ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 53,369 รายการ
สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สังคิณี-มหาปัฎฐาน)
เลขที่ ชบ.บ.5/1-4
เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)
จดหมายเหตุเมืองนครราชสีมา. กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร, 2521
รวบรวมเนื้อหาเรื่องจดหมายเหตุนครราชสีมา เรื่องการฝึกหัวใจ โภชนาการในโรคหัวใจและหลอดเลือด ความดันโลหิตสูง ความสัมพันธ์ของโรคกระดูกกับผู้สูงอายุ วิธีบริหารร่างกายเพื่อสุขภาพ และตำราอาหารภาคต่าง ๆ
- โบราณสถานวัดศรีโทล -
.
โบราณสถานวัดศรีโทลตั้งอยู่นอกกำแพงเมืองสุโขทัยทางด้านทิศตะวันตก ห่างจากประตูอ้อหรือประตูเมืองด้านทิศตะวันตกไปประมาณ ๕๐๐ เมตร ถือเป็นโบราณสถานสำคัญอีกแห่งหนึ่งในเขตอรัญญิก เมืองเก่าสุโขทัย
.
โบราณสถานแห่งนี้ประกอบด้วย มณฑปเป็นประธานของวัด ซึ่งเดิมเคยประดิษฐานพระพุทธรูปที่ได้ชำรุดหักพังไปหมดแล้ว มณฑปก่อขึ้นจากอิฐเป็นห้องสี่เหลี่ยม มีเสาสี่เหลี่ยมก่อด้วยอิฐขนาดใหญ่เพื่อรองรับส่วนบนที่เป็นหลังคาก่ออิฐน้ำหนักมาก อาคารที่มีเครื่องบนก่อด้วยอิฐนี้แสดงระดับศักดิ์ความสำคัญของตัวอาคารประดิษฐานพระพุทธรูป ว่าแตกต่างจากวิหาร ซึ่งเห็นเหลือแต่ฐานกับเสาที่ตั้งชิดกันอยู่ข้างหน้า ตัววิหารเดิมมีส่วนบนเป็นเครื่องไม้มุงกระเบื้อง เป็นสถานที่สำหรับประชาชนทั่วไปเข้าไปเพื่อนมัสการพระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่ในมณฑป องค์ประกอบทั้งหมดน่าจะเป็นการจำลองภาพสมัยพุทธกาลเมื่อพระพุทธองค์ประทับอยู่ในพระคันธกุฎี หรือกุฏิส่วนพระองค์ในพระอารามแห่งใดแห่งหนึ่ง โดยมีวิหารสำหรับเป็นสถานที่ให้สาธุชนใช้เป็นที่สักการะพระพุทธองค์ เป็นอาคารที่แยกสัดส่วนต่างหากจากพระคันธกุฎี
.
ชื่อวัดศรีโทล ปรากฏอยู่ในศิลาจารึกหลักที่ ๔ วัดป่ามะม่วง ภาษาเขมร (ด้านที่ ๔ บรรทัดที่ ๑๑-๑๔) ความว่า “...พระมหาเถร...ผู้ทรงพระไตรปิฎกมาจากลังกาทวีปประจำอยู่...สีโทลโดยทิศทักษิณของป่ามะม่วง (เขียน) พระคาถาไว้สรรเสริญ พระเกียรติยศทั้งปวง...” ทำให้สันนิษฐานว่าเดิมโบราณสถานวัดศรีโทลแห่งนี้เป็นที่จำพรรษาของพระมหาเถรผู้ทรงความรู้ในพระไตรปิฎกจากลังกาทวีป พระมหาเถรผู้นี้ เชื่อกันว่าคือผู้ประพันธ์คาถาสรรเสริญพระเกียรติ พระมหาธรรมราชาลิไท ที่ทรงผนวช ณ ป่ามะม่วง เมื่อปี พ.ศ. ๑๙๐๔ (อ่านข้อมูลจารึกหลักนี้เพิ่มเติมได้ตามลิ้งก์นี้ >>> https://db.sac.or.th/inscriptions/inscribe/detail/1329)
การทำสมุดไทย และการเตรียมใบลาน
การทำสมุดไทยและการเตรียมใบลาน มีวิธีการที่แปลก น่าสนใจ และควรศึกษาอย่างยิ่ง แต่ละอย่างต้องใช้แรงงานและเวลาพอสมควร จึงผลิตออกมาเป็นเล่ม เป็นผูก ใช้ประโยชน์ในการขีดเขียนได้อย่างดี
โดยทั่วไปหนังสือสมุดไทยมี ๒ สี คือ สีดำ และสีขาว เรียกว่าสมุดไทยดำ และสมุดไทยขาว ในภาคใต้นิยมเรียกสมุดไทยดำและสมุดไทยขาวว่า บุดดำและบุดขาว สมุดไทยนี้ส่วนใหญ่ทำจากเปลือกของต้นข่อย จึงมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าสมุดข่อย
หนังสือใบลาน เป็นหนังสือโบราณประเภทหนึ่งซึ่งจารลายลักษณ์อักษรลงบนใบของต้นลาน ใบลานที่ใช้เป็นใบลานที่ไม่แก่จัด เรียกกันว่าเพสสาด คือใบอ่อนที่สองซึ่งเริ่มจะคลี่กลีบใบออกนั่นเอง ใบลานที่รวมได้มาทั้งหมดมีขนาดไม่เท่ากัน ก่อนที่จะนำไปตกแต่งเพื่อใช้ประโยชน์ต้องคัดเลือกให้ได้ขนาดเท่า ๆ กันทุกใบ ตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ แล้วจึงนำไปเจียนก้านลาน ลานที่เจียนก้านแล้วจะมีลักษณะเป็นแผ่นบาง ๆ รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า นำลานไปแช่น้ำนาน ๑ คืน หรือประมาณ ๒๔ ชั่วโมง บางท้องถิ่นนำใบลานไปต้มในน้ำซาวข้าว ต้มให้เดือดแล้วจึงนำออกผึ่งหรือตากให้แห้ง ตากให้ถูกแดดและน้ำค้าง ประมาณ ๑-๒ วัน ใบลานที่แห้งสนิทดีแล้วต้องคลี่ออก เช็ดทำความสะอาดทีละใบก่อนที่จะนำมาแทงลาน ซึ่งใช้ขนอบเป็นพิมพ์สำหรับแทงลานโดยเฉพาะ นำใบลานที่แทงแล้วประมาณ ๑๐-๒๐ ใบ มาเรียงซ้อนกันแล้วประกับด้วยขนอบตามขนาดที่ต้องการ
ใบลานแต่ละกับที่แห้งแล้ว ต้องนำลานทั้งกับมาไสด้วยกบให้ขอบลานเรียบเสมอกันทั้ง ๔ ด้าน แล้วทำความสะอาดลานทีละใบโดยใช้ทรายละเอียดคั่วหรือตากแดดให้ร้อนจัดโรยลงบนใบลาน แล้วใช้ลูกประคบลูบไปมาให้ผิวหน้าลานเรียบพร้อมทั้งใช้ผ้าแห้งเช็ดทำความสะอาดใบลานดีแล้ว จากนั้นจึงใช้เหล็กแหลมเผาไฟเจาะตามช่องที่แทงไว้ในตอนแรก แล้วจัดใบลานเข้าผูก พร้อมจะใช้จารหนังสือได้ทันที
หนังสือสมุดไทยและคัมภีร์ใบลาน เป็นหลักฐานวิชาการที่มีคุณลักษณะทางเสริมสร้างทักษะแก่นักศึกษาและประชาชนในด้านประวัติการของประเทศชาติ และภูมิหลังของอารยธรรมแห่งสังคมกลุ่มต่าง ๆ ที่มีอยู่ทั่วราชอาณาจักรไทย นับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เอกสารที่บันทึกสรรพวิชาการของบรรพชนไทยเหล่านั้น เป็นเสมือนกระจกเงาที่ส่องสะท้อนให้เห็นอารยธรรม วัฒนธรรม จริยธรรม มนุษยธรรม และคุณธรรม ที่มีมาแต่อดีต ซึ่งสามารถนำมาใช้เป็นแบบอย่างในการปูพื้นฐานสู่สังคมปัจจุบันและอนาคต
รวมรวบโดย. นางสมร พูนพนัง บรรณารักษ์ชำนาญการ หอสมุดแห่งชาตินครศรีธรรมราช
อ้างอิง. ก่องแก้ว วีรประจักษ์. หอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร. กรุงเทพฯ ; กรมศิลปากร, ๒๕๓๐.
ตีพิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ พลตรี พระยาสุรวงศ์วิวัฒน์ (เตี้ยม บุนนาค) ม.ว.ม., ป.ช., ท.จ.ว. ณ เมรุหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส เมื่อวันที่ ๒๖ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๐๕
มหามกุฎราชสันตติวงศ์ ๒ กรกฎาคม ๒๔๑๘ วันประสูติพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจรูญศักดิ์กฤดากร
พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจรูญศักดิ์กฤดากร เป็นพระโอรสในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนเรศรวรฤทธิ์ ประสูติแต่หม่อมสุภาพ ประสูติเมื่อวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๔๑๘ มีพระนามเดิมว่า "หม่อมเจ้าจรูญศักดิ์ กฤดากร"
ทรงศึกษาวิชา ณ ประเทศอังกฤษ ที่โรงเรียนวอเรนส์ ฮิลส์, แฮร์โรว์, ตรินิตี, มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ และโรงเรียนกฎหมาย กรุงลอนดอน สอบไล่ได้วิชาทางกฎหมายมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ เป็นเนติบัณฑิตอังกฤษ
ในรัชกาลที่ ๕ รับราชการเป็นเลขานุการพิเศษ ในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสวัสดิวัดนวิศิษฏ์ครั้งทรงเป็นผู้กำกับราชการทูต ณ ยุโรป เมื่อพุทธศักราช ๒๔๔๐ ต่อมาในพุทธศักราช ๒๔๔๓ เป็นนักเรียนผู้ช่วยกองที่ปรึกษา กระทรวงการต่างประเทศ แล้วไปเป็นเลขานุการพิเศษ กระทรวงมหาดไทย พุทธศักราช ๒๔๔๕ เป็นปลัดมณฑลนครศรีธรรมราช และผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พุทธศักราช ๒๔๔๘ เป็นอุปทูตสยามกรุงปารีส กระทรวงการต่างประเทศ พุทธศักราช ๒๔๔๙ เป็นอัครราชทูตสยามกรุงปารีส มาดริด ลิสบอน พุทธศักราช ๒๔๕๒ เป็นรองเสนาบดีกระทรวงยุติธรรม
ในรัชกาลที่ ๖ เป็นเสนาบดี เมื่อพุทธศักราช ๒๔๕๓ ต่อมาในพุทธศักราช ๒๔๕๔ รับพระราชทานยศเป็นมหาอำมาตย์เอก พุทธศักราช ๒๔๕๕ เป็นอัครราชทูตพิเศษมีอำนาจเต็มประจำกรุงปารีส หลังจากนั้น พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ สถาปนาและรับพระราชทานพระสุพรรณบัฏเป็นพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจรูญศักดิ์กฤดากร
เมื่อวันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๔๖๒ ทรงเป็นผู้แทนสยาม ลงนามในสนธิสัญญาแวร์ซายส์ครั้งสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ ๑ ร่วมกับพระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นเทววงศวโรทัย
พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจรูญศักดิ์กฤดากร นับเป็นพระราชนัดดาพระองค์หนึ่งในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ที่ได้รับการสถาปนาพระอิสริยยศเป็นพิเศษ
พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจรูญศักดิ์กฤดากร สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ ๗ เมื่อวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๔๗๑ พระชันษา ๕๔ ปี
ภาพ : มหาอำมาตย์เอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจรูญศักดิ์กฤดากร
นางวิรยาร์ ชำนาญพล ผู้อำนวยการกลุ่มระบบสารสนเทศมรดกศิลปวัฒนธรรม ร่วมอภิปรายแบบคณะ ในการจัดกิจกรรมเปิดตัวนิทรรศการออนไลน์ “Forging History: Metals in the Crucible of ASEAN’s Transformation” ภายใต้โครงการจดหมายเหตุดิจิทัลทางมรดกวัฒนธรรมแห่งอาเซียน ACHDA โดยมีผู้แทนเข้าร่วมอภิปราย จาก ประเทศ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และ ไทย เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2564 เวลา 14.00 น.ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม https://heritage.asean.org/e-exhibitions