ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,707 รายการ


ชื่อเรื่อง : ประชุมพงศาวดาร เล่ม ๓๑ (ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ ๕๓ (ต่อ)-๕๗) พงศาวดาร เมืองสงขลา นครศรีธรรมราช พัทลุง ชวา และโกศาปานไปฝรั่งเศส ภาค ๑ชื่อผู้แต่ง : - ปีที่พิมพ์ : 2512 สถานที่พิมพ์ : พระนครสำนักพิมพ์ : คุรุสภาลาดพร้าวจำนวนหน้า : 324 หน้า สาระสังเขป : หนังสือชุดประชุมพงศาวดารเป็นหนังสือที่ให้ประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะได้รวบรวมเรื่องเก่าๆที่มีสาระและคำอธิบายของผู้มีความรู้ในวิชาดังกล่าวไว้โดยละเอียด หนังสือพงศาวดาร เล่มที่ ๓๑ นี้ มีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่อง พงศาวดารและโบราณวัตถุสถานในเกาะชวา เรื่องเหตุการณ์เมืองเขมรตอนเสร็จสงครามไทยญวน เรื่องโกศาปานไปฝรั่งเศส ภาค ๑ เป็นต้น


#พี่นักโบชวนเที่ยวทิพย์ "...ตามรอยสยามมกุฎราชกุมาร ทอดพระเนตรโบราณสถาน...เมืองนครราชสีมา..." . นับตั้งแต่ กิจการรถไฟสายกรุงเทพฯ-นครราชสีมา เปิดเดินรถอย่างเป็นทางการครั้งแรกนับตั้งแต่ วันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ.2443 โดยมีพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่ พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ทรงเสด็จพระราชดำเนินเมืองนครราชสีมา ซึ่งนับว่าเป็นการเปิดเส้นทางเป็นปฐมฤกษ์ นั้น กิจการรถไฟสยามก็เติบโตเรื่อยมา โดยนำความเจริญมาสู่เมืองนครราชสีมา ในฐานะประตูสู่ที่ราบสูง ก่อให้เกิดการคมนาคม การแลกเปลี่ยนสินค้าอุปโภคและบริโภคได้สะดวก และหลากหลายมากยิ่งขึ้น จึงนับได้ว่ากิจการรถไฟทำให้เมืองนครราชสีมาเติบโตอย่างก้าวกระโดดจนถึงปัจจุบัน . หลังจากล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 เสด็จพระราชดำเนินเมืองนครราชได้ 3 ปีนั้น ในปี พ.ศ.2446 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว คราวดำรงพระอิสริยายศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร (ขณะนั้นมีพระชนมายุ 22 พรรษา) พร้อมด้วยสมเด็จพระลูกยาเธอ เจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ (ขณะนั้นมีพระชนมายุ 14 พรรษา) และสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ (ขณะนั้นมีพระชนมายุ 41 พรรษา) ได้เสด็จพระราชดำเนินเมืองนครราชสีมา ในระหว่างวันที่ 10-20 มกราคม พ.ศ.2446 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจราชการเมืองนครราชสีมา ในฐานะศูนย์กลางมณฑลนครราชสีมา (ลาวกลาง) และเสด็จทอดพระเนตรโบราณสถานในหลายแห่ง อาทิ 1. อำเภอสูงเนิน ประกอบด้วย เมืองโบราณเสมา ปราสาทเมืองแขก ปราสาทโนนกู่ 2. อำเภอพิมาย ประกอบด้วย ปราสาทพิมาย ท่านางสระผม กุฏิฤาษี ไทรงาม และ 3. อำเภอเมืองนครราชสีมา ประกอบด้วย ปราสาทพนมวัน . โดยในวันนี้ พี่นักโบ ขอพาทุกท่านตามรอยสยามมกุฏราชกุมาร เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ เเละคณะ เสด็จทอดพระเนตรโบราณสถาน กันครับ #เริ่มต้นเสด็จทอดพระเนตรโบราณสถาน... °วันที่ 12 มกราคม เวลาเช้า 1 โมงเศษ ได้เสด็จทรงม้าไปประทับรถไฟพิเศษไปประพาสอำเภอสูงเนิน เมื่อถึงสะเตชั่นสูงเนิน ได้เสด็จทรงม้าไปประทับที่ว่าการอำเภอประมาณครู่หนึ่ง แล้วเสด็จไปทอดพระเนตรเสมาร้าง (สันนิษฐานว่าคือเมืองโบราณเสมา) แลเทวสถานที่เมืองเก่า ซึ่งราษฎรเรียกว่าเมืองแขก กับเทวสถานกู่แลเทวสถานที่เมืองเก่า แล้วเสด็จพระราชดำเนินขึ้นรถไฟพิเศษที่ตำบลกุดจิก กลับไปประทับพลับพลาเมืองนครราชสีมา . °วันที่ 14 มกราคม เวลาเช้า 1 โมงเศษ เสด็จทรงม้าออกจากหนองบัวบ้านตูม (บ้านตูม ตำบลทองหลาง อำเภอจักราช) ไปประทับร้อนที่พลับพลาห้วยศักราช (ปัจจุบันเรียก ห้วยจักราช) อำเภอ #เมืองพิมาย เวลาบ่าย 1 โมงเศษ เสด็จทรงช้างไปถึงวังหิน แล้วเสด็จประทับเรือทอดพระเนตรลำน้ำวังหิน ไปขึ้นที่ท่าริมเมือง แล้วเสด็จทรงช้างมาประทับแรมที่พลับพลาเมืองพิมาย เวลาประมาณย่ำค่ำเศษ . °วันที่ 15 มกราคม เวลาเช้า เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตร #ปราสาทหินแลคลังเงิน (ปัจจุบันเรียก พลับพลาเปลื้องเครื่อง ปราสาทพิมาย) ซึ่งก่อด้วยหิน ตามที่ราษฎรได้เรียกกันมาแต่เดิม เมื่อทรงทอดพระเนตรทั่วแล้ว ได้เสด็จกลับยังพลับพลา ครั้นเวลาบ่ายได้เสด็จวอทอดพระเนตร #สระเพลง แล #เมรุพรหมทัตแล้วเสด็จประทับพลับพลาที่สนามหญ้าริมที่ว่าการอำเภอ ทอดพระเนตรมวย แล้วเสด็จประทับที่ว่าการอำเภอพิมาย มีรับสั่งให้นายเหม นายอำเภอเมืองพิมาย ทดลองเครื่องสัญญาชนิดที่เรียกลูกบ้าน มาประชุมจับโจรผู้ร้าย เมื่อลูกบ้านถือสาตราวุธมาประชุมพร้อมกัน ทอดพระเนตรแล้วเสด็จกลับพลับพลาที่ประทับ . °วันที่ 16 มกราคม เวลาเช้า เสด็จทรงม้าไปทอดพระเนตร #ท่านางสระผม #กุฏิฤาษี #ไทรงาม แล้วเสด็จลงประทับเรือมาตามลำน้ำมูล มาขึ้นที่ท่าสงกรานต์ เลยเสด็จกลับมายังพลับพลา ทอดพระเนตรการที่นายอำเภอลองเครื่องสัญญาชนิดจับโจรอีก เพื่อให้ช่างถ่ายรูปลูกบ้านที่มาประชุมนั้นไว้ แล้วทอดพระเนตรมวย ซึ่งนายอำเภอจัดมาถวาย . °วันที่ 17 มกราคม เวลาเช้า เสด็จทรงช้างออกจากอำเภอเมืองพิมายมาประทับร้อนที่พลับพลาบ้านโคกพระ เวลาบ่ายประมาณ 2 โมง เสด็จทรงม้ามาประทับแรมที่พลับพลาบ้านทองหลาง อำเภอกลาง (สันนิษฐานว่าคือ บ้านทองหลาง ตำบลโตนด อำเภอโนนสูง) ในที่นั้นได้มีมวยถวายทอดพระเนตร 1 คู่ . °วันที่ 18 มกราคม เสด็จทรงช้างจากพลับพลาบ้านทองหลางมาประทับพักร้อนพลับพลาวัดพนมวัน ท้องที่อำเภอเมือง แลทรงทอดพระเนตรเพลงและ #ปราสาทหิน เวลาบ่าย เสด็จทรงช้างเข้าเมืองนครราชสีมา ประทับพลับพลาที่กองทหาร จนกระทั่งเช้าวันที่ 20 มกราคม จึงประทับรถไฟพิเศษกลับกรุงเทพฯ กว่า 6 วัน ที่พระองค์และพระบรมวงศานุวงศ์ให้ . ความสนใจในการเสด็จทอดพระเนตรโบราณสถาน ทั้งในเขตอำเภอสูงเนิน อำเภอพิมาย และอำเภอเมืองนครราชสีมา ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นในการสำรวจโบราณสถานต่างภูมิภาค เพราะหลังจากเสด็จพระราชดำเนินเมืองนครราชาสีมาได้ 4 ปีนั้น พระองค์ก็เสด็จพระราชดำเนิน ทอดพระเนตรโบราณสถานที่เมืองกำแพงเพชร เมืองสุโขทัย เมืองสวรรคโลก เมืองศรีสัชนาลัย เมืองพิษณุโลก และเมืองพิจิตร กว่า 67 วัน ดังปรากฏในหนังสือเที่ยวเมืองพระร่วง ซึ่งสามารถตามไปอ่านกันได้เลยครับ . เอกสารอ้างอิง อ้างอิงข้อมูลจาก สำเนา ลายพระหัตถ์ กรมหมื่นดำรงราชานุภาพ ถึง กรมขุนสมมตอมรพันธุ์ เรื่อง พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จตรวจประพาสตรวจราชการมณฑลนครราชสีมา ที่ 2453/13050 ลงวันที่ 4 มีนาคม รัตนโกสินทรศก 122 (พ.ศ.2446) จากหนังสือรวมเรื่องเมืองนครราชสีมา น.178-182 . เรียบเรียงนำเสนอโดย นายวรรณพงษ์ ปาละกะวงษ์ ณ อยุธยา นักโบราณคดีปฏิบัติการ ออกแบบกราฟฟิกโดย นายธันยธรณ์ วรรณโพธิพร ผู้ช่วยนักโบราณคดี


ชื่อผู้แต่ง          หลวงทรงพล ชื่อเรื่อง           ตำราหมอดู  ฉัตร 9 ชั้น  มีวิธีพยากรณ์ สมพงศ์  และค่ธาตุ 12 ราศรี ครั้งที่พิมพ์       - สถานที่พิมพ์     กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์       เขษมบรรณกิจ ปีที่พิมพ์          ม.ป.ป จำนวนหน้า      60  หน้า รายละเอียด                    ตำราหมอดูฉัตร  9 ชั้น  เป็นเกร็ดส่วนหนึ่งของโหราศาสตร์ที่แม่นยำเกี่ยวกับการพยากรณ์ โชคลาภ  ของหาย เนื้อคู่  การเดินทาง ฯลฯ  เป็นตำราที่เข้าใจง่าย สามารถดูได้ด้วยตนเอง


สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ขยายเวลาการรับหนังสือจดหมายเหตุงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร จนถึงวันที่ 29 เมษายน 2565 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม กลุ่มบันทึกเหตุการณ์ โทร 0 2282 8423 ต่อ 143, 145 (ในวันและเวลาราชการ) หรือ inbox เพจ สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ


ชื่อผู้แต่ง        - ชื่อเรื่อง         โคบุตร ครั้งที่พิมพ์      - สถานที่พิมพ์    - สำนักพิมพ์      - ปีที่พิมพ์         - จำนวนหน้า   ๑๕๖ หน้า หมายเหตุ.    - (เนื้อหา)            โคบุตรเป็นบุตรของพระอาทิตย์และนางอัปสรที่จุติอยู่ในดอกบัว เมื่อโตขึ้นบุตรได้รับแหวนและสังวาลจากบิดา ได้รับยาชุบชีวิตจากราชสีห์ โคบุตรได้ครองเมืองอย่างสงบสุข พร้อมด้วยบุตรและชายา คือ นางอำพันมาลาฯ


บทความวิชาการ เรื่อง โรงพิมพ์ยุคแรกของล้านนา (The Early Printery of Lanna) โดยนางวรรณภา ปะวิโน บรรณารักษ์ชำนาญการ หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ ตีพิมพ์ลงในวารสารวิชาการหอสมุดแห่งชาติ ปีที่ 9 ฉบับที่ 1 มกราคม - มิถุนายน 2564 อ่านบทความได้ที่ https://anyflip.com/gjdys/caqr/



           สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ จัดนิทรรศการ “๗๐ ปี หอจดหมายเหตุแห่งชาติ” เนื่องในวาระครบรอบ ๗๐ ปี หอจดหมายเหตุแห่งชาติ” เปิดให้ประชาชนเข้าชมจนถึงวันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๖๕ ณ สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ           นิทรรศการฯ มีเนื้อหา ๓ หมวด ได้แก่ หมวดที่ ๑ นำเสนอประวัติและพัฒนาการของสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ นับแต่การประกาศพระราชกฤษฎีกาจัดวางระเบียบราชการกรมศิลปากร เมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๔๙๕ ตั้งกองจดหมายเหตุแห่งชาติ จนถึงปัจจุบัน การพัฒนาและขยายขอบข่ายการปฏิบัติงานออกไปอย่างกว้างขวาง รวมถึงหอจดหมายเหตุแห่งชาติในส่วนภูมิภาคอีก ๙ แห่ง  หมวดที่ ๒ นำเสนอข้อมูลงานจดหมายเหตุชุดสำคัญของหอจดหมายเหตุแห่งชาติทั่วประเทศ พร้อมจำลองเอกสารจดหมายเหตุชุดดังกล่าวมาจัดแสดง หมวดที่ ๓ ก้าวต่อไป ARCHIVES THAILAND นำเสนอการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์กับงานจดหมายเหตุ อาทิ การให้บริการสืบค้นเอกสารจดหมายเหตุผ่านระบบออนไลน์ทั้งทางเว็บไซต์และ Mobile Application การเสนอขึ้นทะเบียนเอกสารเป็นมรดกความทรงจำของประเทศไทยผ่านทางเว็บไซต์ และการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการอ่านภาพจดหมายเหตุผ่านโครงการเพิ่มข้อมูลพูนค่าภาพ           ขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าชมนิทรรศการ “๗๐ ปี หอจดหมายเหตุแห่งชาติ” ได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๖๕ เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๖.๐๐ น. ทุกวัน (ยกเว้นเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์) ณ สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ชั้น ๑ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ www.nat.go.th หรือ facebook ของกรมศิลปากร และสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ หรือโทรศัพท์ ๐ ๒๒๘๒ ๘๔๒๓ ต่อ ๑๔๓, ๑๔๕  





          กรมศิลปากร ขอเชิญรับชมถ่ายทอดสด Facebook Live รายการไขความรู้จากครูกรมศิลป์ ตอน “ทิศทางการดำเนินงานด้านโบราณคดีในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน” วิทยากรโดย นางสาวนาตยา ภูศรี ผู้อำนวยการกลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่, นายสายกลาง จินดาสุ นักโบราณคดีชำนาญการ สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ และนายยอดดนัย สุขเกษม นักโบราณคดีชำนาญการ สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ ดำเนินรายการโดย นายสิทธิพร บุปผา นักวิชาการเผยแพร่ กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ในวันพฤหัสบดีที่ ๑ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตั้งแต่เวลา ๑๑.๐๐ – ๑๑.๔๕ น.           ผู้สนใจสามารถติดตามชมได้ทาง Facebook Live : กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม Facebook Live : กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร


กรมศิลปากร.  ศิลปะถ้ำผีหัวโต กระบี่.  กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร, 2533.                 รวบรวมข้อมูลการค้นพบความเป็นมาของศิลปะถ้ำผีหัวโต การเดินทาง ข้อมูลทั่วไปของจังหวัดกระบี่ ที่ตั้งสภาพภูมิศาสตร์ สภาพทั่วไปของถ้ำผีหัวโต แผนผังถ้ำผีหัวโต แสดงตำแหน่งกลุ่มภาพ ที่ตั้งและตำแหน่งของภาพ การดำเนินงานศึกษาภาพเขียนสี รูปลักษณ์ของภาพเขียนสีและการใช้สี สีที่ใช้เขียนภาพ แหล่งศิลปะถ้ำสมัยก่อนประวัติศาสตร์ บริเวณใกล้เคียง รายละเอียดกลุ่มภาพและอายุสมัย


โบราณสถานวัดหินตั้ง.โบราณสถานวัดหินตั้งหรือโบราณสถานร้าง น.๒๐ ตั้งอยู่นอกกำแพงเมืองด้านทิศเหนือ ห่างจากประตูศาลหลวงทางทิศเหนือประมาณ ๓ กิโลเมตร โดยอยู่ริมฝั่งลำคลองแม่ลำพันด้านฝั่งตะวันออก ข้อมูลจากหนังสือทำเนียบโบราณสถานอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๑ ได้อธิบายถึงสภาพก่อนการขุดค้นทางโบราณคดีว่า วัดหินตั้ง มีสภาพถูกทิ้งร้างเป็นเนินดิน สันนิษฐานในเบื้องต้นว่าประกอบไปด้วย ฐานเจดีย์ประธานก่อด้วยอิฐมีกำแพงแก้วล้อมรอบ ทำจากแท่งศิลาแลงขนาดใหญ่ ด้านทิศตะวันออกหรือด้านหน้าของฐานเจดีย์ปรากฎแนวฐานวิหารก่อด้วยอิฐ และคูน้ำ ล้อมรอบโบราณสถาน ปัจจุบันคูน้ำบางส่วนตื้นเขินและเสื่อมสภาพ. ในปี พ.ศ.๒๕๖๓ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยได้ดำเนินการขุดค้น ขุดแต่ง โบราณสถานวัดหินตั้ง ทำให้ทราบว่าเจดีย์ประธานของวัดฐานก่อด้วยศิลาแลงและอิฐ ในแผนผังสี่เหลี่ยมจัตุรัสมีขนาดกว้างด้านละประมาณ ๑๑.๓๐ เมตร แต่ด้วยการลักลอบขุดหาของตั้งแต่ครั้งอดีตทำให้ด้านบนของเจดีย์ได้ทำความเสียจนไม่สามารถสันนิษฐานรูปแบบทางสถาปัตยกรรมได้ นอกจากนี้ทิศทั้งสี่ของเจดีย์ประธานมีเจดีย์บริวารประจำทิศจำนวน ๔ องค์ หรือทิศละ ๑ องค์ (องค์ด้านทิศเหนือชำรุดเป็นอย่างมากจากการลักลอบขุดปรากฏร่องรอยเหลือเพียงเล็กน้อย) ล้อมรอบด้วยกำแพงแก้วทำจากแท่งศิลาแลงขนาดใหญ่ ปรากฏช่องประตูเข้า-ออกทางด้านทิศตะวันออกและด้านทิศตะวันตก ซึ่งการก่อสร้างกำแพงแก้วด้วยศิลาแลงขนาดใหญ่นี้ปรากฏหลักฐานการสร้างในลักษณะคล้ายกันกับโบราณสถานหลายแห่งตามแนวถนนพระร่วง อาทิเช่น โบราณสถานวัดโบสถ์เมืองบางขลัง, โบราณสถานวัดใหญ่ชัยมงคลเมืองบางขลัง รวมถึงโบราณสถานอีกหลายแห่งในเมืองศรีสัชนาลัยด้วย ทางด้านทิศตะวันออกนอกกำแพงแก้ว ปรากฏแนวอาคารสันนิษฐานว่าเป็นวิหารผนังก่ออิฐพื้นอัดด้วยดิน . นอกจากนี้วัดหินตั้งยังได้พบศิลาจารึกวัดหินตั้ง (สท.๓๗) อักษรไทยสุโขทัย ภาษาไทย กำหนดอายุราวพุทธศตวรรษที่ ๒๐ จารึกได้เล่าเรื่องราวย้อนกลับไปถึงสมัยพระมหาธรรมราชาผู้ปู่ กระทำหอมาฬก(พลับพลา ปะรำ โรงพิธี) พระมหาธาตุเจ้า การบำเพ็ญกุศลในการสร้างถาวรวัตถุ และวัตถุอื่นๆ ในพระพุทธศาสนา ปัจจุบันศิลาจารึกวัดหินตั้งถูกเก็บรักษาและจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง . และปี พ.ศ.๒๕๖๔ ได้ดำเนินโครงการปรับภูมิทัศน์และบูรณะโบราณสถานวัดหินตั้ง เพื่อพัฒนาแหล่งโบราณคดีแห่งนี้เป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวของอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย นอกจากนี้ยังทำการขุดค้นขุดแต่งและขุดตรวจทางโบราณคดีแนวคูน้ำเพิ่มเติม พบว่าพื้นที่โดยรอบไม่ปรากฏแนวของคูน้ำล้อมรอบวัด แต่กลับปรากฏลักษณะสันฐานของพื้นที่ตั้งวัดที่มีลักษณะเป็นเนินสูงจากพื้นที่ลุ่มโดยรอบ ซึ่งการเลือกพื้นที่สร้างวัดเป็นเนินสูงอาจเกิดจากบริเวณนี้เป็นพื้นที่ที่มีน้ำท่วมเป็นระยะเวลาสั้นๆ ในช่วงหน้าฝน และระหว่างการบูรณะเจดีย์ประธาน ยังได้พบหลักฐานการก่อเอ็นด้วยอิฐเป็นโครงสร้างภายในขององค์เจดีย์ ซึ่งเป็นหลักฐานที่แสดงถึงเทคนิคการก่อสร้างในสมัยสุโขทัยที่น่าสนใจอีกด้วย.เมื่อประมวลหลักฐานทางโบราณคดีที่ได้จากการขุดค้นขุดแต่งกับศิลาจารึกวัดหินตั้งที่พบจากวัดแห่งนี้ ทำให้ทราบว่าวัดหินตั้งถูกสร้างขึ้นในช่วงรัชสมัยพระมหาธรรมราชาลิไท จากเนื้อความในจารึกกล่าวถึงพระมหาธารรมราชาผู้ปู่ และอาจเป็นไปได้ว่าจารึกที่พบวัดหินตั้งหลักนี้อาจถูกจารขึ้นในช่วง พ.ศ.๑๙๔๓-๑๙๖๒ ซึ่งเป็นรุ่นหลานของพระมหาธรรมราชาลิไทแล้ว แสดงให้เห็นว่าวัดหินตั้งยังคงมีการใช้งานต่อเนื่องมาจนถึงสมัยสุโขทัยตอนปลายและถูกทิ้งร้างไปในที่สุด.เอกสารอ้างอิง.๑. กรมศิลปากร. ประชุมจารึก ภาคที่ ๘ จารึกสุโขทัย. คณะอนุกรรมการฝ่ายจัดทำหนังสือที่ระลึกในคณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในโอกาสที่วันพระราชสมภพ ครบ ๒๐๐ ปี มอบให้กรมศิลปากรจัดพิมพ์เผยแพร่ครั้งแรก พุทธศักราช ๒๕๔๘. กรุงเทพฯ : อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน), ๒๕๔๘. (อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://digital.nlt.go.th/items/show/18858).๒. ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน). จารึกวัดหินตั้ง. เข้าถึงเมื่อวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๖๕. ฐานข้อมูลจารึกในประเทศไทย เข้าถึงได้จาก https://db.sac.or.th/inscriptions/inscribe/detail/233....๓. ห้างหุ้นส่วนจำกัด ฟีเจอร์วัน. รายงานการดำเนินงานโครงการบูรณะและปรับปรุงภูมิทัศน์วัดไผ่ยายลิ้ม-วัดหินตั้ง อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย ปีงบประมาณ ๒๕๖๔. (เอกสารอัดสำเนา) (ดาวน์โหลดหรืออ่านเพิ่มเติมได้ที่https://drive.google.com/.../1c4nRmVgjTvConQYAGpV.../view...).๔. อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย. ทำเนียบโบราณสถานอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๑. พิมพ์ครั้งที่ ๒, กรุงเทพฯ : พระรามครีเอชั่น, ๒๕๖๑. (ดาวน์โหลดหรืออ่านเพิ่มได้ที่ https://drive.google.com/.../1Xto.../view...).๕. อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย. การศึกษาทางโบราณคดีเพื่อจัดลำดับอายุสมัยของแหล่งศิลปกรรมเมืองสุโขทัย ปีงบประมาณ ๒๕๖๑. (เอกสารอัดสำเนา) (ดาวน์โหลดหรืออ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://drive.google.com/.../1EoIqbl9qQ8z4ieqBF.../view...).๖. อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย. รายงานการดำเนินงานทางโบราณคดี โครงการขุดแต่งทางโบราณคดี เพื่อออกแบบบูรณะและปรับปรุงภูมิทัศน์ กลุ่มโบราณสถานวัดไผ่ยายลิ้ม-วัดหินตั้ง อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย ปีงบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๖๓. (เอกสารอัดสำเนา) (ดาวน์โหลดหรืออ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://drive.google.com/.../15ejCdIo8kBAmqRf.../view...)


ชื่อเรื่อง                                        สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม  (สงฺคิณี-มหาปฏฺฐาน) อย.บ.                                           33/6ประเภทวัดุ/มีเดีย                       คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                                     พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                              46 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 54 ซม.หัวเรื่อง                                        พุทธศาสนาบทคัดย่อ/บันทึก               เป็นคัมภีร์ใบลาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ ไม้ประกับธรรมดา ได้รับบริจาคมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา


black ribbon.