ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 51,233 รายการ

ชื่อเรื่อง : โคลงนิราศวัดรวก หัวเรื่อง : โคลง             นิราศ             กวีนิพนธ์ไทย คำค้น : - รายละเอียด : ฉบับหอพระสมุดวชิรญาณ ผู้แต่ง : ธรรมาภิมณฑ์ (ถึก จิตรกถึก), หลวง, 2401-2471 แหล่งที่มา : หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี หน่วยงานที่รับผิดชอบ/โรงพิมพ์/สำนักพิมพ์ : โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากร ปีที่พิมพ์ : 2466 วันที่เผยแพร่ :  20 สิงหาคม 2568 ผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงาน : - ลิขสิทธิ์ : - รูปแบบ : PDF. ภาษา : ภาษาไทย ประเภททรัพยากร : หนังสือหายาก ตัวบ่งชี้ : - รายละเอียดเนื้อหา : หลวงธรรมาภิมณฑ์แต่งโคลงนิราศวัดรวกขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2428 ในคราวติดตามหลวงญาณภิรมย์ (บุญ) อัญเชิญพุทธบรรณาการที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าฯ ให้ไปบูชาพระพุทธบาท สระบุรี เนื้อหาของนิราศได้พรรณนาการเดินทางจากวัดรวก อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยใช้เกวียนเป็นพาหนะในการเดินทาง ออกจากวัดรวกในตอนบ่าย ผ่านจุดพักเดินทางต่าง ๆ อาทิ ศาลาสระประโคน บางโขมด บ่อโศก ดงโอบ ศาลาเจ้าเณร หนองคนที เขาตก สระยอ สระสามเส้น จนถึงพระพุทธบาทในเวลาสองยาม เลขทะเบียน : น. 34 บ. 6028 จบ. (ร.) เลขหมู่ :    ห          895.9113            ธ367ค


เลขทะเบียน  นม.บ.16/3




วันอังคารที่ 3 มีนาคม 2569 เวลา 19.00 น. นายวสันต์ เทพสุริยานนท์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 6 สุโขทัย เข้าร่วมงานเวียนเทียนตะคันเมืองโบราณสุโขทัย เนื่องใน“วันมาฆบูชา” จัดโดยททท.สุโขทัย ณ โบราณสถานเกาะกลางน้ำ วัดตระพังทอง ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย โดยมีนายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธาน มีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 500 คน


พี่บรรณฯเพิ่งไปเจอหนังสือที่จะชวนผู้อ่านทำความรู้จักกับข้าหลวง #พรหมสูตรสุคนธ์ 1 บุคคลสำคัญของจังหวัดนครพนม ซึ่งท่านเกิดและเติบโตที่นครพนมก่อนที่จะไปรับราชการตามจังหวัดต่าง ๆ ซึ่งท่านบันทึกเหตุการณ์บ้านเมืองตลอดช่วงที่ท่านรับราชการ ถึงแม้ท่านจะเกษียณอายุราชการแล้วยังคงสร้างประโยชน์ให้กับบ้านเมืองต่อมาจนถึงวาระสุดท้ายของท่าน .อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ นายพรหม สูตรสุคนธ์ ท.ช.,ท.ม. ณ เมรุวัดมกุฏกษัตริยาราม วันอาทิตย์ที่ 12 ธันวาคม 2536. ศรีอนันต์การพิมพ์ ให้บริการที่ห้องศรีโครตบูรณ์ เลขเรียกหนังสือ 923 พ287อ .ติดต่อ #พี่บรรณฯ ได้ที่ : หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯนครพนม & : nltnakhonphanom : to_library@hotmail.com : 042 516246 . เปิดให้บริการ วันอังคาร-วันเสาร์ 9.00-17.00 น. ปิดบริการวันอาทิตย์-วันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ . จัดทำโดย นางสาวพิมพิกา วะสาร บรรณารักษ์ปฏิบัติการ





โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการด้านเทคนิคการบริหารจัดการหนังสือและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับทางราชการ


รายการโบราณวัตถุชิ้นสำคัญ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอนแก่น คัดสรรทั้งสิ้น ๑๕ รายการ ดังนี้ กลุ่มประติมากรรมใบเสมาในวัฒนธรรมทวารวดี ๑. ใบเสมาหินทรายจำหลัก จำหลักภาพพุทธประวัติ  ตอน  พิมพาพิลาป ศิลปะทวารวดี  ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๕-๑๖ ทำจากหินทราย สูง ๑๙๐ ซม. กว้าง ๖๘ ซม. หนา ๒๓.๕ ซม. พบได้จากการขุดค้นที่เมืองฟ้าแดดสงยาง  บ้านเสมา  ตำบลหนองแปน  อำเภอกมลาไสย  จังหวัดกาฬสินธุ์ สลักภาพเล่าเรื่องไว้ที่ด้านหน้าเพียงด้านเดียว จำหลักภาพนูนต่ำ เรื่องราวของพุทธประวัติ เมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้าเสด็จกรุงกบิลพัสดุ์เพื่อโปรดพระบิดาและประยูรญาติ เหตุการณ์ในภาพสันนิษฐานว่าเป็นเหตุการณ์ตอนที่พระพุทธองค์เทศนาโปรดพระนางยโสธราหรือพระนางพิมพาที่พระตำหนัก พระนางยโสธราได้แสดงความเคารอย่างสูงด้วยการสยายพระเกศาเช็ดพระบาทพระพุทธองค์ โดยการสยายพระเกศารองรับพระบาทของพระพุทธเจ้านั้น  คือการแสดงความเคารพสูงสุดในวัฒนธรรมอินเดียโบราณ เป็นโบราณวัตถุชิ้นเยี่ยม(Master piece) ชิ้นหนึ่งของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอนแก่น     ๒. ใบเสมาหินทรายจำหลัก จำหลักภาพพุทธประวัติ  ตอน  ราหุลกุมารทูลขอราชสมบัติ ศิลปะทวารวดี  พุทธศตวรรษที่  ๑๔ - ๑๖  ทำจากหินทราย สูง ๑๖๐ ซม. กว้าง ๗๔ ซม. หนา ๒๔ ซม. พบได้จากการขุดค้นที่เมืองฟ้าแดดสงยาง  บ้านเสมา  ตำบลหนองแปน  อำเภอกมลาไสย  จังหวัดกาฬสินธุ์ จำหลักภาพนูนต่ำ สันนิษฐานว่าเป็นพุทธประวัติ ตอน พระราหูลทูลขอพระราชสมบัติจากพระพุทธเจ้า ลักษณะพระพุทธรูปยืนในท่าตริภังค์ (ยืนเอียงตน) แสดงความอ่อนช้อยอันเป็นลักษณะที่ได้แรงบันดาลใจจากศิลปะอินเดีย   ๓. ใบเสมาหินทรายจำหลัก จำหลักภาพชาดก  ตอน  กุลาวกชาดก ศิลปะทวารวดี  พุทธศตวรรษที่  ๑๕ - ๑๖  ทำจากหินทราย สูง ๘๓ ซม. กว้าง ๙๒ ซม. หนา ๒๑ ซม. พบได้จากการขุดค้นที่เมืองฟ้าแดดสงยาง  บ้านเสมา  ตำบลหนองแปน  อำเภอกมลาไสย  จังหวัดกาฬสินธุ์ จำหลักภาพนูนต่ำ ชาดก ตอน พระพุทธเจ้าเสวยชาติเป็นมาฆะมานพ ชายหนุ่ม ผู้หมั่นสร้างบุญกุศลร่วมกับภรรยา คือ นางสุจิตรา สุธรรมมา สุนันทา ส่วนนางสุชาดา ภรรยาอีกนางหนึ่ง ไม่ได้ร่วมสร้างกุศลใดๆเมื่อนางสิ้นชีวิตจึงไปเกิดเป็นนกยาง ในขณะที่มาฆะมานพพร้อมภรรยาทั้งสามเมื่อสิ้นชีวิตได้ไปเกิดเป็นพระอินทร์และเทพธิดาบนสวรรค์   ๔. ใบเสมาหินทรายจำหลัก จำหลักภาพชาดก  เรื่อง  เวสสันดรชาดก ศิลปะทวารวดี  พุทธศตวรรษที่  ๑๔ - ๑๖  ทำจากหินทราย สูง ๑๕๐ ซม. กว้าง ๘๐ ซม. หนา ๒๔ ซม. พบได้จากการขุดค้นที่เมืองฟ้าแดดสงยาง  บ้านเสมา ตำบลหนองแปน  อำเภอกมลาไสย  จังหวัดกาฬสินธุ์ จำหลักภาพนูนต่ำ  หนึ่งในทศชาติชาดก พระชาติสุดท้ายของพระโพธิสัตว์ก่อนที่จะบรรลุเป็นพระสัมมาสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยพระพุทธเจ้าเสวยชาติเป็นเจ้าชายเวสสันดรและได้ทรงบำเพ็ญทานบารมี ใบเสมาสลักเป็นตอนที่พระเวสสันดรชาดกทรงสนทนากับพระนางมัทรี โดยมีกัณหาและชาลีบรรทมอยู่ ๕. ใบเสมาหินทรายจำหลัก ศิลปะทวารวดี  พุทธศตวรรษที่  ๑๔ - ๑๖  ทำจากหินทราย สูง ๑๖๙ ซม. กว้าง ๘๕ ซม. หนา ๒๐ ซม. พบได้จากการขุดค้นที่เมืองฟ้าแดดสงยาง  บ้านเสมา  ตำบลหนองแปน  อำเภอกมลาไสย  จังหวัดกาฬสินธุ์ จำหลักภาพนูนต่ำ พุทธประวัติ ตอน โสตถิยพราหมณ์ถวายหญ้าคา โสตถิยพราหมณ์เป็นชายตัดหญ้า ได้พบกับพระพุทธเจ้าแล้วเกิดความศรัทธา จึงถวายหญ้าคาจำนวน ๘ กำ และพระพุทธเจ้าได้ทรงปูรองเป็นอาสนะประทับบำเพ็ญเพียรใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ กลุ่มประติมากรรมพระโพธิสัตว์และเทวรูปในวัฒนธรรมขอม ๑. พระวัชรธร ศิลปะลพบุรี  แบบบายน พุทธศตวรรษที่  ๑๘ ทำจากหินทราย หน้าตักกว้าง ๓๗ ซม. สูง ๕๗ ซม. พบจากการขุดแต่งกู่สันตรัตน์ บ้านกู่โนนเมือง ตำบลกู่สันตรัตน์ อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม พระวัชรธรเป็นพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งในบางนิกายของมหายาน ถือว่าเป็นองค์อาทิพุทธหรือผู้ให้กำเนิดพระพุทธเจ้าองค์อื่น สลักเป็นรูปเทพบุรุษประทับนั่งขัดสมาธิราบบนฐานกลีบบัว พระหัตถ์ขวาทรงถือวัชระพระหัตถ์ซ้ายถือกระดิ่ง โดยหันทางส่วนด้ามที่ทำเป็นรูปกลีบบัวออกมาข้างหน้า พระหัตถ์ทั้งสองซ้อนกันอยู่ระดับพระนาภี(สะดือ) สวมกุณฑล(ตุ้มหู) และศิราภรณ์ทรงมงกุฎมีกระบังหน้า มักพบประดิษฐานอยู่ใน อโรคยศาลหรือโรงพยาบาลสมัยโบราณ ร่วมสมัยกับศิลปะเขมรแบบบายน ๒. พระพุทธรูปนาคปรก ศิลปะลพบุรี  พุทธศตวรรษที่ ๑๘ ทำจากหิทราย หน้าตักกว้าง ๔๖ ซม. สูง ๑๐๐ ซม. พบจากการขุดแต่งกู่สันตรัตน์ บ้านกู่โนนเมือง ตำบลกู่สันตรัตน์ อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม พระพุทธรูปนาคปรกประทับนั่งบนขนดนาค ๓ ชั้น ปลายสอบเข้าหากันด้านล่าง ด้านหลังเศียรพระพุทธองค์มีนาคแผ่พังพาน ๗ เศียร พระพุทธรูปสวมเทริดกระบังหน้าลายพรรณพฤกษา มีทรงกรวยทรงสูงครอบอุษณีษะ ประทับนั่งขัดสมาธิราบ (พระหัตถ์ทั้งสองข้างหักหายไป แต่ยังมีร่องรอยของการประสานพระหัตถ์อยู่เหนือพระเพลา) ลักษณะศิลปะขอมแบบบายน ๓. เทวรูปพระศิวะ ศิลปะลพบุรี แบบนครวัด พุทธศตวรรษที่ ๑๗ ทำจากหินทราย สูง ๑๗๕ ซม. ฐาน ๓๘ ซม. พบจากการขุดแต่งกู่น้อย เมืองนครจำปาศรี บ้านโพธิ์ทอง ตำบลพระธาตุ อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม พระศิวะหรือพระอิศวร เป็นเทพของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ผู้มีหน้าที่ทำลายโลกเพื่อให้เกิดการสร้างขึ้นใหม่ เป็นเทพสูงสุดในลัทธิไศวนิกาย มีพระเนตรที่สามกลางพระนลาฏ พระพักตร์ขรึม มีไรพระมัสสุ สวมกุณฑล(ตุ้มหู) สวมกรองศอ สวมเทริดกรอบกระบังหน้าลายพรรณพฤกษา มีกรวยทรงกระบอกครอบอุษณีษะ ลักษณะการนุ่งผ้าสั้น มีชายห้อยรูปคล้ายหางปลา ๒ ชั้น ร่วมสมัยกับศิลปะเขมรแบบบาปวนและแบบนครวัด ๔. พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ศิลปะแบบคลังร่วมสมัยบาปวน พุทธศตวรรษที่  ๑๗-๑๘ ทำจากสำริด สูง ๓๐ ซม. พบที่กู่น้อย เมืองนครจำปาศรี อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม         พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร เป็นประติมากรรมรูปบุคคล ถือดอกบัว หรือหม้อน้ำ มีรูปพระพุทธเจ้าอมิ-ตาภะอยู่บนมุ่นมวยผม เป็นพระโพธิสัตว์ในพุทธศาสนานิกายมหายานแห่งความเมตตากรุณา เป็นผู้คุ้มครองพระพุทธศาสนาอยู่ในยุคปัจจุบัน ๕ พระนารายณ์ทรงครุฑ ศิลปะแบบคลังร่วมสมัยบาปวน พุทธศตวรรษที่ ๑๘ ทำจากหินทราย สูง ๕๕ ซม. กว้าง ๒๘ ซม. พบที่กู่แก้ว บ้านหัวสระ ตำบลดอนช้าง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น เทวรูปพระนารายณ์  เป็นเทพของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู เทพผู้มีหน้าที่ในการปกป้องและคุ้มครองโลก เป็นเทพสูงสุดในลัทธิไวษณพนิกาย จะอวตารลงมาปราบทุกข์เข็ญเมื่อยามโลกเดือดร้อน ประทับนั่งบนหลังครุฑซึ่งเป็นพาหนะของพระนารายณ์   กลุ่มพระพิมพ์ในวัฒนธรรมทวาราวดี ๑. พระพิมพ์ดินเผา ศิลปะทวาราวดี ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๔-๑๕ ทำจากดินเผา สูง ๑๕ ซม. กว้าง ๗.๕ ซม. พบจากการขุดแต่งโบราณสถาน ในบริเวณที่ดินของนายทองดิน ปะวะภูตา บ้านนาดูน อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม พระพิมพ์ดินเผารูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ด้านหน้าทำเป็นพระพุทธรูปนั่งสมาธิบนฐานบัวคว่ำบัวหงายเหนือบัลลังก์รูปสี่เหลี่ยม แผ่นหลังทำเป็นรูปซุ้มบัลลังก์ สันนาฐานว่าเป็นพระพิมพ์ดินเผาที่แสดงภาพเล่าเรื่องพุทธประวัติ ตอน ยมกปาฏิหาริย์ที่เมืองสาวัตถี ซึ่งเป็นปาฏิหาริย์ตอนหนึ่งที่นิยมทำเป็นพระพิมพ์ดินเผาสมัยทวาราวดีในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะที่เมืองนครจำปาศรี อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม เดิมสร้างเพื่อเป็นอนุสรณ์ในการไปสักการะสังเวชนียสถานทั้ง ๔ ในประเทศอินเดีย ภายหลังมีการสร้างขึ้นเพื่อสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา ๒. พระพิมพ์ดินเผา ศิลปะทวาราวดี ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๔-๑๕ ทำจากดินเผา สูง ๘.๓ ซม. กว้าง ๑๓.๕ ซม. พบจากการขุดแต่งโบราณสถาน ในบริเวณที่ดินของนายทองดิน ปะวะภูตา บ้านนาดูน อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม พระพิมพ์ดินเผารูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ด้านหน้าทำเป็นภาพพระพุทธองค์ประทับยืนเอียงพระวรกายเล็กน้อยบนฐานบัว พระพักตร์ค่อนข้างกลม พระเกศาขมวดเป็นรูปวงกลม รัศมีทรงบัวตูม ประภามณฑลมีลักษณะคล้ายเปลวไฟ พระหัตถ์ขวาแสดงวิตรรกมุทรา (ปางแสดงธรรม)  มีใบไม้แทรกเป็นลายอยู่บนพื้นหลัง ด้านข้างมีรูปบุคคล ๒ คน แต่งกายคล้ายบุคคลชั้นสูงยืนพนมมือหันหน้าเข้าหาพระพุทธองค์ เหนือรูปบุคคลทั้งสองทำเป็นรูปสถูปจำลอง ด้านบนสุดเหนือสถูปทำเป็นรูปวงกลม มีรัศมีโดยรอบ พระพิมพ์ดินเผานี้เป็นรูปแบบหนึ่งที่พบในวัฒนธรรมทวาราวดีในโบราณสถานในเขตอำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม   ๓. พระพิมพ์ดินเผา ศิลปะทวาราวดี ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๔-๑๕ ทำจากดินเผา สูง ๗.๗ ซม. กว้าง ๗.๓ ซม. พบจากการขุดแต่งโบราณสถาน ในบริเวณที่ดินของนายทองดิน ปะวะภูตา บ้านนาดูน อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม พระพิมพ์ดินเผารูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ทำเป็นภาพพระพุทธรูปประทับนั่งสมาธิในแนวตั้งเรียงกัน  จำนวน ๙ แถว แถวละ ๖ องค์ รวมทั้งหมด ๕๔ องค์ สร้างขึ้นตามคติเกี่ยวกับพระอดีตพุทธเจ้า ๔. พระพิมพ์ดินเผา ศิลปะทวาราวดี ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๔-๑๕ ทำจากดินเผา สูง ๒๒.๕ ซม. กว้าง ๑๔ ซม. พบที่โบราณสถานอุ่มญาคู เมืองกันทรวิชัย อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม พระพิมพ์ดินเผาปางสมาธิ มีขนาดค่อนข้างใหญ่ ประทับนั่งขัดสมาธิเพชร อยู่บนฐานบัวหงายที่มีกลีบซ้อนกัน ๒ ชั้น พระองค์ประทับนั่งหลับพระเนตร พระเศียรก้มลงเล็กน้อย พระองค์มีประภามณฑลล้อมรอบคล้ายเปลวไฟมีขอบจีวรพาดผ่านข้อพระกรและพระโสภี ลักษณะทางศิลปะแสดงถึงอิทธิพลของศิลปะปาละแบบอินเดียที่อาจส่งผ่านเข้ามาทางพม่า ๕. พระพิมพ์ดินเผาปางสมาธิ ศิลปะทวาราวดี ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๔-๑๕ ทำจากดินเผา สูง ๑๔.๑ ซม. กว้าง ๘.๘ ซม. พบที่เมืองฟ้าแดดสงยาง  บ้านเสมา  ตำบลหนองแปน  อำเภอกมลาไสย  จังหวัดกาฬสินธุ์ พระพิมพ์ดินเผารูปทรงโค้งมน ตอนกลางเป็นภาพพระพุทธเจ้านั่งขัดสมาธิราบบนฐานบัว ครองจีวรห่มเฉียงคลุมพระอังสาซ้าย ทาสีแดงบนส่วนที่เป็นจีวรให้เห็นเด่นชัด พระพักตร์มีลักษณะเป็นแบบพื้นเมือง ลักษณะพระพักตร์และพุทธสรีระที่สันทัดสูงโปร่งแสดงถึงความเป็นพื้นเมืองอย่างขัดเจน อาจเป็นรูปแบบพระพิมพ์ดินเผาที่นิยมผลิตขึ้นเฉพาะที่เมืองฟ้าแดดสงยาง  เนื่องจากไม่ปรากฏพระพิมพ์ดินเผาลักษณะเดียวกันที่เมืองโบราณแห่งอื่นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  


ที่ตั้ง ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน ประวัติความเป็นมา


โครงการหอสมุดแห่งชาติสู่สถานศึกษาและชุมชน ครั้งที่ ๑ ณ โรงเรียนวิเชียรมาตุ ๒  อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง เมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๕๓




วัสดุ สำริด อายุสมัย สมัยก่อนประวัติศาสตร์ (ประมาณ 2,500 – 1,800 ปีมาแล้ว) สถานที่พบ พบที่แหล่งโบราณคดีบ้านดอกล้ำ อำเภอปทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ด ขวานสำริด ส่วนปลายแบนกลมมน ส่วนกลางคอดเรียว ตกแต่งลายเป็นเส้น 3 เส้น สันนิฐานว่าใช้เทคนิคการหล่อแบบไล่ขี้ผึ้ง (lost wax casting) โดยปั้นหุ่นรูปขวานแล้วหุ้มด้วยดินหุ่น เมื่อเทสำริดแทนขี้ผึ้ง แล้วปล่อยให้เย็นตัว จึงทุบดินหุ่นออก แล้วขัดแต่งผิวให้สวยงาม


black ribbon.