ่มโบราณคดี 


          กรมศิลปากร โดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เปิดพิพิธภัณฑ์ในยามค่ำ (Night at the Museum) เวลา ๑๖.๐๐ – ๒๐.๐๐ น. ระหว่างวันที่ ๑๖ – ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๕ เชิญชวนแต่งกายชุดไทยชมความงดงามของโบราณสถานภายในพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) ที่ประทับของพระมหาอุปราชแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ การจัดแสดงนิทรรศการโฉมใหม่ภายในพระที่นั่งต่าง ๆ กิจกรรมจิบชาชมวัง การบรรเลงดนตรี การสาธิตและการออกร้านจำหน่ายสินค้า             นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า กรมศิลปากรได้จัดกิจกรรมเปิดให้ประชาชนเข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ในช่วงค่ำ ตั้งแต่เวลา ๑๖.๐๐ – ๒๐.๐๐ น. ระหว่างวันที่ ๑๖ – ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๕ โดยไม่เสียค่าเข้าชม เพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้สัมผัสมนต์เสน่ห์สถาปัตยกรรม  วังหน้าและความเป็นมาแห่งอารยธรรมไทย กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย นมัสการพระพุทธสิหิงค์ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง พร้อมชมจิตรกรรมฝาผนังแห่งยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ และชมการจัดแสดงนิทรรศการถาวรที่ได้ปรับปรุงใหม่ภายในพระที่นั่งต่าง ๆ ได้แก่ นิทรรศการ “ประณีตศิลป์สยาม ณ หมู่พระวิมาน พระราชวังบวรสถานมงคล” จัดแสดงโบราณวัตถุชิ้นเอก ศิลปะช่างหลวงแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ พระตำหนักแดง จัดแสดงนิทรรศการวิถีชีวิตของเด็กไทย หออนุสรณ์เจ้าพระยายมราช (แก้ว สิงหเสนี) จัดแสดงประวัติเจ้าพระยายมราช เสนาบดีกรมนครบาล ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว นิทรรศการประวัติศาสตร์และโบราณคดี ณ อาคารมหาสุรสิงหนาท และอาคารประพาสพิพิธภัณฑ์ และนิทรรศการศิลปะเกาหลีในโลกเสมือนจริง ทั้งนี้ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ได้จัดเตรียมวิทยากรนำชม วันละ ๓ รอบ รอบแรก เวลา ๑๗.๐๐ น. รอบที่ ๒ เวลา ๑๗.๓๐ น. และรอบที่ ๓ เวลา ๑๘.๐๐ น. ลงทะเบียนวันงานบริเวณศาลาลงสรง            นอกจากนี้ ยังมีการสาธิตและจำหน่ายชาจีนและชาญี่ปุ่น อาหารคาวหวานตำรับชาววังและงานเย็บปักถักร้อย งานศิลปวัฒนธรรม สินค้าประเภทเครื่องหอม-ประทินผิวตำรับไทยโบราณ สินค้า OTOP/ของที่ระลึก พร้อมชมการบรรเลงดนตรีไทย - สากล จากสำนักการสังคีต กรมศิลปากร            ขอเชิญผู้สนใจร่วมกิจกรรม เปิดพิพิธภัณฑ์ในยามค่ำ (Night at the Museum) ได้ตั้งแต่เวลา ๑๖.๐๐ – ๒๐.๐๐ น. ระหว่างวันที่ ๑๖ – ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๕ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร สอบถามเพิ่มเติม โทร. ๐ ๒๒๒๔ ๑๔๐๒ และ ๐ ๒๒๒๔ ๑๓๓๓


            ปูน ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในงานสถาปัตยกรรมโบราณที่นำมาใช้ในหลายวัตถุประสงค์ของกระบวนการก่อสร้าง เช่น ใช้เป็นวัสดุเชื่อมประสาน (binder) ในการก่อหรือสอให้วัสดุ เช่น อิฐ ศิลาแลง เชื่อมติดกัน เพื่อเป็นสิ่งก่อสร้าง เช่น ผนัง กำแพง ช่วยให้มีความมั่นคงของโครงสร้างมากขึ้น หรือเพื่อเป็นวัสดุที่ใช้สำหรับการฉาบวัสดุอื่น เพื่อให้ผิวชั้นนอกเกิดความเรียบ หรือใช้สำหรับเป็นวัสดุสรรค์สร้างเป็นลวดลายต่าง ๆ ประดับตกแต่งอาคาร           คำว่า “ปูน” ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานพุทธศักราช ๒๕๕๔ หมายถึง หินปูน หรือเปลือกหอยเมื่อถูกเผาจนสลายตัว ตัวอย่างคำที่เกี่ยวข้อง เช่น ปูนดิบ หมายถึง ปูนที่ได้จากการเผาหินปูนหรือเปลือกหอยจนสลายตัว ปูนสุก หมายถึง ปูนดิบที่ถูกความชื้นในอากาศหรือพรมน้ำแล้วแตกละเอียดเป็นผงขาว ปูนขาว หมายถึง ปูนสุก ใช้ผสมกับปูนซีเมนต์ ทราย และน้ำ สำหรับฉาบทาฝาผนัง ปูนปั้น ใช้เรียกลวดลายประดับตามอาคารหรือสิ่งก่อสร้างที่ทำจากปูน เป็นต้น   ปูนที่ใช้ในสมัยโบราณส่วนใหญ่ทำมาจากปูนขาว เรียกว่า ปูนหมัก และปูนตำ ประกอบด้วย หินปูน เปลือกหอย กระดูก และมีส่วนผสมพิเศษเพื่อให้เกิดความเหนียว ทำหน้าที่เป็นกาวยึดเหนี่ยวเนื้อวัสดุ เช่น ยางไม้ ไขมันที่ได้จากพืชและสัตว์   ปูนขาว (lime) เป็นปูนที่เกิดจากการนำเปลือกหอย หรือหินปูน มาย่อยเป็นก้อนขนาดเล็ก แล้วนำไปเผา เมื่อเผาสุกแล้ว จะได้ “ปูนดิบ” เมื่อทำให้ปูนดิบเปียกน้ำจะเกิดปฏิกิริยาทางเคมี ทำให้แตกเป็นผงสีขาว เรียกว่า “ปูนสุก” นำไปบด ร่อน กรอง เพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป ปูนขาวส่วนใหญ่นำไปใช้ในการก่อสร้างอาคาร และสร้างลวดลายประดับตกแต่งอาคาร   - ปูนหมัก คือการนำปูนขาวไปแช่น้ำในบ่อหรือถังหมักมีลักษณะเป็นของเหลวข้นสีขาว ภายในถังหมักปูนจะประกอบด้วยเนื้อปูนขาวตกตะกอนอยู่ด้านล่าง และมีน้ำปูนหล่อไว้อยู่ด้านบน โดยปูนหมักสามารถนำไปใช้เป็นปูนสอ ปูนฉาบ หรือนำไปเป็นส่วนผสมหลักเพื่อใช้ประโยชน์ในงานสถาปัตยกรรมต่อไป ส่วนน้ำปูนสามารถนำไปเติมในส่วนผสมปูนแทนน้ำ หรือพ่นใส่ผนังปูนฉาบเพื่อเสริมความแข็งแรง    - ปูนตำ คือปูนที่เกิดจากการนำปูนหมักมาตำหรือโขลกผสมกับทราย กาว (ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น) และเส้นใย (ช่วยเพิ่มความสามารถในการรับแรงดึงก่อนปูนจะแข็งตัว) เป็นส่วนผสมหลัก การตำรวมกันจนเนื้อละเอียดเข้ากัน สีขาวนวล มีความหนืดที่เหมาะสมเพื่อนำไปใช้เป็นปูนสอ ปูนฉาบ หรือปูนปั้น เมื่อเนื้อปูนสัมผัสอากาศจะเกิดปฏิกิริยา ทำให้แข็งตัว    ทั้งนี้ กระบวนการขั้นตอนการผลิตปูนตำและปูนหมัก รวมถึงส่วนผสมปูนจะมีความแตกต่างกันตามช่างปูนในแต่ละท้องถิ่นที่ถ่ายทอดสืบต่อกันมา เพื่อตอบสนองการใช้งานที่หลากหลาย ตัวอย่างการใช้ประโยชน์ มีดังนี้   - ปูนสอ หรือปูนก่อ เป็นปูนที่ใช้ในการก่ออิฐโครงสร้าง ประสานอิฐเข้าด้วยกัน   - ปูนฉาบ หรือปูนตกแต่ง เป็นปูนที่ใช้ตกแต่งอาคารให้เรียบร้อยสวยงาม ด้วยการฉาบพื้นผิวให้เรียบ หรือใช้ตกแต่งเป็นลวดบัว ขอบคิ้ว     - ปูนปั้น เป็นปูนที่ใช้สำหรับการปั้น ต้องมีคุณสมบัติสำคัญคือ มีความเหนียวเหมาะสำหรับการปั้นเป็นลวดลาย หรือรูปทรงต่าง ๆ ให้ได้รายละเอียดที่ชัดเจน   จากร่องรอยที่ปรากฏในเมืองกำแพงเพชรสันนิษฐานว่ามีการฉาบปูนโดยรอบอาคาร และเจดีย์ที่ก่อด้วยอิฐหรือศิลาแลง รวมถึงนำปูนมาปั้นประดับตกแต่งสถาปัตยกรรมเป็นลวดลาย หรือภาพเล่าเรื่อง และปั้นประติมากรรมรูปทรงต่างๆครอบทับโกลนศิลาแลงด้วย โดยตัวอย่างการนำปูนมาใช้ในงานศิลปกรรม อาทิ   - ร่องรอยปูนฉาบ หรือตกแต่งบริเวณมณฑปวัดพระสี่อิริยาบถ วิหารวัดพระนอน และบัวปากระฆังของเจดีย์ประธานวัดพระธาตุ    - พระพุทธรูปในมณฑปประธานวัดพระสี่อิริยาบถ ประติมากรรมลอยตัวรูปสิงห์ที่วัดสิงห์ และวัดอาวาสใหญ่ ประติกรรมเกือบลอยตัวรูปช้างที่ฐานเจดีย์ประธานวัดช้างรอบ และรูปสิงห์ที่ฐานเจดีย์ประธานวัดพระแก้ว           - ปูนปั้นภาพเล่าเรื่องพุทธประวัติบริเวณฐานหน้ากระดานกลมเหนือฐานแปดเหลี่ยมและลวดลายตกแต่งรูปต้นไม้ระหว่างประติมากรรมรูปช้างของฐานเจดีย์ประธานวัดช้างรอบ และภาพลวดลายตกแต่งต่างๆบริเวณวิหารวัดพระแก้ว________________________________________________ เอกสารอ้างอิง พิจิตร นิ่มงาม. การปั้นปูนตำ. กรุงเทพฯ: สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม, ๒๕๕๐. นพวัฒน์ สมพื้น. ลายปูนปั้น งานช่างประณีตศิลป์ของไทย. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, ๒๕๔๐. นวลลักษณ์ วัสสันตชาติ. (๒๕๖๑). “ปูนในโบราณสถานของนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาแหล่งมรดกโลก.” หน้าจั่ว ๓๓ (มกราคม-ธันวาคม): ๔๓-๙๒. สำนักงานราชบัณฑิตยสภา. พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานพุทธศักราช ๒๕๕๔. กรุงเทพฯ: สำนักงานราชบัณฑิตยสภา, ๒๕๕๔.   --------------------------------------------------   ที่มาของข้อมูล : อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร https://www.facebook.com/kpppark2534/posts/pfbid0RBDKDHNBSVZhb7SahmKHUHDh1GXjuk4VPLHkgHogsxLJPRPbpD6EMMaszaYSJPutl-------------------------------------------------- *เผยแพร่ข้อมูลทางเว็บไซต์ โดยกลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมศิลปากร


แนะนำหนังสือน่าอ่าน เรื่อง ที่นี่ประเทศไทย ท่องเที่ยวภาคตะวันออก. สุทธิชัย ปทุมล่องทอง. ที่นี่ประเทศไทย ท่องเที่ยวภาคตะวันออก. กรุงเทพฯ: สถาพรบุ๊คส์, 2549. 101 หน้า. ภาพประกอบ. เป็นหนังสือท่องเที่ยวภาคตะวันออก 4 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี ชลบุรี ตราด ระยอง ซึ่งรวมเกร็ดความรู้ของแต่ละจังหวัดในภาคตะวันออก พร้อมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญเทศกาลและประเพณี สินค้าพื้นเมือง รวมทั้งข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่พักและร้านอาหาร อ่านเล่มเดียวเที่ยวได้ทั่วทั้งภาคตะวันออก ได้ความรู้ และใช้เป็นคู่มือท่องเที่ยวในคราวเดียวกัน ท 915.93 ส773ท ฉ.03 (ห้องจันทบุรี)


ส่งเสริมการอ่านผ่าน Facebook กับหอสมุดแห่งชาติชลบุรี เรื่อง อาหารมงคลในวันตรุษจีน


สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฺฐาน) ชบ.บ 139/3เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)


สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฺฐาน) ชบ.บ 174/1เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)


ผู้แต่ง             ทีปกร (จิตร ภูมิศักดิ์). ชื่อเรื่อง           บทวิเคราะห์วรรณกรรมยุคศักดินา ครั้งที่พิมพ์       พิมพ์ครั้งที่ ๓ ปีที่พิมพ์          ๒๕๑๙สถานที่พิมพ์     พระนครสำนักพิมพ์       ชมรมหนังสือแสงตะวัน จำนวนหน้า      ๒๗๑ หน้า รายละเอียด บทวิเคราะห์วรรณกรรมยุคศักดินา มีเนื้อหารวมบทความวิเคราะห์วรรณคดีไทย เขียนโดยจิตร ภูมิศักดิ์ (เคยเป็นหนังสือต้องห้ามหลัง ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙) เป็นผลจากการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับวรรณคดีสมัยโบราณของไทย แบ่งเนื้อหาเป็นบทตอน คือ บทบาททางวรรณคดีของพระมหามนตรี  โองการแช่งน้ำ โคลงห้า ... มรดกทางวรรณคดีไทย และ นิราศหนองคาย...วรรณคดีที่ถูกสั่งเผา


วีดีทัศน์ดิจิทัลเสมือนจริง กรมศิลปากร ร่วมกับ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เกาหลี ขอเชิญชมนิทรรศการมรดกทางวัฒนธรรมของเกาหลีในรูปแบบดิจิทัลเสมือนจริง (A New Encounter : Immersive Gallery of Korean Art) ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร วีดีทัศน์ดิจิทัลเสมือนจริงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เกาหลี ได้จัดทำขึ้น จำนวน ๒ เรื่อง คือ เรื่อง "การเดินทางของวิญญาณ" สร้างขึ้นจากจิตรกรรมในพุทธศาสนา "พญายมราชทั้งสิบ" และเรื่อง "กระบวนพยุหยาตราและผู้คน" โดยสร้างขึ้นจาก อึย-คเว (แบบธรรมเนียมในราชสำนัก) บันทึกทางการของราชสำนักโชซอน ซึ่งจิตรกรรมพุทธศิลป์และบันทึกทางการของราชสำนักโชซอนทั้งสองรายการ เป็นสมบัติที่เก็บรักษาอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เกาหลี นำมาจัดทำใหม่ในรูปแบบของดิจิทัล ใช้แสงและสีที่งดงามบนจอขนาดใหญ่ และเสียงกึกก้องที่จะทำให้สัมผัสกับชีวิตในอดีต ณ เวลาปัจจุบันอย่างเต็มตา ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการดังกล่าวได้ ณ ห้อง ๔๐๑ อาคารมหาสุรสิงหนาท พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๖๖ เวลา ๐๙.๐๐ น. - ๑๖.๐๐ น. วันพุธ – วันอาทิตย์ (ปิดวันจันทร์ – อังคาร)


         กรมศิลปากร ขอเชิญร่วมงาน ๑๑๒ ปีแห่งการสถาปนากรมศิลปากร ชมนิทรรศการ “ผลงาน ๑๑๒ ปี แห่งการสถาปนากรมศิลปากร” นิทรรศการ “สืบ สร้าง สาน ศาสตร์ศิลป์” ร่วมฟังการเสวนาทางวิชาการ ชมการแสดงนาฏศิลป์และดนตรี และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม สินค้าท้องถิ่น ของที่ระลึก และหนังสือกรมศิลปากร ลดราคาพิเศษ ระหว่างวันที่ ๒๗ – ๒๙ มีนาคม ๒๕๖๖ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร           นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๖ เป็นวันคล้ายวันสถาปนากรมศิลปากรครบรอบ ๑๑๒ ปี กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม จึงกำหนดจัดงาน ๑๑๒ ปีแห่งการสถาปนากรมศิลปากร เพื่อเผยแพร่ผลการดำเนินงานของกรมศิลปากรในการอนุรักษ์ สืบทอด และต่อยอดมรดกศิลปวัฒนธรรมให้ประชาชนได้รับทราบและตระหนักถึงความสำคัญของมรดกศิลปวัฒนธรรม  โดยกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย            - นิทรรศการผลงาน ๑๑๒ ปี แห่งการสถาปนากรมศิลปากร           - นิทรรศการ สืบ สร้าง สาน ศาสตร์ศิลป์ โดยสำนักช่างสิบหมู่            - การเสวนาวิชาการ เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๖.๐๐ น. ในวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๖ เรื่อง โบราณคดีเมือง : การดำเนินงานเพื่อลดผลกระทบด้านโบราณคดีจากโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดิน และเรื่อง แนวทางการขออนุญาตสร้างอนุสาวรีย์ วันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๖๖ เรื่อง นาค : ความเชื่อความศรัทธาในวัฒนธรรมไทย และเรื่อง สังคีตปริทัศน์- คิวอาร์โค้ด ลงทะเบียนร่วมฟังเสวนา -            - การแสดงนาฏศิลป์-ดนตรี โดยสำนักการสังคีต กรมศิลปากร เวลา ๑๘.๐๐ - ๒๐.๐๐ น. ชมการแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ตอน นางลอย -  ยกรบ ในวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๖ และชมการแสดงกำเนิดวงสากลในประเทศไทย “เล่าขานตำนานเพลงไทยโดยวงกรมศิลปากร” ในวันที่ ๒๘ และ ๒๙ มีนาคม ๒๕๖๖            - การออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม สินค้าท้องถิ่น ของที่ระลึก และหนังสือที่จัดพิมพ์โดยกรมศิลปากร ลดราคาพิเศษ            ผู้สนใจสามารถเข้าชมงาน ๑๑๒ ปีแห่งการสถาปนากรมศิลปากร โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมลุ้นรับของที่ระลึกจากกรมศิลปากร ระหว่างวันที่ ๒๗ – ๒๙ มีนาคม ๒๕๖๖ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร


แผนปฏิบัติการด้านการบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคลของกรมศิลปากร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 เป็นแนวทางการดำเนินงานด้านการบริหารและการพัฒนาทรัพยากรบุคคลที่ได้รับการถ่ายทอดมาจาก แผนปฏิบัติการด้านการบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคลของกรมศิลปากร พ.ศ. 2566 - 2570 ซึ่งภายในประกอบด้วยกิจกรรม/โครงการที่เป็นงานเชิงยุทธศาสตร์และงานประจำของการบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล


เลขทะเบียน : นพ.บ.504/7ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 42 หน้า ; 4 x 56 ซ.ม. : ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 168  (216-223) ผูก 7 (2566)หัวเรื่อง : รามชาตก--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม



          กรมศิลปากร ขอเชิญชวนประชาชนเลือกซื้อหนังสือกรมศิลปากร แบบออนไลน์ ได้ทางเว็บไซต์ของศูนย์หนังสือกรมศิลปากร bookshop.finearts.go.th ศูนย์รวมหนังสือทางมรดกศิลปวัฒนธรรมแขนงต่างๆ ทั้งด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี พิพิธภัณฑ์ งานช่าง วรรณกรรม ศาสนา วัฒนธรรม จารีตประเพณี ที่กรมศิลปากรจัดพิมพ์            การสั่งซื้อหนังสือออนไลน์ของกรมศิลปากร ทางเว็บไซต์ bookshop.finearts.go.th มี ๕ ขั้นตอน ดังนี้           ๑. ลงทะเบียน           ๒. กรอกข้อมูลและยืนยันในอีเมล์           ๓. สั่งซื้อหนังสือ           ๔. ชำระเงิน           ๕. รอรับหนังสือ           ผู้สนใจสามารถเลือกซื้อหนังสือออนไลน์ของกรมศิลปากร “สะดวกง่าย แค่ปลายนิ้ว” ทางเว็บไซต์ bookshop.finearts.go.th ทั้งนี้ สามารถติดตามข่าวสารหนังสือออกใหม่ ส่วนลดพิเศษ หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ทาง Facebook Page : ศูนย์หนังสือกรมศิลปากร    “หนังสือดี ราคาถูก เลือกซื้อง่าย จ่ายสะดวก รอรับสบายๆได้ที่บ้าน”


         พัดรองที่ระลึกงาน “เถลิงพลับพลาสวนดุสิต” พ.ศ. ๒๔๔๒          ภายหลังกลับจากเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ ๑ เมื่อพุทธศักราช ๒๔๔๐ มีพระราชประสงค์สร้างพระราชนิเวศน์สำหรับแปรพระราชฐาน เนื่องด้วยนายแพทย์ประจำพระองค์ชาวตะวันตกได้กราบบังคมทูลว่า ภายในพระบรมมหาราชวังมีอาคารปลูกสร้างแออัด บังทิศทางลม สถานที่คับแคบ อากาศไม่ถ่ายเท ทำให้ฤดูร้อนมีอากาศร้อนจัดเป็นเหตุให้ทรงประชวรอยู่บ่อยครั้ง จึงมีพระราชดำริว่าควรปลูกสร้างที่ประทับในฤดูร้อน สำหรับทรงสำราญพระราชอิริยาบถและพระราชดำเนินด้วยพระบาท แทนการเสด็จพระราชดำเนินประพาสหัวเมือง           พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จทอดพระเนตรพื้นที่สวนและทุ่งนาทางตะวันออกเฉียงเหนือของพระนคร แล้วพอพระราชหฤทัย จึงโปรดเกล้าฯ ให้กระทรวงนครบาลจัดซื้อที่ดินด้วยเงินพระคลังข้างที่ โดยวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๔๔๒ พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินตัดต้นไม้บนที่ดินเป็นปฐมฤกษ์ก่อนการปรับสภาพพื้นที่ ตัดถนน ขุดคลอง ทำสวน และปลูกพลับพลาที่ประทับขึ้นก่อนเป็นการชั่วคราว เพื่อประทับร่วมกับมเหสี เจ้าจอม พระราชโอรส และพระราชธิดา พร้อมพระราชทานนามว่า “สวนดุสิต”          ต่อมาได้มีหมายกำหนดการจัดงานเถลิงพลับพลารวมและงานปีสวนดุสิตระหว่างวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ถึง ๔ มีนาคม ๒๔๔๒ ประกอบด้วย พระราชพิธีเจริญพระพุทธมนต์และถวายภัตตาหารเพล งานพระราชทานเลี้ยงน้ำชาแก่พระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการ พระราชทานสิ่งของแก่ราษฎรที่มารอเฝ้า พระราชทานข้าวกระทงกับผ้าอาบน้ำให้กับคนทำงานในสวนดุสิต งานประกวดเครื่องชิ้นโต๊ะที่พระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการนำมาจัดตกแต่งพลับพลา การตั้งร้านขายเครื่องบริโภคต่างๆ อีกทั้งมีการละเล่นมหรสพรื่นเริง อาทิ พิณพาทย์ แตรวง การแสดงลิเก ซึ่งพระองค์ได้เสด็จประทับแรมที่สวนดุสิตครั้งแรกด้วย          “สวนดุสิต” ตามพระราชประสงค์นั้น ต้องการให้เป็นพระราชนิเวศน์สำหรับประทับพักผ่อนพระราชอิริยบถส่วนพระองค์ คล้ายกับพระราชอุทยานในพระราชวังของยุโรป ซึ่งมีพื้นที่กว้างใหญ่ ปลูกพืชพันธุ์นานาชนิด และให้ความสงบร่มเย็น พระองค์จึงทรงเสาะแสวงหาพันธุ์ไม้นานาชนิดมาปลูกในสวนดุสิตเพื่อให้กลายเป็นสวนป่า และมีพระราชหัตถเลขาถึงผู้กำกับดูแลการปลูกต้นไม้และจัดการสวนอยู่บ่อยครั้ง           “…ต้นหางนกยูงริมถนนดวงตวันเอนเข้ามาหาถนนหมดทุกต้น ตลอดทั้งแถวหากว่าไม่ดามไว้เผลอๆไปโตขึ้นอีกนิดหนึ่งจะดัดไม่ไป ขอให้รีบไปดามเสียให้ได้โดยเร็วฟากข้างวังก็ไม่ได้ปลูกถ้าไม่ปลูกเสีย ในเวลานี้คงจะโตไม่เท่ากันถ้าหากว่าจะปลูกได้ก็ให้เร่งปลูก ถ้าไม่ปลูกไม่ไหว…” โดยมีความพยายามทดลองปลูกพันธุ์ไม้จากต่างประเทศ อาทิ องุ่นจากทวีปแอฟริกาที่ไม่เจริญงอกงาม และต้นลิ้นจี่ซึ่งออกผลยาก แต่คราวติดลูกเต็มต้น จึงได้มีการเล่นละครทำขวัญ ทั้งนี้ยังมีการปลูกครอบคลุมสองฟากถนนรอบพื้นที่สวนดุสิต ซึ่งล้วนเต็มไปด้วยเหล่าไม้ดอกไม้ประดับ ทั้งต้นประดู่ ต้นสารภี ต้นกระดังงา ต้นชะบา ต้นมะม่วง ต้นขนุน รวมมากกว่า ๑๐๐ ชนิด           ภายหลังจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานมาประทับ ณ สวนดุสิตบ่อยครั้งขึ้น จึงโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพนักงานสร้างหมู่พระที่นั่งและอาคารเป็นการถาวร คือ พระที่นั่งวิมานเมฆ พระที่นั่งอภิเศกดุสิต พระที่นั่งอัมพรสถาน พระตำหนักสวนหงส์ พระตำหนักสวนสี่ฤดู พระตำหนักสวนนกไม้ เป็นต้น          ทั้งนี้ความสงบร่มเย็นจากการปลูกพันธุ์ไม้นานาชนิดของสวนดุสิต ได้ปรากฎเป็นเอกลักษณ์ใน “พัดรองที่ระลึกงานเถลิงพลับพลาสวนดุสิต” พ.ศ. ๒๔๔๒ มีลักษณะเป็นพัดหน้านาง กรุด้วยผ้ากำมะหยี่ลายดอกไม้นานาพันธุ์ นมพัดรูปกลีบบัว ตรงกลางดุนลายพระราชลัญจกรพระโพธิสัตว์สวนดุสิตประทับห้อยพระบาท (ลลิตาสนะ) บนบัลลังก์ดอกบัว พระหัตถ์ซ้ายถือดอกบัวตูม พระหัตถ์ขวาทอดลงข้างพระวรกาย และมีประภามณฑลด้านหลัง ด้ามไม้ สันงากลึง อันเป็นผลงานการออกแบบของสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ นอกจากนี้ยังทรงออกแบบพลับพลาที่เสวย (พระเสาวคนธกุฎี) ในสวนแง่เต๋งของวังสวนดุสิตจำนวน ๒ หลัง อีกด้วย ปัจจุบันคือ ศาลาวรสภาภิรมย์ ตั้งอยู่ภายในพระราชวังสวนดุสิต และศาลาสำราญมุขมาตย์ ตั้งอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร     อ้างอิง ณัฏฐภัทร  จันทวิช. ตาลปัตร พัดยศ และสมณศักดิ์. กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร. ๒๕๒๙ บัณฑิต จุลาสัย และคณะ. วังสวนดุสิต. กรุงเทพฯ : มติชน. ๒๕๕๗ สมคิด จิระทัศนกุล. งานออกแบบสถาปัตยกรรมไทย ฝีพระหัตถ์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์. กรุงเทพฯ : สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์. ๒๕๖๓ ภัทรพล เปี้ยวนิ่ม. พระราชวังสวนดุสิต ทุ่งนาและสวนผลไม้สุดสายตาในอดีตที่กลายเป็นพระราชวังใหญ่ใจกลางพระนคร. เข้าถึงเมื่อ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๖. เข้าถึงได้จาก https://siam-renaissance.com/contents/nobleman/พระราชวังสวนดุสิต/


Messenger