ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,763 รายการ



ชื่อเรื่อง                    สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ.                       94/4หมวดหมู่                   พุทธศาสนาประเภทวัสดุ/มีเดีย       คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ               24 หน้า : กว้าง 4.5 ซม. ยาว 54 ซม.บทคัดย่อ/บันทึก                   เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับล่องชาด  ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก วัดประดู่ทรงธรรม จ.พระนครศรีอยุธยา


ควายเพลิง การละเล่นพื้นบ้านเทศกาลสงกรานต์ จันทบุรี ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของทุกปี นอกเหนือจากความสนุกสนานของการเล่นน้ำและบรรยากาศแห่งความรื่นเริงแล้ว จังหวัดจันทบุรีมีประเพณีหนึ่งที่โดดเด่นที่น่าสนใจและไม่เหมือนใครคือ การแข่งขันชนควายเพลิง การละเล่นพื้นบ้านที่หาชมได้ยาก และสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน การแข่งขันชนควายเพลิง หรือควายเพลิงนั้นเป็นการละเล่นพื้นบ้านที่สืบทอดมาหลายช่วงอายุคน แม้ว่าจะไม่ทราบช่วงเวลาเริ่มต้นที่แน่ชัด แต่ในปัจจุบันจันทบุรียังคงมีการทำควายเพลิงเพื่อส่งเสริมและอนุรักษ์การละเล่นชนิดนี้เพียงไม่กี่แห่งเช่น วัดโยธานิมิต วัดทองทั่ว วัดเกาะขวาง และวัดเกาะตะเคียน การละเล่นนี้มีต้นกำเนิดจากการทำพลุตะไลที่ใช้จุดในงานประจำปีของวัดต่างๆ ในจันทบุรี ต่อมาถูกพัฒนาต่อยอดไปสู่การละเล่นที่เรียกว่า “ชนควายเพลิง” มีการประดิษฐ์ตัวควาย โดยใช้ไม้ทองหลางซึ่งมีคุณสมบัติแข็งแรง เหนียว และน้ำหนักเบา มาทำเป็นหัวและลำตัว ภายในตัวควายมีการบรรจุดินปืนเอาไว้เพื่อสร้างประกายไฟและเสียงประกอบขณะเคลื่อนไหว ก่อนการเล่นจะมีการขึงลวดสลิงโยงระหว่างหลักสองฝั่ง ยาวประมาณ 80–100 เมตร โดยต้องขึงให้แน่นและมั่นคง พร้อมติดตั้งควายเพลิงไว้ฝั่งละหนึ่งตัว เมื่อเตรียมทุกอย่างเรียบร้อย จะให้สัญญาณจุดไฟที่ดินปืนทั้งสองข้างพร้อมกัน จากนั้นควายเพลิงสองตัวถูกปล่อยให้วิ่งเข้าหากันและชนกัน เกิดการปะทะอย่างน่าตื่นตา เสียงดังกึกก้อง พร้อมแสงไฟระยิบระยับจากดินปืนที่ระเบิดออก หากฝ่ายใดสามารถดันควายของตนให้เลยครึ่งทางได้ ถือว่าเป็นฝ่ายชนะ การละเล่นนี้มีความอันตรายในการรับชมจึงควรเว้นระยะออกมาห่างๆ ประมาณ 3 เมตรเพื่อความปลอดภัย ปัจจุบันมีการจัดการแข่งขันชนควายเพลิงแค่ที่วัดทองทั่วในช่วงเทศกาลสงกรานต์เท่านั้น และในปี 2568 นี้ มีการจัดแสดงภายใต้ชื่องาน ควายเพลิง เริงสงกรานต์ ตำนานวัดทองทั่ว ภายในงาน เย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์จันทบุรี 2568 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นให้คงอยู่ต่อไป   แหล่งอ้างอิง “ควายเพลิง” การละเล่นพื้นบ้านสุดเร้าใจ แห่งเดียวในไทยที่เมืองจันท์. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ17 เมษายน 2568 จาก https://mgronline.com/travel/detail/9680000034039 ททท.สำนักงานจันทบุรี. บรรยากาศแถลงข่าวงานเย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์จันทบุรี. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 17 เมษายน 2568 จาก https://www.facebook.com/share/p/15i7PWRtKv/ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดจันทบุรี. การแข่งขันชนควายเพลิง. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 17 เมษายน 2568 จาก https://chanthaburi.mculture.go.th/.../db_79.../30458 _____. เทศกาลประเพณี 12 เดือน จังหวัดจันทบุรี. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 17 เมษายน 2568 จาก https://online.anyflip.com/nokot/eoig/mobile/index.html Title's world - โลกของเติ้ล. ครั้งแรกกับการดูควายเพลิง. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 17 เมษายน 2568 จาก https://www.facebook.com/share/p/18ergpD1yn/ เรียบเรียงโดย นางสาวทิพวรรณ จันทร์ปัญญา บรรณารักษ์ปฏิบัติการ หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี สำนักศิลปากรที่ 5 ปราจีนบุรี กรมศิลปากร


ชื่อเรื่อง                                สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน) อย.บ.                                  127/4 หมวดหมู่                               พุทธศาสนาประเภทวัสดุมีเดีย                    คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ                           44 หน้า กว้าง 4.5 ซม. ยาว 58.5 ซม.                                       บทคัดย่อ/บันทึก          เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับทองทึบ ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก จ.พระนครศรีอยุธยา


ชื่อเรื่อง                     มหานิปาตวณฺณนา (เวสฺสนฺตรชาตก)ชาตกฏฺฐกถา ขุทฺทกนิกายฏฐกถา (ทสพร-นครกัณฑ์)เลขทะเบียน               3/12ขประเภทวัสดุ/มีเดีย       คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                   พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ               36 หน้า : กว้าง 4.5 ซม. ยาว 56 ซม.หัวเรื่อง                     มหาราชภาษา                       บาลี/ไทยอีสานบทคัดย่อ/บันทึก          เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน เส้นจาร ฉบับล่องชาด ไม่มีไม้ประกับ ได้รับมอบมาจากนางสุดา วงษ์พันธุ์


เลขทะเบียน : นพ.บ.648/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 32 หน้า  ; 4.5 x 58 ซ.ม. : ทองทึบ-ลานดิบ-ล่องชาด ; ไม้ประกับธรรมดาชื่อชุด : มัดที่ 206 (94-105) ผูก 1 (2568)หัวเรื่อง : มรณสงคราม--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน : นพ.บ.701/3ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 42 หน้า ; 5 x 56 ซ.ม. : ชาดทึบ-ทองทึบ-ลานดิบ-รักทึบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 223 (270-279) ผูก 3 (2568)หัวเรื่อง : แปดหมื่นสี่พันขันธ์--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน : นพ.บ.779/7ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 38 หน้า ; 4 x 56 ซ.ม. : รักทึบ-ล่องชาด-ล่องรัก-ลานดิบ ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 240 (437-451) ผูก 7 (2568)หัวเรื่อง : ฉลองมหาเวสสันดร--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน   นม.บ.16/2



         วันที่ 27 ธันวาคม 2568 เวลา 18.00 น. นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการท่องเที่ยวโบราณสถานยามราตรี “อยุธยานาวา เมืองท่านานาชาติ ร่มพระบารมีสิริยาลัย” ณ วัดไชยวัฒนาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา           นางสาวซาบีดา กล่าวว่า อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ได้รับการประกาศให้เป็นแหล่งมรดกโลก จากองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) มาตั้งแต่ พุทธศักราช 2534 โดยเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ที่มีผู้มาเยือนมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ในแต่ละปี มีผู้มาเยือนทั้งชาวไทยและต่างประเทศไม่ต่ำกว่าปีละสามล้านคน ก่อให้เกิดรายได้จากการท่องเที่ยวแก่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและประเทศไทย ปีละหลายหมื่นล้านบาท และเพื่อเป็นการเพิ่มมิติการท่องเที่ยวโบราณสถานในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากรจึงได้จัดโครงการท่องเที่ยวโบราณสถานยามราตรี กิจกรรม “อยุธยานาวา เมืองท่านานาชาติ ร่มพระบารมีสิริยาลัย” ให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมบรรยากาศโบราณสถานอันสวยงามยามค่ำคืนของแหล่งมรดกโลกแห่งนี้ พร้อมทั้งน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยกำหนดให้โบราณสถานวัดไชยวัฒนารามซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามพระตำหนักสิริยาลัยเป็นสถานที่จัดกิจกรรมหลัก ร่วมด้วยโบราณสถานวัดพระราม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา แบ่งกิจกรรมออกเป็น 2 ช่วงเวลา ได้แก่ วันที่ 26 ธันวาคม 2568 - วันที่ 4 มกราคม 2569 เป็นเวลา 10 วันต่อเนื่อง และวันที่ 9 มกราคม - 1 กุมภาพันธ์ 2569 ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 16.30 น. - 21.30 น. ซึ่งนอกจากจะได้ชมไฟประดับโบราณสถานแล้ว ยังมีกิจกรรมต่าง ๆ ดังนี้          วัดไชยวัฒนาราม มีการแสดงศิลปวัฒนธรรมและการละเล่นไทยโบราณสลับสับเปลี่ยนกันไป เช่น การแสดงโขน เรื่อง รามเกียรติ์ ละครนอก ละครพันทาง รำวงย้อนยุค การแสดงดนตรีไทย ดนตรีสากล การขับร้องเพลงลูกทุ่ง การลอยประทีปถวายความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระพันปีหลวง เลือกซื้อสินค้าที่ตลาดโบราณนานาชาติ ทั้งนี้ ในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ยังได้จัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี เพื่อเป็นมงคลเนื่องในโอกาสปีใหม่ 2569 อีกด้วย          โบราณสถานวัดพระราม แต่งชุดไทยชมไฟประดับโบราณสถานและถ่ายภาพเป็นที่ระลึก          พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม Night at the Palace ย้อนเวลา ชมวัง 4 ศตวรรษ พระราชวังจันทรเกษม พบกับกิจกรรมชาววังพาชม ชาววังชวนขึ้นหอ สายมู ยูต้องมา และการสาธิตงานศิลปวัฒนธรรมต่าง ๆ ตั้งแต่เวลา 17.00 น. - 21.00 น.           พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา ร่วมจัดกิจกรรมในภาคกลางวัน โดยจัดแสดงนิทรรศการชุดไทยพระราชนิยมสัญจร จากพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม 2568 - วันที่ 4 มกราคม 2569 และจัดกิจกรรมการเสวนาทางวิชาการ ในวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 13.00 น. - 16.00 น. นอกจากนี้ ในวันที่ 11 มกราคม 2569 ยังมีการจัดกิจกรรมการประกวดแมวไทยโบราณคืนถิ่นกรุงศรี ปีที่ 2 พร้อมนิทรรศการโบราณวัตถุและของสะสม การออกร้านของที่ระลึก และการสาธิตการคัดลอกตำราแมวและฤกษ์การเดินเรือ จากสมุดไทยฉบับระยอง ตั้งแต่เวลา 09.00 น. - 16.00 น.          นางสาวซาบีดา กล่าวอีกว่า การส่งเสริมการท่องเที่ยวโบราณสถานในภาคกลางคืน ทำให้นักท่องเที่ยวใช้เวลาอยู่ในพื้นที่นานขึ้น ส่งผลดีต่อผู้ประกอบการด้านที่พัก ร้านอาหาร และบริการอื่น ๆ สอดคล้องกับนโยบายส่งเสริม “พลังวัฒนธรรม” ให้เกิดเป็น “รายได้จริง” ภายใต้แนวคิด “ไท ไทย” ยกระดับและส่งเสริมภาพลักษณ์แหล่งท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ทางมรดกศิลปวัฒนธรรมให้เป็นที่รู้จักและเข้าถึงง่ายมากขึ้น จึงขอเชิญนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ร่วมกิจกรรม “อยุธยานาวา เมืองท่านานาชาติ ร่มพระบารมีสิริยาลัย” สัมผัสเสน่ห์ของวัฒนธรรมไทยพร้อมแต่งชุดไทย ชุดนานาชาติ เพื่อถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ภายใต้บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสวยงามของสถานที่ทางประวัติศาสตร์ยามค่ำคืน





black ribbon.