ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 53,256 รายการ

เลขทะเบียน  นม.บ.16/6



       พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครศรีธรรมราช ขอเชิญประชาชนร่วมถวายความอาลัยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สำหรับผู้เข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครศรีธรรมราช สามารถรับโบว์สีดำสำหรับติดเสื้อได้ตั้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ เป็นต้นไป ณ อาคารพิพิธภัณฑ์ เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๖.๐๐ น. เปิดทุกวันพุธ - วันอาทิตย์ และวันหยุดขัตฤกษ์  สอบถามเพิ่มเติม โทร. ๐ ๗๕๓๔ ๑๐๗๕ เฟซบุ๊ก: Nakhon Si Thammarat National Museum พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครศรีธรรมราช https://www.facebook.com/nst.museum ---------------------------------------------------------- In mourning for Her Majesty Queen Sirikit The Queen Mother. Visitors to the Nakhon Si Thammarat National Museum may receive a black mourning ribbon starting from 1st November 2025 at the museum building, from 9 a.m. – 4 p.m. Wednesday - Sunday and public holidays.  


         สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ ร่วมกับศูนย์มรดกเมืองเทศบาลนครเชียงใหม่ เชิญฟังและรับชม "THE KINGDOM'S BLACKSMITH ลัวะ : เหล็ก : ล้านนา" กิจกรรมเผยแพร่ความรู้สู่สาธารณะ ที่จะชวนมองอดีตของล้านนาผ่านมุมมองของทรัพยากรและผู้คน ในวันพุธที่ 14 มกราคม 2569 เวลา 13.00 - 15.30 น. ณ หอกลางเวียง ศูนย์มรดกเมืองเทศบาลนครเชียงใหม่ (หลังอนุสาวรีย์สามกษัตริย์) จังหวัดเชียงใหม่        - ฟัง เสวนาพิเศษ "มองอดีตผ่านทรัพยากร : ลัวะ เหล็ก และระบบเศรษฐกิจจารีตล้านนา" แลกเปลี่ยนผ่านมุมมองของ 3 นักวิชาการ ได้แก่ ดร.ภีร์ เวณุนันทน์ อาจารย์ประจำภาควิชาโบราณดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ยอดดนัย สุขเกษม นักโบราณคดีชำนาญการ สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ และอาจารย์วิชญา มาแก้ว  อาจารย์ประจำหลักสูตรประวัติศาสตร์และมรดกวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่         - รับ เอกสาร "ลัวะทำเหล็ก กลุ่มชาติพันธุ์และทรัพยากรโบราณล้านนา" ผลงานล่าสุดจากสำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ ที่จะนำมาเปิดตัวในงานนี้ (มีจำนวนจำกัด ลงทะเบียนและรับฟรี)         - ชม นิทรรศการพิเศษ "THE KINGDOM'S BLACKSMITH ลัวะ : เหล็ก : ล้านนา" นำเสนอภาพถ่ายหาชมยาก และหลักฐานของกลุ่มชาวลัวะทำเหล็กสมัยโบราณ และการต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม ซึ่งไม่เคยจัดแสดงที่ใดมาก่อน - ชิม เครื่องดื่มสุดพิเศษ กาแฟลัวะจากดอยบ่อหลวง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่   พิเศษ! รับของที่ระลึก สำหรับผู้มาร่วมงานทุกท่านจะได้รับเอกสาร “ลัวะทำเหล็ก กลุ่มชาติพันธุ์และทรัพยากรโบราณล้านนา” . ผู้สนใจร่วมงานและรับเอกสาร สามารถลงทะเบียนได้โดยสแกน QR CODE ด้านล่างโปสเตอร์ หรือทางลิ้งก์นี้ https://qrfy.io/Q_e9b8_AdI เพื่อสำรองที่นั่งสอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 5322 2262 หรือ เฟซบุ๊ก เพจ: สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ https://www.facebook.com/finearts7chiangmai  



ศรัทธาบนยอดเขา : เรื่องราวรอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏ   จังหวัดจันทบุรีเป็นจังหวัดสำคัญของภาคตะวันออกที่อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติและแหล่งท่องเที่ยวทางศาสนาอันทรงคุณค่า หนึ่งในสถานที่ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของจังหวัดได้อย่างชัดเจน คือ อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญและผืนป่าที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศในพื้นที่เทือกเขาสูงชันแห่งนี้ ภายในอุทยานแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานของรอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏ หรือพระบาทพลวง ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นรอยพระพุทธบาทที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในประเทศไทย โดยตั้งอยู่บนความสูงประมาณ 1,050 เมตรจากระดับน้ำทะเล รอยพระพุทธบาทดังกล่าวถูกค้นพบเมื่อปี พ.ศ. 2397 โดยชาวบ้านที่ขึ้นไปหาของป่าและพักแรมบนภูเขา ขณะถางหญ้าได้สังเกตเห็นรอยลักษณะคล้ายก้นหอยลึกบนแผ่นหินขนาดใหญ่ กว้างประมาณ 1 เมตร ยาวประมาณ 2 เมตร ใกล้กันนั้นยังปรากฏหินก้อนมหึมารูปทรงคล้ายบาตรคว่ำ ตั้งอยู่บริเวณชะง่อนผา เรียกว่า หินลูกบาตร ซึ่งมีลักษณะโดดเด่นราวกับตั้งอยู่ได้อย่างน่าอัศจรรย์ จึงก่อให้เกิดเรื่องเล่า ตำนาน และความเชื่อที่สืบทอดต่อกันมาอย่างยาวนาน โดยพุทธศาสนิกชนเชื่อว่าการได้ขึ้นไปนมัสการ ณ สถานที่แห่งนี้จะได้รับกุศลอันยิ่งใหญ่ เสมือนได้เข้าเฝ้าองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยตรง ต่อมาในปี พ.ศ. 2515 หลวงพ่อเขียน พระครูธรรมสรคุณ ได้เสนอให้ใช้ชื่อ เขาคิชฌกูฏ เพื่อเชื่อมโยงกับภูเขาศักดิ์สิทธิ์ในพุทธประวัติ ณ กรุงราชคฤห์ ประเทศอินเดีย พร้อมทั้งมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเส้นทางคมนาคมและขยายระยะเวลาการจัดงานนมัสการ จนกลายเป็นประเพณีสำคัญที่มีผู้เข้าร่วมนับล้านคนต่อปี งานนมัสการรอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏ จัดขึ้นในช่วงเดือนมกราคม–มีนาคมของทุกปี ภายในงานมีการบวงสรวงเทวดา การปิดทองรอยพระพุทธบาท และการเดินขึ้นเขาเพื่อแสดงความศรัทธา กิจกรรมเหล่านี้ไม่เพียงสะท้อนความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาเท่านั้น หากยังเป็นบททดสอบความมุ่งมั่นและความอดทนของผู้แสวงบุญ ตลอดเส้นทางเต็มไปด้วยจุดสักการะและปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาที่ผูกโยงกับตำนานทางพระพุทธศาสนา ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติที่ร่มรื่นและทิวทัศน์กว้างไกลของเมืองจันทบุรี ด้วยความสำคัญทั้งในมิติธรรมชาติและศาสนา สถานที่แห่งนี้จึงเป็นศูนย์รวมแห่งศรัทธาของพุทธศาสนิกชน การร่วมกันดูแลรักษาความศักดิ์สิทธิ์ ตลอดจนความงดงามของผืนป่าและรอยพระพุทธบาทให้คงอยู่อย่างสมบูรณ์ จึงนับเป็นความรับผิดชอบร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อสืบสานคุณค่าอันล้ำค่านี้ให้ดำรงอยู่สู่ชนรุ่นหลังอย่างยั่งยืน แหล่งข้อมูลอ้างอิง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช.  สำนักบริหารงานกลาง.  เปิดเขาพระบาทวันแรก! พุทธศาสนิกชนแห่นมัสการรอยพระบาทพลวงคึกคัก ด้านอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏจัดเต็ม! เข้มมาตรการความปลอดภัย พร้อมอำนวยความสะดวกทุกจุดบริการ.  [ออนไลน์].  สืบค้นเมื่อ 17 กุมภาพันธ์ 2569, จากhttp://news.dnp.go.th/news/38212 _____.  อุทยานฯ เขาคิชฌกูฏ พร้อมเปิดนมัสการรอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏ ปี 2567 เริ่ม 10 ก.พ. – 9 เม.ย. นี้.  [ออนไลน์].  สืบค้นเมื่อ 17 กุมภาพันธ์ 2569, จาก http://news.dnp.go.th/news/26485 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.).  งานประเพณีนมัสการลอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏ.  [ออนไลน์].  สืบค้นเมื่อ 13 กุมภาพันธ์ 2569, จาก https://thai.tourismthailand.org/Events-and-Festivals/งานประเพณีนมัสการลอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏ ท่องเที่ยว 4 จังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด : 4 way Trips chonburi Rayong Chanthaburi Trat.  ม.ป.ท.: ม.ป.พ., 2561. พระครูธรรมสรคุณ.  ประวัติความเป็นมาของรอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏ (พลวง).  จันทบุรี:  จันทบุรีการพิมพ์, ม.ป.ป. https://www.finearts.go.th/chantaburilibrary/view/17214 พระมหาหงษ์สา ดิษชัง.  รูปแบบการพัฒนาความยั่งยืนในประเพณีงานนมัสการรอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี.  ดุษฎีนิพนธ์ ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (สหวิทยาการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน).  จันทบุรี:  มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี, 2566.  ฉบับอัดสำเนา. สุทธิชัย ปทุมล่องทอง.  ที่นี่ประเทศไทย : ท่องเที่ยวภาคตะวันออก.  กรุงเทพฯ: สถาพรบุ๊คส์, 2549. อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี KhaoKhitchakut National Park.  เติมพลังใจรับต้นปี กับจุดเช็คอินบนเส้นทางศรัทธาแห่งเขาคิชฌกูฏ.  [ออนไลน์].  สืบค้นเมื่อ 17 กุมภาพันธ์ 2569, จาก https://www.facebook.com/share/p/1AhnKCCYxM/   เรียบเรียงโดย นางสาวทิพวรรณ จันทร์ปัญญา บรรณารักษ์ปฏิบัติการ  หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี สำนักศิลปากรที่ 5 ปราจีนบุรี กรมศิลปากร  



ชื่อเรื่อง                     หนังสือพิมพ์คนสุพรรณ ปีที่ 11 ฉบับที่ 658 (30 ส.ค. 2512) ประเภทวัสดุ/มีเดีย       หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นสถานที่พิมพ์               สุพรรณบุรีสำนักพิมพ์                 มนัสการพิมพ์ปีที่พิมพ์                    2512ลักษณะวัสดุ               12 หน้า. : กว้าง 40.5 ซ.ม. ยาว 54.5 ซ.ม.ภาษา                       ไทย



ผู้แต่ง : ทศ คณนาพร ปีที่พิมพ์ : ม.ป.ป. สถานที่พิมพ์ : เชียงใหม่ สำนักพิมพ์ : โรงพิมพ์เอ็นสแควร์      เรื่องเล่า เวียงเจียงใหม่ เป็นการเล่าถึง ประวัติศาสตร์วีรกรรมของเหล่าบรรพชนล้านนา ที่ร่วมแรงร่วมใจกันก่อร่างสร้างเมืองเชียงใหม่ขึ้น รวมถึงเหตุการณ์นานา ทั้งภายนอกและภายใน ความเจริญรุ่งเรืองอย่างก้าวหน้าของเมืองเชียงใหม่ ด้านศิลปวัฒนธรรม จารีตประเพณี การปกครอง เศรษฐกิจการค้าที่มีมาอย่างยาวนานกว่า 700 ปี จึงยังประโยชน์ และควรค่าแก่รับทราบถึงรากเหง้า และความเป็นมานี้ด้วยความภาคภูมิใจ และเป็นบทเรียนสอนใจในการดำเนินชีวิตได้เป็นอย่างดีอีกด้วย


                                   



กรมศิลปากรรับเป็นเจ้าภาพในกัณฑ์ที่ ๒ “กัณฑ์หิมพานต์” ซึ่งมีรองอธิบดี   นางประนอม  คลังทอง และนายสตวัน  ฮ่มซ้าย ผู้อำนวยการสำนักสถาปัตยกรรม เข้าร่วมในพิธีฟังเทศน์      เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๑ เวลา ๑๔.๐๐ น. – ๑๕.๐๐ น.




ประวัติศาสตร์โบราณคดี (History - Archaeology )           มีเนื้อหาเกี่ยวกับพัฒนาการของผู้คนตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่พบหลักฐานในจังหวัดสุรินทร์ตั้งแต่เมื่อประมาณ ๒,๐๐๐ – ๑,๕๐๐ ปีมาแล้ว สมัยวัฒนธรรมทวารวดีซึ่งเริ่มประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๒ – ๑๓ สมัยวัฒนธรรมเขมรมีอายุประมาณตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๑๒ – ๑๘ จนถึงสมัยอยุธยาราวพุทธศตวรรษที่ ๒๔ การจัดแสดงจะจำลองสภาพชีวิตและพิธีกรรมการฝังศพครั้งที่สองในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุสมัยทวารวดี เขมร ที่พบในจังหวัดสุรินทร์ หุ่นจำลองโบราณสถาน วีดิทัศน์เรื่อง สุรินทร์ถิ่นอารยธรรมขอมเพื่อให้ผู้ชมได้เกิดความเข้าใจในการศึกษาทางด้านโบราณคดีและประวัติศาสตร์ศิลปะของจังหวัดสุรินทร์ History – Archaeology           This exhibition shows the development of the area from the prehistoric period of about 2,000 – 1,500 years ago through the Dvaravati period (7th – 8th century), the khmer culture period (7th – 13th century), and the Lanchang – Ayutthaya period (19th century). On display are models illustrating the lifestyles and funeral ceremonies of prehistoric people, as well as antiquities from the Dvaravati, Khmer and Ayutthaya periods discovered in Surin province. There are also models of ancient monuments and audio – visual aids for information on the archaeology and history of the arts in Surin province.


black ribbon.