ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 50,738 รายการ
ชื่อเรื่อง : วัดโขงขาว
ผู้แต่ง : ชมรมวิชชุเวทย์ธรรมปฏิบัติ
ปีที่พิมพ์ : 2544
สถานที่พิมพ์ : ม.ป.ท.
สำนักพิมพ์ : ม.ป.พ.
THAI CULTURE, NEW SERIES No. 22
THE TOSACHĀT
IN THAI PAINTING
BY
ELIZABETH LYONS
ชื่อเรื่อง : มรดกพื้นถิ่น
ผู้เขียน : บุญยงค์ เกศเทศ
สำนักพิมพ์ : กากะเยีย
ปีพิมพ์ : 2558
เลขมาตรฐานสากลประจำหนังสือ : 978-616-7661-38-4
เลขเรียกหนังสือ : 333.7 บ532ม
ประเภทหนังสือ : หนังสือทั่วไป
ห้องบริการ : ห้องหนังสือทั่วไป 1
สาระสังเขป : มรดกพื้นถิ่น อาจเป็นเหมือนมรดกที่ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าบุคคลใดที่จะเป็นทายาทสืบทอดอันพึงได้รับประโยชน์อย่างแท้จริงดังเช่นมรดกส่วนตัวหรือมรดกของครอบครัว หากแต่คือ มรดกที่ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเป็นเจ้าของ และช่วยกันปกป้องรักษาสืบทอดให้ยั่งยืนสืบต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น การปลูกฝังภูมิปัญญาผ่านตำนาน เรื่องเล่า จารีตประเพณี พิธีกรรมต่างๆ แม้แต่ข้าวของเครื่องใช้ในบ้านเรือน ยารักษาโรค งานหัตถกรรม จักสาน ผ้าทอต่างๆ ถือเป็นสิ่งที่ทรงคุณค่ามหาศาล เพราะที่สุดแล้วมรดกพื้นถิ่นก็จะมีคุณค่าทางภูมิปัญญาของบรรพชนที่ไม่สามารถประเมินค่าได้ด้วยทรัพย์สินเงินทองแต่อย่างใด "มรดกพื้นถิ่น" เป็นการรวบรวมเรื่องราวมรดกความรู้ทางภูมิปัญญาของบรรพบุรุษที่ได้บอกเล่าเรื่องราวสืบสานต่อกันมาอันเป็นเหมือนสมบัติธรรมชาติที่บรรพชนได้อนุรักษ์ไว้ เพื่อลูกหลานได้มีกินมีใช้ในภายภาคหน้า โดยมีเนื้อหาที่นำเสนอมากมายหลากหลายเรื่องมรดกภูมิปัญญาพื้นถิ่นทั่วทุกภาคของประเทศ อาทิ (1) ลูกต๋าว ถิ่นลั๊วะ ดงผาปูน บ่เกลือ เมืองน่าน (2) สาคู พืชชุ่มน้ำเมืองใต้ ดินแดนตำบลนาเสีย (3) แกง มะตาด แอ๊ปเปิ้ลมอญ หมากส่าน ของคนไท-ลาว (4) ปูเปี้ยว อีกหนึ่งภูมิปัญญาในการรักษาท้องทะเลและป่าชายเลน (5)ชาติพันธุ์ชอง บ้านคลองแสง ผลิตผลป่า สร้างค่าคนชุมชน (6) ภูเซิม เขาไม้ไผ่ที่นากลาง หนองบัวลำภู (7) ข้าวปุ้นซาว เคล้าน้ำยาดอของชาวพนมไพร (8) กวานฮาล็อก ปลาร้าคนมอญ คลองบางปรอก เมืองปทุมธานี (9) ปลาย่าง วังเวียง มรดกภูมิปัญญาของคนไท-ลาว (10) เสื่อ สาด วิถีการผลิตวัสดุธรรมชาติที่สืบทอดจากบรรพชน (11) หัวแฮด บ่อเกลือท่าสะอาด ลุ่มน้ำสงคราม (12) ข้าวฮาง อาหารพื้นบ้าน ภูมิปัญญาผู้ไท วาริชภูมิ (13) แควพระปรง ศูนย์เรียนรู้ยางนาบนพื้นที่ลุ่มน้ำปราจีนบุรี (14) กุดทิง พื้นที่ชุ่มน้ำแหล่งล่าสุด บึงกาฬ (15) พื้นที่ชุ่มน้ำ ชุมชนโนนยาง ป่าวัฒนธรรมอีกแห่งหนึ่งในอีสานใต้ ซึ่งมรดกพื้นถิ่นเหล่านี้นับว่าเป็น มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่าควรแก่อนุรักษ์ไว้ให้คงอยู่ตราบนานที่สุดเท่าที่จะนานได้ เพื่อคนรุ่นหลังและธำรงค์ไว้ซึ่งความเป็นชาติอันมีภูมิปัญญาและวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์สืบต่อไป
ชื่อเรื่อง บทละครพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวผู้แต่ง พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวประเภทวัสดุ/มีเดีย หนังสือหายากหมวดหมู่ วรรณกรรมเลขหมู่ 895.912 ม113บสถานที่พิมพ์ พระนครสำนักพิมพ์ ศิลปบรรณาคารปีที่พิมพ์ 2495ลักษณะวัสดุ 416 หน้าหัวเรื่อง บทละครไทย – รวมเรื่องภาษา ไทยบทคัดย่อ/บันทึก บทละครในเล่มมี 4 เรื่อง ได้แก่ บทละครรำ เรื่องศกุนตลา มัทนะพาธา ท้าวแสนปม และบ่อเกิดแห่งรามเกียรติ์
ชื่อเรื่อง : ตำรับอาหารพื้นบ้านสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น ชุมชนตำบลหนองบัว อำเภอเมืองกาญจนบุรี
ผู้เขียน : จุไรรัตน์ ประเสริฐสนิท
สำนักพิมพ์ : มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี
ปีพิมพ์ : 2556
เลขมาตรฐานสากลประจำหนังสือ : 978-974-606-000-4
เลขเรียกหนังสือ : 641.5 จ653ต
ประเภทหนังสือ : หนังสือทั่วไป
ห้องบริการ : ห้องหนังสือทั่วไป 1
สาระสังเขป : ชุมชนตำบลหนองบัวเป็นชุมชนที่มีประวัติคู่เมืองกาญจนบุรีมาตั้งแต่โบราณกาล เพราะตั้งอยู่ในละแวกใกล้เคียงกันกับเมืองกาญจนบุรีเก่า ด้วยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำแควใหญ่ซึ่งเป็นเส้นทางสัญจรหลัก ทำให้ชุมชนตำบลหนองบัวกลายเป็นชุมชนตลาดที่ใช้ซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้า มีพ่อค้าคนจีนล่องเรือมาจากสมุทรสงครามมาซื้อขายแลกเปลี่ยนกันกับผู้หาของป่ามาขายเป็นเหตุให้มีคนจีนมาตั้งถิ่นฐานบริเวณตลาดมากขึ้นจึงเกิดการผสมผสานทางวัฒนธรรมโดยเฉพาวัฒนธรรมด้านอาหาร ทั้งรูปแบบการประกอบอาหารและการรับประทานอาหารซึ่งยังคงอยู่ในชุมชนจนถึงปัจจุบัน " ตำรับอาหารพื้นบ้านสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น ชุมชนตำบลหนองบัว อำเภอเมืองกาญจนบุรี " เป็นผลงานที่เกิดจากการวิจัยแบบมีส่วนร่วมซึ่งใช้การเก็บข้อมูลด้วยการทดลองตำรับอาหารต่างๆ ร่วมกับปราชญ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น นำเสนอเรื่องราวบริบทของชุมชนตำบลหนองบัว และอาหารพื้นบ้านในชุมชนตำบลหนองบัว ตำรับอาหารพื้นบ้านของชุมชน ได้แก่ น้ำพริกกะปิมอญ แยมหยวก แกงบวน ยำเห็ดโคนเปรี้ยว ยำหัวปลี สะเดา-น้ำปลาหวาน แกงป่าไก่ไทยมะเขือขื่น หน่อไม้ต้มกะปิ หมูพะโล้หน่อไม้แห้ง ทอดมันกัวปลี แกงเลียงหัวปลี แกงส้มหน่อไม้ดอง แกงส้มมะรุม แกงส้มตะคึก ข้าวต้มเห็ดโคน หมี่ผัด ขนมเบื้องไข่ เมี่ยงคำ ขนมตาล ลอดช่องไทย บัวลอยญวณ ข้าวเม่าคลุก ข้าวเหนียวเหลือง-หน้าปลาแห้ง ขนมกะลอจี๊ ขนมบ้าบิ่น ข้าวต้มมัด กล้วยตาก เห็ดโคนเปรี้ยว หน่อไม้ดอง หน่อไม้แห้ง พร้อมทั้งมีรายละเอียดสูตรเครื่องปรุง วิธีทำ รสชาติ และเคล็ดลับแต่ละเมนูให้ด้วย นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดเกี่ยวกับกระบวนการศึกษาและพัฒนาตำรับอาหารในชุมชนตำบลหนองบัว ภาพกิจกรรม ผู้รู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านอาหารที่ร่วมให้ข้อมูล ผู้สาธิตการประกอบอาหารพื้นบ้านชุมชนตำบลหนองบัว หนังสือเล่มนี้จึงนับว่ามีความสมบูรณ์และทรงคุณค่าเหมาะสมสำหรับใช้เป็นข้อมูลในการศึกษา ค้นคว้าและสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านอาหารพื้นบ้านได้เป็นอย่างดี สามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์จริงแก่ประชาชนและชุมชนเพื่อความกินดีอยู่ดี และความรักภาคภูมิใจในชุมชนของตนสืบต่อไป
ชื่อเรื่อง เทศนาสังคิณี-มหาปัฎฐานสพ.บ. 197/1ประเภทวัสดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 26 หน้า : กว้าง 4.9 ซ.ม. ยาว 57 ซ.ม. หัวเรื่อง พุทธศาสนา บทสวดมนต์บทคัดย่อ/บันทึกเป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรขอม เส้นจาร ฉบับล่องชาด ได้รับบริจาคมาจากวัดพยัคฆาราม ต.ศรีประจันต์ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณภิธมฺมเทสนา (เทศนาสังคิณี-มหาปัฏฐาน)สพ.บ. 130/1ประเภทวัสดุมีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 38 หน้า กว้าง 5 ซ.ม. ยาว 56 ซ.ม. หัวเรื่อง ธรรมเทศนา
บทคัดย่อ/บันทึก
เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรขอม เส้นจาร ฉบับทองทึบ ได้รับบริจาคมาจากวัดประสพสุข ต.ทับตีเหล็ก อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี
เลขทะเบียน : นพ.บ.69/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 54 หน้า ; 5 x 57.5 ซ.ม. : ทองทึบ ; ไม้ประกับธรรมดา ชื่อชุด : มัดที่ 45 (29-34) ผูก 1 (2564)หัวเรื่อง : ชาลิกกณฺหาภิเสก (ชาลีภิเสก) --เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
เมืองโบราณฟ้าแดดสงยาง (ตอนที่ ๓) พัฒนาการทางวัฒนธรรมของเมืองโบราณฟ้าแดดสงยาง ๑) ความเป็นมาก่อนพัฒนาการสู่ความเป็นเมืองทวารวดี จากการขุดค้นเมืองโบราณฟ้าแดดสงยาง ของคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ช่วงเดือนพฤษภาคม ถึง เดือนมิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๓๔ ทำให้ทราบว่าพื้นที่บริเวณเมืองโบราณฟ้าแดดสงยาง แรกเริ่มมีคนสมัยโบราณเข้ามาอยู่อาศัยและทำกิจกรรมต่างๆ เมื่อประมาณ ๒,๒๐๐ - ๑,๘๐๐ ปีมาแล้ว (ราวพุทธศตวรรษที่ ๓ - ๗) โดยปรากฏร่องรอยการอยู่อาศัยเฉพาะบริเวณโนนเมืองเก่า ที่อยู่ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือภายในเมืองโบราณฟ้าแดดสงยางเท่านั้น ลักษณะเป็นชุมชนโบราณสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย ก่อนที่จะมีการสร้างคูน้ำคันดินล้อมรอบ จากการขุดค้นในหลุมขุดค้นที่ ๑ - ๓ (FD 1 FD 2 และ FD 3) พบหลักฐานการทำศพครั้งที่ ๑ แบบฝังนอนหงายเหยียดยาว ร่วมกับเศษภาชนะดินเผาเนื้อดินเขียนสีแดงบนพื้นสีขาวนวล ซึ่งเป็นรูปแบบภาชนะประเภทเด่นของวัฒนธรรมบ้านเชียง (สมัยสุดท้าย) กำหนดอายุราว ๒,๓๐๐ - ๑,๘๐๐ ปีมาแล้ว จึงสันนิษฐานว่า ชุมชนก่อนประวัติศาสตร์ ที่เมืองฟ้าแดดสงยางแห่งนี้ น่าจะมีความสัมพันธ์กับชุมชนโบราณในวัฒนธรรมบ้านเชียง ในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๗ เป็นต้นมา (ตั้งแต่ ๑,๘๐๐ ปีมาแล้ว) พบหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการทางเทคโนโลยีที่สูงขึ้นของชุมชนโบราณแห่งนี้ ได้แก่ การรู้จักผลิตภาชนะดินเผาจากเตาเผา ประเภทระบายความร้อนในแนวระนาบ (cross – draft kiln) โดยใช้ไม้ไผ่สานเป็นโครงของเตาก่อนใช้ดินพอกทับเป็นผนังเตา นอกจากนี้ยังพบหลักฐานการถลุงเหล็ก โดยการพบตะกรันเหล็ก และท่อดินเผาที่มีคราบของตะกรันเหล็กติดอยู่ ในช่วงเวลานี้พิธีกรรมการฝังศพจะนิยมบรรจุศพลงในภาชนะดินเผา (jar burials) ๒) พัฒนาการเมืองทวารวดี เมืองโบราณฟ้าแดดสงยาง ตั้งแต่ช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๒ เป็นต้นมา (ประมาณ ๑,๓๐๐ ปีมาแล้ว) เป็นช่วงที่เมืองฟ้าแดดสงยางมีความเจริญรุ่งเรืองมากที่สุด มีการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมที่สำคัญ โดยเฉพาะการพบหลักฐานการนับถือพุทธศาสนา มีการสร้างศาสนสถาน ตลอดจนประติมากรรมรูปเคารพ และ ใบเสมาขึ้นมากมาย ขณะเดียวกันพิธีกรรมการฝังศพที่เคยปฏิบัติกันมาในช่วงยุคก่อนประวัติศาสตร์ก็ยังคงมีปรากฏให้เห็นอยู่ ในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๒ – ๑๖ (๑,๓๐๐ - ๙๐๐ ปีมาแล้ว) เกิดการสร้างเมืองขึ้นอย่างเป็นระบบ มีการขุดคูน้ำคันดินทำให้เมืองโบราณฟ้าแดดสงยางมีผังคล้ายรูปใบเสมาดังที่เห็นได้ในปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงทางสังคมวัฒนธรรมเกิดขึ้นจากการแพร่หลายเข้ามาของวัฒนธรรมทวารวดี ซึ่งเชื่อกันว่า มีศูนย์กลางความเจริญอยู่ที่ภาคกลางของประเทศไทย หลักฐานสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงการติดต่อแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับชุมชนโบราณในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา คือ พระพิมพ์ที่พบจากการขุดแต่งโบราณสถานภายในเมืองโบราณฟ้าแดดสงยาง ที่มีลายพิมพ์เหมือนกับพระพิมพ์ที่พบจากเมืองโบราณนครปฐม และยังเป็นพิมพ์ที่แพร่หลายอยู่ในลุ่มแม่น้ำมูล ที่บ้านโตนด อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา นอกจากพระพิมพ์แล้ว เครื่องใช้ประเภทต่างๆ โดยเฉพาะภาชนะดินเผาที่เป็นแบบนิยม ในวัฒนธรรมทวารวดีลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาก็มีปรากฏที่เมืองโบราณแห่งนี้ด้วย เช่น หม้อน้ำมีพวย (กาน้ำ) ตะคัน และ หม้อมีสัน เป็นต้น ๓) พัฒนาการหลังเมืองทวารวดี ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๑๗ – ๑๘ (ประมาณ ๘๐๐ - ๗๐๐ ปีมาแล้ว ตรงกับสมัยนครวัด – บายน ของประวัติศาสตร์แห่งอาณาจักรกัมพูชาโบราณ) เมืองฟ้าแดดสงยางได้เริ่มปรากฏร่องรอยหลักฐานของวัฒนธรรมเขมรโบราณขึ้น จากการขุดค้นบริเวณโนนเมืองเก่า โนนวัดสูง และโนนฟ้าแดด ได้พบชั้นกิจกรรมการอยู่อาศัย และการก่อสร้างศาสนสถาน โดยเฉพาะการค้นพบกระเบื้องมุงหลังคา และเครื่องเคลือบ ซึ่งสันนิษฐานว่าผลิตจากเตาเผาในจังหวัดบุรีรัมย์ (แหล่งเตาบ้านกรวด) วัฒนธรรมเขมรโบราณที่แพร่เข้ามาได้ปรับเปลี่ยนแบบแผนการใช้ภาชนะจากภาชนะเนื้อดินธรรมดาในสมัยทวารวดีมาเป็นเครื่องเคลือบที่มีคุณภาพดีกว่า และได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดการน้ำของเมืองโบราณแห่งนี้ โดยการสร้างบารายเพิ่มเติมจากระบบการจัดการน้ำในสมัยก่อนหน้าที่มีเฉพาะแค่คูน้ำคันดิน โดยสร้างบารายขนาดใหญ่ทางตะวันออกเฉียงเหนือ ของเมืองฟ้าแดดสงยาง (ปัจจุบันเป็นที่นา) นอกจากนี้รูปแบบการปลงศพภายในชุมชนได้เปลี่ยนความนิยมไป กลายเป็นนิยมเผาก่อนแล้วจึงเก็บอัฐิใส่โกศดินเผาไปฝังไว้ใต้ศาสนสถาน ดังหลักฐานที่ปรากฏในหลุมขุดค้นบริเวณโนนฟ้าแดด ในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๙ – ๒๓ (ประมาณ ๖๐๐ - ๒๐๐ ปีมาแล้ว) เมืองฟ้าแดดสงยาง ยังพบหลักฐานการอยู่อาศัยอย่างหนาแน่น และจากการขุดค้นที่เมืองฟ้าแดดสงยางบริเวณโนนเมืองเก่า และโนนวัดสูง ได้พบชิ้นส่วนเครื่องถ้วยพื้นเมืองและเครื่องถ้วยจีนที่กำหนดอายุอยู่ในสมัยอยุธยา ร่วมสมัยกับวัฒนธรรมล้านช้าง (ลาว) และจากการขุดแต่งโบราณสถาน ทำให้ทราบว่ามีการสร้างศาสนสถานแบบอยุธยาซ้อนทับฐานศาสนสถานแบบทวารวดีเกือบทุกแห่ง โดยเฉพาะฐานล่างของพระธาตุยาคูที่ปรากฏร่องรอยให้เห็นอย่างเด่นชัดในปัจจุบัน--------------------------------------------------------- เรียบเรียงข้อมูล : นางสาวศุภภัสสร หิรัญเตียรณกุล นักโบราณคดีชำนาญการ สํานักศิลปากรที่ ๙ อุบลราชธานี ---------------------------------------------------------อ้างอิงจากจังหวัดกาฬสินธุ์. แผนแม่บทการอนุรักษ์และพัฒนาเมืองฟ้าแดดสงยาง. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ๒๕๕๔. ผาสุข อินทราวุธ และคณะ. รายงานการขุดค้นเมืองโบราณฟ้าแดดสงยาง อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์. ม.ป.ท. : ม.ป.ป., ๒๕๓๔. (เอกสารอัดสำเนา) หวัน แจ่มวิมล. รายงานการสำรวจและขุดแต่งโบราณสถาน โบราณวัตถุ เมืองโบราณฟ้าแดดสงยาง บ้านเสมา ตำบลหนองแปน อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์. กรมศิลปากร : หน่วยศิลปากรที่ ๗ ขอนแก่น, ๒๕๑๑. (เอกสารอัดสำเนา)