ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 50,437 รายการ

ชื่อเรื่อง                                สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน) อย.บ.                                  128/6 หมวดหมู่                               พุทธศาสนาประเภทวัสดุมีเดีย                    คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ                           26 หน้า กว้าง 4.5 ซม. ยาว 58.5 ซม.                                       บทคัดย่อ/บันทึก          เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับทองทึบ ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก จ.พระนครศรีอยุธยา


ชื่อเรื่อง                     สลากรีวิชาสุตฺต (สลากรีวิชาสูตร)เลขทะเบียน               24/1ประเภทวัสดุ/มีเดีย       คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                   พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ               24 หน้า : กว้าง 5.5 ซม. ยาว 59 ซม.หัวเรื่อง                     พระธรรมเทศนาภาษา                       บาลี/ไทยอีสานบทคัดย่อ/บันทึก          เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน เส้นจาร ฉบับลานดิบ ไม่มีไม้ประกับ ได้รับมอบมาจากนางสุดา วงษ์พันธุ์


เลขทะเบียน : นพ.บ.652/ก/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 32 หน้า  ; 3.5 x 51 ซ.ม. : ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 207 (106-114) ผูก ก1 (2568)หัวเรื่อง : กจฺจายมูล--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


ชื่อแบบฉบับ : ธมฺมปทโปราณคาถา (ผูก 5) ชื่อเรื่อง : โปราณคาถาธัมมปท (ผูก 5) เลขทะเบียน : ชม.บ.616/5 ผู้แต่ง : ไม่ปรากฏ                          ผู้สร้าง : เจ้ามหาสุรหงษ์                      ปีที่สร้าง : จ.ศ.958 (พ.ศ. 2139) จำนวน : 1  คัมภีร์  3 ผูก (หอสมุดแห่งชาติฯ เชียงใหม่ มีผูก 1, 2,5)                  จำนวนบรรทัด : 6 บรรทัด               จำนวนหน้า : 54 หน้า อักษร : ธรรมล้านนา                       ภาษา : บาลี-ไทยล้านนา                      เส้น : จาร ฉบับ : ชาดทึบ                              ไม้ประกับ : ไม่มี                                ประเภทเอกสารโบราณ : คัมภีร์ใบลาน ประวัติ : จ.ศ.958  (พ.ศ.2139 สมัยอยุธยา รัชกาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช)  ได้มาจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่  เมื่อวันที่ 24 กรกฏาคม 2531 โครงการ : พัฒนาระบบบริการห้องสมุดดิจิทัล หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ ปี พ.ศ. 2568


เลขทะเบียน : นพ.บ.782/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 46 หน้า ; 4 x 56 ซ.ม. : ชาดทึบ-รักทึบ ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 241 (452-462) ผูก 1 (2568)หัวเรื่อง : เทวทูตสูตร--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน  นม.บ.16/4ก


                   สาระอีสาน นำเสนอและเผยแพร่เกร็ดความรู้ต่าง ๆ จากข้อมูลท้องถิ่นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและหนังสือสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคอีสาน และหนังสืออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง มีให้บริการอยู่ที่หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ นครราชสีมา ขอนำเสนอคำต้องห้ามในอดีตที่ไม่ควรพูดกับคนโคราช นั่นก็คือ คำว่า "หมูโคราช" เรียบเรียงโดย นางสาวกุลริศา รัชตะวุฒิ นักภาษาโบราณ เนื้อหามีดังนี้                      ในปัจจุบัน คำว่า หมูโคราช หากเราค้นหาบนอินเทอร์เน็ต ก็จะปรากฏรูปหมูตัวเล็กตัวใหญ่ แหล่งพ่อค้าแม่ค้าที่ค้าขายหมู แหล่งอาหาร และร้านค้าต่าง ๆ แต่ใครจะรู้เล่าว่า คำว่า หมูโคราช ในอดีตเป็นคำที่ไม่สุภาพสำหรับชาวโคราช                    ในอดีตเมืองโคราชเป็นศูนย์กลางทางการค้าขายเนื่องจากเป็นเมืองที่เชื่อมระหว่างภาคอีสานกับกรุงเทพฯ โคราชจึงมีตลาดที่เป็นศูนย์กลางทางการค้าก็คือ ตลาดกลางศาลาโนนดินทราย (ซึ่งปัจจุบันคือบริเวณที่ตั้งหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา) โดยมีพ่อค้าแม่ค้าจากทั่วทุกจังหวัดในภาคอีสานจะเดินทางมาค้าขายที่ตลาดแห่งนี้ รวมทั้งประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ประเทศลาว กัมพูชา เวียดนาม ต่างนำสินค้ามาค้าขายเช่นกัน โดยสินค้าที่นำมาค้าขายก็จะมีพวกสัตว์ต่าง ๆ เช่น วัว ควาย สุกร ฯลฯ พืชผักผลไม้ต่าง ๆ ฯลฯ นอกจากจะเป็นตลาดแล้วยังเสมือนเป็นจุดพักสินค้าเพื่อรอขนส่งไปยังกรุงเทพฯ โดยมีพ่อค้าจากกรุงเทพฯ รับซื้อสินค้าจากเมืองโคราชโดยทางรถไฟ                      จุดเริ่มต้นของคำว่าหมูโคราชได้เริ่มขึ้นเมื่อพ่อค้าที่นำหมูจากโคราชมาถึงกรุงเทพฯ พ่อค้าหมูกรุงเทพฯ ก็จะพูดว่า “หมูโคราชมาแล้ว” จึงเป็นที่มาของคำว่า หมูโคราช แต่เมื่อมีเหตุการณ์ที่พ่อค้าหมูจากโคราชถูกพ่อค้ากรุงเทพฯหลอกโดยโกงตาชั่ง และกดราคา ความหมายของคำว่า หมูโคราช จึงเปลี่ยนไป จากที่หมายถึงสัตว์ก็กลายเป็นคน เมื่อพ่อค้ากรุงเทพฯ เห็นพ่อค้าที่นำหมูมาจากโคราช ก็จะพูดว่า “หมูมาแล้ว” หรือ “หมูโคราชมาแล้ว” โดยพูดเป็นเชิงทำนองว่า หวานหมู                      ต่อมาคนกรุงเทพฯ เรียกคนโคราชที่เดินทางเข้ามายังกรุงเทพฯ ว่า หมูโคราช ซึ่งคนโคราชไม่ชอบที่ถูกเรียกแบบนี้ เพราะมีความหมายในเชิงดูถูกดูแคลนว่าเซ่อซ่าโดนหลอกง่ายดังที่กล่าวมาข้างต้น พอถูกเรียกว่าหมูโคราชก็มักจะตอบโต้กลับด้วยความรุนแรงมีปากเสียงหรือทะเลาะเบาะแว้งจนไม่มีใครกล้าเรียกคนโคราชว่าหมูโคราชอีก คำว่าหมูโคราชจึงหายไป   บรรณานุกรม เมตต์ เมตต์การุณ์จิต. ย้อนเรื่องเมืองโคราช : โคราชในความทรงจำ. นครราชสีมา: ยืดหยัดชัดเจน, 2562 หมูโคราชในอดีต. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 26 มิถุนายน 2567, จาก: https://www.facebook.com/korat.in.the.past/posts/pfbid02JZ9spUtRGmfktRHwqqYrx5hY6npmQzQzeXNhLXoD1kqag32zxX6Y8N2ZdZMBbEYil






        พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ขอเชิญชวนผู้ที่พลาดสะสมตราประทับจากกิจกรรมสรงน้ำพระธาตุและเทวดานพเคราะห์ กลับมาให้สะสมอีกครั้งแล้ว ร่วมกิจกรรมพิเศษในงาน “ใต้ร่มพระบารมี 244 ปี กรุงรัตนโกสินทร์” รอบนี้ตราประทับจะไม่ได้อยู่แค่จุดเดียว เปิดโอกาสให้ทุกคนได้เดินชมทุกอาคารเพื่อเก็บตราประทับให้สนุกกว่าเดิม เริ่มให้สะสมได้ตั้งแต่วันพุธที่ 22 - วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน 2569 เวลา 09.00 - 20.00 น. พบกันได้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 2224 1402 และ 0 2224 1333 Facebook: Education.National Museum Bangkok เที่ยวพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร https://www.facebook.com/eduNMB   


ผู้แต่ง : สุรศักดิ์ ศรีสำอางปีที่พิมพ์ : 2546สถานที่พิมพ์ : กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์ : ม.ป.พ.


รายงานการดำเนินการขุดค้นทางโบราณคดี ในพื้นที่แหล่งโบราณคดีบ้านวังหาด   ตำบลตลิ่งชัน อำเภอบ้านด่านลานหอย จังหวัดสุโขทัย   สำนักศิลปากรที่ 6 สุโขทัย โดยมีนายธีรศักดิ์  ธนูศิลป์ เป็นนักโบราณคดีผู้ดำเนินการขุดค้น พบโครงกระดูก 2 โครงในแหล่งโบราณคดีบ้านวังหาด ตำบลตลิ่งชัน อำเภอบ้านด่านลานหอย จังหวัดสุโขทัย ซึ่งขุดบริเวณที่ราบเชิงเขาใกล้อ่างเก็บน้ำแม่กองค่าย กำหนดอายุเบื้องต้นราว 2,500 ปี พบเครื่องใช้สอยในชีวิตประจำวัน อาทิ ภาชนะดินเผา เครื่องมือโลหะแบบต่างๆ รวมไปถึงเครื่องมือที่ใช้ในการทอผ้า ตลอดจนพบเครื่องประดับที่ทำจากหินกึ่งอัญมณี และ ลูกปัดแก้วสีต่างๆ อุทิศให้กับศพ ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการขุดค้น และวิเคราะห์ตีความ โดยผู้เชี่ยวชาญในลำดับต่อไป   นายธีรศักดิ์ ธนูศิลป์ ได้ดำเนินการทางโบราณคดีภายใต้โครการโบราณคดีภาคเหนือตอนล่าง : แหล่งโบราณคดีบ้านวังหาด ตำบลตลิ่งชัน อำเภอบ้านด่านลานหอย จังหวัดสุโขทัย ซึ่งได้ดำเนินงานสำรวจและขุดค้นทางโบราณคดีแล้วเสร็จ ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการวิเคราะห์ตีความ จึงรายงานผลการดำเนินงานเบื้องต้น   การดำเนินงานขุดค้นทางโบราณคดีในครั้งนี้ ได้เลือกพื้นที่การขุดค้นบริเวณที่ราบเชิงเขา ใกล้คลองแม่กองค่าย ติดกับอ่างเก็บน้ำห้วยแม่กองค่ายมาทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ โดยแบ่งพื้นที่การขุดค้นเป็น 7 หลุม (PITI - PIT7) เริ่มดำเนินการขุดค้นเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2559  พบหลักฐานที่สำคัญดังนี้                      1. หลุมฝังศพที่ 1 พบจากการขุดค้นในหลุมขุดค้น PIT 2ที่ระดับสมมติที่ 6:70-80 cm.dt.ความลึกจากพื้นผิวดิน (Surface) ประมาณ 50-60 เซนติเมตร ยังไม่พบโครงกระดูก สันนิษฐานว่าอยู่ในผนังด้านทิศเหนือ พบภาชนะดินเผา 3 ใบ แต่สภาพไม่สมบูรณ์ พร้อมทั้งเครื่องมือโลหะ (ใบหอก)                      2.หลุมฝังศพที่ 2  พบในหลุมขุดค้น PIT 3-5 ที่ระดับชั้นดินสมมติที่ 5 :80-90 cm.dt. ลึกลงไปจากพื้นผิวดิน(Surface)  ประมาณ 70-80 เซนติเมตรจัดอยู่ในชั้นดินที่3 ลักษณะดินบริเวณที่พบหลักฐานเป็นดินปนทราย อัดแน่นและแข็งมาก                      โครงกระดูกที่พบมีลักษณะโครงที่เปื่อยยุ่ย จนแทบไม่เหลือสภาพเดิม แต่ยังคงเหลือกระดูกยาว เช่น  Humerus ,Radius , Ulna .ให้เห็นอยู่บ้าง จึงไม่สามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับเพศ อายุ และสาเหตุการตายได้ แต่สามารถศึกษาทิศทางและรูปแบบการฝังได้ ว่าฝังแบบนอนหงายเหยียดยาว หันศีรษะไปทางทิศตะวันออก มีการฝังภาชนะดินเผาอุทิศวางไว้บริเวณปลายเท้าให้กับศพ พบแวดินเผา จำนวน  3 อัน ภายในภาชนะดินเผาที่วางติดกับปลายเท้าของศพ   นอกจากภาชนะดินเผา ยังพบว่ามีการฝังข้าวของอื่นๆอุทิศให้ศพด้วย พบสร้อยลูกปัดหินเรียงอยู่บริเวณส่วนคอของศพ ซึ่งมีร่องรอยกระดูกส่วน Clavicle ซ้อนกันอยู่ จึงทำให้สร้อยลูกปัดมีการพับทบกัน ซึ่งสังเกตได้จากการขุดค้น ลูกปัดมีจำนวน 23 ลูก ทำมาจากหินคาร์เนเลี่ยน 21 ลูก และหินควอตซ์ 2 ลูก ทั้งยังมีลูกปัดแก้วสีดำและสีน้ำตาล ขนาดเล็กเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 0.3-0.4 เซนติเมตร คั่นอยู่ในสร้อยเส้นเดียวกัน บริเวณส่วนข้อมือมีลูกปัดแก้วสีเขียวอมฟ้าจำนวนมาก และส่วนข้อเท้ามีลูกปัดแก้วสีแดงทึบจำนวนมากเช่นกัน ซึ่งสันนิษฐานว่าร้อยอยู่ที่ข้อมูลและข้อเท้าของศพ และยังมีเครื่องมือเหล็กแบบต่างๆ วางไว้บนตัวศพและด้านข้างศพเพื่อเป็นการอุทิศ                      3.หลุมฝังศพที่ 3 พบในหลุมขุดค้น PIT 6-7ที่ระดับชั้นดินสมมติที่ 7: 110-120 cm.dt. ลึกลงไปจากผิวดิน (Surface) ประมาณ 1.10 เมตรจัดอยู่ในชั้นดินที่4 ลักษณะดินบริเวณที่พบหลักฐานเป็นดินปนทราย อัดแน่นและแข็งมาก   โครงกระดูกที่พบยังดำเนินการขุดค้นไม่แล้วเสร็จ ขุดแต่งเพียงส่วนกะโหลกศีรษะและพบเครื่องประดับอยู่ในตำแหน่งของหูด้านซ้าย มีการฝังศพในท่านอนหงายเหยียดยาว มีภาชนะดินเผาสภาพสมบูรณ์วางอยู่ทิศ และเป็นที่น่าสนใจว่า หลุมฝังศพนี้มีการขุดหลุมเป็นรูปสี่เหลี่ยม ก่อนนำดินเหนียวหรือดินที่มีการเตรียมไว้มาเทราดก่อนวางศพและวางภาชนะดินเผาลงไป เพราะดินที่รองศพนั้นแตกต่างจากดินที่ขุดค้นโดยรอบ และจากการวัดค่าสีดินและลักษณะของดินอย่างต่อเนื่อง จึงสรุปได้ว่าไม่ใช่ดินที่พบจากชั้นดินที่ขุดมา   บริเวณปลายเท้า 4 ใบ มีขนาดลดหลั่นกัน จากเล็กไปใหญ่ นับจากปลายเท้าออกไปตามลำดับ เนื่องจากสภาพดินค่อนข้างแข็งและสภาพพื้นที่ไม่เหมาะสมจึงทำการขุดแต่งและยกแท่นขึ้น มายังสำนักศิลปากรที่ 6 สุโขทัย เพื่อขุดค้นตามกระบวนการอย่างมัดมัดระวังเนื่องจากหลักฐานมีความเสี่ยงที่จะเสียหายได้ง่าย ซึ่งการดำเนินการจะอยู่ภายใต้การดูและและวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญต่อไป  รายงานการดำเนินการขุดค้นทางโบราณคดี ในพื้นที่แหล่งโบราณคดีบ้านวังหาด (ข้อมูล พร้อมภาพประกอบ)           



black ribbon.